ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2

จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

นางเก็บแก่นอสูรที่แยกมาได้เข้าถุงเฉียนคุน จัดแจงที่นอนให้ตัวเองใหม่ ครั้งนี้นางกางข่ายมนตร์ให้แน่นหนากว่าเดิม คืนนั้นนอนหลับไปด้วยความสงบเงียบดังที่ตั้งใจหวัง ไม่มีใครมารบกวนนางอีกจนสามารถตื่นมารับรุ่งอรุณใหม่ได้อย่างสดใส

เด็กหญิงเหยียดกายหลังโดดลงจากเปล นางยืดเส้นยืดสายแล้วคืนสภาพให้พลังธาตุไม้ที่นางหยิบยืมมาใช้เมื่อคืน เนื้อเมื่อวานที่ล่ามายังเหลืออยู่นางจึงย่างมันจากกองไฟที่ทำทิ้งไว้เมื่อวาน หลังจากอิ่มท้องแล้วก็เดินทางต่อ

ไม่รู้ทางฝั่งผู้ชมเห็นอะไรไปแล้วบ้าง นางไม่แน่ใจว่าการถ่ายทอดมุมมองภาพจากฝั่งนี้มีปัจจัยอะไรหนุนนำหรือใช้สิ่งใดเป็นสื่อกลาง ก็หวังว่าจะไม่ถ่ายภาพน่าอายของนางออกไปให้ใครเห็น

เช้าวันนี้ก็ยังต้อนรับนางด้วยเสียงคำรามของสัตว์อสูรตัวใหญ่ เสียงระเบิดดินจากที่ไกล ๆ เสียงฝูงนกแตกรัง เป็นสนามไล่ล่าที่สมกับการล่าสัตว์อสูรโดยแท้

หลังจากกินจนอิ่มท้องนางก็สำรวจเส้นทางอื่นต่อทั้งยังเก็บวัตถุดิบสมุนไพรที่หาเจอระหว่างทางไปด้วย นางเก็บสมุนไพรมาได้หลายกำ ก้ม ๆ เงย ๆ จนได้พืชเต็มถุง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสะท้อนของสัตว์คำรามดังกังวานมา

ฉินหลิวซีหันกลับทันที เพียงพริบตาเดียวเจ้าของเสียงคำรามนั้นก็มาอยู่ต่อหน้านางด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ

เด็กหญิงเบิกตาโพลง ไม่อยากเชื่อเลยว่า ในป่านี้จะมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ แม้เป็นเพียงขั้นหนึ่งแต่มันก็แข็งแกร่งมาก

ฉินหลิวซีโดดถอยไปด้านหลังตั้งท่าเตรียมสู้

กระบี่อ่อนที่ได้มาจากหลี่เจิ้นหัวอยู่มือขวาพร้อมกำมีดสั้นด้วยมือซ้าย

ก่อนนางเข้ามาภายในป่าแห่งนี้ได้รับการยืนยันว่าอสูรขั้นสูงสุดที่มีคือก่อกำเนิดขั้นสิบ ดูท่าว่าเจ้าตัวนี้จะวิวัฒนาการเลื่อนขั้นขึ้นมา นางยืนพื้นยังไม่ทันวางฐานได้ดีอุ้งเท้าใหญ่ยักษ์ของมันก็ตะปบลงมา พื้นบริเวณที่นางเคยยืนแตกออกราวกับมีแผ่นดินไหว ฉินหลิวซีกลิ้งตัวหลบออกไปไกล แต่มันก็ไม่ปล่อยให้นางได้มีเวลา สัตว์อสูรตนนั้นแยกเขี้ยวขู่พร้อมกับไล่ล่าเหยื่อตัวน้อย

แต่เหยื่อของมันรวดเร็วว่องไวจนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ฉินหลิวซีบีบเค้นพลังปราณเพื่อเร่งความเร็ว นางวิ่งลอดเข้าไปใต้ท้องมัน ฟันข้อพับบริเวณอุ้งเท้าของมันจนเจ้าสัตว์อสูรกรีดร้องลั่น มันกางกรงเล็บเตรียมจะขย้ำเหยื่อที่ยั่วโทสะ

พละกำลังของฉินหลิวซียังน้อยนัก ไม่สามารถเอาชนะสัตว์อสูรตนนี้ได้ในไม่กี่กระบวนท่า นางต้องใช้ความเร็วเข้าสู้เพื่อให้ได้เปรียบในสนามรบ ฉินหลิวซีแผ่พลังปราณของตนเคลือบผิวดาบเพื่อทำให้มันแข็งขึ้น

ที่ฟันไปเมื่อกี้มันแทบจะไม่เข้าเลยนี่นา เจ้าตัวนี้มันหนังหนาขนาดไหนกัน!

