
สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
ตอน 2
นางเก็บแก่นอสูรที่แยกมาได้เข้าถุงเฉียนคุน จัดแจงที่นอนให้ตัวเองใหม่ ครั้งนี้นางกางข่ายมนตร์ให้แน่นหนากว่าเดิม คืนนั้นนอนหลับไปด้วยความสงบเงียบดังที่ตั้งใจหวัง ไม่มีใครมารบกวนนางอีกจนสามารถตื่นมารับรุ่งอรุณใหม่ได้อย่างสดใส
เด็กหญิงเหยียดกายหลังโดดลงจากเปล นางยืดเส้นยืดสายแล้วคืนสภาพให้พลังธาตุไม้ที่นางหยิบยืมมาใช้เมื่อคืน เนื้อเมื่อวานที่ล่ามายังเหลืออยู่นางจึงย่างมันจากกองไฟที่ทำทิ้งไว้เมื่อวาน หลังจากอิ่มท้องแล้วก็เดินทางต่อ
ไม่รู้ทางฝั่งผู้ชมเห็นอะไรไปแล้วบ้าง นางไม่แน่ใจว่าการถ่ายทอดมุมมองภาพจากฝั่งนี้มีปัจจัยอะไรหนุนนำหรือใช้สิ่งใดเป็นสื่อกลาง ก็หวังว่าจะไม่ถ่ายภาพน่าอายของนางออกไปให้ใครเห็น
เช้าวันนี้ก็ยังต้อนรับนางด้วยเสียงคำรามของสัตว์อสูรตัวใหญ่ เสียงระเบิดดินจากที่ไกล ๆ เสียงฝูงนกแตกรัง เป็นสนามไล่ล่าที่สมกับการล่าสัตว์อสูรโดยแท้
หลังจากกินจนอิ่มท้องนางก็สำรวจเส้นทางอื่นต่อทั้งยังเก็บวัตถุดิบสมุนไพรที่หาเจอระหว่างทางไปด้วย นางเก็บสมุนไพรมาได้หลายกำ ก้ม ๆ เงย ๆ จนได้พืชเต็มถุง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสะท้อนของสัตว์คำรามดังกังวานมา
ฉินหลิวซีหันกลับทันที เพียงพริบตาเดียวเจ้าของเสียงคำรามนั้นก็มาอยู่ต่อหน้านางด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
เด็กหญิงเบิกตาโพลง ไม่อยากเชื่อเลยว่า ในป่านี้จะมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ แม้เป็นเพียงขั้นหนึ่งแต่มันก็แข็งแกร่งมาก
ฉินหลิวซีโดดถอยไปด้านหลังตั้งท่าเตรียมสู้
กระบี่อ่อนที่ได้มาจากหลี่เจิ้นหัวอยู่มือขวาพร้อมกำมีดสั้นด้วยมือซ้าย
ก่อนนางเข้ามาภายในป่าแห่งนี้ได้รับการยืนยันว่าอสูรขั้นสูงสุดที่มีคือก่อกำเนิดขั้นสิบ ดูท่าว่าเจ้าตัวนี้จะวิวัฒนาการเลื่อนขั้นขึ้นมา นางยืนพื้นยังไม่ทันวางฐานได้ดีอุ้งเท้าใหญ่ยักษ์ของมันก็ตะปบลงมา พื้นบริเวณที่นางเคยยืนแตกออกราวกับมีแผ่นดินไหว ฉินหลิวซีกลิ้งตัวหลบออกไปไกล แต่มันก็ไม่ปล่อยให้นางได้มีเวลา สัตว์อสูรตนนั้นแยกเขี้ยวขู่พร้อมกับไล่ล่าเหยื่อตัวน้อย
แต่เหยื่อของมันรวดเร็วว่องไวจนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ฉินหลิวซีบีบเค้นพลังปราณเพื่อเร่งความเร็ว นางวิ่งลอดเข้าไปใต้ท้องมัน ฟันข้อพับบริเวณอุ้งเท้าของมันจนเจ้าสัตว์อสูรกรีดร้องลั่น มันกางกรงเล็บเตรียมจะขย้ำเหยื่อที่ยั่วโทสะ
พละกำลังของฉินหลิวซียังน้อยนัก ไม่สามารถเอาชนะสัตว์อสูรตนนี้ได้ในไม่กี่กระบวนท่า นางต้องใช้ความเร็วเข้าสู้เพื่อให้ได้เปรียบในสนามรบ ฉินหลิวซีแผ่พลังปราณของตนเคลือบผิวดาบเพื่อทำให้มันแข็งขึ้น
ที่ฟันไปเมื่อกี้มันแทบจะไม่เข้าเลยนี่นา เจ้าตัวนี้มันหนังหนาขนาดไหนกัน!
ฉินหลิวซีกัดฟันกรอด ไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่ต้องออกแรงเกินจำเป็น เด็กหญิงวิ่งไต่จากขาของมันขึ้นไปบนหลังแทงกระบี่เข้าไปหนึ่งครั้งก็ยังไม่เข้า เชื่อว่าเจ้าตัวนี้ต้องมีจุดอ่อนบ้าง นางแค่ต้องหาให้พบ
เด็กหญิงผู้ครองธาตุไม้วิ่งไต่บนตัวมันทิ่มแทงลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อหาจุดอ่อนในเวลาอันจำกัด ก่อนที่อุ้งมือของมันจะถึงตัวนาง และอัดกระแทกแรงอาฆาตจนนางถึงแก่ความตายไปเสียก่อน
ถึงจุดอ่อนของทุกชีวิตจะเป็นดวงตา แต่นั่นมันก็ง่ายเกินไปหน่อยไหม มองสิ มองให้ออก
นางกรีดร้องอยู่ในหัว ถาโถมกระบี่อ่อนเข้าไปฟาดฟัน
กรร!
มันคำรามจนยอดไม้สั่นไหวเมื่อคมเหล็กกล้าเฉือนเนื้อบริเวณท้ายทอยจนเลือดพุ่งออกมา
หนังตรงนี้อ่อนกว่าที่อื่น!
ฉินหลิวซีม้วนตัวกลางอากาศตวัดกระบี่เหมือนใบพัดแทงจุดเดิมซ้ำ ๆ ราวกับหนูปั่นจักร กระทั่งมันไม่สามารถยืนอยู่ได้อีกต่อไป ศัตรูตัวใหญ่ยักษ์ล้มลงกับพื้น เลือดเจิ่งนองออกมาจากบาดแผล
ฉินหลิวซียืนหายใจหอบอยู่เพียงครู่เดียวก็สะบัดคราบเลือดออกจากกระบี่ของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ นางเก็บกระบี่อ่อนเข้าฝักแล้วเดินไปควักเอาแก่นสัตว์อสูรออกมา
“ให้ตายสิ ทำข้าเปลืองแรงไปเยอะเชียว”
โชคดีที่มันเพิ่งเลื่อนขั้น ทำให้นางไม่ติดมือกับมันจนเกินไป หากมันวิวัฒนาการมาก่อนหน้านี้นานแล้วคงเป็นฝ่ายนางที่ตาย
หลังจากจัดการเจ้าสัตว์อสูรตนนั้นนางก็เก็บสมุนไพรต่อ และจัดการพวกสัตว์อสูรชั้นต่ำยามเจอพวกมันระหว่างทาง นางครวญเพลงในลำคอเป็นทำนองอย่างสบายอารมณ์
โอ๊ะโอ แถวนี้มีเห็ดเรืองแสงด้วยหรือนี่
เห็ดพวกนี้หากไม่ใช่เวลากลางคืนก็จะไม่เรืองแสงออกมา ทำให้แยกได้ยากกับเห็ดธรรมดา แต่แท้จริงมันเป็นส่วนประกอบสมุนไพรประเภทหนึ่ง ความหายากระดับปานกลาง นางเดินมาและมองเห็นมันได้ในมุมที่แสงตกกระทบพอดี ไม่เช่นนั้นก็คงมองเลยผ่านมันไปเหมือนเห็ดธรรมดาต้นหนึ่ง
“ที่ตรงนี้มีเพียบเลยแฮะ”
ไม่น่าเชื่อว่านางจะพบกอของมัน ฉินหลิวซีรู้สึกว่าตนเองโชคดีมาก นางเก็บสมุนไพรจนเต็มกระเป๋าครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะย้ายมันเข้าไปในถุงมิติของตัวเอง
โฮ่ นี่ข้าเจอสมุนไพรระดับกลางมาเกือบสิบชนิดแล้วในวันเดียว ป่าสัตว์อสูรสมกับที่มีสัตว์อสูรอยู่มากจริง ๆ
พลังทิพย์จากพวกมารอบอวลอยู่ทั่วป่า หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านทำให้พวกสมุนไพรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สมุนไพรระดับกลางที่หากเป็นข้างนอกนั้นจะหาเจอสักต้นอย่างน้อยก็ใช้เวลาเป็นวัน แม้ว่าเป็นแหล่งงอกเงยของมัน หรือสภาพแวดล้อมที่มันชอบจะอยู่
สมุนไพรระดับสูงหายากยิ่งกว่านั้น ต้องหาเป็นเดือนหรืออาจต้องฝ่าฟันเส้นทางที่ยากลำบาก อาจต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกว่าจะได้สักต้นหนึ่งมา ส่วนสมุนไพรในตำนานก็อย่างชื่อของมัน เพราะเป็นตำนานจึงไม่ค่อยมีข้อมูลปรากฏมากนะ มีแต่คำบอกเล่าปากต่อปากที่อาจบิดเบือนมาเท่าไรแล้วก็ไม่รู้
แต่ที่นี่นางหาสมุนไพรระดับกลางได้เยอะพอสมควรเลยทีเดียว เยอะเสียจนตัวเองยังทึ่ง สำหรับคนชอบศึกษาให้ลึกซึ้งในศาสตร์ที่ตนรู้มา ยิ่งกว่านั้นนางยังรู้สึกตื่นเต้นและดีใจจนยิ้มออกมาไม่หยุด
ระหว่างที่กำลังเก็บสมุนไพรอย่างเพลิดเพลินนางก็ได้ต้อนรับแขกของวันนี้อีกหน
รู้สึกว่าข้าจะเนื้อหอมเหลือเกินนะ
เบื้องหน้าของฉินหลิวซีมีจอมยุทธ์กลุ่มหนึ่งขวางทางไว้ เด็กหญิงเอียงคอเล็กน้อยด้วยความฉงนใจ เจตนานั้นไม่ต้องสืบ เป้าหมายคงอยู่ที่แก่นสัตว์อสูรซึ่งนางหามาได้
การแย่งชิงทำให้หาได้ง่ายกว่าการไปล่าสัตว์อสูรทีละตัว ไม่ว่าใครก็คิดอย่างนั้น
“สวัสดีผู้อาวุโสทั้งหลาย มาให้ผู้น้อยศึกษาวิชาหรือ” นางประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม ทว่าแววตากลับแข็งกร้าว
“คุณหนูน้อยผู้นี้ช่างเก่งกาจ คงต้องเป็นฝ่ายพวกข้าที่ขอศึกษาวิชาจากเจ้า”
“ผู้ใหญ่ตั้งหลายคนมารุมเด็กแบบนี้ ไม่อายบ้างหรือ” นางยิ้มหยันเยาะเย้ย
ถึงแม้ว่านางจะรับมือพวกเขาได้ แต่นางไม่จำเป็นต้องเอาความเก่งกาจของตัวเองไปโอ้อวดใคร
แต่คราวนี้แตกต่างไป เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายท้าทายนางเอง
ต้องออมมือสักเท่าไรกันนะจึงจะไม่โดดเด่นมากไปกว่านี้ สับท้ายทอยพวกเขาสักคนละทีจะเป็นไรหรือไม่
ถ้านางกะแรงผิดพวกเขาอาจจะคอหักตายได้ในทีเดียว
“เสี่ยงเกินไปไม่เอาดีกว่า”
“งึมงำอะไรคนเดียวของเจ้า เข้ามาได้แล้ว หากไม่ พวกข้าจะเข้าไปก่อนแล้วนะ!” เอ่ยวาจายังไม่ทันจบดีพวกเขาก็พุ่งเข้ามาพร้อมกัน
นางดึงกระบี่อ่อนออกจากฝัก ใช้มีดสั้นอีกข้างตั้งท่าป้องกัน ทันทีที่การโจมตีสะท้อนกลับไปนางก็สวนคืน กระบี่อ่อนทิ่มแทงทะลุเนื้อผ้าไปถึงผิวหนังใต้สาบเสื้อ บางคนไม่ทันตั้งตัวก็ร้องโอดโอย
ระหว่างหมุนตัวค้างกลางอากาศนางก็สับเปลี่ยนมีดสั้นเป็นมือเปล่า อัดพลังปราณเข้าไปแล้วกระแทกเข้าใส่กลางอกของคนที่อยู่ตรงหน้า บุรุษผู้นั้นกระเด็นลอยไปกระแทกต้นไม้จนเป็นร่องแตกหัก
อานุภาพของพลังนี้ทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึง
แต่กระนั้นแก่นอสูรที่นางเก็บสะสมไว้ก็มากพอจะทำให้ปิดหูปิดตาแล้วโถมกำลังเข้าใส่เพื่อแย่งชิง
ฉินหลิวซีตวัดกระบี่อ่อนไปข้างหน้า ออกกระบวนท่าราวกับกำลังร่ายรำ ตัดไปยังเป้าหมายอย่างพอเหมาะพอดี สายคาดเอวของพวกเขาขาดจากกันทำให้ถุงมิติตกลงมา
“เฮ้ย นั่นมันถุงข้า!”
สิ่งที่น่าตกใจกว่าการที่ถุงถูกขโมยคือการกะระยะตวัดกระบี่ได้อย่างแม่นยำจนเฉือนเอาเพียงเชือกของสายคาดเอวเท่านั้นที่ขาด
ฉินหลิวซีโยนถุงมิติที่นางขโมยมาต่อหน้าต่อตาพลันยิ้มให้พวกเขาอย่างท้าทาย เทแก่นอสูรออกมารวมกันบนฝ่ามือแล้วโยนเข้าถุงเฉียนคุนของตัวเอง ระหว่างที่พวกเขามัวแต่ตกตะลึงก็โดนนางซัดพลังปราณเข้าใส่จนสลบกันไปหมด
การไล่ล่าสัตว์อสูรเป็นกิจวัตรเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา
ล่าสัตว์อสูร รับมือกับพวกที่คิดจะมาแย่ง และหาสมุนไพรตามที่อาจารย์สั่ง เข้าสู่วันที่สองของการแข่งขัน ฉินหลิวซียังตั้งหน้าตั้งตาหาสมุนไพรต่อไป นางก้มหน้าเดินมากกว่าจะตั้งหน้าตั้งตามองหาเหยื่อเสียอีก ยามได้เจอพืชแปลกตาดวงตาของนางเป็นประกายยิ่งกว่าเจอสัตว์จะสูญชั้นสูง
เด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้สนใจว่า ใครจะสะกดรอยตามนางมาบ้าง ขอแค่ไม่เข้ามารบกวนนางระหว่างเก็บพืชพรรณเหล่านี้นางก็จะมองพวกนั้นเป็นแมลงหวี่แมลงวันแล้วเมินไป
ฉินหลิวซีต้องรับมือกับพวกจอมยุทธ์หรือผู้ฝึกตนสายอื่น ๆ ที่เข้ามาวุ่นวายไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง เห็นนางเป็นเด็กและมาแข่งขันตัวคนเดียว บางคนคงคิดว่าเคี้ยวง่าย
แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวกลับไปทุกคน
ฉินหลิวซีเหงื่อตกระหว่างทำทีเป็นไม่สนใจว่านางจะแสดงภาพลักษณ์อะไรออกไปบ้าง จัดการคนไปตั้งขนาดนั้นภาพของนางคงถูกเห็นไปไม่น้อย
ข้ายังต้องการใช้ชีวิตสงบสุขกับน้องชายข้านะ
หลังจบงานนี้อย่าได้มีเรื่องวุ่นวายเลยเถอะ
เด็กหญิงไม่เคยต้องเข้าไปยื้อแย่งแข่งกับใคร
มีแต่นางที่เป็นเป้าหมายของการช่วงชิงเสียมากกว่า
พอรำคาญมาก ๆ เข้านางก็ใช้พลังธาตุไม้สร้างเถาวัลย์ขึ้นมามัดตัวพวกนั้น เมื่อไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป เจ้าหน้าที่อาวุโสก็เข้ามาช่วยเหลือคนพวกนั้น และถือว่าคนเหล่านั้นได้ถอนตัวจากการแข่งขันแล้ว
นางไม่ได้ฆ่าใครและทำให้ใครพิการ ไม่ได้ทำผิดกฎแม้แต่ข้อเดียว จึงไม่มีใครคิดจะเอาผิดนาง หรือถึงคิดก็ทำไม่ได้ เพราะนางเคลื่อนไหวอย่างถูกต้อง อยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์
คุณอาจจะชอบ





