หน้าปกนวนิยาย รักติดเรท 2

รักติดเรท 2

9.6 / 10.0
สานต่อความสนุกจากภาคแรกด้วยเรื่องราวของกิ่งมณี เพื่อนสนิทของต้องตาที่กลับมาพร้อมความอลเวงครั้งใหม่ เมื่อเธอต้องรับมือกับขุนพิทักษ์ ชายหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกเย็นชาดั่งผีดิบแต่แฝงไปด้วยความหื่นกามและมุมที่แอบอ่อนโยน เตรียมพบกับความรักที่ทั้งเร่าร้อนและตลกขบขันไม่แพ้คู่ของหมอเผือก หากภาคก่อนมีการตรวจเชื้อรา ภาคนี้จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ดำน้ำให้ปลิงดูดเลือดที่สุดแสนจะคาดไม่ถึงในนิยายโรมานซ์คอมเมดี้เรื่องนี้

รักติดเรท 2 ตอนที่ 1

“ไอ้บ้า! ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่รู้เลยว่าพ่อคิดอะไรตอนร่วมหุ้นกับไอ้บ้าเนี่ย!”

ปัง!

วางกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของตนแรง ๆ ด้วยความหัวเสีย เมื่อคิดเห็นหน้าของหุ้นส่วนรายใหญ่ของบริษัทตนแล้วก็ทำให้หงุดหงิด

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูห้องเรียกเตือนสติของคนอารมณ์ร้อนให้กลับมา ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นปกติแล้วร้องอนุญาตให้คนหน้าห้องเข้ามาได้

“เชิญค่ะ”

สิ้นคำพูดประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหนุ่มเลือดผสมไทย-สเปน เดินหน้านิ่งเข้ามา

“มีอะไรอีกคะคุณขุนพิทักษ์” หล่อนแสร้งเอ่ยถามเสียงนุ่ม ทั้ง ๆ ใจจริงอยากกระชากเสียงถามมากกว่า

คนถูกถามไม่ตอบแต่เดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานของหญิงสาว กวาดสายตามองข้าวของที่กระจัดกระจายบนโต๊ะก็กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วก็กลับมาหน้านิ่งเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ในมือใหญ่มีของถือติดมาด้วยเขาจึงวางมันบนโต๊ะ

เมื่อได้เห็นว่าคนตัวโตมาเพราะอะไรเจ้าหล่อนก็เลยเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย

“ขอบคุณค่ะ”

หล่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนมาใส่ในลิ้นชักทำงานไว้ ด้านคนถูกขอบคุณก็ทำแค่เพียงพยักหน้าแล้วก็เดินจากไป การกระทำของชายหนุ่มทำให้กิ่งมณีฉุนอย่างแรง เมื่อร่างสูงใหญ่ลับประตูหล่อนก็แทบดิ้นพล่านด้วยความอึดอัดที่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้

“แค่พูดว่า ‘คุณทำผ้าเช็ดหน้าตก ผมเลยเอามาให้’ พูดแค่นี้จะตายรึไง หา!"

ด้านคนหนุ่มหน้านิ่งเดินออกมาจากห้องสาวเจ้าก็ได้แต่ยิ้มมุมปากเดินล้วงกระเป๋ากางเกงกลับห้องทำงานของตน ชายหนุ่มเป็นเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทขายส่งผลไม้อบแห้ง ขุนพิทักษ์ โลเปซ หรือ ขุน วัย 40 ปี หนุ่มเลือดผสมไทย-สเปน ผิวสีแทน ใบหน้าเคร่งขรึมดูดีในแบบของหนุ่มลูกครึ่ง รูปร่างสูงใหญ่เป็นที่หมายปองของสาวเล็กสาวใหญ่ แต่กับกิ่งมณีแล้ว เขาเป็นสิ่งที่หล่อนรังเกียจก็ว่าได้ ทำไมจะดูไม่ออกว่าเจ้าหล่อนไม่ชอบขี้หน้าเขา

ตึ๊ด! ตึ๊ด! ตึ๊ด!

พอก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องกิ่งมณียังไม่ทันได้เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของตน เสียงสั่นเตือนเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น เขาจึงล้วงออกมาดูว่าใครโทร.มา

“สวัสดีครับคุณน้า”

“สวัสดีพ่อขุน วันนี้มาทานข้าวบ้านน้าไหมลูก” ชาตรีเอ่ยชวนชายหนุ่ม จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากเชิญชวนหรอก แต่ภรรยาเขาเขารบเร้าให้ชวนขุนพิทักษ์ไปทานข้าวเย็นที่บ้านด้วย ซึ่งเป็นแบบนี้ประจำเวลาลูกสาวกลับไปค้างบ้าน

“ครับคุณน้า”

ตอบรับเสียงสุภาพก่อนจะวางสายเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วผลักเปิดประตูห้องทำงานเข้าไป จริงอยู่เขามาอยู่เมืองไทยได้ 6 ปีแล้ว ต้องมาประจำการที่บริษัทส่งออกผลไม้อบแห้งที่พ่อของเขาลงทุนกับเพื่อนสนิทอย่างชาตรี เขาจึงต้องมาอยู่เมืองไทย ส่วนพ่อกับแม่นั้นอยู่สเปน ขุนพิทักษ์จะไปเยี่ยมพวกท่านทุก ๆ สองเดือน

หนึ่งทุ่มครึ่ง กิ่งมณีกลับมาถึงบ้านให้เด็กรับใช้เอาของไปเก็บแล้วเดินไปยังห้องรับประทานอาหาร เมื่อสาวใช้เดินมาบอกว่าทุกคนรอหล่อนที่ห้องรับประทานอาหารครู่ใหญ่แล้ว พอเดินมาถึงก็ต้องเบ้ปากเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งที่ประจำของตน

“สวัสดีค่ะคุณขุนพิทักษ์ ชักจะมาทานข้าวที่บ้านฉันบ่อยเกินไปแล้วนะคะ หรือว่าไม่มีเงินซื้อกินคะ”

เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนทันทีเมื่อหย่อนก้นลงนั่งเรียบร้อยดี ด้านคนหน้าตายก็ทำได้แค่เพียงหยักยิ้มให้หล่อนเท่านั้น กิ่งมณียิ่งเดือดเข้าไปใหญ่ เมื่อคำพูดของตนทำอะไรชายหนุ่มไม่ได้

“รักษามารยาทด้วยลูก” กานดาเอ็ดลูกสาวที่นั่งตรงข้ามกับตนพร้อมกับส่งสายตาตำหนิไปให้ ทำให้ขุนพิทักษ์เผลอยิ้มเอ็นดูเจ้าหล่อน แต่ก็แค่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น

“ก็มันจริงนี่คะแม่ กิ่งกลับบ้านทีไรก็เจอแต่เขาทุกที แม่นะแม่ จะเชิญเขามาทำไมก็ไม่รู้ นาน ๆ ทีลูกกลับบ้านแม่ก็น่าจะทำให้ลูกกินข้าวอร่อย เจริญหูเจริญตา แต่นี่อะไรเจอที่ทำงานทุกวันก็ว่าเบื่อแล้วยังต้องกลับมาเจอที่บ้านอีก แม่เกดไม่เข้าใจหนูกิ่งเลยค่ะ” หล่อนโต้ตอบกลับพร้อมส่งสายตาเศร้าให้ผู้เป็นแม่

“ไม่ต้องพูดเลย ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้ พี่เขาจากบ้านมาไกลต้องมาอยู่ที่แปลก ๆ แม้จะหลายปีแต่พี่เขาก็ต้องคิดถึงบ้าน ครอบครัวเรากับครอบครัวพี่เขาสนิทกันมาก ฉะนั้นครอบครัวเราก็เหมือนครอบครัวเขา ใช่ไหมจ๊ะพ่อขุน” ท้ายประโยคกานดาเอ่ยถามชายหนุ่มลุกครึ่งนั่งนิ่งข้างลูกสาวของตน

“ครับคุณน้า ขอบคุณมาก ๆ นะครับที่เอ็นดูคนไกลบ้านแบบผม”

“แหวะ! ป้าแต้วคะ ตักข้าวค่ะ กิ่งหิวแล้วค่ะ” กิ่งมณีเบื่อจะพูดต่อเลยร้องเรียกแม่บ้านมาตักข้าว

“อย่าถือสาน้องเลยนะคะ น้องยังเด็ก”

“เด็กอะไรกันคุณเกด ลูกสาวเราจะ 31 แล้วนะปีหน้านี้” ชาตรีเอ่ยบ้างหลังจากเป็นผู้ฟังที่ดีมาตลอดการสนทนา

"หึ หึ"

คำพูดของพ่อหญิงสายทำให้ขุนพิทักษ์อดขำในลำคอไม่ได้ และเสียงขำของเขาทำให้คนข้างกายได้ยินตวัดหางตามองด้วยความไม่พอใจ

“คุณพ่ออยู่เงียบ ๆ ก็ได้นะคะ ทำไมต้องพูดเรื่องอายุของลูกด้วยคะ”

กิ่งมณีเอ่ยตัดพ้อผู้เป็นพ่อพร้อมกับก้มหน้าก้มตารับประทานอาหาร เพราะตอนนี้หล่อนอยากหนีกลับขึ้นห้องเหลือเกิน ไม่ชอบเลยสายตาของคนข้างกาย เวลาหล่อนเหลือบมองแล้วสบกับตาคมนั้นมันช่างน่ากลัวพิลึก ทำให้ขนในกายหล่อนลุกชันแปลก ๆ

“กิ่งลูก ตักผัดเต้าหู้ไข่ให้พี่เขาหน่อยสิลูก” กานดาบอกสั่งลูกสาว

กิ่งมณีเงยหน้าขึ้นมองหน้าของผู้เป็นแม่ก็ต้องจำใจทำตาม เพราะสายตาดุ ๆ นั้นเป็นคำสั่งที่หล่อนไม่อาจปฏิเสธได้

“ค่ะแม่เกด” แล้วหล่อนก็ตัดผัดเต้าหู้ไข่ใส่ถั่วงอกให้ชายหนุ่ม

“ขอบคุณครับ” ขุนพิทักษ์เอ่ยขอบคุณหญิงสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

แล้วการกินข้าวในค่ำคืนนี้กิ่งมณีก็ได้คอยตักอาหารให้แขกตลอดจนอิ่ม และตามด้วยของหวาน เมื่ออาหารเย็นจบลง สาวเจ้าก็ขอตัวออกไปเดินเล่นริมสระว่ายน้ำเพื่อย่อยอาหาร

ขุนพิทักษ์อยู่คุยกับเจ้าของบ้านข้างในบ้านจนดึก พอท่านทั้งสองบอกง่วงแล้วเขาจึงขอตัวกลับ ระหว่างทางเดินไปยังที่จอดรถเขาก็เหลือบไปเห็นคนตัวเล็กช่างเหน็บแหนมยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมสระว่ายน้ำ เท้าใหญ่จึงเปลี่ยนทิศทางการเดินทันที

“แกไปนอนเถอะตา เดี๋ยวพี่หมอเผือกบอกแกเลิกคบฉัน ข้อหาชวนเมียเขาคุยจนลืมเวลาทำการบ้าน”

“ยัยกิ่งบ้า แค่นี้แหละ”

“อือ!” แล้วก็ตัดสายจากต้องตา พอหมุนตัวจะเดินกลับเข้าไปในบ้านก็ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่

“อุ๊ย! อะไรเนี่ย! มายืนอยู่ตรงนี้ทำไมไม่บอกกันบ้าง หา!” หล่อนตะคอกอีกฝ่ายพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าผากตนเองแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด

“เกลียดขี้หน้ากันขนาดนั้นเลยเหรอน้องกิ่ง” น้ำเสียงเข้มเอ่ยถาม โดยไม่สนใจคำตะคอกของสาวเจ้า

“ก็เออน่ะสิ! แล้วก็เรียกดิฉันเหมือนอยู่ที่ทำงานด้วยค่ะ เพราะเรา...อะ! อื้อ!”

น้ำคำสาวกลืนหายเข้าไปในลำคอ เมื่อปากหนาฉกลงมาทาบทับ บดจูบจาบจ้วงเอาแต่ใจ มือใหญ่บังคับท้ายทอยสาวไม่ให้เบี่ยงหลบตน เรียวลิ้นร้ายสอดแทรกควานหาความหวานในโพรงปากช่างพูดก่อนจะผละออกมายิ้มเยาะ เมื่อเจ้าหล่อนน้ำตาคลอและเผลอจูบตอบไม่ไร้เดียงสากลับ

เผียะ!

กิ่งมณียกมือขึ้นตวัดใส่หน้าคมคร้ามทันทีเมื่อสติกลับมา แล้วยกมือขึ้นเช็ดถูปากตัวเองแรง ๆ ด้วยความรังเกียจ

“หึ หึ จูบแรกสินะ” ขุนพิทักษ์เอ่ยพลางหันกลับมาจ้องมองใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา แล้วยกมือหยาบกร้านเช็ดคราบน้ำตาให้เจ้าหล่อน

“ขอบคุณนะ” แล้วก็เดินจากไป ทำให้คนถูกฉวยโอกาสยืนกำมือแน่นตัวเกร็ง ไม่เข้าใจกับคำพูดของเขาก่อนจะเดินจากไป

อ่านต่อ

สารบัญ รักติดเรท 2

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย มาเฟียลูกติด
8.3
แทนไท มาเฟียหนุ่มวัยยี่สิบเก้ากลายเป็นคนเย็นชาหลังถูกคนรักทิ้งไปหาชายที่รวยกว่าพร้อมลูกชายวัยเพียงหนึ่งเดือน ความแค้นผลักดันให้เขาสร้างอาณาจักรธุรกิจจนมั่งคั่งและมองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ จนกระทั่งเขาได้พบกับพรพระพาย เลขาสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุและต้องสู้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว เธอเข้ามาทำงานในบริษัทของเขาและกลายเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าถึงหัวใจของอาชิ ลูกชายวัยสามขวบผู้มีโลกส่วนตัวสูงและเฉลียวฉลาดให้กลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์