
อาเฟย
ตอน 2
องค์ชายสามอ้ายหยางเม้มปากนิดหนึ่ง แล้วหันมายิ้มให้แก่ไท่หวางเฟยหลี่ชิงอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะน้อมคำนับแล้วกล่าวว่า
"ข้าได้ยินกิตติศัพท์อันโด่งดังของไท่หวางเฟยหลี่ชิงว่า...มีความสามารถจนได้รับการยกเว้นจากกฎมนเทียรบาลที่ห้ามมิให้ฝ่ายในเกี่ยวข้องกับราชกิจ ไท่หวางเฟยจึงสามารถช่วยไท่ชินอ๋องอ่านฎีกาได้ ความรู้ความสามารถของไท่หวางเฟยย่อมต้องมีมากล้น ข้าขอบังอาจขอศึกษาจากท่านสักเล็กน้อย เพราะข้านั้นมีความรักในภาษาและวัฒนธรรมของหนานหยางอย่างยิ่ง หากได้รับการชี้แนะจากไท่หวางเฟยบ้าง นับว่าเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก"
"องค์ชายกล่าวยกย่องเกินไป" หลี่ชิงได้แต่ตอบตามมารยาท เพราะอีกฝ่ายไล่ต้อนด้วยคำพูดที่ฟังดูอ่อนหวาน ทว่าเคลือบอาบด้วยยาพิษ "ความรู้ของข้ามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
"ข้าเองก็มีความรู้เพียงหางอึ่ง...แต่ใคร่ขอแลกเปลี่ยนความรู้กับท่าน หวังว่าท่านจะให้เกียรติ" องค์ชายสามอ้ายหยางยังคงยืนกราน
"เช่นนั้น...นับถือมิสู้ทำตาม" หลี่ชิงจำต้องรับปากในที่สุด
เจ้ากรมพิธีการเห็นไท่ชินอ๋องมิได้คัดค้านอันใด ก็สั่งให้ยกโต๊ะเก้าอี้และกระดาษพร้อมเครื่องเขียนมาให้ไท่หวางเฟยหลี่ชิงกับองค์ชายสามอ้ายหยางคนละชุด
อาเฟยเอียงตัวกระซิบถามท่านอ๋องสี่ที่นั่งอยู่ติดกันว่า "ท่านว่าเกอเกอจะชนะหรือไม่?"
"ไม่" อ๋องสี่กระซิบตอบ
"เพราะเหตุใด?"
"เพราะว่าองค์ชายสามอ้ายหยางร่ำเรียนทั้งภาษาซีเป่ยและภาษาหนานหยางตั้งแต่อายุสี่ห้าขวบ เวลานี้เขาอายุสิบหก เจ้าคิดว่าพี่สะใภ้ที่เพิ่งจะได้จับพู่กันเขียนอักษรมาเพียงแค่ปีเศษจะเป็นฝ่ายชนะหรือ?"
อาเฟยโกรธจนกัดปากแทบห้อเลือด "อย่างนี้เอาเปรียบกันชัด ๆ ข้าจะเปิดโปงเขา"
"เจ้าควรจะใจเย็นเอาไว้" ท่านอ๋องสี่กระซิบเตือนอาเฟย "ถ้าเรื่องแค่นี้ พี่ใหญ่จัดการไม่ได้ ก็ไม่ใช่ไท่ชินอ๋องแห่งหนานหยางแล้ว"
แต่อาเฟยไม่สนใจ ลุกพรวดขึ้นยืน ตะเบ็งเสียง "องค์ชายสามอ้ายหยาง...ท่านคดโกง"
องค์ชายสามอ้ายหยางเงยหน้าจากคำกลอนที่เขียนเสร็จแล้ว ถามว่า
"พระชายากล่าวหาข้าเช่นนี้มีหลักฐานอันใดหรือ?"
"ท่านเรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก แต่เกอเกอของข้า..."
อาเฟยพูดถึงตรงนี้ก็ถูกมือหยาบใหญ่ของท่านอ๋องสี่ปิดปากเอาไว้ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูว่า
"อาเฟยห้ามพูดว่า พี่สะใภ้เพิ่งหัดเขียนอักษร เพราะจะทำให้พี่สะใภ้ถูกองค์ชายสามอ้ายหยางดูถูกเอาได้ เข้าใจหรือไม่?"
อาเฟยชำเลืองมองท่านอ๋องสี่แล้วพยักหน้า
ท่านอ๋องสี่จึงเอามือที่ปิดปากอาเฟยออก
อาเฟยเบะปาก ขมุบขมิบเสียงเบา ๆ ว่า "ข้าจะฟ้ององค์ชายเทียนเป่าว่าองค์ชายสามอ้ายหยางรังแกข้า"
ท่านอ๋องสี่ได้แต่มองบน...
เมื่อไท่หวางเฟยหลี่ชิงและองค์ชายสามอ้ายหยางต่างเขียนคำกลอนเสร็จ มหาอำมาตย์ไห่สุยซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตัดสิน ก็เข้ามาหยิบกระดาษแผ่นที่ไท่หวางเฟยหลี่ชิงเขียนคำกลอนขึ้นมาอ่านออกเสียงก่อนว่า
“สายฝนหลั่งจากฟ้าทั่วนาไร่
ปวงประชาหน้าใสต่างสุขสันต์”
มหาอำมาตย์ไห่สุยพิจารณาคำกลอนที่สื่อวิสัยทัศน์ของผู้แต่ง..."ไท่หวางเฟยหลี่ชิงเห็นความอยู่ดีกินดีของปวงประชาเป็นที่ตั้ง...นับว่ามีน้ำใจที่อ่อนโยนห่วงใยราษฎรยิ่งนัก"
ทำให้มหาอำมาตย์เฒ่าเปลี่ยนมุมมองไท่หวางเฟยหลี่ชิงใหม่...จากที่เคยมีอคติก็เปลี่ยนเป็นรู้สึกดีด้วยขึ้นหลายส่วน
แต่ตัวอักษรที่ไท่หวางเฟยเขียนนั้นมิได้สวยงามนัก...หากให้คะแนนอย่างยุติธรรม อย่างมากก็ได้แค่เจ็ด
หลังจากพิจารณาผลงานของไท่หวางเฟยหลี่ชิงแล้วจึงประกาศว่า
"ข้าให้คะแนนไท่หวางเฟย...เจ็ด"
ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ
มหาอำมาตย์ไห่สุยจึงเดินมาหยิบกระดาษที่องค์ชายสามอ้าย หยางเขียนคำกลอนขึ้นอ่าน
“เสียงม้าศึกคึกคะนองก้องเกริกไกร
ปฐพีสะท้านไหวตะวัน (หยาง) ครอง”
พอมหาอำมาตย์ไห่สุยอ่านจบ ก็มีเสียงฮือฮาเบา ๆ เกิดขึ้นในท้องพระโรง
"เป็นคำกลอนที่ดี ๆ ๆ..."
มหาอำมาตย์ไห่สุยวิเคราะห์คำกลอนขององค์ชายสามอ้าย หยางว่า
"องค์ชายสามอ้ายหยางมีความทระนงองอาจสมกับเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ตัวอักษรทั้งสวยงามทั้งทรงพลัง สัมผัสของคำกลอนก็ดียิ่ง"
หากให้คะแนนอย่างยุติธรรมต้องได้เก้า
แต่จะชนะไท่หวางเฟยมากเกินไป...จะทำให้ไท่หวางเฟยที่มีจิตใจอ่อนโยน เสียใจได้...ดังนั้นมหาอำมาตย์ไห่สุยจึงประกาศว่า
"ข้าให้คะแนนองค์ชายสามอ้ายหยาง...แปด"
พอคะแนนประกาศออกมา...พระชายาอาเฟยก็เม้มปากแน่น หน้าตายู่ยี่ พึมพำเบา ๆ แต่คำว่า "ไม่ยุติธรรม ๆ ๆ ๆ..."
มหาอำมาตย์ไห่สุยลอบมองไท่หวางเฟยหลี่ชิงที่ยังคงข่มสีหน้าให้สงบเยือกเย็นอย่างเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยปากว่า
"ข้าขอประกาศว่า คำกลอนขององค์ชายสามอ้ายหยางชนะ"
แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ...เสียงปรบมือดังขึ้นมาจากคณะทูตของซีเป่ย อย่างสนั่นหวั่นไหว
พอเสียงปรบมือซา...ไท่ชินอ๋องก็เอ่ยว่า
"คำกลอนขององค์ชายสามไพเราะนัก...แต่ข้าอยากจะถามว่า ตัว 'หยาง' (ตะวัน) ในคำกลอนนั้นเป็นหยางไหน?"
ความหมายในคำพูดของไท่ชินอ๋องก็คือ หยางในคำกลอน ไม่แน่นักว่าจะเป็น 'หนานหยาง' แต่อาจจะเป็น 'อ้ายหยาง' ก็ได้
ทำให้องค์ชายสามอ้ายหยางที่มีสีหน้าภาคภูมิใจกลายเป็นซีดฉับพลัน...รีบลุกขึ้นน้อมคำนับไท่ชินอ๋อง พร้อมกับกล่าวว่า
"ย่อมหมายถึง 'หนานหยาง' ขอรับ"
มหาอำมาตย์ไห่สุยนั้นลอบยิ้มในใจ กล่าวว่า "การแข่งขันไม่สามารถมาแก้ไขภายหลังได้ เป็นข้าน้อยเองที่ไม่รอบคอบ คำกลอนขององค์ชายสามอ้ายหยางมีความหมายคลุมเครืออยู่จริง ๆ ข้าน้อยต้องขออภัยที่ให้คะแนนผิดพลาด จึงขอแก้คะแนนขององค์ชายสามอ้ายหยางใหม่ เป็นเจ็ด...ดังนั้น ไท่หวางเฟยหลี่ชิงกับองค์ชายสามอ้ายหยางจึงเสมอกัน"
แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ...เสียงปรบมือจากเหล่าขุนนางของแคว้นหนานหยางดังกึกก้อง
เพราะเมื่อครู่คณะทูตแสดงการสนับสนุนองค์ชายของตนอย่างเปิดเผย ทำให้เหล่าขุนนางของหนานหยางต่างรู้สึกอึดอัด พอเวลานี้รู้ว่าไท่หวางเฟยไม่ได้แพ้ ก็รู้สึกว่าพวกตนไม่ได้แพ้ไปด้วย จึงปรบมือกันดังสนั่นหวั่นไหว!
คุณอาจจะชอบ





