
หัวใจร้าว(รัก)ในวันวาน
ตอน 2
“ไอ้นี่ มึงนัดพวกกูให้มาประชุมงานไม่ใช่เหรอวันนี้ แล้วยังมีหน้ามาถามพวกกูอีกนะ” โชคชัยด่าเพื่อนพร้อมทั้งรับเบียร์มาถือไว้ จิบเล็กน้อย ตาก็เหลือบมองพิสุทธิ์ที่กระแทกก้นนั่งที่เดิม
“เอ่อ กูขอโทษว่ะ” พิสุทธิ์นั่งลงบนโซฟาตัวเก่า เขาเอนหลังพิงเบาะ ใบหน้าเครียด ๆ หันไปทางหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มมองความว่างเปล่าด้านนอกผ่านกระจกใส
“มึงว่าไง พวกกูลงความเห็นกันว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาที่มาฝึกงานนะ มึงโอเคไหมวะ” เอกภพมองหน้าเพื่อนทั้งสอง
“กูแล้วแต่พวกมึงว่ะ” พิสุทธิ์ยื่นมือไปหยิบบุหรี่ของโชคชัยมาดูด แล้วยื่นให้เอกภพ ซึ่งพวกเขาทั้งสามก็ดูดบุหรี่มวนเดียวกันวนไปอย่างนั้น
“งั้นเอาตามที่ไอ้เอกมันพูดนะ จัดเลี้ยงพนักงานต้อนรับน้อง ๆ ที่มาฝึกงานอาทิตย์หน้าละกัน” โชคชัยถามความเห็นของเพื่อนทั้งสอง เพราะถ้าเพื่อนโอเค เขาก็จะได้ให้เลขาส่วนตัวของเขาจัดการทุกอย่างเลย
“นี่มึงฟังไอ้โชคพูดอยู่หรือเปล่าวะไอ้เก้า” เอกภพตกลงตามโชคชัยบอก แต่ไม่ได้ยินพิสุทธิ์พูดอะไร เขาก็เลยหันไปสะกิดเพื่อน
“ฟังอยู่ ก็เอาตามที่พวกมึงว่านั่นแหละ จัดที่ไหนก็บอกกูก็แล้วกัน” พิสุทธิ์บอกเพื่อนทั้งที่ดูดบุหรี่แล้วพ่นควันสีเทาออกมา เหมือนเขากำลังพ่นความทุกข์ในใจออกมาอย่างยากลำบาก
“นี่มุกดาเธอยังไม่กลับมาอีกเหรอวะ” โชคชัยแกล้งถามไปอย่างนั้น
“มุกเขาโทรมาเมื่อกี้บอกว่าพรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว” เพราะเพื่อนชอบพูดถึงมุกดาในเรื่องไม่ดี พิสุทธิ์จึงโกหกเพื่อนไปแบบนั้น
“เมียจะกลับพรุ่งนี้แล้ว มึงจะมานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนคนอกหักทำไมวะ” เอกภพทำเสียงประชดประชันเพื่อน
“นั่นน่ะสิ ไป! วันนี้กูจะพามึงไปเปิดหูเปิดตา” โชคชัยได้ทีเพราะวันนี้ภรรยาของเขาก็ไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด
“พวกมึงไปกันเถอะ กูรู้สึกเบื่อ ๆ ยังไงไม่รู้ว่ะ” พิสุทธิ์ก้มมองเวลาบนข้อมือก็เป็นเวลาเลิกงานพอดี เขาไม่อยากไปไหนแม้แต่บ้านที่ไม่มีเมียเขาก็ไม่อยากกลับไปนอน
“เอ้ย ได้ไงวะ วันนี้เป็นวันโสดของพวกเรานะโว้ย นี่เมียกูก็ไม่อยู่เหมือนกันว่ะ” เอกภพบอกเพื่อน ๆ
“เมียมึงไปไหนวะ” โชคชัยถามเมื่อเห็นสีหน้าดีใจของเอกภพ
“จอยเขาพายัยน้องน้อยไปหาพ่อแม่ของเขาที่ต่างจังหวัดน่ะ ไอ้เก้าไปดื่มกันนะ นี่กูไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับพวกมึงนานแค่ไหนแล้ววะ” เอกภพทำหน้าดี๊ด๊าดีใจบอกเพื่อน
“ลุกสิวะไอ้เก้า เดี๋ยวคืนนี้กูเลี้ยงพวกมึงเอง” โชคชัยชวนเพื่อน ๆ พร้อมทั้งช่วยเอกภพดึงพิสุทธิ์ให้ลุกขึ้น ซึ่งพิสุทธิ์ที่ไม่อยากไปกับเพื่อนก็จำใจลุก เขาถูกเพื่อนทั้งสองดันให้เดินนำหน้าออกจากบริษัทไปขึ้นรถของตัวเอง มุ่งหน้าไปยังสถานที่เริงรมย์สำหรับหนุ่มโสดที่หนีเมียมาเที่ยว…
สองวันต่อมา...
ในขณะที่พิสุทธิ์นั่งคุยงานกับเพื่อน ๆ อยู่นั้น เขาก็รีบลุกแล้วเดินออกไปยืนคุยโทรศัพท์ สีหน้าเมื่อครู่ดูหม่นหมองอมทุกข์ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่พอได้ยินเสียงของคนที่โทรมาเขาก็ยิ้มจนแก้มแทบแตก พร้อมทั้งรับปากทันทีว่า
“บ่ายสองนี้มุกจะถึงสนามบินแล้วเหรอครับ ได้ ๆ เดี๋ยวผมจะรีบไปรอที่สนามบินเดี๋ยวนี้เลยครับ” ถึงจะถูกทางโน้นโทรมาบอกข่าวและตัดสายไปโดยไม่เอ่ยคำใด ๆ แต่พิสุทธิ์กลับมีความสุข เขาเดินเข้าไปในห้องไม่ยอมบอกอะไรเพื่อน ๆ
“ไอ้เก้า มึงจะไปไหนวะ?” เอกภพถามเพื่อนที่เดินเข้ามาในห้อง แต่เพื่อนกลับเดินไปที่โต๊ะทำงานหยิบเอาเสื้อสูทและพวงกุญแจเดินตรงไปที่ประตูห้อง
“พวกมึงคุยงานกันต่อได้เลย ไม่ต้องรอถามความเห็นจากกูก็ได้นะ พวกมึงว่าอย่างไรกูก็ว่าตามพวกมึงนั่นล่ะ” พิสุทธิ์หันมาบอกเพื่อน
“มึงจะรีบร้อนไปไหนของมึงวะไอ้เก้า” โชคชัยถามเพื่อน
“เมียกูกลับมาแล้วว่ะ เครื่องบินถึงสนามบินบ่ายสอง กูต้องไปรอรับมุกนะ” ถึงจะถูกมองอย่างกวน ๆ แต่พิสุทธิ์ไม่ได้สนใจสายตาล้อเลียนของเพื่อน
“นี่ไอ้เก้า มึงดูเวลาหรือยังวะ นี่มันเพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเช้าเองนะโว้ย” ตลอดสี่ห้าวันมานี้ โชคชัยเพิ่งจะเห็นรอยยิ้มดีใจของเพื่อนก็วันนี้แหละ
“นั่นสิวะ มึงจะรีบร้อนไปทำไมวะ มานั่งคุยงานกันก่อนสิ” เอกภพมองหน้าโชคชัยแล้วหันไปมองพิสุทธิ์ที่ยังยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“วันนี้กูไม่เข้าบริษัทนะโว้ย พวกมึงมีเรื่องอะไรก็โทรหากูละกัน” พิสุทธิ์โบกมือไม่ยอมฟังเสียงของเพื่อน ๆ
“เออ มึงจะลางานก็ได้นะ พวกกูไม่ว่าหรอก” เอกภพกระซิบเสียงเบามากบอกโชคชัยว่า ‘ปล่อยมันสักวันเถอะ’ ซึ่งโชคชัยก็พยักหน้าให้เอกภพแล้วพูดแหย่เพื่อนรักว่า
“นี่ไอ้เก้า มึงอย่าลืมซื้อน้ำมะพร้าวดื่มด้วยนะโว้ย เขาว่าถ้าดื่มแล้วไอ้นั่นมันจะซู่ซ่าอยู่ตลอดเวลานะมึง...”
“ไอ้เชี่ย! อย่าให้ถึงคราวของพวกมึงละกัน เวลาขาดเมียที่มึงรักชีวิตมันเป็นยังไง” เสียงหัวเราะชอบใจของเพื่อน ๆ ทำให้พิสุทธิ์หันไปชี้หน้าด่าเพื่อน แล้วเขาก็รีบเปิดประตูเดินออกไปจากห้องตรงไปยังรถแล้วขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง…
สนามบินดอนเมือง...
นานหลายชั่วโมงที่เขาเดินวนเวียนอยู่ในโถงขนาดใหญ่ และพอถึงเวลาพิสุทธิ์ก็ไปยืนปะปนกับผู้คนที่มารอรับญาติเช่นเดียวกับเขา
ชายหนุ่มชะเง้อคอยาวเป็นยีราฟมองหาเมีย แล้วเขาก็ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูเมื่อเห็นเธอเดินออกมา
“มุกทางนี้ครับ” พิสุทธิ์ดีใจมากจนไม่ได้สังเกตว่าเมียของตัวเองเดินมากับผู้ชายอีกคน ซึ่งเขาคนนั้นหน้าตาหล่อและดูดีมาก
“แล้วฉันจะโทรหานะคะ”
เสียงของพิสุทธิ์ดังผสมผู้คนมากมาย ทำให้มุกดาแกะมือของชายคนนั้นออกจากมือ แล้วโบกมือให้สามี
คุณอาจจะชอบ