ฉินหลิวซีกัดฟันกรอด ไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่ต้องออกแรงเกินจำเป็น เด็กหญิงวิ่งไต่จากขาของมันขึ้นไปบนหลังแทงกระบี่เข้าไปหนึ่งครั้งก็ยังไม่เข้า เชื่อว่าเจ้าตัวนี้ต้องมีจุดอ่อนบ้าง นางแค่ต้องหาให้พบ

เด็กหญิงผู้ครองธาตุไม้วิ่งไต่บนตัวมันทิ่มแทงลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อหาจุดอ่อนในเวลาอันจำกัด ก่อนที่อุ้งมือของมันจะถึงตัวนาง และอัดกระแทกแรงอาฆาตจนนางถึงแก่ความตายไปเสียก่อน

ถึงจุดอ่อนของทุกชีวิตจะเป็นดวงตา แต่นั่นมันก็ง่ายเกินไปหน่อยไหม มองสิ มองให้ออก

นางกรีดร้องอยู่ในหัว ถาโถมกระบี่อ่อนเข้าไปฟาดฟัน

กรร!

มันคำรามจนยอดไม้สั่นไหวเมื่อคมเหล็กกล้าเฉือนเนื้อบริเวณท้ายทอยจนเลือดพุ่งออกมา

หนังตรงนี้อ่อนกว่าที่อื่น!

ฉินหลิวซีม้วนตัวกลางอากาศตวัดกระบี่เหมือนใบพัดแทงจุดเดิมซ้ำ ๆ ราวกับหนูปั่นจักร กระทั่งมันไม่สามารถยืนอยู่ได้อีกต่อไป ศัตรูตัวใหญ่ยักษ์ล้มลงกับพื้น เลือดเจิ่งนองออกมาจากบาดแผล

ฉินหลิวซียืนหายใจหอบอยู่เพียงครู่เดียวก็สะบัดคราบเลือดออกจากกระบี่ของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ นางเก็บกระบี่อ่อนเข้าฝักแล้วเดินไปควักเอาแก่นสัตว์อสูรออกมา

“ให้ตายสิ ทำข้าเปลืองแรงไปเยอะเชียว”

โชคดีที่มันเพิ่งเลื่อนขั้น ทำให้นางไม่ติดมือกับมันจนเกินไป หากมันวิวัฒนาการมาก่อนหน้านี้นานแล้วคงเป็นฝ่ายนางที่ตาย

หลังจากจัดการเจ้าสัตว์อสูรตนนั้นนางก็เก็บสมุนไพรต่อ และจัดการพวกสัตว์อสูรชั้นต่ำยามเจอพวกมันระหว่างทาง นางครวญเพลงในลำคอเป็นทำนองอย่างสบายอารมณ์

โอ๊ะโอ แถวนี้มีเห็ดเรืองแสงด้วยหรือนี่

เห็ดพวกนี้หากไม่ใช่เวลากลางคืนก็จะไม่เรืองแสงออกมา ทำให้แยกได้ยากกับเห็ดธรรมดา แต่แท้จริงมันเป็นส่วนประกอบสมุนไพรประเภทหนึ่ง ความหายากระดับปานกลาง นางเดินมาและมองเห็นมันได้ในมุมที่แสงตกกระทบพอดี ไม่เช่นนั้นก็คงมองเลยผ่านมันไปเหมือนเห็ดธรรมดาต้นหนึ่ง

“ที่ตรงนี้มีเพียบเลยแฮะ”

ไม่น่าเชื่อว่านางจะพบกอของมัน ฉินหลิวซีรู้สึกว่าตนเองโชคดีมาก นางเก็บสมุนไพรจนเต็มกระเป๋าครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะย้ายมันเข้าไปในถุงมิติของตัวเอง

โฮ่ นี่ข้าเจอสมุนไพรระดับกลางมาเกือบสิบชนิดแล้วในวันเดียว ป่าสัตว์อสูรสมกับที่มีสัตว์อสูรอยู่มากจริง ๆ

พลังทิพย์จากพวกมารอบอวลอยู่ทั่วป่า หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านทำให้พวกสมุนไพรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สมุนไพรระดับกลางที่หากเป็นข้างนอกนั้นจะหาเจอสักต้นอย่างน้อยก็ใช้เวลาเป็นวัน แม้ว่าเป็นแหล่งงอกเงยของมัน หรือสภาพแวดล้อมที่มันชอบจะอยู่

สมุนไพรระดับสูงหายากยิ่งกว่านั้น ต้องหาเป็นเดือนหรืออาจต้องฝ่าฟันเส้นทางที่ยากลำบาก อาจต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกว่าจะได้สักต้นหนึ่งมา ส่วนสมุนไพรในตำนานก็อย่างชื่อของมัน เพราะเป็นตำนานจึงไม่ค่อยมีข้อมูลปรากฏมากนะ มีแต่คำบอกเล่าปากต่อปากที่อาจบิดเบือนมาเท่าไรแล้วก็ไม่รู้

แต่ที่นี่นางหาสมุนไพรระดับกลางได้เยอะพอสมควรเลยทีเดียว เยอะเสียจนตัวเองยังทึ่ง สำหรับคนชอบศึกษาให้ลึกซึ้งในศาสตร์ที่ตนรู้มา ยิ่งกว่านั้นนางยังรู้สึกตื่นเต้นและดีใจจนยิ้มออกมาไม่หยุด

ระหว่างที่กำลังเก็บสมุนไพรอย่างเพลิดเพลินนางก็ได้ต้อนรับแขกของวันนี้อีกหน

รู้สึกว่าข้าจะเนื้อหอมเหลือเกินนะ

เบื้องหน้าของฉินหลิวซีมีจอมยุทธ์กลุ่มหนึ่งขวางทางไว้ เด็กหญิงเอียงคอเล็กน้อยด้วยความฉงนใจ เจตนานั้นไม่ต้องสืบ เป้าหมายคงอยู่ที่แก่นสัตว์อสูรซึ่งนางหามาได้

การแย่งชิงทำให้หาได้ง่ายกว่าการไปล่าสัตว์อสูรทีละตัว ไม่ว่าใครก็คิดอย่างนั้น

“สวัสดีผู้อาวุโสทั้งหลาย มาให้ผู้น้อยศึกษาวิชาหรือ” นางประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ทว่าแววตากลับแข็งกร้าว

“คุณหนูน้อยผู้นี้ช่างเก่งกาจ คงต้องเป็นฝ่ายพวกข้าที่ขอศึกษาวิชาจากเจ้า”

“ผู้ใหญ่ตั้งหลายคนมารุมเด็กแบบนี้ ไม่อายบ้างหรือ” นางยิ้มหยันเยาะเย้ย

ถึงแม้ว่านางจะรับมือพวกเขาได้ แต่นางไม่จำเป็นต้องเอาความเก่งกาจของตัวเองไปโอ้อวดใคร

แต่คราวนี้แตกต่างไป เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายท้าทายนางเอง

ต้องออมมือสักเท่าไรกันนะจึงจะไม่โดดเด่นมากไปกว่านี้ สับท้ายทอยพวกเขาสักคนละทีจะเป็นไรหรือไม่

ถ้านางกะแรงผิดพวกเขาอาจจะคอหักตายได้ในทีเดียว

“เสี่ยงเกินไปไม่เอาดีกว่า”

“งึมงำอะไรคนเดียวของเจ้า เข้ามาได้แล้ว หากไม่ พวกข้าจะเข้าไปก่อนแล้วนะ!” เอ่ยวาจายังไม่ทันจบดีพวกเขาก็พุ่งเข้ามาพร้อมกัน

นางดึงกระบี่อ่อนออกจากฝัก ใช้มีดสั้นอีกข้างตั้งท่าป้องกัน ทันทีที่การโจมตีสะท้อนกลับไปนางก็สวนคืน กระบี่อ่อนทิ่มแทงทะลุเนื้อผ้าไปถึงผิวหนังใต้สาบเสื้อ บางคนไม่ทันตั้งตัวก็ร้องโอดโอย

ระหว่างหมุนตัวค้างกลางอากาศนางก็สับเปลี่ยนมีดสั้นเป็นมือเปล่า อัดพลังปราณเข้าไปแล้วกระแทกเข้าใส่กลางอกของคนที่อยู่ตรงหน้า บุรุษผู้นั้นกระเด็นลอยไปกระแทกต้นไม้จนเป็นร่องแตกหัก

อานุภาพของพลังนี้ทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึง

แต่กระนั้นแก่นอสูรที่นางเก็บสะสมไว้ก็มากพอจะทำให้ปิดหูปิดตาแล้วโถมกำลังเข้าใส่เพื่อแย่งชิง

ฉินหลิวซีตวัดกระบี่อ่อนไปข้างหน้า ออกกระบวนท่าราวกับกำลังร่ายรำ ตัดไปยังเป้าหมายอย่างพอเหมาะพอดี สายคาดเอวของพวกเขาขาดจากกันทำให้ถุงมิติตกลงมา

“เฮ้ย นั่นมันถุงข้า!”

สิ่งที่น่าตกใจกว่าการที่ถุงถูกขโมยคือการกะระยะตวัดกระบี่ได้อย่างแม่นยำจนเฉือนเอาเพียงเชือกของสายคาดเอวเท่านั้นที่ขาด

ฉินหลิวซีโยนถุงมิติที่นางขโมยมาต่อหน้าต่อตาพลันยิ้มให้พวกเขาอย่างท้าทาย เทแก่นอสูรออกมารวมกันบนฝ่ามือแล้วโยนเข้าถุงเฉียนคุนของตัวเอง ระหว่างที่พวกเขามัวแต่ตกตะลึงก็โดนนางซัดพลังปราณเข้าใส่จนสลบกันไปหมด

การไล่ล่าสัตว์อสูรเป็นกิจวัตรเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา

ล่าสัตว์อสูร รับมือกับพวกที่คิดจะมาแย่ง และหาสมุนไพรตามที่อาจารย์สั่ง เข้าสู่วันที่สองของการแข่งขัน ฉินหลิวซียังตั้งหน้าตั้งตาหาสมุนไพรต่อไป นางก้มหน้าเดินมากกว่าจะตั้งหน้าตั้งตามองหาเหยื่อเสียอีก ยามได้เจอพืชแปลกตาดวงตาของนางเป็นประกายยิ่งกว่าเจอสัตว์จะสูญชั้นสูง

เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้สนใจว่า ใครจะสะกดรอยตามนางมาบ้าง ขอแค่ไม่เข้ามารบกวนนางระหว่างเก็บพืชพรรณเหล่านี้นางก็จะมองพวกนั้นเป็นแมลงหวี่แมลงวันแล้วเมินไป

ฉินหลิวซีต้องรับมือกับพวกจอมยุทธ์หรือผู้ฝึกตนสายอื่น ๆ ที่เข้ามาวุ่นวายไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง เห็นนางเป็นเด็กและมาแข่งขันตัวคนเดียว บางคนคงคิดว่าเคี้ยวง่าย

แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวกลับไปทุกคน

ฉินหลิวซีเหงื่อตกระหว่างทำทีเป็นไม่สนใจว่านางจะแสดงภาพลักษณ์อะไรออกไปบ้าง จัดการคนไปตั้งขนาดนั้นภาพของนางคงถูกเห็นไปไม่น้อย

ข้ายังต้องการใช้ชีวิตสงบสุขกับน้องชายข้านะ

หลังจบงานนี้อย่าได้มีเรื่องวุ่นวายเลยเถอะ

เด็กหญิงไม่เคยต้องเข้าไปยื้อแย่งแข่งกับใคร

มีแต่นางที่เป็นเป้าหมายของการช่วงชิงเสียมากกว่า

พอรำคาญมาก ๆ เข้านางก็ใช้พลังธาตุไม้สร้างเถาวัลย์ขึ้นมามัดตัวพวกนั้น เมื่อไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป เจ้าหน้าที่อาวุโสก็เข้ามาช่วยเหลือคนพวกนั้น และถือว่าคนเหล่านั้นได้ถอนตัวจากการแข่งขันแล้ว

นางไม่ได้ฆ่าใครและทำให้ใครพิการ ไม่ได้ทำผิดกฎแม้แต่ข้อเดียว จึงไม่มีใครคิดจะเอาผิดนาง หรือถึงคิดก็ทำไม่ได้ เพราะนางเคลื่อนไหวอย่างถูกต้อง อยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย บำเรอพิศวาสจอมมาร
8.5
เมื่ออดีตคนรักอย่างแอรอนกลับมาในฐานะนายจ้างผู้ทรงอิทธิพล ณัฐกานต์จึงต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่แฝงไปด้วยความโหยหา เขาใช้หน้าที่การงานข่มขู่บังคับให้เธอเข้าใกล้ แม้หญิงสาวจะพยายามรักษาระยะห่างเพื่อปกป้องหัวใจที่ยังรัก แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานอำนาจมืดและความเร่าร้อนที่เขามอบให้เพื่อลงโทษที่เธอเคยทิ้งไป รสจูบที่รุนแรงและป่าเถื่อนในรอบสี่ปีกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมพิศวาสที่เต็มไปด้วยความแค้นที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เพื่อรักษาทีมอารักขาของตนไว้
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้
หน้าปกนวนิยาย ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตยอดวีรสตรีผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินสยามอย่างห้าวหาญ นางได้กลับมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีสิริโฉมงดงามจนยากจะหาใครเทียบเคียงได้ แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่และคมดาบที่แหลมคมเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางอีกครั้งหนึ่งครั้งในต่างโลกใบภาคหนึ่ง