ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย

อาเฟย

อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

องค์ชาย 1

ที่ท้องพระโรง...

ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไท่ชินอ๋อง ไท่หวางเฟยหลี่ชิง มหาเสนาบดีท่านอ๋องสี่ และพระชายาอาเฟย ล้วนนั่งประจำตำแหน่งเพื่อต้อนรับคณะทูตจากแคว้นซีเป่ย เพียงแต่ฮ่องเต้น้อยมิได้เสด็จ เนื่องเพราะเมื่อวานอากาศร้อน ฮ่องเต้น้อยจึงทรงเล่นน้ำนานไปหน่อย ทำให้มีพระวรกายร้อนในตอนเช้า และมีไข้เล็กน้อย ไท่ชินอ๋องสั่งให้หมอหลวงมาดูพระอาการ แล้วให้หลานกงกงดูแลฮ่องเต้น้อยพักผ่อน และสั่งเด็ดขาด...ห้ามซนเล่นน้ำอย่างเมื่อวานอีก! 

ดังนั้น...ฮ่องเต้น้อยจึงมิได้ออกนั่งบัลลังก์ว่าราชการ

คณะทูตแคว้นซีเป่ยนำเครื่องราชบรรณาการมาถวายแด่แคว้นหนานหยางตามธรรมเนียม เพราะเมื่อเจ็ดปีก่อนไท่ชินอ๋องได้กรีธาทัพไปปราบแคว้นซีเป่ย และปราบสำเร็จเมื่อสี่ปีที่แล้ว นับจากนั้นแคว้นซีเป่ยก็ส่งบรรณาการมาให้แก่แคว้นหนานหยางเป็นประจำทุกปี 

แต่ปีนี้พิเศษ...เพราะคณะทูตที่คุมเครื่องบรรณาการมาด้วยเป็นคณะใหญ่เต็มยศ และเครื่องบรรณาการก็มากกว่าปกติเป็นสองเท่า

"ข้าในนามของแคว้นหนานหยางยินดีต้อนรับคณะทูตจากแคว้นซีเป่ย" ไท่ชินอ๋องกล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ

"พวกข้าน้อยในนามของคณะทูตจากแคว้นซีเป่ยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง" หัวหน้าคณะทูตน้อมคำนับพลางกล่าว "ปีนี้นอกจากของบรรณาการตามธรรมเนียมแล้ว ทางแคว้นซีเป่ยยังใคร่กระชับสัมพันธไมตรีของสองแคว้นให้ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น ด้วยการส่งองค์ชายสามอ้ายหยาง (ชื่อองค์ชายแปลว่า ดวงตะวันที่น่ารักใคร่) มาเพื่อเป็นไท่หวางเฟยของไท่ชินอ๋อง..." 

ท่านทูตยังกล่าวไม่ทันจบประโยค พระชายาอาเฟยก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่เอ่ยสวนขึ้นกลางคัน

"ได้อย่างไร...ไท่ชินอ๋องมีไท่หวางเฟยอยู่แล้ว  คือเกอเกอของข้าหลี่ชิง"

ท่านทูตหน้าตาเจ้าเล่ห์หันมาส่งยิ้มให้พระชายาอาเฟย แล้วกล่าว

"พระชายา ท่านใจเย็น ๆ ไว้ก่อนขอรับ ขอให้ข้าน้อยได้กล่าวจนจบเสียก่อน ท่านจะได้เห็นความเหมาะสมและไม่เหมาะสม แล้วจึงค่อยตัดสินใจกล่าวอะไรออกมา"

"แต่..." พระชายาอาเฟยยังจะแย้งต่อ

"พระชายา..." เสียงไท่หวางเฟยเรียกอย่างนุ่มนวล "นั่งลงก่อน"

อาเฟยมองสบตาหลี่ชิง...เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเรียบเฉยและพยักหน้าให้...เขาจึงจำใจต้องนั่งลงอย่างมิค่อยเต็มใจนัก

ท่านทูตจากแคว้นซีเป่ยยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปน้อมคำนับไท่ชินอ๋อง แล้วกล่าวต่อ

"องค์ชายสามอ้ายหยางแห่งแคว้นซีเป่ยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเคียงคู่ไท่ชินอ๋องอย่างยิ่ง ด้วยรูปโฉมที่งดงามเป็นหนึ่งแห่งซีเป่ย" พอท่านทูตจากแคว้นซีเป่ยเอ่ยจบคำ 

ร่างบอบบางในชุดสีแดงปักด้ายทองและไข่มุกงดงามหรูหราร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากขบวนทูต มายืนตรงกลางท้องพระโรงข้าง ๆ ท่านทูต แล้วปลดผ้าที่ปิดบังดวงหน้าออก เผยให้เห็นดวงหน้างดงามหยาดเยิ้ม จนเกิดเสียงอุทานฮือฮาดังขึ้นทั่วท้องพระโรง!

"ก็พอดูได้" พระชายาอาเฟยเอ่ยขึ้น "แต่ถ้าเปรียบเทียบความงามกับไท่หวางเฟยหลี่ชิงแล้ว ยังด้อยกว่าหลายขุม!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นในท้องพระโรงอีกระลอกหนึ่ง มีขุนนางของหนานหยางหลายคนพยักหน้าเห็นพ้อง

มหาอำมาตย์ไห่สุยนั้นไม่แสดงกิริยาใดแต่แรก...แต่ในใจของเขาหนักอึ้ง

หากพูดถึงความงามนั้น...ทั้งไท่หวางเฟยหลี่ชิงและองค์ชายสามอ้ายหยาง ต่างงดงามไม่แพ้กัน 

แต่...ไท่หวางเฟยหลี่ชิงเป็นชาวหนานหยาง 

องค์ชายสามอ้ายหยางเป็นชาวซีเป่ย 

แม้จะมีคำพูดว่า 'แต่งกับม้าอยู่กับม้า แต่งกับวัวอยู่กับวัว' 

ทว่า...ผู้ใดจะรับรองได้ว่า องค์ชายสามอ้ายหยางจะคิดเห็นเช่นนี้ด้วย!

ส่วนไท่หวางเฟยหลี่ชิงนั้น แม้จะออดอ้อนยั่วยวนไท่ชินอ๋อง แต่ไม่เคยทำความผิดสิ่งใด ซ้ำยังช่วยไท่ชินอ๋องดูแลราชกิจอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอีกด้วย

สิ่งเดียวที่ไท่หวางเฟยหลี่ชิงสู้องค์ชายสามอ้ายหยางไม่ได้ก็คือชาติกำเนิด...องค์ชายสามอ้ายหยางกำเนิดมาในราชตระกูลแห่งแคว้นซีเป่ยเป็นองค์ชาย ส่วนไท่หวางเฟยหลี่ชิงเกิดมาเป็นลูกอนุในตระกูลหลี่ 

ไท่ชินอ๋องหลงรักไท่หวางเฟยหลี่ชิงอย่างชนิดหัวปักหัวปำ...แม้มหาอำมาตย์ไห่สุยจะรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่เขาไม่หวาดกลัวเท่าไหร่ เพราะจะอย่างไรไท่หวางเฟยหลี่ชิงก็เป็นชาวหนานหยาง ย่อมต้องจงรักภักดีต่อบ้านเกิดเมืองนอน 

ทว่าองค์ชายสามอ้ายหยางนั้นไม่เหมือนกัน เขาเป็นชาวต่างแคว้น หากไท่ชินอ๋องหลงไหลหัวปักหัวปำ คงไม่ดีแน่!

"ในสายตาของพระชายาย่อมต้องมองไท่หวางเฟยหลี่ชิงว่างดงามที่สุดอยู่แล้ว" องค์ชายสามอ้ายหยางเอ่ยภาษาหนานหยางได้อย่างชัดเจนไพเราะไม่มีคำใดผิดเพี้ยนพลางยิ้มใส่ตาของพระชายาอาเฟย "เพราะรักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง" หยุดเล็กน้อยแล้วจงใจกล่าวต่อว่า "หรือว่า...มีความรักแบบอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย?"

ความหมายก็คือ...พระชายาหลงรักไท่หวางเฟยหลี่ชิงในเชิงชู้!!!

"เจ้า...เจ้า..." พระชายาอาเฟยโกรธจนดวงหน้าแดงก่ำ "พูดเหลวไหลอันใด?"

"ข้ายังมิได้พูดอันใด...พระชายา ท่านคิดไปถึงไหนแล้ว!" องค์ชายสามอ้ายหยางแกล้งยั่ว

ท่านอ๋องสี่เห็นพระชายาอาเฟยพลาดท่า และขณะนี้ไท่หวางเฟยหลี่ชิงไม่สะดวกจะออกหน้าแต่อย่างไร...เขาจึงกระแอมแล้วกล่าว

"พระชายา...ใจเย็น ๆ ไว้ เรื่องทุ่มเถียงทะเลาะกับผู้อื่น เจ้าไม่สันทัดเท่าสตรีที่ค้าขายอยู่ในตลาดหรอก" ว่าแล้วยกมือลูบอกที่สะท้อนแรงของอาเฟยเบา ๆ

อาเฟยได้แต่เม้มปากจนแก้มป่อง ลักยิ้มเด่นชัด

องค์ชายสามอ้ายหยางตวัดสายตามองท่านอ๋องสี่ที่แก้แทนพระชายาอาเฟย ซ้ำยังด่าว่าตนปากตลาด นับว่าอีกฝ่ายก็เข้าข้างไท่หวางเฟยหลี่ชิงเช่นเดียวกันกับพระชายาของเขา...

แต่เอาเถอะ...รอให้ตนได้เข้ามาอยู่ในแคว้นหนานหยางในตำแหน่งไท่หวางเฟยเสียก่อน จะค่อย ๆ กำจัดขวากหนามทีละชิ้น ๆ ให้สิ้นซาก...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ชายานอกนาม
9.7
คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องเผชิญมรสุมเมื่อถูกน้องสาวหักหลังจนถูกถอนหมั้นจากท่านอ๋องรูปงาม เยี่ยหลีหวังเพียงความสงบ แต่ฟ้ากลับส่งราชโองการบีบให้เธอเข้าพิธีวิวาห์ภายในสามวัน ว่าที่สวามีคือม่อซิวเหยา ท่านอ๋องที่เลื่องลือเรื่องความอัปลักษณ์ พิการ และมีดวงกินภรรยาจนอดีตชายาสองคนต้องตายอย่างมีเงื่อนงำ ทว่าเมื่อได้เผชิญหน้า ตัวตนที่แท้จริงของเขากลับพลิกผัน ชายตรงหน้าคือบุรุษผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและมากความสามารถ เบื้องหลังหน้ากากของคนไร้ค่าที่เขาสร้างขึ้นมานั้น ซุกซ่อนความลับอันตรายใดไว้กันแน่
หน้าปกนวนิยาย ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
เมื่อซ่งจิ่นทะลุมิติมาอยู่ในร่างหญิงร้ายกาจ เธอต้องเผชิญกับยุคน้ำแข็งย่อยที่เต็มไปด้วยภัยพิบัติ ซ้ำร้ายร่างเดิมยังเคยทอดทิ้งสามีพิการและนำลูกเลี้ยงทั้งสี่ไปขาย ทว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่จะมีอำนาจล้นฟ้าในวันข้างหน้า โดยเฉพาะสามีที่จะกลายเป็นมหาเสนาบดี โชคดีที่เธอมีมิติน้ำพุวิเศษและวิชาแพทย์ติดตัว หญิงสาวจึงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม เธอปฏิเสธที่จะหนีเอาตัวรอด ขอเลือกยืนหยัดดูแลครอบครัวให้พ้นจากวิกฤต เพื่อลบข้อครหาและก้าวขึ้นเป็นภรรยาคู่ใจของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลอย่างภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย นาร้าย
6.5
อรร หรือที่มักถูกเรียกด้วยชื่อสะดุดตาว่า อรรแถ้ง ตัดสินใจทิ้งความคุ้นเคยเพื่อออกเดินทางไกลสู่เกาะบาหลี ดินแดนอันโดดเด่นด้วยธรรมชาติและมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว ทว่าจุดหมายของเขาไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็นการเริ่มต้นรับบทบาทพนักงานใหม่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งอย่างเต็มตัว การก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานในต่างแดนทำให้เขาต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไม่คุ้นชิน ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามนี้เอง ก้าวแรกของการทำงานได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำพาชีวิตของเขาไปเผชิญกับเหตุการณ์อีกมากมายในอนาคต