ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!

KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!

เมื่อความเจ็บปวดจากการเห็นคนสำคัญต้องทนทุกข์ทรมานกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความโกรธแค้น ชายหนุ่มผู้เย็นชามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการทวงคืนความยุติธรรม เขาพร้อมจะมอบบทเรียนที่ยากจะลืมเลือนให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด บาปที่อีกฝ่ายจงใจก่อขึ้นจะต้องถูกสะสางด้วยน้ำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความแค้นที่ฝังรากลึก เขาจะพิพากษาและชำระล้างความผิดนี้ให้จบสิ้นด้วยวิธีการของเขาเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

KEEP IN MIND 1

กองทัพขับรถไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้าและเห็นจะมีเพียงแค่แสงจากหลอดไฟข้างถนนเท่านั้นที่สาดส่องลงมาให้พอเห็นทางข้างหน้าได้บ้าง ในเมื่อติดต่อเด็กคนนั้นไม่ได้เขาก็เลิกสนใจ โทรศัพท์เครื่องนั้นถูกโยนไปเบาะข้างกันด้วยความหงุดหงิดผสมขัดใจนิดหน่อยที่ปั้นจั่นปิดเครื่องหนีเขาแบบนี้ จะว่ากองทัพแคร์ความรู้สึกปั้นจั่นมากกว่าคนอื่น ๆ ก็ได้ เพราะเขาแคร์เด็กนั่นมากเกินไปแล้วจริง ๆ

กึก! เอี๊ยดดดด…!!!

“บ้าชิป! ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น จู่ ๆ ก็มีรถราคาแพงเหยียบสิบล้านขับปาดหน้า จากัวส์สีดำขัดเงาคันนั้นหลับตามองแล้วให้ฟังแค่เสียงกองทัพยังรู้เลยว่ามันเป็นรถของใคร!

ร่างโปร่งทุบพวงมาลัยอย่างหงุดหงิด เขาบีบแตร์รถจนเกิดเสียงดังวุ่นวายตรงนั้นไปหมด ดีที่มันไม่ใช่ชุมชนหรือหมู่บ้าน ไม่งั้นเด็กคนนั้นคงหนีไม่พ้นเสียงด่าทอและรองเท้าเละ ๆ สักคู่ปาใส่รถแน่!

อีกฝั่งเดินออกมาจากรถ... เขากัดริมฝีปากแล้วเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้นนิดหน่อย รอยยิ้ม...ไม่สิ ถ้าจะเรียกให้ถูกคือแสยะยิ้ม จากริมฝีปากผู้ชายตัวสูงคนนั้นมันยั่วไม้ยั่วมือดีชะมัด กองทัพกัดกรามกรอด ๆ เพราะนึกในใจแล้วมันดันตรงเผง!

“ไอ้เรียว!” กองทัพเรียกเขาเสียงเข้มในรถ ไม่อยากเดินลงไปเท่าไหร่นักแต่เพราะมันจอดรถขวางไว้แบบนี้เห็นทีต้องมัดต้องมวยกันสักตั้ง! คิดแล้วเด็กหนุ่มก็กระชากเปิดประตูรถเดินลงไป อีกคนที่ยืนพิงฝากระโปรงหลังรถอยู่แล้วก็ยิ้มกริ่ม เรียวมะชอบความมั่นอกมั่นใจของกองทัพนะ...เด็กนี่ดูมั่นใจไปหมดว่าตัวเองอยู่เหนือคนอื่น โดยที่กองทัพไม่รู้เอาซะเลยว่าที่ทำอยู่น่ะมันน่าสมเพช เพื่อนเขามันจิตใจอ่อนไหวง่าย...คิรินทร์มันแค่ไม่อยากรังแกเด็กหัดเดินแบบมันเฉย ๆ หรอกว่ะ

“มึงคิดว่ามึงเป็นใคร! มึงเป็นใครห๊ะ! คิดจะขับรถเหี้ย ๆ แบบนี้ก็ได้เหรอสัด!”

“ขี้โวยวายจังวะ... อีกอย่างนะ เมื่อกี้มันก็แค่อุบัติเหตุมึงก็เห็นนี่หว่า แล้วนี่กูก็ออกมารับผิดชอบแล้วไง?” เรียวมะพูดท่าทางเล่น ๆ แต่สายตาเขาไม่ขำ ไม่ตลกสักนิด เป็นผู้ชายที่รู้จักกันทั่วทั้งพื้นที่นี้ในตอนนี้...

ว่ากันว่า... ‘เรียวมะ’ คือลูกชายท่านทูติคนสำคัญของญี่ปุ่นท่านหนึ่ง แต่เรื่องลับ ๆ แบบนั้นมันก็แค่พูดมาปากต่อปาก พวกกองทัพบางคนก็เชื่อปักใจและหวาดกลัวเขา แต่บางคนก็ไม่เชื่อ...แน่นอนว่ากองทัพจัดอยู่ในจำพวกที่ไม่เชื่อ ไม่กลัว ไม่ยี่หระใด ๆ ทั้งนั้น

เรียวมะเป็นเพื่อนของ คิรินทร์หรือคิงส์ ไอ้ตัวเกะกะที่กองทัพเกลียดมันเข้าไส้ กองทัพทำทุกทางที่จะให้คิรินทร์ยอมหมอบใต้อำนาจตนเองแต่ผู้ชายคนนั้นยิ่งโตขึ้นนับวันก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นจนกองทัพจัดการได้ยากเข้าทุกที ช่วงนี้เรียวมะกับกองทัพเลยมักได้เจอกันโดยบังเอิญบ่อย ๆ

กองทัพไม่รู้หรอกว่าเรียวมะคิดอะไรอยู่ เรียวมะเป็นผู้ชายหน้านิ่งเรียบเหมือนคนไร้ความรู้สึกและน่ากลัว หากว่ามองจากรูปลักษณ์ภายนอกแบบนี้ ด้วยเครื่องหน้าที่ลงตัวอย่างธรรมชาตินั่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดหนึ่งที่ล้ำค่าแต่มันก็แฝงไปด้วยความลึกลับน่าค้นหาและอันตราย...

แต่...ความหลงใหลภายนอกพวกนั้นมันไม่ได้เข้าตากองทัพเลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่ชอบอะไรที่ดูแล้วป่าเถื่อน ไม่ชอบอะไรสักอย่างที่เจาะตามร่างกายของไอ้มนุษย์ไร้สีหน้าคนนั้น กองทัพไม่นิยมการสักลายตามร่างกายเพราะมันดูรก เพราะแบบนั้นเด็กหนุ่มถึงมีผิวพรรณที่ขาวเนียนแล้วก็นุ่ม ใช่แล้ว...ระหว่างเขากับเรียวมะต่างคนละขั้วโลก ผู้ชายคนนั้นป่าเถื่อน ดิบห่ามแถมยังดูไม่น่าเข้าใกล้!

“กูไม่ต้องการให้มึงมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ถ้าจะให้ดี...ช่วยเอารถเน่า ๆ ของมึงถอยให้พ้นทางด้วย กูจะกลับบ้าน!”

“นี่...ไอ้หนูกูจะบอกอะไรมึงสักอย่าง” เรียวมะพูดเสียงปกติแล้วเขาก็ไม่สนใจด้วยว่าเมื่อกี้กองทัพพล่ามอะไรยาวยืดใส่เขา เหมือนลมพัดแล้วมันก็ผ่านไปแบบนั้นซึ่งนั่นเป็นอะไรที่ทำให้คนอย่างกองทัพน็อตหลุดง่ายที่สุด เด็กคนนั้นเคยชินกับการเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้มา ไม่สนวิธีการด้วย!

“มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเลยใช่ไหมห๊ะ!!”

พรึ่บ!!!

“เฮ้ย!!!” เรียวมะตรงปรี่มากระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มแล้วแกล้งตะเบ็งเสียงใส่หน้ากองทัพดัง ๆ เล่นเอาเด็กคนนั้นผงะถอยหลัง ริมฝีปากสีชมพูเป็นกระจับสั่นขึ้นมาเล็กน้อยเพราะใบหน้าคมเข้มและดุจัดอยู่ใกล้ ๆ กับใบหน้าตนเองแค่ไม่ถึงห้าเซ็นติเมตร ลมหายใจที่เจือปนไปด้วยกลิ่นบุหรี่ของเรียวมะลอยมาประทบที่ปลายจมูกกองทัพ ซึ่งเขารับกลิ่นมันเข้าไปเต็ม ๆ ดวงตาคมเรียวประดุจพญาเหยี่ยวของเรียวมะจดจ้องใบหน้าของกองทัพ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาแต่กองทัพก็ดันไปรับรู้ไอสังหารที่ระเหยออกมาจนได้!

“...”

