ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

ปล้นรัก(ว่าที่)คุณสามี

เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ มีนา หัวขโมยสาวมือฉกาจโคจรมาพบกับ เมฆา นายตำรวจหนุ่มฝีมือเยี่ยมผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง แม้ความผิดในอดีตที่เธอเคยบุกปล้นบ้านเขาจะกลายเป็นชนักติดหลัง แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางกำแพงของสถานะที่ต่างกันสุดขั้ว เมฆาพยายามพิสูจน์ว่าความรักไม่มีกฎเกณฑ์และพร้อมจะปรับตัวเข้าหาเธอ ขอเพียงแค่มีนามอบโอกาสให้เขาได้ดูแลหัวใจโจรสาวคนนี้ตลอดไปในฐานะคนรักที่มั่นคง
ตอน
แชร์

ตอน 3

“สอบเสร็จก็ไปพักสมองบ้าง” เก่งเอ่ยปรามเพราะก่อนหน้านี้มีนามักจะทำงานหาเงินตลอดเวลา ไหนจะงานที่ร้านกาแฟที่เป็นของตัวเอง ไหนจะงานพิเศษที่ทำร่วมกับเขาและชาวแก๊งอีก บอกให้หยุดเพื่อตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็ไม่เคยทำตามเขาเลยสักครั้ง

“แล้วใครจะดูร้านล่ะจ๊ะ" ร้านที่มีนาเอ่ยถึงคือร้านกาแฟเล็กๆ ที่อยู่ถัดไปจากอู่ซ่อมรถของเก่งไม่ไกลนัก เป็นมินิมอลล์เล็กๆ แต่ทว่าก็สร้างรายได้ให้มีนาได้พอสมควร

"พี่ไง...แต่อย่าเลย เดี๋ยวไปไล่ลูกค้าเอ็งเสียเปล่าๆ" เอ่ยจบก็ส่งยิ้มแห้งๆ ให้มีนา นั่นเพราะทุกครั้งที่เก่งเข้าไปช่วยงานที่ร้านกาแฟ บรรดาลูกค้าเด็กๆ ต่างกลัวจนแทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

“มีน...พี่นะอยากให้เอ็งเรียนสูงๆ เพราะพี่ไม่มีโอกาสได้เรียน พี่อยากเห็นเอ็งสวมชุดครุยรับปริญญา”

“พี่เก่งก็รักษาตัวเองให้ดี ต้องไปงานรับปริญญาของฉันนะ”

“พี่ยังไม่รีบตายหรอกนา จะอยู่กับเอ็งจนหัวหงอกกันไปข้าง พี่ง่วงแล้ว ขอไปนอนพักสักงีบ พรุ่งนี้มีนัดส่งรถลูกค้าอีก” เอ่ยจบเก่งก็ส่งยิ้มให้มีนาจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องนอนตัวเองไป มีนาได้แต่นั่งถอนหายใจออกมาเฮือกๆ ก่อนจะเดินถือกล่องไม้ที่ได้รับจากเก่งกลับห้องของตัวเองเช่นกัน

เธอหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงขนาดสามฟุตครึ่ง แล้วเปิดกล่องไม้ในมือออกดู รูปถ่ายเด็กทารกวัยแบเบาะกับเด็กชายที่อายุราวๆ แปดขวบไม่ได้ดึงความสนใจของเธอได้มากเท่ากับสร้อยคอพร้อมจี้ ที่วางอยู่มุมหนึ่งของกล่องไม้

“ทำไมถึงเหมือนกับของเราเลย” มีนาดึงสร้อยคอที่สวมติดตัวอยู่ตลอดเวลาออกมาเปรียบเทียบ มองมุมไหนสร้อยทั้งสองเส้นก็เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน แถมด้านหลังจี้ยังสลักตัวอักษรตัวเอ็มเป็นภาษาอังกฤษไว้อีก ซึ่งเธอรู้และเข้าใจมาตลอดว่านี่คืออักษรย่อชื่อของเธอ

“แค่ความบังเอิญมั้ง สร้อยแบบนี้คงมีขายออกถมเถไป” นี่คือคำตอบที่มีนาให้กับตัวเอง ก่อนจะเก็บของใส่กล่องไม้ไว้อย่างเดิม และไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก

หนึ่งอาทิตย์หลังจากถูกโจรยกเค้าบ้าน ในที่สุดนายตำรวจหนุ่มเมฆาก็ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมาอยู่ในมือ ภาพของผู้หญิงต้องสงสัยคนหนึ่งที่เข้ามาในหมู่บ้านหลายครั้ง และมักจะเดินสอดส่องด้วยท่าทางไม่น่าไว้วางใจอยู่รอบๆ บ้านของเขา นั่นทำให้ชายหนุ่มสนใจเธอเป็นพิเศษ

ก่อนที่ภาพจะตัดมายังวันเกิดเหตุ ผู้หญิงคนเดิมตรงมายังบ้านของเขาอย่างไม่ลังเล แม้จะมองไม่เห็นหน้าเลยสักมุม แต่ลักษณะท่าทางรวมไปถึงรูปร่างที่เห็น เมฆามั่นใจว่าต้องเป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่ และไม่นานเธอก็ปีนกำแพงเข้ามาภายในบ้านได้สำเร็จ

“ปีนกำแพงได้ซะด้วย” เสียงทุ้มเอ่ยบอกตัวเอง พร้อมจับตามองภาพที่เห็น เพราะทันทีที่เข้ามาในบ้านได้ เธอก็เริ่มทยอยตัดสายกล้องวงจรปิดทิ้ง บางตัวที่ตัดไม่ได้ก็ใช้วิธีบิดหน้ากล้องจนจับภาพอะไรไม่ได้เช่นกัน

“ดูเป็นมืออาชีพไม่น้อย คงไม่ได้ลงมือคนเดียวแน่ และคงรู้แม้กระทั่งเวลาของสายตรวจว่าจะมาประมาณกี่โมงสินะ” เมฆายกมือขึ้นกุมคางตัวเองพร้อมสันนิษฐานไปด้วย

ยิ่งได้เห็นภาพขณะโจรลงมือก่อเหตุแบบนี้ก็ยิ่งเจ็บใจจนอยากตามจับให้ได้เสียวันนี้พรุ่งนี้ แต่ทุกอย่างมันก็มีขั้นมีตอน ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำได้ ต่อให้เขาเป็นถึงตำรวจก็เถอะ สายสืบที่ส่งลงพื้นที่ก็กำลังทำงานกันอย่างหนัก เพราะระยะหลังๆ บ้านนายตำรวจมักจะถูกโจรยกเค้าบ่อยขึ้น

ไหนจะงานที่สถานีตำรวจที่เขาต้องรับผิดชอบอีกหลายงาน โดยเฉพาะงานใหญ่ที่พึ่งได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาเมื่ออาทิตย์ก่อน

“เฮ้อ!” นายตำรวจหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ นั่นเพราะแต่ละงานไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างหลังที่ดูเหมือนจะอันตรายถึงชีวิต

เมฆานั่งทำงานจนดึกดื่นอย่างเคย ก่อนจะกลับบ้านที่ตอนนี้ดูเหมือนจะโล่งเป็นพิเศษ นั่นเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พอจะขายได้ก็ถูกยกเค้าไปจนหมด ขนาดจะต้มมาม่ายังทำไม่ได้เพราะไม่มีไมโครเวฟ

นายตำรวจหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างคนหมดแรง ตั้งใจจะนอนพักสายตาสักหน่อย แต่ไปๆ มาๆ กลับหลับสนิทแบบไม่รู้ตัว ก่อนจะสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ในตอนเช้า เมฆางัวเงียคว้ามากดรับสายทั้งๆ ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นดูหน้าจอด้วยซ้ำ แต่เสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้แบบเฉพาะตัวก็รู้ได้ไม่ยากว่าคือใคร

“ครับแม่”

“ตื่นหรือยังเมฆ” ผกาเอ่ยถามออกไป

“ยังครับ ว่าแต่แม่มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไร แค่โทรหาลูกชายคนเดียวเพราะคิดถึง” นั่นเพราะหลายอาทิตย์มานี้ เมฆาแทบไม่ได้แวะกลับมาที่บ้านเลย ทั้งๆ ที่กรุงเทพฯ กับราชบุรีก็ไม่ได้ไกลกันขนาดนั้น

