ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียนายเปลว

เมียนายเปลว

เมลานีชอกช้ำจากอดีตสามีที่นอกใจจนตายกับชู้รัก เหลือไร่ดาราจักรเป็นสินสมรส เธอจึงมาเพื่อขายไร่ แต่ต้องเผชิญหน้ากับนายเปลวหัวหน้าคนงาน ที่ต้องการรักษาไว้ เมื่อโอกาสมาถึงทำให้ต้องจับพลัดจับผลู ได้เสียเป็นผัวเมีย เขาจึงต้องรักษาทั้งไร่และเธอ เพื่อจะได้ให้เมลานีเป็น...เมียนายเปลว ตลอดไป ++++++++++++++++ เธอขึ้นคร่อมทับร่างเขา หยดน้ำพราวจากเส้นผมลู่ลงผิวสีทองแดง เปลวตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าตนเองตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ จะถูกผู้หญิงปล้ำ ภาพเมลานีปลุกเร้าความปรารถนา และมีอานุภาพทำให้เปลวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอทั้งอ่อนนุ่มและอบอุ่น ดูงดงามราวนางพรายน้ำแสนสวย ผุดขึ้นมาล่อหลอกให้ต้องมนตร์เสน่หา ก่อนจะช่วงชิงชีวิตให้ดับสูญ เธอคนนี้เป็นร่างแปลงของปีศาจไพร เปลวกำลังตกอยู่ในฝันหรืออย่างไร “เราเป็นแค่ผู้ชายผู้หญิงธรรมดาคู่หนึ่งเท่านั้นเอง คุณนพตายไปแล้วนะ เธอจะไปสนใจอะไร ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเขาหรอก เราไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว” เสียงผะแผ่วเธอปลดศีลธรรมในใจเปลวออก ตามกำลังกายล่างที่ดันดีด นี่ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่มีบุญคุณหรือความเคารพ แต่เป็นเรื่องระหว่างชายหญิง อาจเป็นการฉวยโอกาส แต่เลี่ยงความจริงไม่ได้ว่าเปลวก็ถูกใจเธออยู่เหมือนกัน “เรื่องที่เราจะทำนี่มันย้อนกลับไม่ได้แล้วนะครับ” เจ้าของเรือนคำรามต่ำ ดวงตาดำลุกโชนดังมีประกายไฟข้างใน “ไม่ใครย้อนอดีตได้ มีแต่ต้องมุ่งไปสู่อนาคต” คำตอบจากสติอันลางเลือน บ่งบอกนิสัยมองไปข้างหน้ามากกว่าจะคิดถึงอดีตของเธอ “มีแค่คืนนี้เท่านั้น” ++++++++++++++++++
ตอน
แชร์

ตอน 2

หญิงสาวปรายตามองทิวทัศน์สองข้างทางอย่างอึดอัดใจ ด้วยภาพที่เห็นเต็มไปด้วยต้นไม้รูปร่างเขียว ใบเรียวแหลม จะเป็นต้นข้าวโพดหรืออ้อยก็ไม่อาจทราบ ด้วยไม่มีความรู้เรื่องพืชมากนัก ปลูกเรียงยาวเป็นทิวแถวยาวสุดลูกหูลูกตา ลมพัดทีก็ไหวยวบยาบเหมือนคลื่นในทะเล ต่างแค่เป็นสีเขียวเข้มเท่านั้นเอง

เธอขับรถยุโรปหรูสองประตูมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่ยักเห็นทางแยกที่เขาบอกเลย ท่าจะหลงเสียแล้วกระมัง ถนนกว้างสี่เลนดูเวิ้งว้าง ยามเหลือรถเธออยู่คันเดียว

ดวงอาทิตย์เที่ยงวันทอแสงจ้า เห็นพยับแดดเต้นระยับบนพื้นยางมะตอย ทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าก็กรีดร้องลั่น จนสะดุ้งตัวโยน

[“คุณขิงถึงไหนแล้วครับ”] เสียงห้าว ที่ได้คุยกันบ่อยในพักนี้ทักทายด้วยคำถาม

[“ไม่รู้สิ แต่ฉันไม่เห็นทางแยกที่ว่าเลยนะนายเปลว”] เธอยักไหล่ เลี่ยงรถไปชิดริมถนนและขับช้าลง

[“มันอยู่ห่างจากปั๊มน้ำมันประมาณห้ากิโลนะครับ”]

[“ก็ฉันไม่เห็นนี่”] หญิงสาวกลอกตาขึ้นบน คนพูดนี่ผู้ชายเหลือเกิน ไม่ได้รู้นิสัยผู้หญิง พวกเธอจำทางไม่เก่ง แต่ถ้าให้บรรยายลักษณะสถานที่ว่าเป็นแบบไหน สีอะไรล่ะก็ ถนัดนักเชียว

อย่างปั๊มน้ำมันที่ผ่านมาเก่ามาก ป้ายแสดงราคาน้ำมันประจำวันสนิมเขรอะ จนไม่น่าเชื่อว่ายังเปิดกิจการอยู่ เพราะเห็นรถบรรทุกอ้อยเข้าไปจ่อคิวเติมน้ำมันอยู่สองคัน

[“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”]

[“ไม่รู้สิ เห็นแต่ไร่”]

เมลานีไม่ได้กวน ตอบตามจริงที่เห็น ด้วยบริเวณโดยรอบมีแต่ต้นไม้เขียวเข้มสูงท่วมหัว

[“งั้นจอดรถรออยู่ตรงนั้นนะครับ ผมจะไปรับ อีกยี่สิบนาทีจะโทรหา”]

เธอถอนหายใจหงุดหงิด นพจักรนะนพจักร แม้ตายไปแล้วยังมิวายทิ้งปัญหาให้ตามแก้ ญาติ ๆ เขาอยากได้เหลือเกินไร่นี้ ทั้งที่เมลานีมีหลักฐานทุกอย่างว่าเป็นเงินของเธอที่เขาขอมาซื้อ

“โธ่เอ๊ย!”

เมลานีสบถเมื่อเล่นอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ สัญญาณเป็นตัวอี แสดงว่าความเร็วเน็ตแย่สุด จะดูอินสตราแกรม หรือแช็ตคุยกับหุ้นส่วนก็ไม่ได้ กิจการกระเป๋าที่เธอทำกำลังไปด้วยดี สื่อโซเชียลเป็นตัวประชาสัมพันธ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

ในเมื่อนพจักรทำร้ายใจจิตใจเธอหนัก จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเก็บไร่นี้ไว้ คิดจะขายให้ใครก็ได้ที่สนใจ เขานัดเจอที่นี่ด้วย ชื่อเสี่ยอะไรสักอย่างจำไม่ค่อยได้ แต่จะเป็นใครก็ช่างเถอะ เมื่อคิดตัดสินใจดีแล้วก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้

เสียงคำรามของเครื่องยนต์ทรงพลังดังแว่วราวประกาศศักดาความเป็นเจ้าของสถานที่ ก่อนปรากฏภาพรถกระบะสีดำตอนครึ่งแล่นเร็วมาตามทาง ชะลอแล้วหักเลี้ยวมาจอดหน้ารถเธอ

มือสองข้างเมลานีกำพวงมาลัยแน่น เมื่อกี้นายเปลวบอกให้รอยี่สิบนาที แล้วนี่แค่ผ่านไปแป๊บเดียวเอง มาถึงเร็วจนน่าตกใจ แล้วที่สำคัญจะเป็นเขาจริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ หน้าตารึ ก็ไม่เคยเห็น ได้ยินกันเพียงเสียงเท่านั้น

ผู้ชายสวมหมวกปีกกว้างคนหนึ่งลงจากรถ ร่างสูงใหญ่ กระทั่งบังแสงอาทิตย์จนเป็นเงาดำทอดมาทางเธอ หญิงสาวจับตามองเขาตลอด ก้าวอาด ๆ มาจับจ้องเธอเช่นเดียวกัน

“คุณขิงใช่ไหมครับ”

หนุ่มในหมวกยกนิ้วขึ้นเคาะกระจก เมลานีกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาด ๆ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่าทำให้คนตัวเล็กอย่างเธอต้องแหงนมอง ดวงตากลมที่โตอย่างตระหนกยังไม่คลายความตึงเครียด

“ผมเปลว”

หัวหน้าคนงาน หนวดครึ้มตามแนวคาง ผมยาว แม้จะมัดรวบทิ้งชายไว้ด้านหลัง แต่ก็ดูไม่เรียบร้อย ผิวโผล่พ้นเสื้อเชิ้ตน้ำเงินเป็นสีทองแดง ยิ่งดวงตาดำคมลึกรีใต้คิ้วรก ๆ นั่น ทำเอาชวนไม่น่าไว้ใจ จ้องไม่เกรงใจว่าเธอเป็นเจ้านายที่สมควรเคารพเลย

“คุณไปขึ้นรถคันโน้นเถอะ ผมจะให้คนขับคันนี้ไปให้” เขาพยักหน้าไปยังพาหนะที่ตัวเองขับมา

“ไม่เป็นไร ฉันขับเองได้”

รู้สึกดีนิดหน่อยที่ได้เจอคนสมควรมาเจอ อีกคนมาด้วย เป็นหนุ่มร่างโปร่ง ผอมกว่าเขา ตัดผมรองทรง ยังนั่งอยู่ในรถ แต่มองมายังเธออย่างสนอกสนใจ จะรู้จักขับรถยุโรปหรือเปล่าก็ไม่รู้ รถคันนี้เธอหวง ขับคนเดียวตลอด ไม่เคยให้ใครได้จับ

“ทางเข้าไร่ ค่อนข้างวิบากนะครับ” เปลวปรายตามายังรถโหลดต่ำ สลับกับกระบะยกสูง

“ฉันขับเองได้ นายเปลวนำไปเถอะ” เมลานียืนยันคำเดิมอย่างถือดี

“ช่วงล่างรถคุณจะเจ๊งเสียก่อนน่ะสิ”

เธอรู้สึกว่าหัวหน้าคนงานไม่ได้เตือนเพราะห่วงหรือหวังดี ทว่าเป็นการขู่เสียมากกว่า

“ช่างมันเถอะน่า พาไป...”

เขาถอนหายใจ แล้วทำสิ่งไม่คาดคิด กระชากประตูรถเปิดออก

“ว๊าย!”

เธออุทานสุดเสียง ยามไอร้อนจากกล้ามเนื้อแน่น ๆ เบียดเข้ามาใกล้

“เขยิบไปสิครับ เดี๋ยวผมขับรถให้” เปลวออกคำสั่ง ก่อนโผล่หน้าจากกระจกตะโกนบอกอีกคนที่มาด้วย “ชาญ! ขับตามไปในไร่เลยนะ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าจะขับเอง” เมลานีแวดหน้าแดง จำต้องขยับไปอยู่อีกที่นั่ง ผู้ชายคนนี้เป็นอะไร ช่างบังคับจริง

เธอเกลียดผู้ชายวางอำนาจใหญ่โตแบบนี้ที่สุด แล้วรถคันหน้าเลี้ยวกลับล่วงหน้าไปเสียแล้ว โดยปล่อยให้เธออยู่กับเขาสองคน

“เราเสียเวลามากแล้วนะครับ คนงานในไร่รอคุณอย่างใจจดใจจ่อ พวกเขาอยากรู้อนาคตตัวเอง” มือหนาเงอะงะกับปุ่มและระบบกลไกไฮเทคของรถเพียงครู่ ก่อนจะจับจุดได้และพามันแล่นฉิว

“ฉันมาเพื่อขายไร่” หญิงสาวบอกความตั้งใจอย่างไม่ปิดบัง เชิดหน้าไว้ตัว ด้วยคิดว่าฐานะตัวเองเหนือกว่า

“ส่วนคนงานใครสมัครใจอยู่ต่อ ต้องคุยกับเจ้าของใหม่ ไม่อย่างนั้นฉันจะชดเชยให้ตามกฎหมายแรงงาน ที่ไร่มีฝ่ายบุคคลใช่ไหม ให้เขาทำประวัติมา จะได้ให้บัญชีจัดการให้”

เปลวเหลือบตามองเมียนายแวบหนึ่ง ผู้หญิงที่มีตัวตนรางเลือนเพียงในเรื่องเล่า นพจักรเคยบอกว่าแต่งงานแล้ว แต่ไม่มีแม้สักครั้งที่เธอจะย่างกรายมาไร่ แม้รูปภาพสักใบก็ไม่มี

หลังเจ้านายตาย นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงเธอและรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม

ตัวจริงก็เป็นอย่างที่คิด ผู้หญิงสวย สวมเชิ้ตผ้าเนื้อดีราคาแพงกับยีนเข้ารูป อวดหุ่นกลมกลึง กิริยากรีดกราย ผมทำสีน้ำตาลอ่อนม้วนปลายเซตมาอย่างดี แต่งหน้ากรีดตาเต็มที่ ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกชมพูฉ่ำ เนื้อตัวกรุ่นด้วยกลิ่นน้ำหอม ไม่มีทีท่าเศร้าหรือทุกข์เลยหลังสามีตายได้ไม่นาน

เขาไม่ชอบผู้หญิงประเภทนี้ เพราะเธอคงจัดอยู่ในกลุ่มสวยแต่รูปจูบไม่หอม

“ครับ นั่นก็แล้วแต่คุณ”

เปลวเดาสถานการณ์ออกอยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่อย่างน้อยก็ต้องการให้เธอมาพูดกับคนในไร่เองจะดีกว่า

เมลานีเม้มปากเคลือบลิปสติกสีชมพูพลางกอดอก ไม่ปิดบังอาการไม่พอใจคนแปลกหน้าช่างบังคับ

เขาเลี้ยวรถขวับกลางถนนโล่ง แรงเหวี่ยงทำเอาเจ้าของรถซึ่งไม่ทันคาดเข็มขัดนิรภัย ไถลตัวไปทางเขา ด้วยความตกใจชายหนุ่มเปลี่ยนมือซ้ายจับพวงมาลัย ส่วนขวาโอบคว้ารอบไหล่เธอไว้

“อุ๊บ!” จมูกโด่งชนเข้ากับอกอุ่นแข็งอย่างจัง

“ขับรถประสาอะไร ก็บอกแล้วไงว่าฉันจะขับเอง” เมลานีแหว หน้าซับสีเลือด ยกสองมือดันตัวออกห่าง เปลวหยุดรถ

“ผมนึกว่าคุณขิงคาดเข็มขัดแล้ว”

ไม่มีคำขอโทษ แถมยังเหมือนตำหนิอีกต่างหาก

“ทางเข้าไร่ตอนนี้แย่ เป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะรถบรรทุกเราเพิ่งเกิดอุบัติเหตุ”

เปลวเล่าผ่าน ๆ ท่ามกลางอาการใจเต้นระรัว เธอเพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดอุบัติเหตุเลยนะนั่น แถมยังตกอยู่ในวงแขนผู้ชายที่เพิ่งพบหน้า แม้มีสามีแล้วเมลานีก็ไม่ใช่ผู้หญิงกร้านโลก ที่ไม่ถือสากับการสัมผัสกันของเพศตรงข้าม

“ถ้าทางไม่ดีทำไมไม่ซ่อมล่ะ”

เธอซ่อนดวงตากลมไว้ใต้ปอยน้ำตาลผม ซึ่งตกระแก้ม ยามเอี้ยวตัวควานหาเข็มขัดนิรภัยมาคาด

“ค่าซ่อมต้องใช้เงินก้อนใหญ่ คุณนพกำลังจะอนุมัติ แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว”

เขารอจนเธอจัดการเครื่องป้องกันตัวเองเสร็จ จึงค่อยออกรถใหม่

เมลานีคิดในใจว่าเยอะขนาดไหนกันเชียว เธอไม่ต้องการเสียเงินไปมากกว่านี้อีกแล้ว นอกจากเงินจ่ายคนงาน ไม่เช่นนั้นเวลาขายไร่จะยิ่งเข้าเนื้อ

เปลวขับรถย้อนกลับไปทางเธอผ่านมา แล้วเลี้ยวเข้าถนนซีเมนต์สองเลน ก่อนต่อด้วยลูกรังทอดยาว เสียงกรวดดินดีดกระทบใต้ท้องรถดังคึ่ก ๆ

“คุณนพเอาเงินไปทำอะไร ลาดยางถนนรึก็ไม่หมด”

เมลานีบ่นอุบ ด้วยแม้อยู่ในรถยุโรปช่วงล่างนิ่มดี แต่ยังมิวายรับรู้ความกระเด้งกระดอนของพื้นถนน

“นี่ถนนอบต.ครับ เป็นของหลวง ถ้าอยากให้ลาดยางต้องจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา คุณนพไม่ส่งเสริมการทุจริต เลยปล่อยไว้อย่างนี้”

เปลวยกมุมปากยิ้มนิด ๆ ชื่นชมเมื่อคิดถึงนิสัยส่วนดีของเจ้านาย

“มิน่ารถบรรทุกถึงได้เกิดอุบัติเหตุ”

ปากเคลือบลิปสติกบ่นอุบ ขณะมือสองข้างจับเข็มขัดนิรภัยแน่น กลัวเหตุการณ์เดิมซ้ำรอย

“นายก็ขับดี ๆ ล่ะ”

ตบท้ายด้วยคำสั่ง เขาไม่ตอบ ตามองมุ่งไปยังถนน กระทั่งถึงหลุมบ่อดังที่เล่า รถกระบะดำล่วงหน้าไปจอดรอไม่ไกลนัก เปลวพยายามบังคับหลบเลี่ยง ทว่ายังเจอล้อรถตกหลุม ทำเอาเธอเด้งจากเบาะตกลงก้นจ้ำเบ้า

“อีกนิดเดียวก็ผ่านได้แล้วครับ” เปลวปลอบสาวชาวเมือง หลังเห็นเธอหน้าเหยเก

“ว้าย! นายเปลวระวัง”

หลุมอีกอันอยู่ข้างหน้า ใกล้เสียจนกลัวว่าล้อจะไปติดหล่ม ตาเธอหลับปี๋ด้วยหวาดเสียว มือจับแขนคนขับอย่างลืมตัว ใบหน้ากลายเป็นซบแขนแนบแน่น

หูได้ยินเสียงเครื่องยนต์ตัวเองครางครืดคราด ก่อนแผ่วลงเป็นปรกติในที่สุด

เปลวถอนหายใจยาว เพราะเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ได้ขับรถหรูลุยถนนวิบากแบบนี้ หากเป็นกระบะคันเก่งจะไปได้เร็วกว่า

เขาเอี้ยวหน้ามายังเพื่อนร่วมทาง ขณะทอดตาลงมอง จมูกก็ชิดเรือนผมนิ่ม กลิ่นรวยรินกรุ่นกำจายเหมือนดอกไม้ฉ่ำหลังฝนตก มืออุ่นละมุนจับแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

“คุณขิง จะถึงไร่แล้วนะครับ”