“เราไม่ได้สนิทถึงขั้นที่มึงจะมาตะโกนใส่หน้ากูได้นะ รู้ใช่ไหมกูกับไอ้คิงส์ไม่เหมือนกัน”

“อึก...!” กองทัพกลืนน้ำลายลงคอ เรียวมะไม่ได้ปล่อยคอเสื้อเขากลับกันมันยังดึงจนตัวเขาจะลอยเหนือพื้นอยู่รอมร่อ ผู้ชายตัวสูงตรงหน้าแค่นยิ้มเหมือนจะเยาะแล้วผลักอกกองทัพจนเด็กหมุ่นเซถลาไปนอนราบอยู่บนฝากระโปรงรถตนเอง เรียวมะตามเข้าไป เขาใช้แขนล่ำ ๆ กักกั้นตัวกองทัพเอาไว้จนหมดหนทางหนี ใบหน้าครึ่งเสี้ยวญี่ปุ่นที่กองทัพแสนชังคืบคลานเข้ามาใกล้มากขึ้นจนเด็กหนุ่มต้องหดคอหนี!

“กูรู้นะ”

“รู้? ระ รู้เหี้ยอะไร!”

“รู้ว่ามึงเคยทำเรื่องชั่วไว้กับบ้านพี่ปืนไง หึ ๆ พี่ชายมึง...ลอบฆ่าพ่อกับแม่พี่ปืนใช่ไหม ไอ้ทัพ”

“มะ มึงเอาอะไรมาพูด! พี่ชายกูมันตายไปแล้วมึงยังจะกล้าปรักปรำคนตายอีกเหรอห๊ะ!” กองทัพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแววตากลมโตของเด็กคนนั้นสั่นวูบไปมาแต่ก็เปลี่ยนเป็นปกติได้ในทันที เรื่องในอดีตที่ตัวเองพยายามปกปิดมันเอาไว้กำลังโดนใครที่ไหนก็ไม่รู้มาซักไซ้เค้นถาม แล้วกองทัพก็ไม่ยอมให้มันมาแตกเอาตอนนี้แน่!

“คนอย่างกูไม่เคยพูดอะไรลอย ๆ อยู่แล้ว”

“!!!”

“เพราะงั้นที่มาวันนี้ กูมาเตือน...กูเอาจริงแน่ไอ้ทัพ ถ้ามึงยังยุ่งวุ่นวายกับไอ้คิงส์ไม่เลิก ถ้ามึงตามรังควานมันกับเด็กคนนั้น ถ้ามึง! ทำให้เพื่อนกูต้องกลายเป็นคนผิดอีกครั้งละก็...” เขายิ้มแล้วก็เว้นวรรคเอาไว้ให้กองทัพได้คิดเอง แค่เท่านี้ก็รู้แล้วว่าปั้นจั่นปิดเครื่องทำไม ป่านนี้ก็คงจะอยู่กับคิรินทร์ ไอ้ชาติชั่วนั่น! จับคนของเขาไปงั้นเหรอ!

“พะ พวกมึงทำอะไรปั้นจั่น... ไอ้เรียว! เด็กคนนั้นไม่เกี่ยว!!!” เรียวมะเดินออกไปได้สามก้าว กองทัพถึงมีสติแล้วตะโกนตามหลังเขา และคำพูดพวกนั้นมันทำให้เรียวมะหันกลับมา ผู้ชายคนนั้นจ้องกองทัพตาแข็งกร้าวและเดินเข้าใส่เด็กหนุ่มไร้ซึ่งความกลัว!

ผลั่ก!

“กูไม่สนเด็กคนนั้น! กูไม่สนคนอื่นหรือใครหน้าไหน!!” เรียวมะผลักกองทัพอีกครั้งแต่คราวนี้เด็กคนนั้นไม่ล้มเพราะตั้งตัวทัน เขาจับฝ่ามือที่ดันหน้าอกตัวเองยึดมันเอาไว้ด้วยความโกรธ แววตากองทัพแดงก่ำเมื่อนึกถึงความปลอดภัยของปั้นจั่น ต่อให้ครอบครัวเขาจะเกลียดครอบครัวของเด็กคนนั้นและแม้ว่าตัวเขาเองจะเกลียดทุกอย่างที่ครอบครัวปั้นจั่นมีก็ตาม ความจริงกองทัพเองก็เกลียดปั้นจั่นแทบเป็นแทบตาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมจิตใจมันถึงบอกว่าเด็กคนนั้นสะอาดเกินกว่าจะเปื้อนเลือด...

“ละ แล้วมึง...! เพื่อนมึงจับปั้นไปทำไม! ถ้าทำอะไรปั้นจั่นกูฆ่าพวกมึงแน่!”

“หึ ๆ ๆ ๆ”

“…”

“ก่อนจะฆ่ากัน...กูว่ามึงหยุดความคิดกูให้ได้ก่อนดีกว่าเด็กดี”

“อื้อ! อื้ออ!!!” ดวงตากลมโตสีครามเข้มเบิกโพลง เมื่อผู้ชายร่างสูงกว่าตนเองเพียงนิดโน้มหน้ามาประกบริมฝีปากหยักลงปิดริมฝีปากของตนเองจนมิดชิด เพราะว่ากองทัพจิกหลังมือของเรียวมะยึดไว้ ทำให้หนุ่มญี่ปุ่นคนนั้นจิกต้นคอของอีกคนเอาไว้เพราะร่างโปร่งพอดีมือเขาเริ่มมีอาการดีดดิ้นไปมาจนเขาชักจะรำคาญ แรงเยอะมากนัก ปากเสียดีนัก! เขาคนนี้นี่แหละจะดูดออกไปให้หมด!!

“อ่ะ...ซี้ด ชอบแบบเจ็บ ๆ ใช่ไหมมึง!” เรียวมะผละออกมาพูดเสียงน่ากลัว เพราะอีกฝ่ายกัดปากเขาจนแตกแล้วเลือดก็ไหลซึมเข้าสู่โพลงปาก

จากที่เขาจะแกล้งให้มันตกใจเล่น ๆ ตอนนี้กลับก้มลงไปบดจูบใหม่แต่รุนแรงจนกลิ่นบุหรี่ รสคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพลงปากเล็ก ๆ กองทัพทุบเขาพร้อมกับร้องประท้วงเมื่อเรียวมะมันเล่นขบกัดปากล่างเขาจนมันแตกหลายจุด รสคาวของเลือด ปลายลิ้นร้อนดันปลายลิ้นเล็ก ๆ เล่นก่อนจะเกี่ยวมันออกมาดูดแรง ๆ ตรงปลายลิ้นเล็กจนกระทั่งกองทัพหน้าซับสีเลือดด้วย เด็กหนุ่มยืนงง มึน เบลอ แม้ว่าเรียวมะจะทิ้งเขาและขับรถออกไปได้หลายสิบนาทีแล้วก็ตาม

“อึก! มะ มึง!... ไอ้เหี้ยเรียว มึง!!!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักยากูซ่า
9.0
เมื่อความเมตตาที่เคยมอบให้กลับกลายเป็นบ่วงพันธนาการที่แสนอันตราย หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจำต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่ไม่อาจคาดเดาได้ หลังจากที่เธอตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือชายหนุ่มผู้เป็นถึงนายน้อยผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลยากูซ่าชื่อดัง การก้าวเข้าสู่โลกมืดที่มีทั้งอำนาจและการนองเลือดในครั้งนี้ ทำให้เธอต้องพบกับบททดสอบของหัวใจท่ามกลางความขัดแย้งที่ดุเดือดและเสี่ยงตายในทุกฝีก้าวของชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสิเน่หามายาลวง
8.5
เมื่ออดีตอันขมขื่นระหว่างรินดากับป้องณวัฒน์หวนกลับมาอีกครั้ง ความโกรธแค้นจากการถูกทอดทิ้งในคืนนั้นทำให้รินดาไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาอีก เมื่อป้องณวัฒน์พยายามเข้ามาวิจารณ์และล่วงเกินเธอด้วยการโวมกอด เธอจึงตอบโต้ด้วยการตบหน้าและใช้ทักษะการต่อสู้จัดการจนเขาสิ้นฤทธิ์กองกับพื้น แม้เขาจะพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์แต่รินดากลับมีเพียงความรังเกียจและคำด่าทอในใจ เธอพร้อมจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและไม่ยอมให้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจกลับเข้ามาแตะต้องตัวเธอได้ง่ายๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย กรงรักราชาโจร
9.1
จัสซีเนียต้องกลายเป็นแพะรับบาปในกรงขังแห่งความแค้น เมื่อจาห์มาล์ ราชาโจรผู้เหี้ยมโหดจับตัวเธอมาลงทัณฑ์แทนความผิดที่พี่ชายและพ่อของเธอเป็นคนก่อ ท่ามกลางทะเลทรายอันห่างไกล หัวใจของเธอถูกย่ำยีอย่างทารุณด้วยแรงอาฆาตและราคะที่คุกรุ่น แม้เธอจะเพรียกหาความเมตตา แต่จอมโจรไร้หัวใจกลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดนั้น พร้อมมอบบทเรียนแสนป่าเถื่อนที่เผาไหม้ร่างเธอทั้งเป็นในฐานะเชลยไร้ค่าที่ต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยพรหมจรรย์และหยาดน้ำตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้