“ผมก็คิดถึงแม่ครับ พ่อด้วย”

“คิดถึงก็แวะมาหาแม่บ้าง”

“พอดีช่วงนี้ผมยุ่งๆ อยู่นะครับแม่” นายตำรวจหนุ่มรีบ แก้ต่างให้ตัวเอง แต่พักนี้เขาก็ยุ่งกับงานมากจริงๆ

“พ่อก็ยุ่ง ลูกก็ยุ่ง รู้แบบนี้แม่ไม่น่ายอมให้เราเป็นตำรวจเหมือนพ่อซะก็ดี” ผกาเอ่ยออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจ ชีวิตเธอแต่งงานกับนายตำรวจก็พอทำใจได้เรื่องงานว่าไม่ค่อยมีเวลา ติดราชการนั่นนี่บ่อยๆ แต่พอมีลูกแทนที่จะได้อยู่ด้วยกัน กลับเลือกจะเป็นนายตำรวจเหมือนผู้เป็นพ่ออีก

“โธ่แม่ครับ”

“เอาเป็นว่าเย็นนี้แม่จะรอกินข้าว ตกลงนะ”

“เย็นนี้เลยเหรอครับแม่” คนฟังอุทานออกมาเพราะมันปุบปับเกินไปหน่อย

“ใช่จ้ะ แล้วก็อย่ามาอ้างว่าต้องไปทำงาน เพราะแม่รู้ว่าวันนี้และพรุ่งนี้คือวันหยุดลูก” ที่รู้เพราะผกานั้นโทรสอบถามกับลูกน้องของเมฆามาแล้วนั่นเอง

“แม่ดักผมซะทุกทางขนาดนี้แล้ว ไปก็ได้ครับ”

“ดีมากจ้ะ” ผกายิ้มกว้างออกมา ร้อยวันพันปีเธอไม่เคยมัดมือชกลูกชายแบบนี้สักเท่าไหร่นักหรอก แต่ครั้งนี้มันคิดถึงมากจริงๆ รวมทั้งอยากถามเรื่องที่เธอได้ไหว้วานให้เมฆาทำด้วย ว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

เมฆาคุยโทรศัพท์กับผู้เป็นแม่อีกครู่หนึ่งก็กดวางสาย จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย แต่ไม่ได้ตรงเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว

นายตำรวจหนุ่มเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อออกกำลังกายอย่างที่เคยทำ ทั้งซิทอัพ วิดพื้น ยกเวทและอื่นๆ กระทั่งผ่านไปสองชั่วโมงจึงกลับขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัวแล้วกลับลงมาที่ชั้นล่างอีกครั้ง เพื่อทำอาหารเช้าง่ายๆ กิน

“เอ้า! กาแฟหมด” เมฆาเอ่ยเซ็งๆ นั่นเพราะเขาติดกาแฟ หากวันไหนไม่ได้รับคาเฟอีนก็เหมือนชีวิตนั้นขาดอะไรไป อย่างเช่นในเช้านี้ที่นายตำรวจหนุ่มดูจะไม่ค่อยสดชื่นอย่างที่ควร

เมฆากินข้าวเช้าแบบลวกๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์มาถือไว้ในมือ ปิดบ้านเสร็จก็เดินตรงไปยังรถคู่ใจ ก่อนจะขี่ออกไปจากบ้านโดยเป้าหมายของวันนี้คือราชบุรี ระหว่างนั้นก็กวาดสายตาผ่านหมวกกันน็อคใบใหญ่เพื่อมองหาร้านกาแฟอยู่เป็นระยะๆ แต่ไม่มีจังหวะได้เลี้ยว

กระทั่งขี่รถออกมานอกเมือง สายตาของเมฆาก็มองเห็นป้ายร้านกาแฟอยู่ไม่ไกล คราวนี้นายตำรวจหนุ่มจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดยังหน้าร้านอย่างไม่รีรอ เมื่อจอดรถบิ๊กไบค์เสร็จก็ถอดหมวกกันน็อคออก ก่อนจะถือติดมือเข้าไปภายในร้านด้วย

“เอสเพรสโซ่ร้อนแก้วนึงครับ”

“ได้ค่ะ” เจ้าของร้านที่เวลานี้ยืนอยู่หน้าเครื่องทำกาแฟเอ่ยรับ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ลูกค้าหนุ่มตามมารยาทที่ทำอยู่ทุกๆ วัน แล้วเดินมาคิดเงินอีกมุม

“เท่าไหร่ครับ”

“ห้าสิบห้าบาทค่ะ” มีนาเอ่ยบอกราคากาแฟที่ลูกค้าสั่งเมื่อครู่ เมฆาจึงหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้เธอ จากนั้นก็รอรับเงินทอน เมื่อได้ครบก็เดินมานั่งรอกาแฟที่สั่งยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ร้านกาแฟขนาดกลางที่ตกแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ มีพื้นที่เอาท์ดอร์เล็กๆ ให้ลูกค้าได้นั่งรอหรือดื่มกาแฟด้วย

ที่นี่คงเป็นมินิมอลล์เปิดใหม่เพราะเขาไม่คุ้นตาว่ามันเคยมีมาก่อน หรือเพราะเขาไม่เคยสังเกตว่ามันมีก็ไม่รู้เหมือนกัน จะว่าไปมุมที่เขานั่งสามารถมองเห็นผู้หญิงคนเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน

เมฆาไม่เคยรู้สึกสนใจที่จะมองขั้นตอนการชงกาแฟเท่าครั้งนี้มาก่อน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างการชงกาแฟกับคนชงอะไรน่าสนใจกว่ากัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เพิ่มความสูงด้วยการขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้ซึ่งเวลานี้วางอยู่กับพื้น เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้คงเพราะอยากให้ตัวเองสูงเท่ากับระดับของเครื่องทำกาแฟกระมังหรือไม่เธอก็คงถนัดกว่ายืนบนพื้น ดูไปแล้วก็ตลกและน่ารักในเวลาเดียวกัน

“เอสเพรสโซ่ร้อนได้แล้วค่ะ”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GJV” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GJV
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย บอดี้การ์ดจ้าวหัวใจ ชุด One Night Stand
8.9
เดวิด อดีตทหารรับจ้างชาวอเมริกันผู้แข็งแกร่งต้องมารับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้พราวพลอย คุณหนูไฮโซผู้มั่งคั่งที่มักถูกสังคมตราหน้าว่าร้ายกาจ ทั้งที่ความจริงเธอคือเหยื่อที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายสาวกับบอดี้การ์ดหนุ่มกลับทวีความเร่าร้อนเกินห้ามใจ เมื่อพราวพลอยตกอยู่ในบ่วงเสน่หาจนไม่อาจต้านทานการสำรวจอันเร่าร้อนของเดวิดได้ เขาค่อยๆ ครอบครองเธออย่างลึกซึ้งในค่ำคืนที่ความต้องการพุ่งพล่านจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย พยศรักปรารถนาเถื่อน
9.1
ศรินภัสร์ยอมรับภารกิจสายลับมือใหม่แฝงตัวเข้าไปสืบคดีไม้เถื่อนในปางไม้เพื่อพิสูจน์รักที่มีต่อชายคนหนึ่ง แต่เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ วาโย คู่หมั้นที่เธอเกลียดชังซึ่งเป็นเจ้าของที่นั่น เขาเข้าใจผิดว่าเธอมาเพื่อบีบบังคับเรื่องแต่งงาน จึงคอยกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธออย่างโหดร้าย เมื่อศรินภัสร์ไม่ยอมถอย วาโยจึงเริ่มใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนความอวดดี เขาใช้กำลังพันธนาการตัวเธอไว้พร้อมมอบจูบที่ดุดันเป็นการลงโทษจนหญิงสาวผู้อ่อนประสบการณ์แทบสิ้นเรี่ยวแรงและขาดใจ
หน้าปกนวนิยาย บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
Li Mengyao is reborn into the body of a twelve-year-old girl just as her mother, a naive concubine, is framed and banished from the Li estate for causing a miscarriage. Armed with the Purgatory Jade Bracelet that followed her from death, she must navigate a new life in exile. While the Li family sacrifices them to appease a powerful clan, Mengyao’s arrival with a mystical artifact changes everything. No longer a timid child, she faces the harsh reality of her abandonment with newfound power.
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง