ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกมส์บังคับรัก [ A love game ]

เกมส์บังคับรัก [ A love game ]

ชีวิตของขวัญชนกเปลี่ยนไปทันทีที่อายุครบสิบแปดปี เมื่อเธอต้องเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นของดีแลน ฟง นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบผู้เคร่งขรึมในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงในนามเท่านั้น ท่ามกลางเกมการประมูลที่ร้อนแรง ขวัญชนกตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อดึงดูดให้เขาก้าวออกมาจากเงามืด แม้ราคาจะพุ่งสูงถึงห้าล้านบาทจนสร้างความตกตะลึงไปทั่วงาน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในเกมรักที่เขาและเธอต่างเดิมพันด้วยหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

กรุงเทพมหานคร ปี๊ด ปี๊ด บรื้นนนนน เสียงยวดยานบนท้องถนนที่แออัดหนาแน่นไปด้วยยานยนตร์ ชั้นบรรยากาศอบอวลไปด้วยหมอกควันมลพิษ เสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินบนทางเท้า สอดประสานไปกับเสียงยานยนตร์ที่จอดนิ่งตามสัญญาณไฟจราจร ทำให้คนที่ได้ยินไม่อาจจับใจความอะไรได้เลย

“คุณฟงครับ นั่นคุณขวัญครับ” ดีแลนที่จดจ่อสายตาอยู่บนหน้าจอไอแพดที่เบาะหลังรถ ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนหลายๆ คันที่ต้องรอสัญญาณไฟจราจร เขาจำต้องละสายตาและมองผ่านกระจกหน้าต่างข้างกาย

หญิงสาวในชุดยูนีฟอร์มนักเรียน เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเรียนหลายคนที่เดินคุยหัวเราะต่อกระซิกกันตามประสาวัย ดีแลนทอดสายตามองไปรอบๆ ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนของสถาบันศึกษาระดับอุดมศึกษา

“ให้ผมไป...”

“ไม่ต้อง” ดีแลนเข้าใจทันทีว่าคนของเขากำลังจะไปพาขวัญกลับบ้านพร้อมกัน แต่เขาคิดว่าควรให้เวลากับเธอหน่อย เพราะเหลือเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น...ควรให้เวลาช่วงสุดท้ายกับเธอหน่อย

รถยังคงจอดนิ่ง “ขวัญ...ขวัญ” เสียงตะโกนจากด้านนอกที่ใกล้รถของเขามาก จนดีแลนเองก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคย

หนุ่มร่างสูงโปร่งตามวัยในชุดยูนีฟอร์มจากสถาบันเดียวกัน เดินกึ่งวิ่งมาจนทัน ที่จะมาเดินเคียงข้างขวัญชนก เมื่อมองภาพนั้นแล้วดีแลนนิ่ง ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้ใครคาดเดาได้

“ข้อสอบเป็นไง” เมฆ เขาเป็นเพื่อนนักเรียนของเธอเอง เพื่อนที่ทำให้เธอหน้าแดง ใจเต้นแรง เมฆเป็นที่หมายปองของนักเรียนหญิงมากมายรวมถึงเธอด้วย

“ก็พอได้” เมฆยิ้มและพยักหน้า เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกับขวัญชนก ว่าข้อสอบครั้งนี้ไม่ยากอย่างที่คิด

“พอได้อะไรกันเล่า!!!” แต่เสียงของหญิงสาวอีกคนกลับโต้แย้งขึ้นมา

“ส้ม นี่เธอทำไม่ได้เหรอ” ขวัญชนกหันไปถามเพื่อนสาวต่างวัย

“ฉันไม่ได้เก่งอย่างพวกเธอสองคนนี่! ท่านคิงส์และท่านควีน ข้าพเจ้าขอคารวะ” ท่าทางประกอบคำพูดของส้ม เรียกเสียงเฮฮาหัวเราะของเพื่อนๆ สร้างความครื้นเครงให้กับพวกเขาได้กันอย่างสนุกสนาน และบทสนทนาต่างๆ มากมายของเหล่านักเรียนกลุ่มนั้นยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แต่พวกเขาพูดอะไรกันต่อนั้นดีแลนไม่อาจล่วงรู้ได้ เพราะสัญญาณไฟได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวและรถที่เขานั่งอยู่ก็เคลื่อนไปข้างหน้าค่อยๆ ห่างออกไปเรื่อยๆ

“มีอะไรเหรอ” เมฆเอ่ยเมื่อจู่ๆ ขวัญชนกก็หยุดเดินและมองย้อนกลับหลัง “ไม่มีอะไร” ขวัญตอบกลับเสียงบางเบาและมอบรอยยิ้มสว่างไสวตามวัยสดใสชวนน่ามองยิ่งนักสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น

“ทำไมวันนี้ถึงกลับผิดเวลามากนักละคะ” ป้าภาเอ่ยกับขวัญชนกและรับกระเป๋าเป้มา “ไปค่ะ ให้คุณฟงรอนานแบบนี้ไม่ดีนะคะ”

“ขวัญไม่หิว”

“ไม่ได้นะคะคุณขวัญ...ไปเถอะคะไปล้างไม้ล้างมือเร็วๆ เข้า ไม่หิวก็ต้องไปค่ะ” คำพูดของป้าภาทำให้ใบหน้าหวานคมบู้บี้ตามเคย เธอก็ทำได้แค่นั้น และต้องเร่งฝีเท้าเดินเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดเพื่อล้างไม้ล้างมือ

“คุณฟง” ขวัญชนกเอ่ยขึ้นเหมือนกับทุกครั้ง เป็นแบบนี้มาสามปีแล้ว เขาคนที่นั่งหัวโต๊ะ คือ ดีแลน ฟง สามีตามกฎหมายมาได้หลายวันแล้วของเธอเอง ย้ำนะคะว่าตามกฎหมายเท่านั้น และสรรพนามคำเอ่ยนั่นก็เขาสั่งให้เธอเอ่ยเรียกเขาแบบนั้นมาสามปีแล้ว และเธอต้องเป็นฝ่ายทักทายเขาก่อนด้วยทุกครั้ง เหมือนตอนนี้ไงเล่า

“ขวัญ นั่งสิ” ขวัญนั่งลงที่ประจำของตนด้านขวาของเขา และบนโต๊ะก็มีเพียงการกิน เสียงช้อนกระทบจานบ้าง ไม่มีการตักอาหารให้กัน ไม่มีการพูดคุย สามปีที่อยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้ เธอกับเขาแทบจะนับคำพูดคุยกันได้เลย คำที่เอ่ยมากที่สุดก็คือ คุณฟง และคำว่า ขวัญ

“ทำไมยังไม่ไปทำพาสปอร์ต” เพล้ง! ช้อนในมือหลุดล่วงกระทบจาน

“ขวัญต้องอ่านหนังสือสอบ”

“ได้ พรุ่งนี้จะให้คนไปรับ หลังสอบเสร็จ” ดีแลนไม่ต่อความยาวสาวความยืดและไม่แคร์ท่าทางต่อต้านของเธอ

“ขวัญอิ่มแล้วค่ะ” ขวัญวางช้อนและลุกจากโต๊ะอาหารไปทันที ดีแลนได้แต่มองตามแผ่นหลังที่หายลับไปอย่างรวดเร็ว

ฮืออออ ฮือออ “พ่อนะพ่อ หายไปไหนนะ” ขวัญวิ่งออกมานั่งที่ศาลาเล็กๆ ของสวนรอบบ้าน และย้อนคิดเมื่อสามปีก่อนสาเหตุที่เธอต้องมาอยู่กับศิลาอย่างเขา

ตอนนั้นเธออายุสิบห้าปีเท่านั้น ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยการที่แม่เสียไป พ่อคนที่เธอเคยรู้จักมาตลอดสิบห้าปีกลายเป็นคนอื่นที่เธอไม่รู้จักไปเสียได้

พ่อที่รักครอบครัวจู่ๆ ก็เปลี่ยนไป เพราะเมื่อแม่เสียพ่อของฉันกลับไม่เหมือนพ่อของคนทั่วๆ ไป เช่นตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวต่อไปนั่นก็คือฉันที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว หรือ หาแม่เลี้ยงมาให้ก็ได้ สำหรับพ่อหม้ายเมียตายก็น่าจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้

แต่พ่อฉัน ไม่ใช่! คนที่ฉันเห็นมาตั้งแต่เกิด ฉันคิดว่าฉันรู้จักพ่อฉันดี แต่แล้วหลังจากที่แม่เสียไปไม่นาน ในวันหนึ่งที่ฉันกลับจากโรงเรียนเจอพ่อนั่งรอพร้อมกระเป๋าหนึ่งใบนั่นมันก็คือกระเป๋าของฉันเอง แล้วพ่อก็ลากฉันขึ้นรถเดินทางกว่าสามชั่วโมง จนมาถึงบ้านหลังใหญ่ในกรุงเทพ

กริ่งงงง พ่อกดกริ่งขณะที่พวกเรารออยู่ ฉันอยู่ในรถแต่พ่อยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ พวกคุณคงกำลังสงสัยใช่มั้ยเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ แน่นอนว่าฉันก็ทั้งสงสัยและสับสน ครึ่งชั่วโมงแรกของการเดินทางฉันพยายามถามพ่อตลอดว่าจะไปไหนแล้วพ่อเป็นอะไร นอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศในรถแล้ว ฉันก็ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของพ่อเท่านั้น สุดท้ายฉันจำต้องยกธงขาวและนั่งเงียบๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
8.0
ชีวิตในวัยยี่สิบปีของหญิงสาวคนหนึ่งควรเป็นจุดเริ่มต้นของการโบยบินสู่อิสรภาพ ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อเธอถูกกำหนดให้ต้องร่วมหอลงโรงกับนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมอำนาจและมีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของวงการ แม้ว่าใครต่อใครจะมองว่าเขาคือชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบและน่าอิจฉามากเพียงใด แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาและเธอไม่ต่างอะไรจากคนแปลกหน้าที่ไม่เคยทำความรู้จักกันมาก่อน การถูกจับคลุมถุงชนโดยที่สองฝ่ายไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันให้แก่กันนำพาเธอไปสู่ความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เธอจำต้องแบกรับความคาดหวังและสายตาจากคนรอบข้าง รวมถึงต้องรับมือกับช่องว่างทางสถานะทางสังคมที่ห่างไกลกันอย่างสุดขั้ว
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย สัญญาสวาท
7.8
แพน เด็กสาวผู้อาภัพถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขายตัวให้กับมหาเศรษฐีเพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัวที่เธอไม่ได้ก่อ แต่โชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจที่คอยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน เขามองเธอเป็นเพียงสินค้าไร้ค่าที่ซื้อมาเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลน แพนต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมในฐานะนางบำเรอที่ไร้สิทธิเรียกร้องใดๆ ในชีวิตที่แสนสมเพชนี้
หน้าปกนวนิยาย อลเวงหัวใจพบรัก
9.3
ปราโมทย์เจ้าของโรงแรมหนุ่มผู้มั่งคั่งเบื่อหน่ายกับบรรดาสาวๆ ที่คอยรุมล้อม เขาจึงตัดสินใจจ้างเมธาวีพนักงานใหม่วัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเริ่มงานให้มารับบทเป็นคนคอยกันท่าผู้หญิงเหล่านั้น แม้เมธาวีจะทำงานไม่เก่งแต่เธอก็มีความสามารถในการเจรจาเป็นเลิศ ทว่าความใกล้ชิดในภารกิจกำมะลอนี้กลับทำให้ปราโมทย์รู้สึกเหมือนถูกเธอปั่นหัวและลวนลามอยู่บ่อยครั้งจนเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าในเกมรักครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่ในความสัมพันธ์สุดอลเวง
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของท่านประธาน และ ภรรยาคุณหมอ
9.4
ในวันแรกของการเป็นหัวหน้าแพทย์ เอลด้าได้พบความลับอันเจ็บปวดเมื่อคนไข้เด็กวัยสี่ขวบคือลูกลับๆ ของภาคิน สามีที่เธอรัก ท่ามกลางความขัดแย้งในงานเลี้ยง ภาคินทำร้ายเธอจนแท้งลูกเพื่อปกป้องเด็กคนนั้นและเมียน้อยอย่างเลือดเย็น เขาเมินเฉยต่อการสูญเสียของเธอจนความรักห้าปีกลายเป็นเพียงคำลวง หลังรอดชีวิตจากการถูกลอบฆ่าที่หน้าผา เอลด้าตัดสินใจทิ้งอดีตที่แหลกสลายและตัวตนเดิมเพื่อบินไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ซูริกโดยไม่หวนกลับมามองอีก