ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่ห์แห่งฝนพรำ

มนต์เสน่ห์แห่งฝนพรำ

โชคชะตาที่แสนเจ็บปวดของนลินเริ่มต้นขึ้นเมื่อพ่อแม่แท้ๆ วางยาสลบแล้วส่งตัวเธอไปขายบริการเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาทโดยที่เธอไม่เต็มใจแม้แต่น้อย สาเหตุเบื้องหลังความโหดร้ายนี้มาจากความจำเป็นเร่งด่วนในการหาเงินมารักษาพี่สาวที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคหัวใจขั้นรุนแรงและโรคธาลัสซีเมีย นลินจึงต้องกลายเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนที่ไร้ซึ่งความเมตตา ท่ามกลางความขัดแย้งของศีลธรรมและความกตัญญูที่บีบคั้นหัวใจในโลกยุคปัจจุบัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ในแววตาของริสามีความร้ายกาจซ่อนอยู่ เมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง ถึงแม้ในใจจะมีความลังเลอยู่บ้างถึงแม้นลินจะเป็นลูกนอกคอกของเธอก็ตาม แต่ความเกียจชังที่มีต่อลูกสาวมันมากเกินกว่าที่เธอจะเก็บเอามาคิด

ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ค่ารักษาของลูกสาวสุดที่รักของเธอเท่านั้น แม้แต่ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ไม่มีเหลือแล้ว วันพรุ่งนี้ก็คงจะไม่มีอาหารตกถึงท้องแล้ว

หากนราลูกสาวคนโตของเธอไม่ได้ทานอาหารที่ดีและไม่ได้ทานอาหารที่ครบห้าหมู่ อาการป่วยของลูกสาวเธอก็คงจะทรุดหนักไปมากกว่านี้

สุดท้ายนี้ริสาก็ได้แต่ตัดใจใช้แผนการเดิม เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว

“หมายความว่ายังไงคะคุณแม่”

แววตาของนลินสั่นระริก ด้วยความกังวลและความกลัว เมื่อสบตากับคุณแม่ของเธอ

ทุกครั้งที่เห็นแววตาแบบนี้ของคุณแม่ ก็ไม่เคยมีเรื่องดีสำหรับเธอเลยสักครั้ง

“ฉันบอกให้แกทำอะไรแกก็ต้องทำ หรือแกจะปล่อยให้พี่สาวของแกตายเลือกเอา”

“ แม่คะ หนูจะกล้าปล่อยให้พี่สาวตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกันล่ะคะ หนูขอโอกาสสุดท้ายได้ไหมคะคุณแม่ หนูพอจะมีเพื่อนอยู่บ้างหนูอยากจะลองขอกู้ยืมเพื่อนดูก่อน”

นลินยกมือกุมมือคุณแม่ด้วยความอ้อนวอนให้คุณแม่ของเธอเห็นใจเธอบ้าง เพราะต่อให้เธอจะทำงานหนักจนเป็นลมเหมือนเมื่อวานก่อนเธอก็จะทำ

นลินไม่มีทางที่จะปล่อยให้พี่สาวของเธอเป็นอะไรไปแน่ๆ

อึก!ริสาผู้เป็นแม่สะบัดมือออกอย่างแรงทำให้นลินซวนเซไปชนที่ตู้วางแจกันด้านหลังส่งผลให้แผ่นหลังของเธอรับแรงกระแทกเต็มๆ นลินรู้สึกถึงความเจ็บและจุกจนแทบจะหลุดเสียงร้องออกมา แต่ด้วยความกลัวทำให้เธอต้องเก็บเสียงร้องของตัวเองไว้ให้เงียบมากที่สุด

ซาด!น้ำแกงร้อนถ้วยใหญ่ถูกเทราดบนหัวของลูกสาวตัวดีอีกครั้ง เมื่อนลินเริ่มพูดถึงเรื่องราวเพ้อเจ้อในความคิดของริสา

นลินหลับตาลงด้วยความชอกช้ำใจ เธอรีบปัดเศษอาหารและถอดเสื้อนอกออกเพื่อเช็ดน้ำแกงออกจากใบหน้า ทั้งๆที่คนในครอบครัวของเธอไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยซักนิด เมื่อเห็นภาพนี้จนเคยชิน

ริสายืนเท้าเอวหัวเราะขำขันกับคำพูดและความพยายามของลูกสาวของตัวเอง ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง กี่ครั้งก็ไม่เคยปรับปรุงตัวเอง ไม่รู้จักส่องกระจกดูตัวเองซะบ้างมีแต่ความคิดโง่ๆ

ความสามารถแค่นี้จะทำอะไรได้แค่เรียนแพทย์จบเร็วเข้าหน่อยก็หยิ่งผยองคิดว่าตัวเองสามารถทำได้ทุกอย่าง เรียนสูงแล้วทำอะไรได้เรียบจบแล้วก็ไม่มีเงินอยู่ดี ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรหนักหนาเด็กยากไร้พวกนั้น ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด

ครั้งนี้จะถือว่าเป็นการกำราบลูกสาวที่ดื้อรั้นของเธอไปในตัวด้วยก็แล้วกัน เด็กคนนี้จะได้ไม่กล้าพยศกับเธออีก

นลินที่เห็นท่าทางของคุณแม่ เธอก็รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อ และดึงแขนเสื้อของคุณพ่อด้วยความอ้อนวอน คุณพ่อคือทางเหลือสุดท้ายของเธอ

“ พ่อคะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูขอโอกาสครั้งสุดท้ายจริงๆ พ่อก็รู้ว่าหนูไม่มีทางทิ้งพี่สาวอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกเราก็เอาบ้านหลังนี้ไปจำนองก่อนก็ได้”

นลินจะไม่เห็นได้ยังไงที่แม่ของเธอแอบนัดคุยลับๆล่อๆกับคนชุดดำเมื่อสามวันที่แล้ว

ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งตัวสั่นด้วยความรู้สึกกลัวสุดขีด หยาดน้ำตาคลอจวนเจียนจะไหลออกมา ทั้งๆที่นลินเป็นคนที่เข้มแข็งมากและไม่เคยร้องไห้อีกเลยตั้งแต่ห้าขวบ

เคร้ง!! นราวางช้อนด้วยความหงุดหงิดที่เห็นสีหน้าอ่อนลงของคุณพ่อ

ทุกครั้งน้องสาวของเธอก็ชอบอ้อนวอนคุณพ่อของเธอแบบนี้ ถึงแม้ว่าน้องสาวของเธอจะรู้ว่าคุณพ่อช่วยอะไรไม่ได้ก็ตาม

แต่เธอจะปล่อยให้น้องสาวตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้ได้ยังไงกัน เธอไม่มีทางให้มันสำเร็จ…

“พอสักทีเถอะค่ะ เรื่องของหนูทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ต่อให้หาเงินมาได้ก็ต้องติดหนี้ก้อนโต รู้ตั้งแต่เนิ่นๆแบบนี้ก็ปล่อยให้หนูจากไปอย่างสงบจะดีกว่านะคะ หนูไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องมาเดือดร้อนเพราะหนูอีกแล้ว”

พูดจบน้ำตาของนราก็ไหลออกมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ที่ทำให้ทุกคนลำบากเพราะเธอ แล้วเธอก็วิ่งกลับเข้าห้องตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า

เมื่อเห็นนราร้องไห้ ก็ยิ่งทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังรู้สึกเห็นใจและสงสารกลับความโชคร้ายของเธอ

ยิ่งเห็นหัวใจที่แตกสลายของนรา ในใจของนลินที่เป็นน้องสาวฝาแฝดก็ยิ่งรู้สึกผิด

เพี้ย!ฝ่ามือของริสาตบลงที่ใบหน้าของนลินเต็มแรงจนหน้าสะบัด เพียงเพราะว่านราร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้น แค่นั้นยังไม่พอนิ้วเรียวและเล็บที่ยาวสีแดงเลือดนกของริสาจิกที่ผมของนลินแรงๆและผลักเธอลงบนโต๊ะอาหารพร้อมกับเทอาหารที่เหลือราดหัวของนลินจนหมด

“คุณ..”

ประสิทธิ์ที่เห็นภรรยาลงมือกับลูกสาวก็สึกตกใจ

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบลูกสาวคนนี้ซักเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยลงมือกับลูกสาวตัวเองเลยซักครั้ง แต่ภรรยาของเขากลับลงไม้ลงมือมาตลอดเขารู้อยู่แก่ใจ แต่ครั้งนี้ภรรยาของเขาทำเกินไปจริงๆ

“ นังลูกไม่รักดี ยังจะกล้ามองหน้าฉันอีก ที่พี่ของแกร้องไห้มันก็เป็นความผิดของแกทั้งนั้น”

ในใจของริสารู้สึกเดือดดาลจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้เหมือนทุกครั้งเวลาที่สามีอยู่ ริสาถึงไม่เคยลงมือตบตีลูกสาวต่อหน้าสามีเลยซักครั้ง อย่างมากก็แค่สั่งสอนเล็กๆน้อยแต่วันนี้เธอสุดจะทนจริงๆ

“….”

“ ทำไมหรือคิดอยากจะลงมือกับแม่ตัวเอง แกถึงได้ใช้สายตาแข็งก้าวมองฉันแบบนี้ เพี้ย!”

เมื่อเห็นว่าสามีของตัวเองไม่ได้ทัดทานอะไรอีกริสาก็ลงมือกับลูกสาวอีกครั้งด้วยความได้ใจ

นลินที่ถูกกดจนใบหน้าของเธอแนบกับโต๊ะอาหาร เธอเลียมุมปากของตัวเองที่แตกแล้วก็หัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง เส้นผมที่ยุ่งเหยิงและร่างกายที่มีแต่กลิ่นของอาหารคละคลุ้งเต็มไปหมด สภาพที่ราวกับไม่ใช่คนแบบนี้มันทำให้เธออยากจะหายออกไปจากที่นี่

ทุกครั้งที่คุณแม่ของเธออารมณ์ไม่ดีและโมโหเธอก็จะกลายเป็นสนามอารมณ์ของคุณแม่เธอทุกครั้ง เหมือนอย่างตอนนี้

ไม่ว่าจะเป็นการตบตีหรือว่าจับเธอไปขังในห้องมืดนลินก็เคยเจอมาหมดทุกรูปแบบแล้ว

นลินยังจำได้ครั้งแรกที่ถูกแม่ของเธอลงโทษ แม่ของเธอทิ้งเธอไว้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด

เพียงเพราะว่าเธอเรียกร้องที่จะเอาของเล่นเหมือนกับพี่สาวให้ได้

ในจิตสำนึกของนลินยังคงจำคำพูดของคุณแม่ได้ ‘เด็กไม่ดีจะต้องถูกสั่งสอนและถูกลงโทษให้หลาบจำ วันหลังจะได้ไม่ทำอีก’

“ จะไปไหนก็ไป ถ้าตอนเย็นฉันหาแกไม่เจอนะคอยดูว่าฉันจะทำยังไงกับแก ยังไม่ไปอีก ไปสิ! ทำให้ฉันหงุดหงิดได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆลูกสาวคนนี้”

ริสาชี้หน้าด่าลูกสาวแล้วหันหน้าหนีอย่างไม่แยแสถึงแม้ว่าจะเห็นรอยฝ่ามือที่แดงเถือกบนแก้มทั้งสองข้างและร่างกายที่มีแต่กลิ่นอาหารของผู้เป็นลูกสาวคนเล็ก

หลังจากที่ปิดประตูห้องจนสนิทแล้วนลินก็หันหลังนั่งพิงประตูอย่างหมดแรง และดึงผมตัวเองเพื่อระบายความรู้สึกที่เธอไม่อาจทำอะไรได้ออกมาจนเส้นผมหลุดออกมาเป็นกำมือ

หลังจากที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วนลินก็ส่องกระจกดูเส้นผมของตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอถอดเสื้อผ้าออกอย่างช้าๆ

ยังดีที่เส้นผมของเธอหนา ไม่อย่างนั้นเธอก็อาจจะเป็นที่หัวเราะเยาะของคนอื่นได้เมื่อเธอหัวล้านกว่าวัยอันควร เมื่อมองดูร่างกายของตัวเองในกระจกก็เห็นแต่รอยเขียวฟกช้ำเต็มไปหมดที่เกิดจากฝีมือแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง

ในใจของนลินตอนนี้ก็คิดถึงคนรักของตัวเอง นลินลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรัก เพราะเธอไม่อยากให้คนอื่นกล่าวหาว่าเธอคบกันกับคนรักเพื่อหวังผลประโยชน์

‘ พี่ตะวันจะต้องไม่ปล่อยให้ฉันลำบากแน่ ถ้าพี่ตะวันรู้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ของฉัน’

สุดท้ายนลินก็ตัดสินใจโทรหาคนรักด้วยความหวัง

“ ฮัลโหล”

“ ตะวันคะ”

“ นลิน~ คิดถึงตะวันใช่ไหมคะถึงได้โทรหาตะวัน”

ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอบอุ่นและขี้เล่นเล็กน้อย ทำให้นลินรู้สึกอุ่นใจไม่น้อย

“ ตะวันคะ ตอนนี้นลินมีเรื่องลำบากนิดหน่อยนลินอยากจะขอ…”

“ ตะวันคะ คุยกับใครอยู่คะ”

ยังไม่ทันที่นลินจะได้ขอในสิ่งที่คิด นลินก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสายของตะวันซะก่อน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียร้อนจำยอมรัก
7.8
เมื่ออ้อนถูกตราหน้าว่าพยายามยั่วยวนสามีของพี่สาวต่างแม่ นางจันทร์นิลจึงจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการผลักไสเธอให้ตกเป็นเมียของพัชระ ช่างหนุ่มยากจนในไร่ชาท่ามกลางสภาพบอบช้ำ พัชระที่แอบหลงรักอ้อนมานานต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อความแค้นและความเกลียดชังของครอบครัวบีบบังคับให้เขาต้องเลือกระหว่างความรักที่เขามีให้เธอ หรือการยอมจำนนต่อคำสั่งอันโหดร้ายที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาลในกระท่อมซอมซ่อหลังนั้น
หน้าปกนวนิยาย กามเทพคุกคามรัก
8.3
ดีแลนจำใจเดินทางไปยังสกายล์ฮอลล์ คลับหรูของณรงค์เพื่อนเก่า เพื่อเจรจาธุรกิจพลังงานทางเลือกกับอดัม เทียร่า นักธุรกิจลูกครึ่งผู้รักความสำราญ แม้ดีแลนจะรำคาญบรรยากาศที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นควันและสาวสวยที่คอยปรนนิบัติ แต่เขาก็เลี่ยงไม่ได้ อดัมที่มองว่าเพื่อนร่วมทุนจริงจังกับชีวิตเกินไปจึงจัดเตรียมผู้หญิงไว้คอยรับรองหวังให้เขาผ่อนคลาย ทว่าดีแลนที่เพิ่งเสียเวลาจากการหลงทางและไม่คุ้นชินกับการขับรถเอง กลับแสดงท่าทีเย็นชาและพยายามปลีกตัวออกห่างจากหญิงบริการเหล่านั้นอย่างชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย ขออีกครั้ง (ซีรีส์หลงเมีย)
9.8
เมื่อความสัมพันธ์ครั้งเก่าถูกรื้อฟื้น แมธธิวตัดสินใจเอ่ยปากขอโอกาสจากพราวด์อีกครั้ง ทว่าคำขอของเขาไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ยังแฝงนัยสำคัญที่สื่อถึงความปรารถนาลึกซึ้ง ฝ่ายหญิงสาวเองก็พร้อมเผชิญหน้าอย่างเร่าร้อน เธอใช้เสน่ห์เย้ายวนยั่วเย้าจนชายหนุ่มยากจะต้านทาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด พราวด์เลือกที่จะท้าทายให้เขาลงมือทำมากกว่าเพียงแค่คำพูด บทพิสูจน์รักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นใจและการรุกกลับที่เหนือชั้นของนางเอกสายสตรอง
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90
8.9
หลินจิงซูผู้เคยมีชีวิตล้มเหลวเพราะครอบครัวที่เห็นแก่ตัว ได้รับโอกาสครั้งที่สองให้ย้อนเวลากลับไปยังปี 1990 เธอจึงใช้ความรู้จากอนาคตเข้าคว้าโอกาสทองทางธุรกิจเพื่อสร้างฐานะจนมั่งคั่งและก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้ทรงอิทธิพล การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ได้ต้องการเพียงความสำเร็จ แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเอาคืนและบดขยี้ทุกคนที่เคยสร้างความเจ็บปวดให้เธอในอดีตอย่างสาสม ท่ามกลางสมรภูมิการค้าที่เธอกลายเป็นผู้คุมเกมทั้งหมด
หน้าปกนวนิยาย เมียที่เคยรัก
8.7
ชาติภพก่อนเธอคือหญิงสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์ เป็นที่หมายปองของบุรุษมากหน้าหลายตาที่ต่างมอบความรักให้ ทว่าเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอเกิดใหม่อีกครา ทุกสิ่งกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิง ความหวังที่จะเป็นยอดดวงใจพังทลายลง เธอต้องตื่นมาพบกับความจริงอันแสนโหดร้ายในฐานะภรรยาที่สามีหมางเมินและลืมเลือน ด้วยความเจ็บช้ำ เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ เลือกก้าวถอยออกมาเพื่อเป็นเพียงอดีตภรรยาของเขาเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์อันแสนหวานที่เคยถักทอในอดีตจะเลือนหายไปและไม่มีวันหวนคืนมาได้อีกเลยจริงๆ หรือ
หน้าปกนวนิยาย คุณพ่อทวงรัก
9.1
นิยายรักร่วมสมัยในชื่อ คุณพ่อทวงรัก ซึ่งเคยได้รับการตีพิมพ์ภายใต้ชื่อเดิมว่า คุณพ่อแบดบอยทวงรัก โดยสำนักพิมพ์อินเลิฟ เรื่องราวเข้มข้นที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครนำที่ต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ของหัวใจและการกลับมาทวงคืนความรู้สึกที่เคยขาดหายไป พบกับมิติตัวละครที่มีเสน่ห์น่าติดตามในรูปแบบฉบับปรับปรุงใหม่ที่ยังคงความประทับใจของเนื้อหาดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชื่นชอบงานเขียนแนวโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและปมปัญหาครอบครัวที่รอการประสานรอยร้าวให้กลับมาสวยงามดังเดิม