ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2

จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

เข้าสู่วันที่สามของการแข่งขันล่าสัตว์อสูร

บนต้นไม้ที่นางสร้างเปลจากพลังธาตุเอาไว้ เด็กหญิงเทแก่นอสูรออกมานับ แก่นอสูรมีสีเฉพาะของมัน ยิ่งบริสุทธิ์มากสีสันของมันก็ยิ่งสดใสและมีความบริสุทธิ์สูง โอกาสที่จะนำไปหลอมแล้วล้มเหลวนั้นเป็นไปได้น้อย หากได้แก่นสัตว์อสูรที่มีสีอื่นปะปนมากเกินไปโอกาสที่จะล้มเหลวมีสูงกว่า

ฉินหลิวซีนอนจนกระทั่งเป็นเวลาสาย จึงค่อยคิดขยับตัวหลายวันมานี้นางแทบไม่ได้นอนเลย ซึ่งสำหรับเด็กแปดขวบ ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เวลาที่การแข่งขันสิ้นสุดลงเป็นเวลาเดียวกับที่ประตูเปิดเมื่อวันสามก่อน

นางยังมีเวลาอยู่ที่นี่อีกประมาณหนึ่ง การแข่งขันนี้จัดขึ้นห้าปีครั้ง กว่าจะได้กลับมาเก็บสมุนไพรระดับปานกลางและระดับสูงพวกนี้อีกก็ต้องรอถึงขนาดนั้น ตอนนี้มีโอกาสที่เก็บเกี่ยวนางต้องกอบโกยให้เต็มที่

ฉินหลิวซีล่าสัตว์อสูรเพิ่มได้อีกสองตัว และเก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเวลา นางมารอใกล้บริเวณทางเข้าป่า ตรงนั้นมีผู้เข้าแข่งขันอีกหลายคนซ่อนตัวอยู่

บ้างก็จับกลุ่มกันอย่างเปิดเผย บ้างก็อยู่กับศิษย์สำนักของตนเอง

จากที่นางกะด้วยสายตาคนเริ่มทยอยมารวมกันได้ห้าสิบคนแล้ว ไม่รู้ว่าเหลือรอดอยู่จริง ๆ เท่าไร พวกเขาอาจจะล่าอยู่เพราะเหลือเวลาพอ นางนำใบไม้มาสานเล่นรอฆ่าเวลา เวลาผ่านไปผู้คนก็เริ่มทยอยมาตอนนี้นับได้เจ็ดสิบแล้ว

จากที่นางแผ่พลังปราณเพื่อสัมผัสคนที่อยู่โดยรอบให้ไกลออกไป พบว่าไม่มีใครกำลังทยอยมาที่บริเวณนี้อีกแล้ว นอกจากพวกที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งนางก็นับรวมไปแล้ว

จากตอนแรกที่มีคู่แข่งมากกว่าสองร้อยคน ตอนนี้เหลือแค่เจ็ดสิบคนเท่านั้น

เป็นจำนวนที่รู้สึกว่าค่อนข้างจะน่าตกใจ บางส่วนอาจจะหมดสภาพต่อสู้จนเจ้าหน้าที่เข้ามาพาออกไปแล้ว บางคนถูกเล่นงานจากพวกสัตว์อสูรจนบาดเจ็บสาหัสก็มี นางเคยเห็นกับตาระหว่างตนเองติดพันการต่อสู้ และนางก็ไม่ได้คิดจะช่วยใครด้วย

เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนดังเข้ามาใกล้จนนางต้องวางมือจากการสานใบไม้แล้วก้มลงมอง ดูจากเสื้อผ้าและตราที่พกอยู่เป็นสำนักเดียวกับสามคนนั่นที่เคยหาเรื่องนาง แต่สุดท้ายก็ถูกเล่นงานจับมัดบนต้นไม้ไป

“ดูสิว่าพวกเราเจอใครกัน”

“ฮ่า ๆ ล้างแค้นให้ศิษย์น้อง คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่”

“มารังแกเด็กตัวคนเดียวแบบนี้จะไม่น่าสมเพชเกินไปหน่อยหรือนั่น” เสียงหนึ่งเอ่ยแย้งในความคิดของพวกพ้อง แต่ก็ไม่มีใครสนใจเขาเลย คนอื่น ๆ นอกจากนั้นยังเอ่ยยุยงให้ฮึกเหิมกันไปยิ่งกว่าเดิม

เด็กหญิงบนต้นไม้ถอนหายใจเนื่องด้วยความเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเชื่อเลยว่าสำนักนี้จะมีพวกไร้สมองเยอะขนาดนี้ ตัวเองไร้ฝีมือจนถึงขั้นต้องพาพวกมารุม ไม่สำนึกตัวเลยสักนิด นางฝีมือเหนือกว่าพวกเขาจนเป็นที่เพ่งเล็ง ซึ่งข้อนี้นางแก้ไม่ได้ ไม่ว่าไปที่ไหนก็ต้องมีคนไม่ชอบใจอยู่แล้ว

ทว่าคนที่มองผู้อายุน้อยกว่าแต่ความสามารถมากกว่า นอกจากความรู้สึกอิจฉาที่ต้องไล่ตามให้ทัน ก็เป็นความริษยาที่ต้องการทำลาย อยู่ที่ว่าจะมองโลกแบบไหน

ซึ่งคนแบบหลังนั้นน่ารำคาญต่อนางเป็นอย่างมาก

ฉินหลิวซีโดดลงจากต้นไม้ ในเมื่อพวกเขามาให้ขอประลองฝีมือ นางก็จะสนองให้ เด็กหญิงไม่พูดอะไรนอกจากตั้งท่าเตรียมสู้ เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่านางเลือกที่จะไม่ประนีประนอม

ทุกคนที่รายล้อมนางตั้งกระบวนท่าแล้วจู่โจมเข้ามา ฉินหลิวซีชักกระบี่อ่อนของนางออกมา พร้อมเคลือบปราณเอาไว้ที่ตัวกระบี่ การทำเช่นนี้ทำให้กระบี่มีความทนทานมาก เมื่อพวกเขาเห็นนางทำเช่นนี้ได้ก็ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ นางระดับสูงขนาดไหนกันถึงได้ทำสิ่งนี้ได้

ต้องเข้าใจในปราณของตนเองระดับหนึ่ง

และควบคุมมันได้ดีมาก สามารถควบคุมมันให้เคลือบอาวุธได้อย่างมั่นคงโดยที่ยามกระทบกันกับอาวุธของศัตรูปราณที่เคลือบไว้ไม่มีสะเก็ดแตกออกมาแม้สักนิด

“นางมันสัตว์ประหลาดชัด ๆ”

“แก้แค้นให้ศิษย์น้องเรา ล้มนางให้ได้”

คนหนึ่งถูกปราณบีบอัดกระแทกเข้ากลางอกจนล้มกลิ้ง อีกสองคนก็ถูกคมกระบี่อ่อนทำให้บาดเจ็บจนร้องโอดโอย เมื่อเห็นศิษย์น้องถูกทำร้ายคนของสำนักเดียวกันที่เห็นเหตุการณ์ก็กรูกันเข้ามาช่วยอีกสองคน ส่วนคนอื่น ๆ เห็นว่ายังอยู่ในเวลาการแข่งขัน และพวกเขาอาจจะแย่งชิงแก่นอสูรกันก็ได้จึงไม่ได้เข้ามาสอด

แต่ช่วงเวลาสามวันที่ผ่านมานี้ก็ทำให้ฉินหลิวซีเหนื่อยล้าไม่น้อย นางพักผ่อนได้ไม่มากเท่าไร เพราะมีคนมาก่อกวนอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายแล้วผลกระทบนั้นก็แสดงออกในวันที่สาม สมองของนางตื้อไปหมด คิดไม่ออกกะทันหันว่ากระบวนท่าต่อไปคืออะไร

แต่เพราะร่างกายฝึกฝนมาจนจดจำได้ มันจึงเคลื่อนไหวไปเองโดยที่สมองของนางไม่ต้องสั่ง เป็นความเคยชินจึงตั้งรับดาบนั้นได้ทันท่วงที หากไม่แล้วข้อมือของนางก็คงขาด

ฉินหลิวซีรู้สึกมึนงงจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างว่าพวกเขาตะโกนอะไรบ้าง

“ส่งถุงมิติของเจ้ามา”

“นำแก่นอสูรมาชดใช้ให้ศิษย์น้องข้า!”

เกิดอาการตาพร่าอยู่พักหนึ่งจึงจับใจความสิ่งที่ได้ยินได้ หัวคิ้วเด็กหญิงขมวดมุ่นแล้วสบถตอบออกไปเสียงแข็ง

“ข้าไม่ให้ อย่าหวังเลยว่าจะได้ไป!” ฉินหลิวซีใช้มือข้างที่ว่างชักนำปราณสายหนึ่งออกมาแล้วโคจรรอบตัวเอง เป็นเกราะคุ้มกันคอยปัดป้องกระบี่ออกไปในจุดบอดของนางที่สายตาไปไม่ถึง

โรมรันกันอยู่ครู่ใหญ่ต่างฝ่ายต่างก็สะบักสะบอม เหลือเวลาเพียงหนึ่งเค่อสุดท้ายฉินหลิวซีจึงคิดยื้อเอาไว้ด้วยการทุ่มกำลังไปที่การป้องกันมากกว่าโจมตี

คนพวกนี้ระดับต่ำกว่านาง แต่ด้วยจำนวนมากก็ทำให้นางบาดเจ็บไม่น้อยยิ่งมีคนหนึ่งที่ระดับเท่านางยิ่งทำให้การต่อสู้ยากลำบากมากขึ้น หากสู้ตัวต่อตัวนางเชื่อว่าไม่มีวันพ่ายแพ้ แต่นี่พวกหมาหมู่ชัด ๆ

“แค่ก! ชิ...ไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ ว่าพวกไร้ฝีมือนี่จะทำให้ข้าบาดเจ็บได้”

“พูดจาอวดดีเหลือเกินนะ แทบจะยืนไม่ขึ้นแล้วยังปากเก่งอยู่อีก”

กฎในการแข่งขันคือห้ามฆ่า แต่ก็ไม่ได้ห้ามการทำให้บาดเจ็บสาหัส หากจะไปพิการเอาหลังจบการแข่งเพราะผลจากบาดแผลจะไม่ถูกนับ ซึ่งก็เป็นที่แน่นอน หากใครไปพิการในภายหลังด้วยการทำตัวเองหรือหาเรื่องใส่ตัวแล้วมาอ้างกฎการแข่งนี้ ใครจะยอมกัน ฉินหลิวซีต้องป้องกันจุดอ่อนทั้งหมดของนางไว้ให้ได้

การบีบอัดพลังปราณด้วยมือแล้วซัดเข้าใส่ศัตรูถูกย้อนคืนมาก็คราวนี้ ฉินหลิวซีถูกพลังปราณอัดกระแทกอย่างหนักหน่วงจนร่างลอยละลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้ด้านหลัง นางกระอักเลือดออกมาถึงสองครั้งแล้ว ดวงตาแทบจะมองเห็นไม่ชัด

ทันใดนั้นเสียงแตรสัญญาณก็ดังขึ้น ประตูที่เชื่อมต่อไปสู่ภายนอกเปิดออก เด็กหญิงไม่รอช้าดีดตัวมุ่งไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากพ้นประตูนั่นไปการแข่งถือว่าสิ้นสุด

อีกเพียงไม่กี่อึดใจนางก็จะพ้นแล้ว ทว่าก็ไม่เป็นอย่างใจเมื่อมีลูกไฟสามดวงพุ่งเข้ากระแทกใส่ตัวนางจากด้านหลัง รู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่กำลังเผาไหม้ภายในของนาง เหมือนเอาปอด หัวใจ และเครื่องในไปแช่อยู่ในน้ำเดือด

ฉินหลิวซีพ้นจากประตูในพริบตาต่อมา แต่ทันทีที่ออกมาได้นางก็กระอักเลือดและล้มลงไป

แพทย์สนามรีบเข้ามาทำการช่วยเหลือในทันที

บางคนบาดเจ็บไม่มากและอยู่รอดมาได้ถึงสามวันก็เดินเข้ากระโจมหมอด้วยตัวเอง

การแข่งนี้มีคนบาดเจ็บไม่น้อย แต่ตอนนี้คนที่บาดเจ็บหนักที่สุดดูเหมือนว่าจะเป็นฉินหลิวซี

“ท่านพี่!” ได้ยินเสียงน้องชายร้องเรียกอยู่ไกล ๆ แล้วนางก็ไม่ได้สติอีกเลย

ฉินซือหยวนโดดข้ามฉากกั้นเข้ามาพร้อมกับอาจารย์หมอ ซุนเป่ยฉีเข้ามาดูอาการลูกศิษย์ตัวน้อยก่อนที่สำนักแพทย์จะเข้ามาถึงตัวนางด้วยซ้ำ เขาตรวจชีพจรของนางก่อนจะไล่ตรวจดูจุดตันเถียน

ซุนเป่ยฉีขมวดคิ้วมุ่น อาการของนางสาหัสกว่าที่เห็นภายนอก

“อาจารย์! ท่านพี่ ท่านพี่ข้า...!” ฉินซือหยวนสติแตกหลังเห็นพี่สาวบาดเจ็บหนักเป็นครั้งแรก เขาลนลานไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ร้องเสียงดังเรียกหาพี่สาว

“ใจเย็นก่อน ยังไม่อันตรายถึงชีวิต” เขาบอก

แต่สีหน้าหมอเทวดาไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นเลย

“ทั้งสองท่านใจเย็นก่อน เราจะทำการรักษาให้อย่างสุดฝีมือ” แพทย์ฝึกหัดเข้ามาทำให้ทั้งสองคนใจเย็นลงก่อนจะขอตัวพาคนเจ็บเข้าไปในกระโจม

ซุนเป่ยฉีเดินตามเข้าไป และเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายคงเป็นห่วงลูกศิษย์มากจึงไม่ได้ห้ามแม้ว่าความจริงจะห้ามเข้าระหว่างทำการรักษาก็ตามแต่ หากอยู่ภายนอกกระโจมก็ไม่เป็นไร ทว่าเมื่อมาถึงบริเวณที่ทำการรักษาแล้วหมอเทวดากลับล้ำเส้นเข้าไปข้างในด้วย

“ที่นี่ห้ามเข้านะเจ้าคะ” แพทย์ฝึกหัดคนหนึ่งร้องเสียงตกใจ

“นางเป็นลูกศิษย์ข้า และข้าเป็นหมอ ข้าจะรักษานางเอง”

อาจารย์หมออีกคนหนึ่งที่ถูกเรียกมาประจำการที่นี่ชั่วคราวมองหน้าผู้บุกรุกนิ่งงัน เขาหันไปสั่งกับศิษย์ตนเองจากได้สบตากับคนผู้นั้น

“ปล่อยให้เขาทำ”

“แต่ว่าท่านอาจารย์เจ้าคะ...”

“ไม่เป็นไร ปล่อยให้เขาทำ”

“เจ้าค่ะ”

“นี่อุปกรณ์ขอรับ” หลังจากอาจารย์ตัดสินใจแล้วศิษย์ชายผู้หนึ่งก็นำถาดอุปกรณ์สำหรับการรักษามายื่นให้ถึงมือ

ซุนเป่ยฉีพยักหน้าและเดินไปหาลูกศิษย์ของตน กำชับให้ผู้เป็นน้องชายรออยู่ด้านนอก เขาเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เพราะเข้าไปก็คงจะเกะกะเปล่า ๆ ฉินซือหยวนเดินวนไปวนมาหน้ากระโจมอยู่นานสองนาน ใจพะวงถึงครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่ติดตามกันมา

ใจของเด็กชายกลัวมาก ไม่เคยเห็นพี่สาวเป็นเช่นนี้มาก่อน เวลาผ่านไปเกือบชั่วยามเขาก็ออกมา

ซุนเป่ยฉีออกมาก็เอ่ยบอกให้ผู้เป็นน้องไม่ต้องกังวล “ปลอดภัยดี”

ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก เขาอยากจะเข้าไปเยี่ยมแต่ไม่รู้ว่าผู้เป็นพี่จะตื่นหรือยัง ระหว่างที่ชะเง้อคอหวังมองลอดเข้าไปข้างใน ผ้าม่านกั้นเป็นประตูก็ถูกแหวกออกอีกครั้ง เป็นฉินหลิวซีที่เดินออกมา

“ท่านพี่! ท่านฟื้นแล้ว!” เขาโผเข้ากอดพี่สาวแน่นจนนางร้องโอดโอยขึ้นมาถึงได้ยอมปล่อย

“ขะ ข้าขอโทษ ๆ ท่านเจ็บแผลหรือ” พอเห็นพี่สาวร้องเขาก็ทำอะไรไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย เจ้าก็ระวังหน่อยแล้วกันช่วงนี้ จนกว่าแผลข้าจะหาย” เสียงของนางแหบแห้งจนน่าเป็นห่วง หน้าของนางยังซีดอยู่ ฉินซือหยวนจึงเข้าไปช่วยพยุงนางให้เดินง่ายขึ้น

อีกฝั่งหนึ่งของบริเวณนี้มีเวทีไม้ซึ่งถูกยกสูงนำมาตั้งเอาไว้ การประกาศผลกำลังจะเริ่มแล้ว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย บำเรอพิศวาสจอมมาร
8.5
เมื่ออดีตคนรักอย่างแอรอนกลับมาในฐานะนายจ้างผู้ทรงอิทธิพล ณัฐกานต์จึงต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นที่แฝงไปด้วยความโหยหา เขาใช้หน้าที่การงานข่มขู่บังคับให้เธอเข้าใกล้ แม้หญิงสาวจะพยายามรักษาระยะห่างเพื่อปกป้องหัวใจที่ยังรัก แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานอำนาจมืดและความเร่าร้อนที่เขามอบให้เพื่อลงโทษที่เธอเคยทิ้งไป รสจูบที่รุนแรงและป่าเถื่อนในรอบสี่ปีกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมพิศวาสที่เต็มไปด้วยความแค้นที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เพื่อรักษาทีมอารักขาของตนไว้
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้
หน้าปกนวนิยาย ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตยอดวีรสตรีผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินสยามอย่างห้าวหาญ นางได้กลับมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีสิริโฉมงดงามจนยากจะหาใครเทียบเคียงได้ แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่และคมดาบที่แหลมคมเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางอีกครั้งหนึ่งครั้งในต่างโลกใบภาคหนึ่ง