ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายจำนนรัก

เล่ห์ร้ายจำนนรัก

เมื่อบรรยากาศพาไปจนเกิดความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวจึงถูกชายหนุ่มสบประมาทด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าเธอกำลังยั่วยวนเขา ท่ามกลางความอับอายและสับสน เธอพยายามโต้กลับเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาอันร้ายกาจนั้น แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่าจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เธอก็ต้องรวบรวมความกล้าเพื่อเผชิญหน้ากับท่าทีคุกคามของเขาที่ทำให้เธอทั้งโกรธและหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยคำสบประมาทจะลงเอยอย่างไรในเกมรักครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

พราวแสงแข มองหน้าผู้ชายที่เธอเคยคิดจะฝากชีวิตไว้ด้วยความรู้สึกเสียใจเจ็บปวดร้าวรานอย่างที่สุด... หลายๆ ความรู้สึกประเดประดังเข้ามาจนร่างบอบบางแทบจะยืนไม่อยู่ได้แต่มองดูคนที่เธอรักอย่างไม่อยากเชื่อตัวเองว่าพวกเขาทำกับเธอได้ถึงเพียงนี้ ในขณะที่แววตาของพวกเขาดูมีความสุขรื่นรมย์สมดังหวังแต่เธอกลับมีเพียงความชอกช้ำ...

วายุ กับ เมริสา กำลังจะแต่งงานกัน พวกเขาไปแอบรักกันแอบไปมีอะไรกันตอนไหน... 

คำถามที่เธอไม่มีวันได้รู้คำตอบและไม่รู้ว่าเมื่อรู้แล้วมันจะทำให้อะไรๆ ในชีวิตเธอดีขึ้นกว่านี้ หรือไม่ เธอรู้แต่เพียงว่าวันนี้คือวันแต่งงานของพวกเขาและเธอก็ได้รับเชิญมาเป็นแขกผู้มีเกียรติอย่างเลือดเย็น.. 

“ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ...” 

พราวแสงแขกล่าวเบาๆ เพียงเท่านั้นพยายามเก็บกลั้นความเจ็บปวด พร้อมกับถอดแหวนหมั้นคืนให้ผู้ชายใจโลเลอย่างเขาหลังจากคำอวยพร ก่อนเดินจากมาเงียบๆ ส่วนหญิงชายที่เรียกได้ว่าเป็นเหมือนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนั้นยืนยิ้มให้กันอย่างมีความสุข โดยไม่สนใจว่าได้ทำร้ายจิตใจคนคนหนึ่งอย่างเลือดเย็น...

“ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่าพราวจะยอมให้เราง่ายๆ แบบนี้ แต่ไม่รู้ว่ามีแผนจะทำลายงานแต่งงานเรารึเปล่า...” 

ไม่วายที่ เมริสา เจ้าสาวแสนสวยจะเอ่ยออกมาอย่างหวั่นระแวงแม้ว่าจะโล่งใจที่สามารถกำจัดมารหัวใจออกไปได้อย่างง่ายดายกว่าที่คิด สำหรับเธอไม่ว่าคุณหนูผู้แสนจะเพียบพร้อมอย่างเธอต้องการอะไรไม่มีที่จะไม่ได้ อย่างวายุนี่อย่างไรล่ะ เธอชอบเขาและเฝ้ามองเขาในฐานะคู่หมั้นของเพื่อนรักมานานจนความรักมันแน่นอกและเธอทนไม่ได้อีกต่อไป จึงต้องช่วงชิงเขามาโดยไม่สนใจว่าเพื่อนรักของเธอจะเจ็บปวดแค่ไหน เธอยอมลดตัวมาคบกับพราวแสงแขตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็นับว่าเป็นบุญของคนต่ำต้อยเช่นพราวแสงแขแล้วหญิงสาวมองผู้ที่เดินจากไปด้วยแววตาเยาะหยันและทระนงตนว่าเหนือกว่า

สำหรับเธอ เมริสา จิระวัฒนา มาเวลส์ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส คุณหนูตระกูลดังบุตรสาวเจ้าของร้านเพชรและอัญมณีระดับโลก รวมไปถึงธุรกิจเกี่ยวกับแฟชั่นต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งมีบิดาเป็นชาวฝรั่งเศสที่มีเชื้อมีสายสูงศักดิ์ อีกทั้งครอบครัวของมารดาในเมืองไทยก็เป็นผู้ดีเก่า รูปร่างแบบบางและใบหน้าสวยหวานประดับด้วยดวงตากลมโตสีมรกตนั้นโดดเด่นต้องตาต้องใจ ความงามที่ผสมผสานระหว่างไทยกับฝรั่งเศสจึงทำให้เธอเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติทรัพย์สมบัติที่ชายหนุ่มต่างหมายปองโดยเฉพาะวายุผู้ที่ได้เป็นสามีของเธออย่างที่เธอต้องการ

“อย่าคิดมากน่าที่รัก พราวไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกเชื่อพี่สิจ๊ะ” 

วายุหันมาออดอ้อนเอาใจเจ้าสาวคนสวยด้วยท่าทางที่แสดงออกว่ารักเธอมากมาย แน่นอนว่าการเป็นเขยเจ้าของร้านเพชร ย่อมดีกว่าเป็นเขยร้านซักรีดกระจอกๆ ที่อดีตเคยเป็นนางเอกลิเกเก่าแน่นอน พราวแสงแขก็แค่ลูกนางเอกลิเกเก่าที่สวมเครื่องเพชรเก๊ๆ พราวระยับยามขึ้นแสดง ไหนเลยจะสู้เมริสาที่เป็นถึงทายาทนักธุรกิจชื่อดังและยังเป็นเจ้าของร้านเพชรอันลือชื่อซึ่งมีมูลค่ามหาศาลและยังจะทำให้เขาดูมีสง่าราศีตามไปด้วยซึ่งเรื่องนี้เมริสาจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่าผู้เป็นสามีนั้นเห็นเธอเป็นเพียงสะพานที่จำทำให้เขาก้าวไปอยู่ในสังคมระดับแนวหน้าของประเทศ 

“ลองพราวมาทำลายงานแต่งงานของเราดูสิคะ เมรี่ไม่ปล่อยไว้แน่ๆ พี่วายุเองก็เหมือนกันนะคะ หากคิดนอกใจเมรี่กลับไปหานางพราว เมรี่เอาตายแน่” 

เมริสากล่าวเสียงเย็นมองสามีหมาดๆ ด้วยแววตาแข็งกร้าวจริงจัง ความอ่อนโยนในดวงตากลมโตหายไป แต่วายุไม่มีเวลาสนใจในเมื่อเขากำลังจะได้เป็นสามีของเธอผู้หญิงที่ทั้งสวยและร่ำรวยมหาศาลดังที่ปรารถนา...

“เราไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ เมรี่กันดีกว่านะจ๊ะ อย่าไปสนใจพราวเลย ตอนนี้พี่รักเมรี่ พี่เป็นของเมรี่คนเดียว...” ชายหนุ่มเอ่ยออดอ้อนเบี่ยงเบนความสนใจของเมริสาที่ยิ้มอย่างยินดีเมื่อได้ยินคำหวานหู... 

ในขณะเดียวกันหญิงสาวผู้พ่ายรักเดินออกมาจากห้องจัดงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ด้วยน้ำตานองหน้าจนไม่เห็นว่ามีใครเดินสวนทางมาเธอจึงชนเขาเข้าเต็มแรงจนร่างบอบบางราวจะแตกเปราะนั้นเซถลาไปหลายก้าวและเกือบจะล้มลงหากว่าแขนเรียวที่พยายามไขว่คว้าหลักยึดนั้นถูกดึงไว้ด้วยมือแข็งแรงของใครคนหนึ่งที่รั้งเธอไว้ไม่ให้ล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น

“เดินระวังหน่อยสิ...” 

เสียงเข้มๆ นั้นฟังดูหงุดหงิดฉุนเฉียวในขณะที่หญิงสาวยังคงน้ำตานองหน้าไม่มีอารมณ์พูดอะไรทั้งสิ้น แม้แต่จะขอบคุณเขาเธอก็ไม่มีแก่ใจจะกล่าวออกไป พราวแสงแขจึงสะบัดข้อมือออกจากมือแกร่งแล้วเดินแกมวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วทำให้คนที่ให้ความช่วยเหลือเธอเมื่อครู่ได้แต่มองตามไปอย่างไม่พอใจระคนแปลกใจทั้งยังรู้สึกใจแกว่งๆ กับน้ำตาบนแก้มขาวซีดของเจ้าหล่อนอย่างน่าประหลาดใจ แต่ความขัดเคืองเจ้าหล่อนมีมากกว่าจึงทำให้เขาสลัดความคิดนั้นไป...

“เด็กบ้าเอ๊ย... จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี...” ชายหนุ่มสบถเบาๆ กับตัวเองแล้วเดินเข้าไปในงานแต่งงานอันเลิศหรู...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
หน้าปกนวนิยาย ให้รักมัดใจ
7.9
มาลีรินทร์ทายาทสาวผู้มั่งคั่งตัดสินใจใช้เสน่ห์และพรหมจรรย์เป็นเดิมพันเพื่อหาที่พึ่งใหม่หลังถูกตัดออกจากกองมรดก เป้าหมายของเธอคือแอนดี้ อดิรัตน์ มหาเศรษฐีเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับโลกผู้แสนเย็นชา แม้เธอจะพยายามผูกมัดเขาด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพื่อความอยู่รอด แต่รินกลับพบว่าชายที่เพียบพร้อมคนนี้แท้จริงแล้วร้ายกาจยิ่งกว่าซาตาน และเขากลายเป็นพันธนาการที่เธอมิอาจหลบหนีได้พ้นในเกมรักที่เดิมพันด้วยชีวิตครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย คลุมถุง(พุ่ง)ชน(หัวใจ)
9.8
ช้องนางได้ยินเพื่อนเจ้าบ่าวเอ่ยแซวว่าพระแสงคงดีใจได้เมียเป็นตัวเป็นตนแถมได้เล่นของสูง เพราะต้องสอยเจ้าสาวลงจากคาน หากไม่ติดว่าเป็นเจ้าสาวเองหล่อนจะตบปากพวกนี้เรียงตัว โทษฐานปากเสียชอบเอาความจริงมาพูด แถมแม่ยังเคยบ่นบ่อยๆ ว่า “เลือกมากก็กอดคานเน่าๆ ไปจนตายเถอะนังช้องเอ๊ย” แล้วไงละ พอหล่อนไปบอกว่าจะแต่งงานกับหลานยายมาลัย แม่ถึงกับหัวเราะกลิ้ง แล้วลูบหัวเบาๆ ก่อนดึงมากอดแล้วพูดเหมือนปลอบใจ “เมายาสีฟันมาหรือนังช้อง นายพระแสงเขาเคยชายตาแลแกหรือเปล่า เห็นผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ตามตูดต้อยๆ มีหรือจะมองสาวแก่อย่างแก” “คำก็สาวแก่ สองคำก็สาวแก่ ก็นี่ไงสาวแก่ของแม่จะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว จริงๆ” แม้จะแต่งหลอกๆ แต่ยายมาลัยเล่นใหญ่ทำให้สมจริงสมจัง มีพิธีมงคลสมรส มีงานเลี้ยงและมีทะเบียนสมรสให้ ยกเว้นแต่สินสอดทองหมั้นที่ไม่มีและไม่เคยได้ยินแกเอ่ยถึง สำหรับช้องนางแล้วการได้แต่งงานอยู่กินกับพระแสงคือสุดยอดแห่งความปรารถนา แม้ต้องใช้เล่ห์กลหลอกล่อเข้าหาญาติผู้ใหญ่ของเขาจนเกิดการ “คลุมถุง(พุ่ง)ชน(หัวใจ” ขึ้นหล่อนก็ภูมิใจ
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง