ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรัก หัวใจมาร

พ่ายรัก หัวใจมาร

“พ่อของข้าวโพดเป็นใคร!” คำถามที่ดังขึ้นทำพุดกรองตัวสั่นหน้าเสีย เธอเบิกตากว้างอย่างตกใจไม่คิดว่าจู่ๆเขาจะถามคำถามนี้ขึ้นมาอีก “ฉันถามว่าพ่อเด็กนี่เป็นใครพุดกรอง!” ยิ่งอีกคนแน่นิ่งชาญยิ่งต้องค้นหาคำตอบให้กับตัวเองโดยเร็วที่สุด ยังไงวันนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าใคร! ใครกันแน่ที่เป็นพ่อของเด็กคนนี้!
ตอน
แชร์

ตอน 1

เกิดความโกลาหลยกใหญ่ขึ้นภายในไร่ธนาสินธุ์เมื่อจู่ๆ นาย ‘ดำ’ หัวหน้าคนงานเก่าแก่ก็หายตัวไปพร้อมกับเงินค่าแรงของคนงานนับร้อยชีวิต จำนวนของเงินที่หายไปนั้นมากมายมหาศาลเพียงพอที่จะทำให้เขาหนีไปตั้งตัวได้ใหม่โดยไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร จะมีก็แต่บุตรสาวที่มีอายุเพียงสี่ขวบเท่านั้นที่ถูกทิ้งให้นั่งร้องไห้เฝ้ารอการกลับมาของพ่อเพียงลำพัง

“มีคนเห็นไอ้ดำมันขึ้นรถตู้จากท่ารถไปเมื่อตอนสายไม่ผิดตัวแน่ครับคุณหญิง” หนึ่งในคนงานที่ออกตามล่าคนผิดจำต้องรีบแจ้งข่าวร้ายให้ผู้เป็นเจ้านายได้ทราบทันทีที่ลงจากรถ ทว่าสายตาของนางพิศเพลานั้นกลับไม่ได้ให้ความสนใจใครเลยนอกเสียจากเด็กน้อยตาดำๆ เนื้อตัวมอมแมมตรงหน้า ความรู้สึกเดียวที่มีต่อเด็กคนนี้คือความสงสารจับหัวใจ

“จะต้องเป็นพ่อที่เลวขนาดไหนถึงได้ทิ้งลูกแล้วหนีไปใช้ชีวิตสุขสบายคนเดียวแบบนี้ได้! สั่งคนของเราให้เลิกตามหา ในเมื่อมันกล้าที่จะทรยศบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของฉัน! ก็ปล่อยให้เวรกรรมตามสนองมันไป คนเลวๆ แบบนั้นไม่มีวันเจริญหรอก!” ทุกคนต่างเคารพในการตัดสินใจของผู้เป็นนาย แต่จะมีบางส่วนไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้คนผิดลอยนวล

แต่ก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะขัดคำสั่ง

“แล้วจะทำยังไงกับนังเด็กนี่ดีครับคุณหญิง ให้ผมเอามันไปทิ้งไว้ที่บ้านเด็กกำพร้าดีไหมครับ” หนึ่งในคนงานตัดสินใจถามขึ้นเพราะเท่าที่ดูเด็กน้อยที่เอาแต่นั่งร้องไห้กอดตุ๊กตาหมีตัวเก่าไม่มีญาติที่ไหนเลยนอกจากผู้เป็นพ่อที่หนีหายไป ซ้ำร้ายยังใจดำทอดทิ้งลูกของตัวเองได้ลง

“แกเห็นฉันเป็นคนใจยักษ์ใจมารขนาดนั้นเลยรึ! หมาแมวยังเก็บมาเลี้ยงได้จนกินอิ่มนอนหลับ นับประสาอะไรกับเด็กตาดำๆ คนเดียวที่จะเลี้ยงไว้เอาบุญมันไม่ได้ นังสร้อยนังอ่อน! เดี๋ยวพวกแกพาเด็กนี่กลับบ้านใหญ่ จับมันอาบน้ำอาบท่าแล้วหาข้าวหาปลาให้กินเสีย” คุณหญิงพิศเพลาใช้เวลาคิดไม่นาน จึงตัดสินใจหันไปสั่งคนสนิทที่คอยติดตามทั้งสอง

“คุณท่านจะเลี้ยงมันเอาไว้เหรอคะ แต่นังเด็กมันเป็นลูกโจรนะคะ” เดือดร้อนนางสร้อยคนสนิทที่จำต้องถามซ้ำ ไม่นึกเห็นด้วยกับผู้เป็นนายที่จะเลี้ยงลูกโจรเอาไว้ใกล้ตัว ด้วยกลัวว่าเรื่องเลวร้าวอาจซ้ำร้อยเข้าสักวัน

“ลูกโจรแล้วมันยังไง! พ่อเลวก็ใช่ว่าลูกมันจะต้องเลวตามไปด้วยเสียเมื่อไหร่กัน ให้มันรู้กันไปสิว่าฉันจะเลี้ยงเด็กนี่ให้ดีผิดพ่อมันไม่ได้!” เจ้าของคำถามถึงกับหน้าสลดเมื่อเจอเข้ากับคำต่อว่าซึ่งๆ หน้าจากนาย

“ว่าแต่ใครรู้บ้างว่ามันชื่อแส่อะไร”

“เห็นพ่อมันชอบเรียกว่านังพุดครับคุณหญิง ชื่อจริงพุดกรองครับ” คุณหญิงพิศเพลายิ้มรับกับชื่อเด็กที่พ่อแม่เข้าใจตั้งให้ สายตาของนางอ่อนแสงลงยามจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าให้ถนัดตา เชื่อในสายตาของตนเองว่าเด็กนี่จะต้องได้ดีในภายภาคหน้า ท่านจะทำให้ทุกๆ คนได้เห็นว่าคนเราดีชั่วอยู่ที่ตัวกระทำ ไม่ได้อยู่ที่สันดานของใครอย่างที่พวกมันแอบคิดกัน

“เอาล่ะแม่พุดกรอง…จากนี้ไปเธอเป็นคนของฉัน ไปอยู่เสียด้วยกัน ฉันจะสั่งสอนให้โตขึ้นเป็นคนดี จะให้เรียนสูงเท่าที่หล่อนอยากจะเรียน” นั่นคือคำสัญญาที่เด็กน้อยทำได้เพียงยิ้มรับอย่างไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้กระทั่งว่านับจากวันนี้เป็นต้นไปชีวิต ของเธอจะถึงจุดเปลี่ยนตลอดกาล

สิบเจ็ดปีต่อมา

ภาพของเจ้าของร่างบอบบางอ้อนแอ้นเจ้าของใบหน้างดงามที่กำลังวิ่งลัดผ่านทุ่งข้าวโพดสีเขียวชอุ่มมักจะเป็นภาพที่คนงานภายในไร่ธนาสินธ์ต่างได้เห็นกันจนชินตาแทบทุกวัน มันมักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเมื่อหญิงสาวกลับมาจากมหาลัยด้วยรถประจำที่จะส่งเพียงแค่หน้าไร่เท่านั้น หนทางที่เหลือเกือบสี่กิโลเมตรเธอจำต้องเดินเท้าเข้าไป แต่นั่นกลับไม่ใช่ปัญหาสำหรับพุดกรองแม้แต่น้อย เพราะการได้เดินกินลมชมวิวไร่ข้าวโพดยามเย็นแห่งนี้นับว่าเป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้

“ทำข้อสอบได้ไหมเล่านังพุดวันนี้” นางแช่มหนึ่งในคนงานร้องถามเมื่อจำได้ ว่าวันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนเรียนจบมหาลัยของหญิงสาว

“ทำได้จ๊ะน้าแช่ม เดี๋ยวพุดขอตัวขึ้นไปหาคุณท่านที่เรือนใหญ่ก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวจะกลับมาช่วยคัดข้าวโพด” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มก่อนจะวิ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ สถานที่ซึ่งผู้มีพระคุณของเธอรอฟังข่าวดีอยู่ที่นั่น

คุณหญิงพิศเพลา นายใหญ่ของที่นี่คือคนที่เธอกำลังกล่าวถึง ท่านไม่เพียงแต่มีพระคุณกับเธอเท่านั้น ยังให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักพึง และที่มากกว่าอะไรทั้งหมดนั้นคือการส่งเสียเธอให้ได้เรียนมานับตั้งแต่จำความได้ เธอรู้เรื่องราวในชีวิตของตัวเองผ่านจากปากของคนงานคนอื่นๆ และเรื่องเดียวที่ทำให้รู้สึกแย่คือเรื่องของบิดาที่ทำเรื่องไม่ดีไว้ก่อนจะหนีหาย และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยมีใครได้ข่าวจากท่านเลย แม้แต่เธอเอง

ชีวิตของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ตอนนั้นมีอายุเพียงสี่ขวบถูกชุบเลี้ยงขึ้นมาใหม่ด้วยความรัก ความเมตตาของคุณหญิงพิศเพลาและคุณประนอมลูกสะใภ้ที่เพิ่งจะเสียไปเพราะโรคร้าย ไม่เคยมีเลยสักวันที่เธอจะหลงลืมประคุณของทั้งสองท่าน และวันนี้วันที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ซ้ำยังสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดันหนึ่งมาครองได้สมใจ คนแรกที่ได้บอกก็คือคุณท่าน ผู้ซึ่งคาดหวังในตัวของเธอเอาไว้มาก และเธอก็เคยไม่ทำให้ท่านผิดหวังสักครั้ง ทำทุกๆ อย่างตามที่ท่านได้สอนสั่งมาตลอดหลายสิบปี

“คุณท่านคะ” น้ำเสียงที่อัดแน่นไปด้วยดีใจของคนที่รออยู่ทำให้คุณหญิงพิศเพลายิ้มเมื่อได้เห็นก่อนจะเอ่ยถามถึงสิ่งที่ต้องการจะรู้ออกมา

“ยังไงเล่าแม่คนนี้ เดินปกติเหมือนชาวบ้านเขาไม่เป็นรึถึงได้วิ่งเหงื่อท่วมหน้ามาแบบนี้” แม้คำพูดของหญิงชราจะเหมือนตำหนิแต่พุดกรองก็รู้ได้ว่าท่านไม่ได้คิดจริงจังกับท่าทีเป็นม้าดีดกะโหลกของเธอเท่าไหร่

“พุดทำได้แล้วค่ะ พุดเรียนจบแล้ว แถมยังได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยค่ะ” พุดกรองเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ซึ่งอีกคนก็ยิ้มร่วมด้วยเมื่อได้รู้ข่าวดีของคนในปกครอง ไม่ได้แปลกใจเสียทีเดียวที่พุดกรองจะทำได้เพราะนางเลี้ยงมาเองกับมือมีหรือที่จะไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ใฝ่ดีแค่ไหน ไม่ว่างานบ้านงานเรือนรึก็เป็นหมด ใครได้ไปเป็นเมียคงสุขสบาย

“เก่งสมกับที่ฉันคาดหวังเอาไว้จริงๆ ฉันดีใจด้วยนะแม่พุด แล้วนี่คิดไว้หรือยังว่าเรียนจบหล่อนอยากจะทำอะไรต่อ” อนาคตของใครก็ย่อมมีความสำคัญทั้งนั้น นางเชื่อว่าเด็กคนนี้จะไปได้ไกลไม่ว่าจะเลือกทางไหน

“พุดอยากช่วยงานในไร่ค่ะ” พุดกรองตอบโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ เธอรักที่นี่ อยากใช้ความรู้ความสามารถที่สู้อุตส่าห์เรียนมาทำประโยชน์ให้ผู้มีพระคุณไม่มากก็น้อย ส่วนเรื่องอื่นแทบไม่เคยคิดถึงเพราะถือคติว่าเธอเกิดและเติบโตที่นี่ ที่นี่จึงไม่ต่างอะไรจากบ้านของเธอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายนายวิศวะ
8.2
รีนลดาตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเธอไม่ได้ครองตัวโสดอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่ความสัมพันธ์ที่มีอยู่นั้นกลับซับซ้อนเกินกว่าจะเรียกว่าแฟน เพราะเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดบางอย่างไปไกลแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับรุ่นพี่วิศวะจอมบงการที่เคยสั่งห้ามไม่ให้เธอทำตัวสนิทสนมหรือแม้แต่ทำเป็นรู้จักกันในที่สาธารณะ ความอึดอัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความท้าทายเมื่อเธอตัดสินใจเชิดหน้าสู้เพื่อพิสูจน์จุดยืนของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย สิบปีที่ทุ่มเท แลกความเจ็บปวด
9.4
ตลอดสิบปี เปมิกาทุ่มเทปั้นเจษฎากรจากนักแสดงไร้ชื่อจนเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง แต่ความภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เมื่อเขาแอบลักลอบมีชู้กับดุจดาวมานานหลายปี ทว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่เขาพรากชีวิตลูกในครรภ์และทำลายร่างกายเธอจนย่อยยับ ความรักที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันเย็นเยียบ เปมิกาจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม โดยวางแผนทำลายทั้งชื่อเสียงและอนาคตของเขาให้พังพินาศเหมือนที่เขาเคยทำกับเธอ
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเมียแสนชัง
9.1
ปรมะพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับนักศึกษาของตัวเองจนตั้งท้อง เขาจำใจต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีทางเลือก แต่ผู้ชายระดับไฮเอ็นเช่นเขาไม่ยอมเข้าตาจนง่ายๆ หรอก ในเมื่อพลาดไปแล้วก็ช่างมัน รับแค่ลูกเอาไว้ และเขี่ยแม่ของเด็กทิ้งลงถังขยะ นี่แหละคือทางออกที่ยอดเยี่ยมที่สุด! ตัวอย่างเล่ม : ระหว่างที่รองเท้าสีดำเงาวับกำลังย่ำลงไปบนพื้นกระเบื้องราคาแพง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาชนเข้าที่ขาด้านหลัง ปรมะหยุดเดิน และก็หมุนตัวกลับไปมองสิ่งที่พุ่งเข้ามาปะทะร่างกายของตัวเอง เด็กผู้หญิงถักเปียสองข้าง... เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งเผชิญหน้ากับเด็กตัวจ้อย “อย่าวิ่งซนนะครับเด็กดี...” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างดีใจ “คุณพ่อ...” เขาไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของเด็กหญิงตรงหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจจนแทบช็อกคือใบหน้าของเด็กหญิงคนนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเขาตอนเด็กไม่มีผิด ปรมะถึงกับอึ้งงันไป แต่เด็กน้อยยังคงยิ้มแถมยังยกมือขึ้นลูบหน้าของเขาไปมา “คุณพ่อจริงๆ ด้วย... ไข่มุกไม่ได้ฝันไป... เย้...” “หนู...” ตอนนี้แม้แต่จะพูดออกมาให้เป็นคำยังยากสำหรับปรมะเลย เด็กคนนี้เรียกเขาว่าพ่อ แถมยังมีหน้าตาถอดแบบมาจากเขาในตอนเด็กอีกต่างหาก ซีรีส์ในชุดที่เกี่ยวข้องกัน 1. ขายหัวใจให้ท่านประธาน 2. มลทินรัก CEO 3. คืนเผลอรัก 4. อุ้มรักเมียแสนชัง
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมเสน่หาวิวาห์สวาท
9.0
ร่างสูงเดินเข้าหาอย่างคุกคาม มองหญิงสาวเหมือนเสือร้ายรอตะครุบเหยื่อ ไม่เคยมีผู้หญิงสวยๆ คนไหนหลุดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้ และตอนนี้เขาก็จะไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด ผู้หญิงที่หยามเขาครั้งแล้วครั้งเล่า “ท่าทางคุณจะพูดไม่รู้เรื่อง ฉันขอตัวก่อน” มุกอันดาก้าวถอยหนี ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะเธอรังเกียจท่าทางหยาบคายของเขาต่างหาก “จะไปไหนเล่า คุณหนูมุกคนสวย” “ว้าย!!!” มุกอันดาร้องอย่างตกใจเมื่อโดนกระชากแขนเอาไว้ ไฟฉายหล่นลงไปกองกับพื้นใต้แคร่ แสงสว่างยังส่องให้มองเห็นทั่วเพิงพัก สายฟ้าที่แลบแปลบปลาบทำให้เธอมองเห็นสายตากระหายของเขาอย่างชัดเจน “ปล่อยนะ ว้าย!!!” เพราะไม่ทันตั้งตัวเธอเลยโดนกระชากอีกรอบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน แต่เพราะวิชาการป้องกันตัวทำให้เธอยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาเขาจนจุก “โอ๊ย!” ภครัฐร้องเสียงหลง ยอมปล่อยหญิงสาวเพราะความเจ็บจุก “สมน้ำหน้าอยากหื่นดีนัก” เธอว่าใส่หน้า ก่อนจะหันไปหยิบร่มและไฟฉาย แต่ช้ากว่าร่างสูงที่ดีดตัวขึ้นมา กัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้อย่างที่สุด เธอหยามเขากี่รอบแล้วนะ เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำร้ายเขาขนาดนี้มาก่อน “ว้าย!!!”
หน้าปกนวนิยาย เบี้ยปรารถนา
9.5
ปิ่นลดาประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของนายใหญ่ผู้แสนดี โดยไม่รู้เลยว่าชายร่างใหญ่ที่เธอกำลังต่อว่าอย่างรุนแรงนั้นคือตัวจริงที่เธอถวิลหา หล่อนขู่จะฟ้องเขาให้ลงโทษเขาฐานที่กล้าล่วงเกิน ก่อนจะวิ่งหนีไปในความมืด ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นหญิงสาวกระหายอยากเป็นคนของเขาขนาดนี้ เขาจึงตัดสินใจพับแผนการใช้เทคโนโลยีผลิตทายาททิ้งไป แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเบี้ยตัวน้อยที่พร้อมจะมอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยตัวเอง