
พ่ายรัก หัวใจมาร
ตอน 3
นับเป็นวันที่คุณหญิงพิศเพลาตั้งหน้าตั้งตารอมาตลอดหลายปีที่จะได้หลานชายกลับคืนสู้อ้อมกอด เพราะนับตั้งแต่แม่ประนอมลูกสะใภ้เสีย หลานชายก็เข้ามาขอไปเรียนต่างประเทศทันทีเพราะทนคิดถึงแม่ที่จากไปไม่ไหว ซึ่งนางเองก็ไม่ได้คัดค้านเพราะเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับหลานชาย กระทั่งวันนี้เมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้ง หญิงชราก็ไม่รีรอรีบเดินลงมาคว้าเจ้าของร่างกายกำยาสูงใหญ่เข้ามากอดเมื่อพบหน้าซึ่งอีกคนนั้นก็กอดตอบผู้เป็นย่าก่อนจะเอ่ยล้อเลียนอย่างเป็นกันเอง
“คิดถึงจังเลยครับ มองไกลๆ ผมนึกว่าสาวๆ ที่ไหนอีกนะครับเนี่ย ย่าผมนี่ดูไม่แก่เลย”ชาญยอผู้เป็นย่าก่อนจะหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างคิดถึง
“ไม่ต้องมาปากหวานใส่ย่าเลยพ่อตัวดี! รู้ไหมว่าทำย่าคิดถึงแค่ไหน ไหนบอกว่าขอไปเรียนแค่สามสี่ปี นี่อะไรกัน หายตัวไปเกือบสิบปี”
“โถคุณย่าครับ ผมก็กลับมาหาคุณย่าแล้วนี่ไงครับ ผมรับรองว่าจากนี้จะไม่ไปไหนอีก จะอยู่จนคุณย่าเบื่อหน้ากันไปข้างเลยดีไหมครับ” ภาพของสองย่าหลานเป็นภาพที่ใครได้เห็นต่างก็พลอยยิ้มตาม ไม่เว้นแม้แต่คนที่ได้แต่แอบมองทั้งคู่อยู่ไกลๆ อย่างพุดกรองที่มองมันทั้งน้ำตา
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ…คุณชาญ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเพียงลำพัง ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าครัวไปทำงานที่ค้างคาอยู่ของตัวเองต่อไป
“นี่จัสมินครับคุณย่า คนรักของผมเอง สวยถูกใจคุณย่าไหมครับ”
ชาญเริ่มต้นเอ่ยแนะนำแฟนสาวที่พามาเปิดตัวให้ผู้เป็นย่ารู้จักเมื่อย้ายมานั่งพูดคุยกันบนเรือนใหญ่ที่ทุกๆ อย่างยังคงเหมือนเดิมในความรู้สึกของเขา จะมีก็แต่ผู้คนมากหน้าหลายตาที่เขารู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แปลกตาไป
“สวยจ๊ะ สวยไม่มีที่ติเลย อยู่ที่นี่ก็ถือเสียว่ามันเป็นบ้านของหนูเถอะนะ ขาดเหลืออะไรก็บอก เดี๋ยวย่าจะได้สั่งให้คนจัดหามาให้” คนถูกพูดด้วยยิ้มรับก่อนจะยกมือไหว้ย่าของแฟนหนุ่มเมื่อท่านมีเมตตาต่อเธอ
“ขอบคุณมากค่ะคุณย่า คุณย่าใจดีอย่างที่ชาญบอกไว้จริงๆ ด้วยค่ะ” นางพิศเพลาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ นับว่าหลานชายหาคู่ครองได้ดีทีเดียว ซึ่งนางก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ ไม่ว่าชาญจะรักใคร ต่อให้จะดีพร้อมแค่ไหนนางก็ยินดีต้อนรับเสมอ ขอแค่เป็นคนดี และรักหลานนางด้วยใจจริงเท่านั้นพอ
งานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของชาญดำเนินมาอย่างยาวนานถึงดึกดื่นโดยมีกลุ่มคนงานชายไม่ต่ำกว่าสิบคนที่ชวนผู้เป็นนายที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายปีตั้งวงเหล้าที่บริเวณล้านกว้างหน้าเรือนใหญ่ ส่วนผู้หญิงกับเด็ก ต่างก็พากันแยกย้ายไปพักผ่อนกันสักพักใหญ่ๆ เลยทำให้ทุกอย่างเริ่มอยู่ในความสงบไม่ได้วุ่นวายเหมือนในช่วงกลางวันที่ผ่านมา
“ชาญคะ คุณช่วยไปหยิบโทรศัพท์ให้จัสมินหน่อยได้ไหมคะ จัสมินลืมโทรไปบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเรามาถึงแล้ว กลัวพวกท่านจะเป็นห่วงน่ะค่ะ” ชาญยิ้มรับต่อคำขอร้องของคนรักก่อนจะลุกเดินขึ้นเรือนใหญ่เพื่อไปหยิบเอาโทรศัพท์ให้ตามคำขอ แต่ก็ไม่วายให้ไปกำชับสั่งคนงานไม่ให้วุ่นวายกับคนรักของเขา ไม่อย่างนั้นพวกมันจะไม่ได้ตายดี
ชายหนุ่มเดินขึ้นมาได้ก็ชะงัก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหลังไวๆ ของใครบางคนที่กำลังเดินหนี ท่าทีมีพิรุธนั่นทำให้ต้องร้องเรียกเสียงแข็ง
“นั่นใคร!” คนถูกเรียกหยุดฝีเท้าก่อนจะแน่นิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจกับอะไรบางอย่าง
“ฉันถามว่าใคร!” หนนี้ชาญไม่ถามเปล่าให้เสียเวลาอีกต่อไป เขาตัดสินใจเดินตรงเข้าไปใกล้คนน่าสงสัยที่ว่า ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เจ้าของร่างบอบบางนั้นทำท่าจะวิ่งหนีกันไป คว้าหมับที่ต้นแขนกลมกลึงไว้ก่อนจะจัดการกระชากมันอย่างแรงเพื่อให้เจ้าของหันมาเผชิญหน้ากัน
“เธอ…”
ใบหน้าคมคายชะงักงันยามเมื่อได้เห็นใบหน้าของเจ้าของเรียวแขนที่เขาเพิ่งกระชากให้หันกลับมาเผชิญหน้า
ผู้หญิงคนนี้…ใครกัน!
“พุดเองค่ะคุณชาญ พุดแค่จะออกมาดูว่ากับแกล้มในงานใกล้หมดรึยังจะได้ยกออกไปเพิ่มให้ค่ะ” ชาญไม่ได้สนใจต่อคำอธิบายนั้นเลยในนาทีนี้ สายตาของเขากำลังมองสำรวจใบหน้าอ่อนหวานของคนตรงหน้ามากกว่า ไม่อยากจะเชื่อว่าเวลาแค่ไม่กี่ปีจะเปลี่ยนยัยลูกแมวมอมแมมให้กลายมาเป็นสาวสวยชวนมองแบบนี้ อกเอย เอวเอย เหมาะเจาะพอดีไปหมด ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เหมือนทุกสิ่งที่รวมเป็นหล่อนจะถูกใจจนไม่อาจละสายตาได้ กว่าสติจะกลับเข้าที่เข้าทางก็เผลอมองคนตรงหน้าไปเสียนาน นั่นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดตัวเองไม่น้อย
“นึกว่าใคร! ที่แท้ก็ยัยเด็กขี้ฟ้องนี่เอง แล้วนี่…เธอยังอยู่ที่นี่อีกรึไง โตจนป่านนี้แล้วทำไมยังไปอีก หรือคิดจะเกาะย่าฉันกินไปจนตาย!” มันไม่ได้ผิดไปจากที่คิดเอาไว้เท่าไหร่ที่อีกคนจะหาเรื่องกันทันทีเมื่อพบหน้า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็แอบหวังว่าเวลาที่ผ่านมาจะช่วยทำให้เขาเติบโตเป็นคนที่มีเหตุผลมากขึ้น แต่เหมือนสิ่งที่ได้เห็นจะไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมเลยสักนิด เขาเคยมองเธอในแง่ร้ายยังไงตอนนี้ก็มองอย่างนั้นไม่เปลี่ยน
“พุดไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะคุณชาญ พุดสำนึกดีว่าที่มีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะบุญคุณของคุณท่าน ที่พุดไม่ไปก็เพราะ…”
“ย่าเป็นคนสั่งห้ามไม่ให้แม่พุดไปเอง” คนที่ตอบคำถามคือคุณหญิงพิศเพลา ที่บังเอิญผ่านมาเห็นการปะทะคารมของทั้งคู่เข้าพอดี
“คุณย่า…”
คุณอาจจะชอบ





