
ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี
ตอน 2
“พวกเอ็งแยกกันเอาของพวกนี้ไปขาย แล้วค่อยเอาเงินมาแบ่งกัน” เสียงของเก่งดังขึ้น เพราะต้องการเปลี่ยนจากสิ่งของเป็นเงินให้เร็วที่สุด
บ้านของเก่งคืออู่ซ่อมรถ ที่เปิดบังหน้างานอีกอย่างที่มักจะทำเพื่อหารายได้เสริม เมื่อก่อนดูเหมือนว่าอาชีพเสริมนี้จะเป็นอาชีพหลักของเก่งก็ว่าได้ ก่อนจะผันตัวมาเปิดอู่
“จ้ะพี่เก่ง” บรรดาลูกน้องของเก่ง ที่ส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้านหรือไม่มีครอบครัวขานรับอย่างพร้อมเพรียง เก่งนั้นถูกนับถือเป็นหัวหน้าแก๊ง ซึ่งระยะหลังๆ ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป้าหมายนิดหน่อย เพราะเน้นยกเค้าบ้านของตำรวจเป็นหลัก
“กล่องนี้พี่ให้เอ็ง เห็นว่ามันสวยดี เอาไปสิ” เอ่ยจบเก่งก็ยื่นกล้องไม้ที่พึ่งปล้นมาได้ให้มีนา เด็กสาวที่อยู่กับเก่งมาได้หลายปี ซึ่งครั้งแรกที่เก่งพบมีนาคือตอนที่เขาถูกแก๊งอันธพาล รุมกระทืบจนเกือบตาย
ตอนนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนว่า ‘ตำรววจมา’ ดังขึ้น จนทำให้แก๊งอันธพาลถึงกับวงแตกไปคนละทิศคนละทาง และเมื่อไม่มีใครมีนาก็โผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมส่งยิ้มแห้งๆ ให้เขา แล้วเฉลยว่าเธอเป็นคนพูดประโยคเมื่อครู่เอง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เขากับมีนาได้รู้จักกัน
ถามไถ่กันอยู่นาน เก่งถึงได้รู้ว่ามีนาหนีออกจากบ้าน เพราะถูกพ่อเลี้ยงหมายจะข่มเหงและคงไม่กลับไปที่นั่นอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เก่งสงสารจึงชวนมาอยู่ด้วยกัน ไปๆ มาๆ ก็นับถือเป็นพี่น้องมาจนถึงทุกวันนี้ นับเวลาจากวันนั้นจนถึงตอนนี้ก็ย่างเข้าปีที่สาม
“ไม่เป็นไรจ้ะพี่เก่ง ฉัน...”
“ถ้ามีนมันไม่เอา พี่ให้ฉันก็ได้นะพี่” กุ้งนางเอ่ยขัดขึ้น นั่นเพราะอยากได้กล่องไม้นั่นเช่นกัน แม้จะไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรอยู่บ้างก็ตาม
“กูให้มีนมัน เกี่ยวอะไรกับเอ็ง” เก่งหันมาเอ็ดกุ้งนางที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียตัวเอง แต่กลับไม่เคยออกไปช่วยงานอะไรสักอย่าง วันๆ ได้แต่แต่งหน้าทำผม สวยไปวันๆ
“แล้วถ้าเกิดในนั้นมีทองหรือเงินสด มีนก็ได้เยอะกว่าพวกเรานะสิ” กุ้งนางพูดราวกับตาเห็น ทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่ได้ไปช่วยงานอะไร
“ถ้ามีอย่างที่เอ็งพูด มีนมันสมควรได้ เพราะมันเข้าไปในบ้านหลังนั้นเป็นคนแรก ถ้าไม่ได้มันเข้าไปตัดสายกล้องวงจรปิด ป่านนี้ตำรวจคงได้แห่กันมาที่นี่แล้ว” แต่เก่งก็ตัดรำคาญ ด้วยการเปิดกล่องไม้ออกให้กุ้งนางได้เห็น ซึ่งข้างในมีแค่รูปถ่ายกับสร้อยคอเงินพร้อมจี้ธรรมดาๆ แค่เส้นเดียวเท่านั้น
“เห็นหรือยังว่าข้างในมันมีอะไร” น้ำเสียงห้วนๆ ของเก่งเอ่ยถามขึ้น
“เห็นแล้ว” กุ้งนางเอ่ยรับด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะมองมายังมีนาที่มักจะได้อะไรๆ มากกว่าเธอเสมอ ถือว่าเป็นน้องรักของเก่งหรือยังไง สักวันเถอะเธอจะเฉดหัวมีนาออกไปให้พ้นๆ
“เห็นแล้วก็หุบปากไปซะ”
“หุบก็หุบ...เชอะ” เอ่ยจบมีนาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที เก่งได้แต่ส่ายหน้าให้กุ้งนาง ใจหนึ่งก็อยากจะเลิกให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็นึกสงสาร
“เอาไปสิ”
“ขอบใจจ้ะ” มีนาเอ่ยขึ้นหลังจากยื่นมือไปรับกล่องไม้นั้นมาจากเก่ง
“ส่วนของที่อยู่ข้างใน เอ็งจะเก็บไว้หรือทิ้งก็ตามใจเอ็ง”
“จ้ะ”
“พี่ก็เป็นแค่โจร ไม่มีของขวัญวันเกิดดีๆ ให้เอ็งหรอก” เก่งเอ่ยขึ้น ใจจริงก็อยากซื้อของแพงๆ ให้มีนาเหมือนกัน แต่ยังไม่มีเงินมากขนาดนั้น เพราะเงินที่ได้มาจากปล้นแต่ละทีก็ต้องเอามาเลี้ยงลูกน้อง ที่ตอนนี้มีอยู่ห้าหกคน จะทิ้งพวกมันไปเสวยสุขคนเดียวก็ทำไม่ลงอีก เพราะอยู่กันมานานหลายปี
เงินที่นายใหญ่ให้มาใช้แต่ละก้อนก็เจียดมาเป็นค่าใช้จ่ายนั่นนี่อีกหลายรายการ การเป็นเสาหลักของครอบครัวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
“แค่นี้ก็พอแล้วจ้ะ”
“เอ็งคิดผิดคิดถูกกันที่จะมาอยู่กับพี่...หืม”
“อืม...เหมือนจะคิดผิด” คำตอบของมีนาทำเอาคนฟัง เหวอ
“อ้าว! นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องร่วมสาบาน พี่เตะเอ็งปลิวไปนู่นแล้วนะ” เก่งไม่ได้พูดอะไรเกินจริง นั่นเพราะตั้งแต่มีนาช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งนั้น ทั้งสองคนก็สาบานเป็นพี่น้องกัน
“ฉันล้อเล่นน่ะพี่เก่ง”
“แล้วไป”
“พี่เก่ง ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ”
“ว่ามา” เก่งนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้เพื่อรอฟัง
“ทำไมพักหลังๆ พี่ถึงเน้นปล้นแต่บ้านตำรวจ”
“พี่ว่าแล้วว่าเอ็งต้องสงสัย” นั่นเพราะเก่งรู้ว่ามีนาเป็นคนฉลาด แต่มักจะไม่โอ้อวด
“ก็มันน่าสงสัยนี่” มีนาสงสัยเรื่องนี้มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีจังหวะได้ถามเท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่นี่คือความเสี่ยงที่อาจทำให้ตำรวจสาวมาถึงตัวในเร็ววัน เพราะเหมือนไปเหยียบจมูกถึงที่แบบนั้น
“คำสั่งนายใหญ่นะ” คำว่านายใหญ่ทำให้มีนานึกถึงอดีตนายทหารคนนั้น คนที่ภายนอกดูขาวสะอาดแต่ทว่าเบื้องหลังกลับดำสนิท เธอเคยพบนายใหญ่แค่ครั้งเดียวหลังจากนั้นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปพบอีก
“แต่ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมนายใหญ่ต้องสั่งให้พี่ปล้นบ้านตำรวจแบบนี้ด้วย” แม้จะเข้าใจว่านี่คือคำสั่งของนายใหญ่ ซึ่งก็คือคนที่คุ้มครองเก่งอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นมีนาก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“สร้างสถานการณ์”
“สร้างสถานการณ์ สร้างไปทำไมกันจ๊ะ”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่การที่เราทำงานได้ดี ก็ได้รับคำชมมานะ โดยเฉพาะเอ็งมีน”
“ฉันเหรอ” มีนาชี้นิ้วมาที่ตัวเอง
“ใช่...นายใหญ่ฝากชมเอ็งมาว่าทำงานได้รอบคอบดี จบงานจะตบรางวัลให้”
“อ๋อจ้ะ” เอ่ยจบก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้เก่ง คำว่าตบรางวัลทำให้เธอรู้สึกขนลุกบอกไม่ถูก นั่นเพราะนายใหญ่ของเก่งดูไม่น่าเข้าใกล้อย่างถึงที่สุด ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“แล้วนายใหญ่จะให้เราปล้นบ้านตำรวจอีกกี่หลังหรือว่าพอแล้ว”
“อีกสองสามหลัง”
“อีกตั้งสองสามหลังเชียวเหรอ” มีนาอุทานออกมา เพราะไม่คิดว่าต้องไปปล้นบ้านตำรวจอีก
“ทำไม...หรือเอ็งกลัว”
“ฉันก็ยอมรับว่ากลัว เพราะเราไม่ได้ปล้นบ้านคนธรรมดาแต่กลับไปปล้นบ้านตำรวจ ถูกหมายหัวแน่ๆ”
“ไม่หรอก อย่าลืมสิว่านายใหญ่ที่หนุนหลังเราอยู่เป็นใคร” เก่งยิ้มอย่างมั่นใจ เพราะต่อให้อนาคตจะถูกจับได้ขึ้นมา ก็คงไม่ต้องติดคุกติดตะรางหรือเสียประวัติ นายใหญ่ต้องยื่นมือมาช่วยพวกเขาอย่างแน่นอน
“แต่ฉันว่า...” ยังไม่ทันที่มีนาจะได้เอ่ยอะไร เก่งก็ชิงพูดแทรกขึ้นเสียก่อน
“แล้วนี่เอ็งสอบเสร็จหรือยัง”
“ใกล้แล้วจ้ะ”
“เอ็งเรียนปีสุดท้ายแล้วสินะ” แววตาของเก่งสื่อความหมายว่าภูมิใจในตัวมีนามาก ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่เก่งก็รักมีนาเหมือนน้องสาวแท้ๆ มีนาเองก็รักเก่งเหมือนพี่ชาย เพราะรักจึงหวังดีอยากเปลี่ยนทางเดินของเก่งให้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่
นั่นเพราะสิ่งที่เก่งทำอยู่ตอนนี้มันเสี่ยงมาก การมีนายใหญ่คอยหนุนหลังอาจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าวันหนึ่งเก่งหมดประโยชน์ขึ้นมา คิดแล้วมีนาก็ได้แต่กังวล
“จ้ะ”
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย DarkZ [II] TRILOGY](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78d6ed015001834806828251852/g1Hy3uMTREMA.webp!15491.webp)

