ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่อจำเป็น daddy

พ่อจำเป็น daddy

เมื่อความซุกซนและนิสัยช่างสงสัยของมายูเริ่มล้ำเส้นจนเกินควบคุม ผลลัพธ์ที่ตามมาจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างเธอและชายหนุ่มผู้ครองบทบาทคุณพ่อกำมะลออย่างเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุดพันธะสมมติของทั้งคู่ก็ต้องขาดสะบั้นลง เมื่อเด็กดื้อที่ชอบลองดีกลับต้องมาเผชิญหน้ากับบทลงโทษอันหนักหน่วงจากแด๊ดดี้สายโหดที่พร้อมจะดัดนิสัยเธอให้จำฝังใจในแบบที่คาดไม่ถึง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนในรูปแบบความสัมพันธ์แบบเราสามคน
ตอน
แชร์

ตอน 1

• ACTION •

หลังจากที่พ่อและแม่ใหม่ของผมเสียชีวิตได้ไม่นานผมก็ต้องหยุดความฝันทุกอย่างของตัวเองไว้เพื่อขึ้นรับตำแหน่งแทนพ่อและทำงานหาเลี้ยงน้องๆ ผมกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวในวัยเพียงแค่ยี่สิบเอ็ดปี 

แถมยังต้องเลี้ยงน้องวัยสิบเก้าและน้องสาวต่างแม่วัยสี่ขวบอีกด้วย ผมล้มลุกคลุกคลานอยู่นานเจอปัญหามากมายที่เด็กเพียงอายุยี่สิบกว่าอย่างผมเกินจะรับไหว แต่ผมก็ทิ้งทุกอย่างไปไม่ได้ 

และทุกครั้งที่ผมเจอกับปัญหามันก็ทำให้ผมโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมพาบริษัทไวน์ของพ่อขึ้นสู่บริษัทส่งออกไวน์อันดับหนึ่งในไทย ซึ่งมันก็ใช้เวลาอยู่หลายปีเช่นกัน 

จนตอนนี้ก็ผ่านมาสิบสองปีได้แล้วที่ผมขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัท ตอนนี้การทำงานของผมอยู่ตัวมากขึ้นไม่ต้องเหนื่อยเหมือนแต่ก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ผมหนักใจมากขึ้นทุกวันและไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงก็คือเรื่องมายูนี่แหละ ที่ตอนนี้ผมกับไอซีนายกลายเป็นพ่อจำเป็นให้เธอไปแล้ว

“แด๊ดดี้~” 

เสียงห้าวของเด็กผู้หญิงวิ่งตะโกนรอบบ้านซึ่งทำผมกับเฮียโซ่ปวดหัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของเธอ “อยู่นี่!” ผมตะโกนขานรับเสียงเรียกหาของเด็กสาวที่ดังมาจากชั้นสองของบ้าน

ฉันชะโงกหน้าไปมองตามเสียงที่ดังมาจากห้องโถงใหญ่กลางบ้านซึ่งพอมองลงไปก็เห็นว่าพวกแด๊ดนั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกใหญ่กลางบ้านเลยรีบวิ่งลงไปหาพวกเขาเพื่อให้แด๊ดจัดการธุระสำคัญให้

“มีอะไร เรียกหาแด๊ดทำไม” ผมเอ่ยปากถามมายูที่วิ่งลงบันไดมาหน้าตาตื่นราวกับว่าเธอนั้นมีเรื่องสำคัญ

“แกะตะขอเสื้อในให้หน่อย มายูแกะไม่ออก” ฉันเพิ่งจะลองใส่มันอยู่ไม่กี่ครั้งเพราะก่อนหน้านี้ฉันใส่แต่เสื้อซับกับเสื้อกล้าม แต่การใส่เสื้อในครั้งนี้มันแกะยากมากกว่าครั้งก่อนๆ ฉันแกะมันอยู่นานแล้วจนคิดว่าคงต้องหาคนช่วยเอามันออกแล้วล่ะ

พอได้ยินสิ่งที่มายูพูดผมก็โยนขี้ไปให้ไอซีนายทันที “ไปให้ไอซีนายแกะเลย” 

“อ้าวเฮีย..” เฮ้อ ผมละปวดหัวกับเด็กคนนี้จริงๆ เธอไม่เคยระวังตัวกับพวกเราเลยทำตัวเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายที่เพิ่งมีนมไปได้

ฉันเดินเข้าไปหาแด๊ดซีนายที่โซฟาก่อนจะหันหลังและเอาตูดดันขาสองข้างของแด๊ดซีนายให้แยกออกจากกันเพื่อที่ตัวเองจะแทรกตูดเข้าไปนั่งตรงกลางระหว่างขาของแด๊ดได้ “ดูนี่สิแด๊ดมันใหญ่ขึ้นทุกวัน...ใหญ่ขึ้นไม่พอแถมยังเจ็บอีก” 

มายูพูดพร้อมกับใช้มือบีบขย้ำก้อนเนื้อนุ่มสองก้อนบนหน้าอกของตัวเองให้ผมเห็น แล้วผมก็ดันโชคร้ายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับมายูพอดี “มายู! อย่าทำแบบนั้นสิหนูโตแล้วนะ” 

ผมได้ยินเสียงเฮียโซ่ดุมายูซึ่งผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเธอทำอะไรถึงโดนเฮียดุแบบนั้นเพราะผมกำลังมือสั่นอยู่กับการปลดตะขอเสื้อในให้ลูกสาวสุดดื้ออยู่ เฮ้อกูจะบ้าตาย

“ทำไมต้องดุด้วยล่ะ” ฉันก็แค่ต้องการให้แด๊ดเห็นก้อนเนื้อที่มันงอกขึ้นมาบนตัวของฉันซึ่งฉันไม่ถูกใจกับมันเอามากๆ เพราะมันทำให้ฉันเจ็บ

มายูยกคิ้วถามผมด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ได้มีความเกรงกลัวผมเลย เธอจะชอบพูดตลอดว่าผมใส่แว่นเหมือนเด็กติ๋มสงสัยที่เธอจะไม่กลัวผมเพราะแบบนั้น เฮ้อ “ไม่ต้องถาม แด๊ดบอกว่าอย่าทำก็คืออย่าทำ” ผมพูดบอกเธอจบก็เปิดหนังสือหน้าที่อ่านค้างอยู่เพื่ออ่านต่อ แต่ด้วยความเป็นเด็กขี้สงสัยของมายูเธอก็ไม่ลดละความพยามที่จะถามผมเอาคำตอบให้ได้

“แล้วทำไมถึงทำไม่ได้ล่ะ ทำไม่ได้ก็ต้องมีเหตุผลสิว่าเพราะอะไร” ฉันพูดพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นและแบมือออกเพื่อที่จะเอาคำตอบจากแด๊ดเคนโซ่ “ทำไมถึงทำไม่ได้คะ?”

“เสร็จแล้ว ขึ้นห้องไปไป๊” พอปลดตะขอเสื้อในให้มายูเสร็จผมก็ดันหลังเธอให้ลุกออกจากระหว่างขาของผมทันที

“เลิกสงสัยได้แล้วขึ้นไปเปลี่ยนชุดไป” ผมไล่เธอให้ขึ้นไปเปลี่ยนถอดชุดนักเรียนออกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตอบคำถามนั้นกับเธอ

พอเห็นว่าถามยังไงแด๊ดก็ไม่ยอมบอกก็เลยสบัดตูดขึ้นห้องนอนมาเปลี่ยนชุด “เชอะ!”

หลังจากที่มายูเดินขึ้นห้องผมก็เอนหัวพิงกับพนักพิงโซฟาทันที เพราะรู้สึกเอือมระอาและเหนื่อยที่จะตอบคำถามของเธอ...วันๆ ไม่รู้จะสงสัยอะไรนัก

กริ่งๆ เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นและพอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ต้องแปลกใจที่เบอร์นี้โทรเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปสักพัก “สวัสดีครับครู” ตอนนี้ผมกำลังลุ้นอยู่ว่าครูประจำชั้นของมายูจะโทรมาหาผมเรื่องอะไร

“เอ่อ...วันนี้มายูโดดเรียนสามวิชาค่ะ” ฉันทำใจอยู่นานที่จะโทรมาบอกพ่อของมายูดีหรือเปล่าแต่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้ แล้วฉันก็ไม่อยากจะเห็นเด็กนักเรียนของตัวเองเรียนซ้ำชั้นอีกด้วยเลยคิดว่าโทรมาปรึกษาคุณพ่อของเธอน่าจะดีกว่า

“โดดเรียนอีกแล้วเหรอครับ..” และเรื่องที่ครูบอกก็เป็นเรื่องที่ผมไม่อยากจะฟังเลย “โดดเรียนวิชาอะไรครับ..” 

“วิชาคณิตศาสตร์ อังกฤษ แล้วก็เพศศึกษาค่ะ” 

ดูเหมือนว่าลูกสาวของเราจะสร้างเรื่องอีกแล้วดูจากที่เฮียโซ่คุยกับครูของมายูหน้ามุ่ยแบบนั้นแล้ว เด็กนี่แสบจริงๆ 

“แล้วมายูโดดเรียนไปไหนครับ” 

“เห็นบรรณารักษ์ห้องสมุดบอกว่าเธอแอบเข้าไปอ่านการ์ตูนอยู่ในนั้นจนถึงเลิกเรียนเลยค่ะ” 

“ขอบคุณมากครับคุณครูเดี๋ยวผมจะจัดการเธอเอง” ผมรีบวางสายทันทีเพราะคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างกับมายูแล้วขืนปล่อยไปแบบนี้เหมือนครั้งก่อนๆ เธอได้เรียนซ้ำชั้นแน่ และผมก็ไม่อยากที่จะใช้เงินยัดเพื่อให้เธอเรียนจบเหมือนตอนมอต้นแล้วด้วย 

“ตีเลยไหมเฮีย ฮ่าๆ” ผมพูดแหย่เฮียขำๆ เพราะเห็นว่าเฮียดูจะเครียดกับมายูลูกสาวของเราเอามากๆ 

ห้องนอนเคนโซ่...

ตอนแรกผมก็กะว่าจะเข้าไปคุยกับมายูที่ห้องแต่ผมเคลียร์งานนานไปหน่อยพอเปิดเข้าไปก็เห็นว่าเธอหลับไปแล้วเลยไม่ได้ปลุกเธอขึ้นมาคุย “พรุ่งนี้ค่อยคุยแล้วกัน” พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพอดีผมมีเวลาคุยปรับทัศนคติลูกสาวตัวแสบของผมได้ทั้งวันเลยล่ะ

ครืน ครืน เปรี๊ยง! 

ขณะที่ผมกำลังจะเอนหลังลงนอนก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเหมือนว่าคืนนี้จะฝนตกหนัก ผมหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วก็เห็นว่าตอนนี้เกือบจะตีหนึ่งได้แล้ว ''คงไม่ตื่นหลอกมั้ง'' ผมกลัวว่าคนที่จะตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงฟ้าร้องนั่นจะเกิดงอแงเข้ามานอนห้องผมอีกเหมือนทุกครั้ง แต่ดึกป่านนี้แล้วเธอคงจะหลับสนิทแล้วล่ะ ผมเองก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นแต่ก็อดจ้องมองไปที่ประตูไม่ได้ “หาว~” 

ครืน เปรี๊ยง!!

แก๊ก! 

ห้องนอนซีนาย...

“ฮึกๆ ...” เสียงฟ้าร้องนั่นทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นจนต้องมานอนในที่หลบภัย และห้องแด๊ดซีนายก็ไม่ได้ล็อกพอดี ฉันหมุนตัวเข้าไปซุกกอดแด๊ดเพราะหาเกาะป้องกันจากเสียงฟ้าร้องที่ดังคำรามน่ากลัวนั่น และถึงฉันจะเหม็นกลิ่นเหล้าที่ตัวแด๊ดมากแค่ไหนก็ต้องฝืนนอนที่นี่เพราะแด๊ดเคนโซ่ล็อกห้องนอนไว้ฉันเลยเข้าไม่ได้

“กินหรืออาบมาเนี่ยแด๊ด!” ขนาดฉันพูดบ่นขนาดนี้แด๊ดซีนายยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลยไม่รู้ว่าหลับหรือน็อกเหล้าตายไปแล้ว แต่ก็ยังดีกว่านอนในห้องคนเดียวล่ะวะ

เวลา9โมงเช้า...

ผมนอนหลับตาลูบคลำเรือนร่างของผู้หญิงที่ผมหิ้วมานอนที่บ้านเมื่อคืนหลังกลับจากไปเที่ยวผับ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่ผมพากลับมาหน้าตาเป็นยังไงแต่เพียงแค่ได้กลิ่นหอมๆ จากซอกคอของเธอและผิวเนียนนุ่มที่เหมือนผิวเด็กบนร่างเล็กๆ นี่แล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเธอต้องสวยมากแม้จะยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองก็ตาม

ผมเริ่มลากมือขึ้นมาบีบก้อนเนื้อนุ่มบนหน้าอกของเธออย่างเบามือพร้อมกับใช้แกนชายที่เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นบดเบียดเด้าบั้นท้ายสวยของเธอ

(แต่...เมื่อคืนกูแดกเหล้าที่บ้านนี่หว่า) 

พอผมเริ่มสร่างเมาขี้ตาและจำความได้ก็ลืมตาขึ้นมองคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของผมทันทีว่าเธอคือใครและผมก็ต้องเห็นเข้ากับสีหน้าของเด็กสาวที่ผมคุ้นชินกับใบหน้าของเธอดีและตอนนี้เธอกำลังขมวดคิ้วและยกคิ้วข้างนึงขึ้นก่อนจะลากสายตาขึ้นลงมองที่หน้าของผมด้วยท่าทางกวนโอ๊ย

“ทำอะไรของแด๊ดเนี่ย!” ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะรู้สึกเจ็บที่แด๊ดบีบนวดตัวฉัน ไม่รู้ว่าที่เขาทำเพราะนอนละเมอหรือจะแกล้งให้ฉันตื่นกันแน่ 

“หยุดเอาอะไรแข็งๆ มาทิ่มก้นมายูได้แล้ว มายูจะนอน” ผลัก! ฉันใช้มือดันของแข็งที่กำลังทิ่มก้นของฉันอยู่ให้ออกห่างจากก้นของฉันเพราะสิ่งนั้นมันทำให้ฉันรำคาญและมันก็กวนเวลานอนพักผ่อนยาวๆ ในวันหยุดแบบนี้

มือน้อยของมายูหมับเข้าที่แกนชายของผมก่อนจะดันเป้าผมให้ถอยออกห่าง “อุ๊ย! มายูกลับไปนอนห้องดีกว่าไหม” 

ตอนนี้ผมอยากให้เธอย้ายกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองมากๆ เพราะว่าผมเกิดรู้สึกผิดที่มีอารมณ์แบบนั้นกับมายูแถมผมยังเผลอไปลวนลามเธออีก แล้วดูท่าแกนชายของผมจะยิ่งขยายใหญ่มากขึ้นเมื่อมันโดนสัมผัสด้วยมือเล็กของเด็กคนนี้ เฮ้อ…

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 365 วัน ฉันจะ (ไม่) รักเธอ
8.6
ปฐพี ชายหนุ่มรูปงามผู้เย็นชาและเกลียดผู้หญิงเข้าไส้จนถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจในคราบเทพบุตร กลับกลายเป็นคนที่จีน่า สาวสวยลูกครึ่งผู้สดใสแอบหลงรักมาโดยตลอด ทว่าความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคและความลับที่เธอซ่อนไว้ เมื่อชายที่เธอรักกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับพี่สาวแท้ๆ ของตนเองด้วยเหตุผลบางประการ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะทางครอบครัวที่บีบคั้น บทสรุปความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาระหว่างเขาและเธอจะลงเอยอย่างไรในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย บ่วงสวาททาสรักอสูร
8.3
นันทิยายอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครองหัวใจชายที่เธอรัก แม้ต้องแลกด้วยการสูญเสียตัวตนและรักคนที่ไม่เห็นค่า แต่ความทุ่มเทกลับถูกภามตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงใจร้าย เขาขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความแค้นด้วยการประกาศกร้าวว่าเธอเป็นได้เพียงนางบำเรอไร้เกียรติ ในขณะที่เขาจะหาผู้หญิงที่คู่ควรมาแต่งงานด้วย ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้น นันทิยาจะทนอยู่ในนรกบนดินที่เขามอบให้ได้นานแค่ไหน เมื่อความรักที่เคยมีกลายเป็นบ่วงโซ่ที่รัดรัดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน
หน้าปกนวนิยาย CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก
8.6
เมื่อรุ่นน้องจอมตื๊ออย่างอาร์เดินหน้าจีบฉันไม่หยุด แต่ใจฉันกลับมีเพียงโย เพื่อนสนิทที่แอบรักข้างเดียวมาตลอด ทว่าเหตุการณ์กลับวุ่นวายเมื่อโยประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันคือเมียเขาเพียงเพื่อจะกันท่าคนอื่น แต่เขากลับขอให้ฉันช่วยจีบผู้หญิงอีกคนเป็นการแลกเปลี่ยน ความเจ็บปวดนี้ทำให้อาร์ก้าวเข้ามาเยียวยาหัวใจจนความผูกพันเริ่มก่อตัว ในขณะที่ท่าทีของโยก็เริ่มเปลี่ยนไปจนเกินคาดเดา สุดท้ายแล้วความรักที่วุ่นวายครั้งนี้จะจบลงที่ใคร
หน้าปกนวนิยาย ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือถูกจีเหิงกักขังไว้ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอัปยศ จนเมื่อเขาประกาศแต่งงาน เธอจึงหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในงานดูตัวเธอกลับถูกประจานเรื่องอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวและข่าวลือเสียหายจนศักดิ์ศรีป่นปี้ ทันใดนั้นจีเหิงกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่าเขาทรงอิทธิพลเพียงใด เนี่ยซือได้แต่สงสัยว่าเหตุใดชายที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ถึงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคุณอา
9.0
เรื่องราวความผูกพันของหญิงสาวที่มั่นคงในความรักที่มีต่อคุณอาเพื่อนบ้านสุดที่รัก เธอเฝ้ารอคอยเขามานานแสนนานด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม โดยมีความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ว่าหากเป็นคู่แท้ต่อกันแล้ว ท้ายที่สุดโชคชะตาย่อมนำพาให้ทั้งสองได้กลับมาครองคู่กันอย่างแน่นอน เธอจึงยอมมอบหัวใจและความเชื่อใจทั้งหมดให้แก่ชายเพียงคนเดียวที่เธอรอคอยมาตลอดทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้จะไม่มีวันพรากจากกันไปไหน
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร