ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้ายพ่ายรัก

เพลิงร้ายพ่ายรัก

ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อหนึ่งพยายามติดต่อเพลิงแต่กลับถูกเมินเฉยอย่างเย็นชา เมื่อเธอเดินทางไปหาเขาที่ห้องก็พบว่ารหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปโดยไม่บอกกล่าว เพลิงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้หนึ่งต้องยืนเคว้งอยู่หน้าห้องด้วยความสับสนและเสียใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก บทสนทนาที่แสนสั้นและห่างเหินนี้กลายเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าความรักของทั้งคู่กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ยากจะประสานให้เหมือนเดิมได้อีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลายสิบปีก่อน ณ.สถานเลี้ยงเด็กกรำพร้าแห่งหนึ่ง

"เด็กๆ พวกนี้ทั้งน่ารักทั้งน่าสงสารนะว่ามั้ย เกิดมาพ่อแม่กลับไม่ต้องการเอามาทิ้งไว้ที่นี่บางคนก็พ่อแม่เสียชีวิตไม่มีญาติพี่น้องคนไหนต้องการรับไปเลี้ยงดู เด็กๆ พวกนี้จะรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างสักแค่ไหนกันนะ....ตาพงค์แม่สิตาพวกแกดูเด็กผู้หญิงที่ใส่ชุดสีชมพูคนนั้นสิแม่รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก" พงค์หันไปมองตามมือผู้เป็นแม่ที่ชี้ไปยังเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งอายุน่าจะประมาณสามขวบที่กำลังนั่งทานอาหารกลางวันอย่างเอร็ดอร่อยราวกับอาหารตรงหน้าคืออาหารที่แกไม่เคยได้กินมาก่อน

"เธอล่ะแม่สิตาว่าไง" คุณหญิงพิสมัยหันมาถามลูกสะใภ้ที่ยังไม่ตอบคำถาม

"เอ่อก็...น่ารักค่ะคุณแม่" สิตาตอบแม่สามีแบบขอไปทีทั้งที่ใจจริงแล้วเธอไม่เคยมองว่าเด็กคนนี้หรือเด็กคนอื่นๆ ที่นี่น่ารักอย่างที่แม่สามีบอกเลยสักนิด เธอไม่ชอบและรังเกียจเด็กพวกนี้ ทุกครั้งที่เด็กพวกนี้รู้ว่าครอบครัวของสามีเธอจะมาเลี้ยงอาหารพร้อมกับมอบทุนการศึกษามอบของเด็กกำพร้าน่ารังเกียจพวกนี้จะกระดี้กระด๊าดีใจยกใหญ่วิ่งมากอดมาขอบคุณเพราะจะได้กินของดีๆ ได้เงินได้ขนมได้เสื้อผ้าสวยๆ ใหม่ๆ ไว้ใส่ การมาสถานที่แห่งนี้มันเป็นอะไรที่เธอไม่ชอบเป็นอย่างมาก เธอไม่ชอบให้เด็กเหลือขอพวกนี้มาจับตัวแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เธอต้องทำตัวเป็นผู้หญิงแสนดีเป็นหญิงสาวที่รักเด็กมีจิตใจโอบอ้อมอารีเพื่อให้แม่สามีรักเพื่อให้ท่านเห็นว่าเธอเป็นคนจิตใจดี เพราะในสายตาของแม่สามีเธอเป็นผู้หญิงแสนดีอ่อนหวานสุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับเป็นสะใภ้ของท่าน แม้ว่าจริงๆ แล้วมันตรงกันข้ามกับเธอทุกอย่างเพราะเธอไม่ใช่คนจิตใจดีขนาดนั้นยิ่งกับพวกเด็กพวกนี้เธอสุดแสนจะรังเกียจเพราะเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งแม่สามีของเธอขอให้เธอลองอุ้มเด็กเผื่อว่าเธอจะท้องซึ่งไม่รู้ว่าเป็นความเชื่อที่สุดแสนจะงมงายแต่เธอก็ต้องยอมทำ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเด็กคนนั้นร้องไห้ไม่หยุดซ้ำยังอาเจียนใส่เธอจนชุดสวยราคาหลักหมื่นของเธอเปรอะไปด้วยคราบนมคราบอาหารของเด็กนรกนั่น

"แกจะว่ายังไงถ้าแม่จะให้พวกแกรับเด็กคนนี้ไปเป็นลูกบุญธรรม"

"แม่ว่าไงนะครับ" พงค์ถามมารดาอีกรอบเพราะเขาคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินแม่ของตนเองพูดแบบนั้น ส่วนสิตาก็ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินเช่นเดียวกับสามี

"ก็ในเมื่อแกกับแม่สิตายังไม่มีหลานให้แม่อุ้มสักที แม่เองก็แก่แล้วแม่อยากอุ้มหลานเร็วๆ ก่อนที่แม่จะตาย"

"สิตาขอโทษนะคะที่มีหลานให้คุณแม่ไม่ได้สักทีทั้งที่แต่งงานกับพี่พงค์มาตั้งหลายปี" สิตาพูดเสียงสั่นแสร้งบีบน้ำตาเพื่อให้แม่สามีเห็นใจ

"ไม่ต้องร้องไห้แม่สิตา แต่ที่แม่อยากให้แกสองคนรับเด็กมาเลี้ยงแม่มีเหตุผลนะ"

"เหตุผลอะไรครับ"

"พวกแกเคยได้ยินเรื่องลูกอิจฉาไหม"

"คะ??"

"ครับ??"

"ถ้าครอบครัวไหนแต่งงานกันแล้วแต่ไม่มีลูกสักทีเค้าว่ากันว่าให้รับเด็กมาเลี้ยงสักคนแล้วอีกไม่นานก็จะท้อง เค้าเรียกว่าลูกอิจฉา เพราะแบบนี้แม่อยากให้พวกแกรับเด็กผู้หญิงคนนี้ไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม"

สองปีต่อมา....

"วันหนึ่งมาหาย่านี่ซิลูก" คุณหญิงพิสมัยกวักมือเรียกหลานสาวบุญธรรมตัวน้อยวัยห้าขวบกว่าที่เพิ่งเลิกเรียนให้เข้ามาหา ท่านยิ้มให้หลานสาวบุญธรรมที่ถึงแม้ว่าแกจะเป็นเพียงเด็กที่ท่านขอมาเลี้ยงจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแต่ท่านก็รักและเอ็นดูวันหนึ่งมากเพราะแกเป็นเด็กนิสัยดีอ่อนน้อมถ่อมตนมารยาทเรียบร้อยแกเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายไม่เคยดื้อเลย ตอนนี้วันหนึ่งเรียนอยู่อนุบาลสามแล้วปีหน้าก็จะขึ้นปอหนึ่ง อยากจะบอกว่าแกเป็นเด็กเรียนดีตั้งใจเรียนกลับมาถึงบ้านก็จะเอาหนังสือมาอ่านหัดเขียนหนังสือแกไม่เคยไปวิ่งเล่นซุกซนเหมือนเด็กคนอื่นๆ เลยพวกตุ๊กตาหรือของเล่นก็ไม่เคยรบเร้าจะอยากได้นอกจากท่านจะซื้อมาฝากเอง ท่านคิดไม่ผิดที่รับวันหนึ่งมาเลี้ยง ซึ่งชื่อนี้ท่านก็เป็นคนตั้งให้เองเพื่อให้เด็กหญิงได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับชีวิตใหม่

"สวัสดีค่าคุณย่า" เด็กหญิงวันหนึ่งในวัยห้าขวบคลานเข่าเข้ามาหาผู้เป็นย่าที่ห้องรับแขกเด็กหญิงนั่งลงที่พื้นแทนการนั่งบนโซฟา

"ไปนั่งที่พื้นอีกแล้วมานั่งข้างบนนี้กับย่าสิ" คุณหญิงตบโซฟาข้างๆ เพื่อให้หลานสาวขึ้นมานั่ง

"ไม่เป็นไรค่าคุณย่าเด็กไม่ควรนั่งเสมอผู้ใหญ่ค่า" เด็กหญิงบอกกับผู้เป็นย่าแม้เธอจะอายุแค่ห้าขวบแต่เธอก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควรเด็กหญิงรู้ตัวเองดีว่าเป็นเพียงเด็กที่ท่านขอมาเลี้ยงเท่านั้นไม่ใช่หลานสาวจริงๆ ของท่านเธอต้องเจียมตัวและรำลึกอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน

"ย่ามีข่าวดีจะบอกหนึ่งด้วยนะลูก^^"

"ข่าวดีอะไรเหรอคะคุณย่า"

"พ่อเราเพิ่งโทรมาบอกข่าวดีว่าตอนนี้แม่เราตั้งท้องแล้วนะ เรากำลังจะมีน้องแล้วนะรู้มั้ยวันหนึ่ง^^"

"มีน้องเหรอคะ"

"ใช่จ๊ะ อีกหน่อยหนึ่งก็จะได้เป็นพี่สาวแล้วนะลูก หนึ่งต้องช่วยพ่อกับแม่ดูแลน้องนะลูกเข้าใจมั้ย"

"เข้าใจค่าคุณย่า^^" เด็กหญิงตอบผู้เป็นย่าอย่างตื่นเต้นและดีใจเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะมีน้อง เรื่องที่จะให้เธอช่วยเลี้ยงน้องเธอยินดีและเต็มใจเป็นอย่างมากที่จะทำแต่...แม่บุญธรรมของเธอท่านอาจจะไม่ยอมเพราะท่านพูดกรอกหูเธอแทบจะทุกวันตั้งแต่เธอถูกขอมาเลี้ยงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะอายุเพียงแค่สามขวบกว่าๆ ก็ตาม

"แกจำไว้เลยนะว่าฉันไม่ได้ยินดีและเต็มใจทื่จะรับแกมาเป็นลูกบุญธรรม แล้วถ้าในอนาคตถ้าฉันกับพี่พงค์มีลูกเป็นของตัวเองแกก็คงจะรู้นะว่าแกต้องทำตัวยังไง"

"ค่ะคุณแม่."

"อยู่ที่นี่หัดเจียมกะลาหัวเอาไว้ด้วยแกอย่าลืมว่าแกเป็นแค่เด็กกำพร้าที่ถูกขอมาเลี้ยง ถึงแม้ว่าแกจะได้ชื่อว่าเป็นลูกบุญธรรมของฉันกับพี่พงค์อย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ตามแต่กำพืดของแกก็มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเด็กที่พ่อแม่แท้ๆ ไม่ต้องการ"

".............."

"อ่อ แล้วก็อย่าปากมากไปบอกคุณแม่บอกพี่พงค์ล่ะว่าฉันพูดฉันสอนอะไรแกบ้าง อ่ออีกเรื่อง..ของมีค่าหรือแม้แต่เงินที่คุณแม่หรือญาติคนอื่นๆ เค้าให้แกเป็นการส่วนตัวแกต้องเอามาให้ฉันเก็บไว้เข้าใจไหม"

"เข้าใจค่ะคุณแม่" เด็กหญิงก้มหน้าตอบผู้เป็นแม่บุญธรรม

"ดี ถ้าแกอยากอยู่ที่นี่นานๆ แกก็ต้องเชื่อฟังฉันเข้าใจไหม"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวอสูร.
9.5
เมื่อความแค้นบดบังใจ รัชชานนท์จึงเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้แก่ นทิชา หญิงสาวผู้ต้องกลายเป็นหมากในเกมที่ตนไม่ได้ก่อ ทว่าเสน่ห์อันหอมหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างไม่คาดคิด แม้สมองจะสั่งให้เกลียด แต่หัวใจกลับโหยหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือได้ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ตลอดไป โดยที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
หน้าปกนวนิยาย รักนะยายจอมแก่น
9.2
เมื่อพี่ชายของเพื่อนสนิทเกิดตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังตั้งแต่แรกเห็น แต่ด้วยบุคลิกสุดแสบและนิสัยเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครของหญิงสาว ทำให้เขาไม่กล้าเผยความในใจออกมาตรงๆ ชายหนุ่มจึงต้องหาทางเข้าหาเธอผ่านแผนการตีสนิท โดยมีน้องสาวจอมวางแผนคอยเป็นกามเทพตัวป่วนให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง เรื่องราวความรักวุ่นๆ นี้จะลงเอยอย่างไร เขาจะสามารถพิชิตใจยัยจอมแก่นคนนี้มาเป็นแฟนได้สำเร็จหรือไม่ ต้องมาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยไปพร้อมกัน
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
8.8
ท่ามกลางความขัดแย้งและรอยแค้นในอดีตที่ยังไม่จางหาย เรื่องราวความรักอันร้อนแรงบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อหัวใจที่เคยด้านชาต้องกลับมาสั่นคลอนเพราะแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ การหวนคืนมาพบกันในครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่เจ็บปวดและการเผชิญหน้าที่แสนดุเดือด ท่ามกลางบรรยากาศสังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน พวกเขาจะเลือกเดินหน้าต่อตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ หรือจะยอมปล่อยให้ไฟแค้นเผาทำลายความสัมพันธ์ครั้งนี้จนมอดไหม้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สลับรักยัยเลขาฝาแฝด
9.8
โชคชะตานำพาให้ กรีน สาวแกร่งเจ้าของไร่กาแฟ และ แกรนด์ เลขาสาวผู้อ่อนหวาน สองฝาแฝดที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันโดยบังเอิญ ความสงสัยในชาติกำเนิดทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสลับตัวเพื่อค้นหาความจริง แกรนด์ที่เบื่อหน่ายชีวิตเมืองหลวงและเจ้านายจอมเจ้าชู้อย่าง เควิน นักธุรกิจหนุ่มผู้รักอิสระ ได้ลองไปสัมผัสชีวิตธรรมชาติ ขณะที่กรีนต้องสวมรอยเป็นเลขาสาวในโลกธุรกิจที่วุ่นวาย ท่ามกลางความขัดแย้งของหัวใจและความลับที่ถูกซ่อนไว้ การสลับเลิฟครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักมาเฟีย
7.9
“อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดเรื่องลามกอยู่ เธอนี่มันหื่นตัวแม่จริงๆ เดี๋ยวก็อ่อย เดี๋ยวก็ยั่ว ใจคอจะปล้ำฉันให้ได้เลยใช่ไหม” เขาว่าพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปลอบยิ้มอีกทาง แม้ว่าลึกๆ ในใจ ‘สุดที่รัก’ จะอยากเป็นเจ้าสาวของ ‘เลโอนาร์ด แบร์นาร์ด’ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งสเปนมากเพียงใด แต่เพราะมาดขรึมๆ กับหน้านิ่งๆ ของเขา มันเลยทำให้เธออยากรู้จริงๆ ว่าการหมั้นครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจของเขารึเปล่า ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน และเธอก็ไม่ได้ไร้เสน่ห์จนเกินเยียวยา เธอจึงต้องยั่ว ยั่วให้เขารู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีดีแค่ยั่วโมโห ถึงจะเป็นการยั่วระดับอนุบาลก็เถอะ แต่เชื่อเถอะว่าเธอจะทำให้เขาหวั่นไหวได้…มั้ง “หยุด ไม่ต้อง ฉันถอดเองได้” สุดที่รักบอกพลางรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองเร็วๆ ด้วยกลัวว่าเขาจะฉีกมันอีก “ทำอะไร” เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ก็มันเสียดาย คุณถอดเองทีไรมันกลายเป็นเศษผ้าทุกที เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ห้ามคุณถอดเสื้อผ้าฉันอีกเป็นอันขาด” สีหน้าจริงจังของเธอ ทำเอาเลโอนาร์ดถึงกับหลุดขำออกมา “เธอจะเป็นคนถอดเองทุกครั้งที่ฉันต้องการงั้นสิ” “อืม! เฮ้ย! ไม่ใช่ ถอดทุกครั้งที่คุณต้องการ ฉันก็แย่น่ะสิ” เธอรีบแก้ต่างเมื่อเผลอรับคำเขาไป “แล้วจะเอายังไง” “โอ๊ย! คนบ้านี่ฉันเจ็บนะ ก็ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รัก ไม่หึง ไม่หวง แล้วคุณจะมาสนใจอีกทำไมว่าฉันจะคบจะคุยกับใคร นอกเสียจากว่าทั้งหมดที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ คุณจะยอมรับว่าคุณรักฉัน ไม่งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ว่าฉันจะคุยกับใคร” “อืม!” เฮ้อ! จะฟังคำว่ารักจากผู้ชายคนนี้มันช่างยากซะจริง
หน้าปกนวนิยาย Engineering Stalker I วิศวะซ่อน(คลั่ง)รัก!
9.5
เรื่องราวความผูกพันที่ห่างหายไปเนิ่นนานระหว่างเด็กหนุ่มรุ่นน้องและพี่สาวตัวน้อยผู้เป็นที่รัก แม้เวลาจะผ่านไปจนเขาสูงใหญ่ขึ้นมากเพียงใด แต่เธอกลับยังคงตัวเล็กเท่าเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย ชายหนุ่มเฝ้ารอคอยวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นและคะนึงหา ทว่าเขากลับต้องลุ้นว่าเมื่อถึงเวลาที่เผชิญหน้ากันจริงๆ พี่สาวคนเดิมคนนี้จะยังจดจำเด็กชายในวันวานได้หรือไม่ หรือกาลเวลาจะทำให้ความทรงจำเหล่านั้นเลือนลางไปเสียแล้ว