หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาของเขา คุกของเธอ

คำสัญญาของเขา คุกของเธอ

9.7 / 10.0
หลังชดใช้โทษจำคุก 7 ปีแทนเคทน้องสาวบุญธรรม ดอนคู่หมั้นของฉันกลับทอดทิ้งฉันทันทีที่ถึงบ้านเพื่อไปดูแลเธอตามคำสั่งพ่อแม่ ฉันถูกเนรเทศไปอยู่ห้องเก็บของแคบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนจิตใจลูกรักของครอบครัว ทั้งที่ฉันคือลูกแท้ๆ ที่ต้องสูญเสียอนาคตและอิสรภาพเพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกเขาใช้งาน แต่ในความมืดมิดนั้น ข้อเสนอรับทำงานลับจากอดีตที่มาพร้อมตัวตนใหม่และการย้ายถิ่นฐานคือแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ ฉันจึงตัดสินใจตอบตกลงเพื่อทิ้งอดีตอันโหดร้ายนี้ไปตลอดกาล

คำสัญญาของเขา คุกของเธอ ตอนที่ 1

วันที่ฉันได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ดอน วรโชติ คู่หมั้นของฉัน กำลังยืนรออยู่ เขาบอกว่าชีวิตของเราจะได้เริ่มต้นกันเสียที

เจ็ดปีที่แล้ว เขาและพ่อแม่ของฉันอ้อนวอนให้ฉันรับผิดแทนเคท น้องสาวบุญธรรมของฉัน เธอเมาแล้วขับรถชนคนแล้วหนี

พวกเขาบอกว่าเคทเปราะบางเกินกว่าจะเข้าไปอยู่ในคุกได้ โทษจำคุกเจ็ดปีของฉันเป็นแค่การเสียสละเล็กๆ น้อยๆ

แต่ทันทีที่เรามาถึงคฤหาสน์ของตระกูล โทรศัพท์ของดอนก็ดังขึ้น เคทมี ‘อาการกำเริบ’ อีกแล้ว เขาทิ้งฉันให้ยืนอยู่คนเดียวกลางโถงทางเข้าโอ่อ่า แล้วรีบวิ่งไปหาเธอ

จากนั้นพ่อบ้านก็แจ้งว่าฉันต้องไปพักที่ห้องเก็บของฝุ่นเขรอะบนชั้นสาม เป็นคำสั่งของพ่อแม่ พวกเขาไม่อยากให้ฉันไปรบกวนจิตใจเคทตอนเธอกลับมา

ทุกอย่างเป็นเพราะเคทเสมอ เธอคือเหตุผลที่พวกเขาเอาเงินทุนการศึกษาของฉันไป และเธอคือเหตุผลที่ฉันต้องเสียเวลาชีวิตไปเจ็ดปี ฉันเป็นลูกสาวแท้ๆ แต่กลับเป็นได้แค่เครื่องมือที่ถูกใช้แล้วทิ้ง

คืนนั้น ขณะที่ฉันอยู่คนเดียวในห้องแคบๆ โทรศัพท์มือถือราคาถูกที่ผู้คุมคนหนึ่งให้มาก็สั่นเพราะมีอีเมลเข้า เป็นข้อเสนอตำแหน่งงานลับที่ฉันเคยสมัครไว้เมื่อแปดปีที่แล้ว มาพร้อมกับตัวตนใหม่และแพ็กเกจย้ายที่อยู่ทันที มันคือทางรอด

ฉันพิมพ์ตอบกลับด้วยนิ้วที่สั่นเทเทา

“ฉันตกลง”

บทที่ 1

ฉันจำวันที่ต้องเข้าคุกได้ดี ไม่ใช่เพราะคำตัดสินของศาล แต่เป็นเพราะครอบครัวของฉันเอง

เจ็ดปีที่แล้ว เคท ศิริวัฒนา น้องสาวบุญธรรมของฉัน เมาแล้วขับรถ เธอชนคนแล้วหนี โชคดีที่คนนั้นรอดชีวิต แต่ความผิดก็ยังร้ายแรงอยู่ดี

พ่อกับแม่ ซึ่งเป็นครอบครัวศิริวัฒนา เรียกฉันเข้าไปนั่งคุย จอย พี่สาวแท้ๆ ของฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย

“เคทไม่ค่อยสบาย” แม่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ลูกจะเข้าคุกไม่ได้หรอก มันจะทำให้ลูกแย่”

“ลูกไปแทนได้ไหม” พ่อถามโดยไม่มองหน้าฉัน “แค่ไม่กี่ปีเอง”

ฉันปฏิเสธ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาขอ แต่คืนหนึ่ง พวกเขาก็จับฉันยัดเข้าไปในรถ ไม่ใช่รถของพวกเขา แต่เป็นรถตำรวจ

ดอน วรโชติ คู่หมั้นของฉันก็อยู่ที่นั่น เขาเป็นนักการเงินผู้ทรงอิทธิพลในกรุงเทพฯ ที่สามารถบันดาลให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ เขาเป็นคนจัดการทุกเรื่อง เขาประคองใบหน้าฉันไว้ในมือ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ฉันไม่เข้าใจ

“แอนนา ออกมาเมื่อไหร่ ผมจะแต่งงานกับคุณ” เขาสัญญา “ทนหน่อยนะ แค่เจ็ดปีนี้เท่านั้น นี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องคุณจากชะตากรรมที่เลวร้ายกว่านี้”

ฉันไม่เข้าใจว่าชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าที่เขาพูดถึงคืออะไร ฉันเข้าใจแค่การถูกหักหลังเท่านั้น

ตอนนี้ เจ็ดปีผ่านไปแล้ว ประตูเหล็กหนักอึ้งเลื่อนเปิดออก ฉันเดินออกมาสู่โลกภายนอกที่รู้สึกว่าสว่างจ้าและเสียงดังเกินไป

รถเก๋งสีดำมันวาวคันหนึ่งจอดรออยู่ ดอน วรโชติ ก้าวออกมา เขายังดูเหมือนเดิม หล่อเหลาราวกับเทพบุตรในชุดสูทสั่งตัด ไม่มีผมสักเส้นที่หลุดลุ่ย

เขาอ้าแขนจะกอดฉัน แต่ฉันถอยหลังก้าวหนึ่ง

สีหน้าเขาเจ็บปวด แขนที่กางออกตกลงข้างลำตัว “แอนนา”

ฉันก้มมองตัวเอง เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เป็นของราคาถูกที่ทางเรือนจำจัดหาให้ ผมของฉันแห้งกร้าน ผิวซีดเผือด ฉันผอมแห้งเหลือแต่กระดูกและเงา อาหารในคุกกับงานหนักตลอดเจ็ดปีได้สลักเสลาฉันให้กลายเป็นคนที่ตัวเองก็จำไม่ได้ ในทางกลับกัน เขาดูเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากนิตยสาร ความแตกต่างนี้มันช่างบาดตาบาดใจเหลือเกิน

“ผมอยู่นี่แล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ผมบอกแล้วว่าจะมารอ เราจะแต่งงานกัน เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”

คำสัญญานั้นฟังดูกลวงเปล่า เป็นเพียงเสียงสะท้อนจากชาติที่แล้ว ฉันมองเขา มองเขาจริงๆ และไม่รู้สึกอะไรเลย ความรักที่เคยมี ความหวังอย่างสิ้นหวังที่ทำให้ฉันมีชีวิตรอดในช่วงสองสามปีแรกในนั้น ได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว

“พวกเขาอยู่ไหน” ฉันถาม เสียงแหบพร่าเพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน

สีหน้าของดอนเคร่งขรึมลง “พ่อแม่ของคุณ... แล้วก็จอย... พวกเขามาไม่ได้ เคทมีอาการกำเริบอีกแล้วเมื่อเช้านี้ พวกเขาต้องรีบพาเธอไปโรงพยาบาล”

แน่นอน เคท ต้องเป็นเคทเสมอ เด็กสาวผู้อ่อนแอและขี้โรคที่พ่อแม่รับมาเลี้ยงเมื่อหลายปีก่อน เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขา ส่วนฉันที่เป็นลูกสาวแท้ๆ กลับเป็นแค่ของนอกสายตา เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้แล้วทิ้ง

ฉันจำวันที่ตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเจอได้ ฉันเต็มไปด้วยความหวัง ฉันเป็นเด็กกำพร้าและคิดว่าตัวเองได้เจอบ้านแล้ว แต่พวกเขากลับมีลูกสาวที่สมบูรณ์แบบอย่างเคทอยู่แล้ว ฉันเป็นเพียงความจริงอันน่าอึดอัดใจ

ดอนขับรถพาฉันกลับไปที่คฤหาสน์ศิริวัฒนา มันไม่ใช่บ้านของฉัน เป็นแค่บ้านที่ฉันเคยอาศัยอยู่ พ่อบ้าน ชายที่รู้จักฉันมาตั้งแต่ฉันยังเป็นวัยรุ่น มองฉันด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

“คุณท่านและคุณผู้หญิงสั่งให้คุณแอนนาไปใช้ห้องหลังบ้านบนชั้นสามค่ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง “ท่านไม่อยากให้คุณไปรบกวนคุณเคทตอนเธอกลับมา”

ห้องหลังบ้านที่ว่าก็คือห้องเก็บของดีๆ นี่เอง ฝุ่นเขรอะและถูกลืม มันเป็นที่ที่พวกเขาโยนฉันไปอยู่เสมอ ให้พ้นหูพ้นตา

ดอนดูอึดอัดใจ “เดี๋ยวผมจะคุยกับพวกท่านเองนะแอนนา นี่มันไม่ถูกต้อง”

แต่แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น “แม่คุณโทรมา” เขาพูด สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ผมต้องไปโรงพยาบาล เคทถามหาผม”

เขาเลือกเธออีกแล้ว แน่นอน เขาเลือกเธอเสมอ

ฉันพยักหน้า ไม่รู้สึกอะไรนอกจากความว่างเปล่าอันลึกล้ำ “ไปเถอะ”

เขาจากไป ฉันยืนอยู่คนเดียวกลางโถงทางเข้าโอ่อ่า เป็นเหมือนวิญญาณในบ้านของครอบครัวตัวเอง ฉันเดินขึ้นบันไดหลังไปยังห้องเล็กๆ คับแคบที่ถูกเตรียมไว้ให้

ประตูแง้มอยู่ ฉันได้ยินเสียงพ่อแม่คุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นหลักชั้นล่าง

“จัดการให้ยัยนั่นเรียบร้อยรึยัง” เสียงแม่ของฉัน แหลมและหงุดหงิด

“เรียบร้อยครับคุณผู้หญิง เธออยู่ในห้องเก็บของแล้วครับ” พ่อบ้านตอบ

“ดี ขังไว้ในนั้นแหละ เราจะให้ลูกมารบกวนจิตใจเคทไม่ได้ ดอนกำลังไปโรงพยาบาล เขารู้ว่าอะไรสำคัญกว่า”

หัวใจของฉัน ซึ่งฉันคิดว่ามันกลายเป็นหินไปแล้ว รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างเย็นเยียบ

ฉันปิดประตูห้องเล็กๆ ของตัวเองแล้วนั่งลงบนที่นอนนุ่มยวบ โทรศัพท์ของฉัน โทรศัพท์ราคาถูกที่ผู้คุมใจดีคนหนึ่งให้มา สั่นขึ้น เป็นอีเมล

หัวข้อเรื่องเขียนว่า: “ตำแหน่งงานลับ - สถาบันวิจัยแห่งชาติ”

มันเป็นข้อเสนอ ตำแหน่งงานในแผนกบูรณะงานศิลปะที่เป็นความลับ ตำแหน่งที่ฉันเคยสมัครไว้เมื่อแปดปีที่แล้ว ก่อนที่ชีวิตของฉันจะถูกขโมยไป มันมาพร้อมกับตัวตนใหม่และแพ็กเกจย้ายที่อยู่

ทางรอด

ฉันพิมพ์ตอบกลับด้วยนิ้วที่สั่นเทา

“ฉันตกลง”

อ่านต่อ

สารบัญ คำสัญญาของเขา คุกของเธอ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าที่ทอดทิ้งอัลฟ่า
9.0
เมื่ออัลฟ่านิคล้มป่วยด้วยพิษเงิน ติลลี่ผู้เป็นลูน่ากลับเลือกทำลายแหวนแต่งงานและยื่นเอกสารยกเลิกพันธะคู่ครองใส่หน้าเขาอย่างเย็นชา แม้หมาป่าในตัวเธอจะพึงพอใจ แต่ผู้เป็นสามีกลับคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา นิคทอดทิ้งเกียรติยศของจ่าฝูงเพื่อขอร้องไม่ให้เธอทิ้งไป ทว่าติลลี่ไม่สนคำวิงวอนและลากเขาไปต่อหน้าเทพธิดาจันทรา พร้อมขู่ว่าจะถอนคำอธิษฐานทั้งหมดของเขาหากไม่ยอมปล่อยมือจากความสัมพันธ์นี้เสียที
ตอน
อ่านเลย
แชร์