เปลวเตือนทั้งเธอและตัวเอง เมลานีกำลังกลัว จึงทำอะไรแบบไม่คิด เขาก็ไม่ควรจะคิดด้วย แต่ชายหญิงแตะเนื้อต้องตัวโดนกันนิดหน่อย อย่าหวั่นไหววูบวาบไปเลย เธอค่อยลืมตา ปล่อยมือผละจากเขาดังทิ้งของร้อน

“ขอบใจที่พามา”

เมลานีกระแทกเสียง ขยับมานั่งตัวตรง แกล้งจัดทรงผมให้ดูดี ปกปิดความอับอายต่อหน้าเขาเป็นครั้งที่สอง เปลวเพียงผงกศีรษะ แล้วรถยุโรปคันงามก็แล่นเข้าสู่ซุ้มประตูไม้ซุงสลักชื่อไร่ดาราจักร สมใจการรอคอยของใครหลาย ๆ คน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คำมั่นเขา  หายนะเธอ
8.5
ชีวิตสถาปนิกของฉันพังทลายเมื่อคเชนทร์คู่หมั้นทรยศด้วยการยกผลงานฉันให้รักแรกของเขา เขาปล่อยให้เธอทำร้ายฉันและขึ้นบัญชีดำฉันจากวงการ แม้ฉันจะอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่เขากลับผลักฉันล้มลงอย่างเลือดเย็นที่โรงพยาบาลแล้วทิ้งไป ความเจ็บปวดทำให้ฉันตัดสินใจหนีไปต่างประเทศพร้อมลูกในครรภ์ เปลี่ยนตัวตนใหม่และตัดขาดจากอดีตโดยสิ้นเชิง ห้าปีผ่านไปในฐานะคนแปลกหน้า ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหยื่อให้คำสัญญาจอมปลอมของเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค3
8.2
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในยุค 90 อันแสนคิดถึง แต่การกลับมาในหนนี้มีเป้าหมายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยเป็นฝ่ายวิ่งตามความรักและคอยตื้อชายในดวงใจจนเหนื่อยล้า ในชีวิตใหม่นี้เธอตัดสินใจที่จะวางตัวให้มีเสน่ห์และน่าค้นหา เพื่อเปลี่ยนกระดานให้เขากลายเป็นฝ่ายที่ต้องมาคอยตามจีบและตื้อเธอแทน เรื่องราวความรักที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับบทพิสูจน์ใจครั้งใหม่ที่เธอเป็นคนคุมเกม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย หัวใจร้าว(รัก)ในวันวาน
8.9
ความสัมพันธ์สี่ปีของพัชชาและพิสุทธิ์พังทลายลงเมื่อฝ่ายชายทรยศความเชื่อใจด้วยการนอกใจ พัชชาตัดสินใจไล่สามีออกจากบ้านแม้จะยังเจ็บปวดและโหยหาอ้อมกอดของเขา ขณะที่พิสุทธิ์พยายามแก้ตัวว่าความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากความแค้นไม่ใช่ความรัก ท่ามกลางความขัดแย้ง หนูตัวน้อยอย่างพิชญาเข้ามาขัดจังหวะพร้อมคำถามแสนเศร้าถึงน้องที่จากไป การสูญเสียลูกในท้องกลายเป็นแผลลึกที่ตอกย้ำความร้าวราน พัชชาต้องฝืนยิ้มปลอบลูกสาวทั้งที่หัวใจสลายเมื่อเห็นพิชญาพยายามลูบท้องมองหาน้องที่ไม่มีวันกลับมา
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจนายมาเฟีย
9.7
ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มเสน่ห์แรง เขามักใช้ชีวิตเพลย์บอยควงสาวไม่ซ้ำหน้าและไม่เคยคิดมอบหัวใจให้ใคร ทว่าโชคชะตากลับเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้เข้าช่วยเหลือหญิงสาวคนหนึ่งไว้โดยบังเอิญ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้นทั้งที่ยังไม่ทราบแม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำทุกทางเพื่อครอบครองเธอและไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด