ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สัมผัสเงาเสน่หา

ซีรีส์สัมผัสเงาเสน่หา

ภายใต้เงาจันทร์นวลตา หญิงสาวได้เผชิญหน้ากับบุรุษลึกลับผู้เร้นกายในความมืดมิด สัมผัสอันร้อนแรงจากเขาแผ่ซ่านและปลุกเร้าปรารถนาลึกสุดหยั่ง จนยากจะถอนตัวจากเสน่หาที่ตราตรึง ทว่ายิ่งเธอด่ำดิ่งสู่ความสัมพันธ์นี้มากเท่าไร ความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น การตัดสินใจครั้งนี้อาจบีบให้เธอต้องเลือกระหว่างความรักที่เย้ายวน หรือการสูญเสียอิสรภาพและตัวตนไปตลอดกาลในเส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไอลดารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย แล้วเกิดใหม่ในร่างที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่กลับรักมันจนถอนตัวไม่ขึ้น

เมื่อเธอตื่นอีกครั้งบนเตียงของตนเอง ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นถี่…และกระจกหน้าห้อง เธอเห็นเงาของตนเองที่หายไปเพียงครึ่งเดียว.

แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาผ่านบานหน้าต่างไม้ไผ่ เสียงนกป่าขับขานเบา ๆ ไอลดาตื่นขึ้นพร้อมเหงื่อชื้นบนแผ่นหลัง และหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองเงาของตัวเองที่สะท้อนบนผนังไม้ เงาที่ไม่สมบูรณ์ เงาที่ขาดหายไปครึ่งหนึ่ง

ในหัวของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยคำถาม

“ฉันกำลังบ้าใช่ไหม” เธอถามตัวเองเบา ๆ ขณะเดินไปล้างหน้า หน้ากระจก รอยนิ้วมือที่เคยเขียนข้อความเมื่อคืนยังจางอยู่บนผิวกระจก

เวลาสาย เธอไปที่ศูนย์วิจัยเพื่อตรวจสอบประวัติของคนไข้ก่อนหน้า ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ "พิมพ์" ซึ่งมีอาการหลอนว่าเงาของตนเองเป็นคนรักและเคยร่วมรักกันทุกคืน ก่อนที่จิตใจจะทรุดและกลายเป็นคนไร้อารมณ์

เอกสารบันทึกไว้ว่า “หลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเงาเป็นเวลานาน คนไข้เริ่มแสดงอาการสูญเสียความเป็นตัวเองทีละน้อย จนสุดท้ายไม่สามารถรับรู้อารมณ์ใด ๆ ได้อีก”

ไอลดาถือแฟ้มแน่น ใจเต้นแรงเมื่อเห็นว่าอาการของพิมพ์…เหมือนกับเธอในตอนนี้

คืนถัดมา

ไอลดาเปิดโคมไฟไว้เพียงดวงเดียว ห้องสลัวพอที่จะให้เงาปรากฏชัดเจน

เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียง สวมเพียงชุดนอนบางเฉียบ ราวกับตั้งใจเรียกเขา

และเขาก็มาจริง ๆ

เงาของคีลค่อย ๆ ปรากฏในกระจก ก่อนที่เขาจะก้าวออกมาช้า ๆ จากเงาสะท้อน ดวงตาสีดำสนิทที่ลุกวาวด้วยปรารถนา สะกดให้เธอลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา

“เจ้ายังต้องการข้าอยู่หรือไม่ ไอลดา”

เธอไม่ตอบ แต่ปลายนิ้วกลับยกขึ้นแตะริมฝีปากเขาเบา ๆ

“ฉันไม่รู้ว่านี่คือความจริง หรือฉันกำลังจะเสียสติ…”

เขาโอบเธอเข้ามาแนบอก “หากนี่คือบ้า…ข้าขอให้เจ้าบ้าตลอดไป”

เขาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้อ่อนโยน ลึกซึ้ง และยาวนาน มือของเขาไล้ต่ำลงช้า ๆ ลูบไล้สะโพกเนียนก่อนจะดันเธอเบา ๆ ให้ล้มลงบนเตียง

“อย่าคิด…จงรู้สึก” เขากระซิบ พลางใช้ปลายลิ้นแตะลงกลางหน้าอกเธอ ลากวนเหมือนวาดอาคม ร่างของไอลดาสะท้าน เธอหอบเบา ๆ แล้วปล่อยให้เขาครอบครองทุกอณูของร่างกาย

เขาปลดชุดนอนเธอออกอย่างนุ่มนวล ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกสัมผัสของเขาราวกับรู้ว่าเธอต้องการตรงไหนที่สุด

“ข้าจะสลักตัวตนของข้าลงในร่างเจ้า…จนไม่มีวันลบได้” เขาเลื่อนริมฝีปากลงต่ำ ไล้ลิ้นผ่านหน้าท้อง ขาอ่อน และลงไปยังจุดที่ไวต่อความรู้สึกอย่างที่สุด

เธอหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ร่างกายสั่นระริก ความรู้สึกทั้งหมดถาโถมเข้าหาเหมือนคลื่นพายุ

เมื่อเขาฝังตัวเข้ามา ทุกจังหวะที่เคลื่อนไหวคือการแสดงความเป็นเจ้าของ ทุกแรงกระแทกคือการย้ำเตือนว่าเธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว

เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนในความเงียบ หยาดเหงื่อไหลผ่านร่างทั้งสองที่ร้อนดั่งไฟ ไอลดาหลุดพ้นสู่ความสุขล้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างของเธอกระตุกอย่างบ้าคลั่งเมื่อถึงจุดสุดยอดติดๆ กันหลายครั้ง

เธอร้องเรียกชื่อเขาเหมือนต้องมนต์สะกด แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลงในความมืด

เธอตื่นขึ้นอีกครั้ง…และพบว่าเงาของเธอในกระจกเหลือเพียงครึ่งเดียว

ไอลดานั่งเงียบอยู่ที่ระเบียงไม้ของเรือนไม้หลังเก่า แสงแดดอ่อนของเช้าตรู่ไม่สามารถไล่ความหนาวเย็นในอกเธอออกไปได้ หญิงสาวลูบผิวต้นแขนเบา ๆ ความรู้สึกหนาวที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าอุณหภูมิ คือลมหายใจอุ่นของคีลที่เธอเฝ้ารอในทุกค่ำคืน และการหายไปบางส่วนของเงาเธอในกระจก…

ทุกสัมผัสยังอยู่ในร่างกายของเธอ เสียงของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัว

ในคืนที่สี่หลังจากมาถึงหมู่บ้าน ไอลดาไม่เปิดไฟอีกแล้ว เธออยู่ในห้องมืด ปล่อยให้เงาโอบล้อมรอบตัวเอง ชุดนอนบางเฉียบหลุดลุ่ยลงจากไหล่ข้างหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ แต่อีกส่วนหนึ่ง…คือความจงใจ

คีลมาช้าในคืนนั้น เงาของเขาขึ้นชัดเจนบนผนัง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่างจริงที่ก้าวเข้ามาหาเธอ

“ข้าเฝ้าดูเจ้า…แม้ในยามเจ้าหลับ”

เสียงเขากระซิบดังมาจากด้านหลัง มือของเขาเลื่อนเข้าโอบเอวเธอ ลมหายใจร้อนแนบต้นคอ ไอลดาหลับตาและเอนศีรษะพิงแผ่นอกของเขา

“ข้าทำให้เจ้ากลัวหรือไม่”

“ไม่…” เธอกระซิบตอบ

“มันน่ากลัวกว่า ถ้าคุณหายไป”

เขายิ้ม มือเลื่อนจากเอวขึ้นมาที่หน้าอก ลูบไล้ช้า ๆ สลับกับบีบคลึงเบา ๆ จนร่างของเธอหอบสะท้าน ทุกสัมผัสของเขาเหมือนรู้จุดอ่อนของเธอทั้งหมด เขาหมุนตัวเธอหันมาเผชิญหน้า และจูบเธออย่างรุนแรง บดขยี้ลึกลงไปทุกจังหวะจนริมฝีปากบวมช้ำ

“ข้าอยากเห็นเจ้าเป็นของข้าทั้งหมด”

เขาอุ้มเธอขึ้นทั้งตัว แล้วพาไปวางลงบนขอบหน้าต่างที่เปิดรับแสงจันทร์ ร่างของเธอเปลือยเปล่าอยู่ใต้แสงสีเงินที่ทำให้ผิวของเธอเหมือนจะเรืองแสง

เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ใช้ลิ้นลากไล้จากเข่าขึ้นไปอย่างช้า ๆ เหมือนจงใจเผาทุกเส้นประสาท ริมฝีปากนุ่มของเขาครอบครองทุกส่วนอ่อนไหวของเธออย่างไม่ปรานี

เสียงร้องของไอลดาหลุดออกมาเป็นระลอก เธอสั่นไหว ร่างกายเกร็งตัวก่อนจะปลดปล่อยความสุขออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เขาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้คือความหิวกระหายปะปนความรักร้อนแรง เขาดันตัวเข้ามาหาเธอในจังหวะเดียว ลึก…แน่น…จนเธอแทบขาดใจ

ทุกการขยับของเขาคือความคลั่งไคล้ ไอลดาหลุดเสียงครางอีกครั้ง มือขยุ้มแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าแนบชิดกับเขาในทุกองศา เสียงเนื้อกระทบกันและเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ผสานกันเป็นจังหวะของปรารถนา

“ข้าจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป” คีลกระซิบข้างหูขณะที่เธอถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง

เช้าวันต่อมา ไอลดาลุกขึ้นมามองเงาของตนเองในกระจก…มันแทบไม่มีเหลือ

แต่ในดวงตาของเธอ…กลับมีแววของผู้หญิงที่ไม่เคยมีมาก่อน

หญิงสาวที่เคยซ่อนความปรารถนา กลับกลายเป็นผู้ที่เผชิญหน้าและยอมรับมัน

ไอลดาเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างชัดเจน เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้เรียบร้อยตามกรอบโลกอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงที่กล้าสัมผัสความลุ่มหลง…กล้ารับความปรารถนาอย่างไม่ละอายใจ

แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้ก็มาพร้อมกับความว่างเปล่าบางอย่าง เธอไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกอาย ไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกอะไรเลย…นอกจากความปรารถนาในตัวคีล

ในคืนที่ห้า เธอยืนเปลือยเปล่ากลางห้องใต้แสงจันทร์ ไม่แม้แต่จะสวมชุดนอนบาง ๆ เพื่อปกปิด เธอรอเขาด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน หัวใจที่อยากให้เขามาครอบครอง…อีกครั้ง

เมื่อเงาของเขาปรากฏขึ้น เธอเดินเข้าไปหาอย่างเงียบงัน

“เจ้ากำลังเปลี่ยนไป” คีลพูดเบา ๆ มือของเขาสัมผัสผิวเธอเบา ๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รวิกาญจน์เภตรา
9.4
ใต้ซากเรือสำเภาทองที่หลับใหลในอ่าวไทย ความรุ่งโรจน์แห่งสุโขทัยกลายเป็นเป้าหมายของเหล่านักล่าผู้ยอมแลกชีวิตเพื่อสมบัติมหาศาล ทว่าลึกลงไปกลับมีวิญญาณแค้นที่ถูกหักหลังและฆาตกรรมเฝ้ารอเวลาสะสางบัญชีหนี้เลือดอย่างทุกข์ทรมาน ขณะที่ชายผู้หนึ่งยังคงยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณรักเพียงนางเดียวทุกภพชาติ เมื่อกงล้อแห่งกรรมหมุนวนมาบรรจบอีกครั้ง ความลับและอาถรรพ์ใต้สมุทรจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์สัจธรรมแห่งการกระทำและการรอคอยที่ยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่เป็นแล้ว ภรรยาผู้แสนดี
8.4
Liu Yueqing, a gifted healer and daughter of the Imperial Physician, sacrificed her dreams to be the perfect wife to Gong Liqiang. Despite his public oath of lifelong fidelity, he betrays her after two years by bringing a pregnant mistress into their home. Yueqing discovers she was merely a tool used for her dowry and medical skills while being forced to remain childless. Refusing to endure this deceit, she chooses a tragic end over a life of servitude, cursing their reunion in any future life.
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ราตรีที่สิบกับราชาจิ้งจอก 与狐王的第十夜
7.9
เมื่อธิดาปักษาผู้มีความลับซ่อนเร้นได้รับความช่วยเหลือจากราชาจิ้งจอกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปรานี ชีวิตของนางจึงตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเปราะบาง นางตัดสินใจเสี่ยงอันตรายด้วยการหลอกลวงว่าตนเองเป็นเพียงนกธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น ทว่าภายใต้สายตาที่เฉียบคมของจอมราชัน การปิดบังตัวตนที่แท้จริงในครั้งนี้จะนำไปสู่โชคชะตาที่ยากจะคาดเดา หรือบทลงโทษที่นางไม่อาจหลีกหนีได้พ้นในท้ายที่สุด