
เล่ห์เสน่หา
ตอน 2
สาวน้อยวัยสิบแปดในชุดติดกันผ้าลูกไม้สีชมพูสั้นแค่เข่า ทอดสายตาร้าวรานเข้าไปทางช่องประตูที่เปิดแง้ม เสียงและภาพจากภายในที่มองเห็นชัดเจนในทีแรก เริ่มพร่ามัวด้วยม่านน้ำในดวงตาสีน้ำตาลทอง มือเรียวเล็กที่กำแน่นนั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ กับท่วงท่าเร่าร้อนกลางกองเพลิงพิศวาสของสองหนุ่มสาวด้านใน เด็กหนุ่มในชุดทักซิโดสีขาวที่กำลังนัวเนียกับสาวน้อยในชุดดำบางเบา สองร่างกอดรัดแทบจะกลืนเป็นหนึ่งเดียวอยู่รอมร่อ เด็กหนุ่มค่อยๆ ย่อตัวลงต่ำ ขณะสาวน้อยรั้งชายกระโปรงตนเองขึ้นสูง
เด็กสาววัยสิบแปดมิอาจทนดูต่อไปได้ เธอผลักประตูเข้าไปอย่างแรงจนเกิดเสียง เด็กสาวชุดดำที่กำลังอารมณ์เพริดถึงกับสะดุ้งสุดตัวรีบดึงชายกระโปรงที่ถูกตลบขึ้นไปจนถึงเอวลงมา เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอหันขวับ พร้อมทำท่าดุจเห็นมัจจุราช แต่เขายังไม่ทันได้พูดหรืออุทานอันใดออกมา แหวนเพชรเม็ดงามที่ถูกรูดจากนิ้วเด็กสาววัยสิบแปดก็ขว้างมา แม่นเหมือนจับวาง มันตรงเข้าเจาะหน้าผาก ฝากรอยแดงไว้เล็กน้อยพองาม พร้อมเสียงปนสะอื้นแต่ฟังดูเกรี้ยวกราด
“เอาของคุณคืนไป คนหลายใจ”
“เดือนฉาย!!” เด็กหนุ่มไม่สนใจแหวนเพชรสนนราคาเรือนแสนที่ตกอยู่บนพื้นห้อง เขารีบตามหญิงสาวไปโดยเร็ว
“เดือนๆ ฟังภพก่อน ภพมีคำอธิบาย เดือน!!” เขาตะโกนตามหลังร่างแบบบางที่วิ่งห่างออกไปด้วยดวงใจที่เต็มไปความปวดร้าว ส่วนตัวเขานั้นสำนึกผิดเต็มหัวใจ
เอี๊ยด!
โครม!!
(((สุดหล่อ รับโทรศัพท์ด้วย สุดหล่อ รับโทรศัพท์กิ๊ก สุด...)))
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของทรงภพดังขึ้น เขาวางต้นฉบับหน้าที่กำลังอ่านค้างลง กดรับพร้อมกรอกเสียงหวานไปอย่างคุ้นเคย ก็ชื่อหน้าจอโชว์หราว่าใครโทรฯ มา
“ว่ายังไงคะ ที่รัก” ทรงภพเลิกคิ้วเล็กน้อยกับเสียงตอบกลับปลายทาง ก่อนเกลื่อนยิ้มบนใบหน้าแล้วกรอกเสียงหวานจนเลี่ยนกลับไป
“ได้สิคะ สำหรับคุณ ยังไงก็ได้ แล้วจะส่งให้ผมวันไหนครับ ขอก่อนสิ้นเดือนได้ไหมเอ่ย มันจะได้ทันวางขายช่วงงานสัปดาห์หนังสือปลายเดือนหน้าพอดีไงคะ” หน้าระรื่นของชายหนุ่มสลดลงเล็กน้อยเมื่อฝ่ายโน้นตอบกลับมา ก่อนตอบกลับไปอีกครั้งด้วยเสียงเนิบ ไม่หวานหยดแบบเมื่อครู่
“โอเค ครับ ทำให้ดีที่สุดแล้วกัน ยังไงผมก็รอต้นฉบับของคุณทุกลมหายใจนะครับ ครับๆ สวัสดีครับ” เขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะอย่างแรง สีหน้าผิดกับตอนที่เริ่มรับสายลิบลับ ชนิดคนละช็อตคนละตอน ก่อนจะหันไปกระดิกนิ้วเรียกนทีที่อยู่ห้องด้านนอกผ่านกระจกใสที่กั้นเป็นผนังและม่านที่รูดเปิดจนสุด เพราะเห็นชายหนุ่มกำลังมองเข้ามาพอดี เมื่อนทีเข้ามาทรงภพก็สั่งงานทันที
“ติดต่อ นักเขียนเจ้าของเรื่องนี้” เขาจิ้มที่ต้นฉบับปึกหนาซึ่งวางลงบนโต๊ะ “ให้โทรฯ กลับมาเร็วที่สุด พี่จะวางแทนของ พิมพ์ภัทรา”
“ฮ้า! ชีจะยอมหรือพี่” นทีทำหน้าแปลกใจร้องถามเสียงสูงออกไป
“ไม่ยอมได้ไง เขาโทรฯ ขอเลื่อนส่งต้นฉบับ แผนงานเราที่วางไว้ว่าจะวางหนังสือใหม่หลากแนว อย่างน้อยแนวละเรื่องในงานสัปดาห์หนังสือนะ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน เรื่องนี้แนวเดียวกับของ พิมพ์ภัทรา แต่มีส่วนต้องแก้ไข พี่จะบอกกับนักเขียนเอง ให้เขารีบโทรฯ กลับมาก็แล้วกัน”
“ครับ” นทีรับคำแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่เหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ ชายหนุ่มหันกลับมองบรรณาธิการบริหาร นายทุนเงินหนาของสำนักพิมพ์ ที่ลงมาทำงานเองในส่วนบรรณาธิการ
“เอ่อ พี่ครับ เรื่องนี้ไม่ผ่านนี่ครับ พี่หมูกับพี่อังเคิลส่ายหน้า พล็อตเน่า สำนวนก็ยังไม่ดี แถมบทอิโรติกที่ใส่มาไม่ลื่นไหล เหมือนนั่งเทียนเขียนส่งๆ อ่านยังไงเลือดกำเดาก็ไม่กระฉูด ไม่เหมือนของพิมพ์ภัทรา รายนั้นแถมทิชชูได้เลย”
นทีมองผู้บริหารหนุ่มใหญ่แต่หน้าอ่อนยิ้มอย่างรู้เท่าทัน รู้ดีว่าเหตุที่นักเขียนนามพิมพ์ภัทรานั้นเขียนบทเลิฟซีนได้ลื่นไหล และไหลขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะมีติวเตอร์มือโปรฯ ช่วยสอนภาคปฏิบัติ เจ้าหล่อนถึงเอามาเขียนเป็นภาคทฤษฎีได้เลือดกำเดากระฉูด
“ก็นี่ไง เลยต้องให้เขารีบโทรฯ กลับ” ทรงภพยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตากรุ้มกริ่มขึ้นมาทันที
“โหพี่ ไหนเคยบอกว่าสมภารไม่กินไก่วัด”
“ก็ใช่ แต่สมภารอย่างพี่นะเลี้ยงไก่ไว้เชือดเอง ฮ่าๆ” ทรงภพหัวเราะอารมณ์ดี เสยเส้นผมดำแซมสีดอกเลาประปรายเล่น ต่างหูทองคำขาวข้างเล็กที่ติดอยู่ตรงติ่งหูทั้งสองข้างบ่งบอกถึงความเป็นผู้ชายที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองมากที่สุด อายุขนาดเขา ทั้งยังนั่งตำแหน่งผู้บริหาร มีทั้งโรงพิมพ์เป็นของตัวเองและบริษัทจัดจำหน่ายหนังสือเต็มรูปแบบ ไหนจะกิจการอื่นๆ ของครอบครัวที่เป็นมรดกตกทอดลงมารอเขาไปนั่งบริหาร ซึ่งเขาก็ทำได้ดี แม้จะขัดกับบุคลิกภายนอกที่คนมอง เหมือนเพลย์บอยมากกว่านักบริหาร
“แล้วถ้าเกิด นักเขียนเป็นผู้ชายขึ้นมา”
“ผู้หญิง อายุยี่สิบต้นๆ” ทรงภพดูจะมั่นใจมาก จนนทีแปลกใจ ในเมื่อต้นฉบับที่ไร้ชื่อ นามสกุลนั้นยากที่จะเดาว่าผู้ชายหรือผู้หญิง แม้พอจะจับสำนวนตามประสาคนที่ผ่านตาต้นฉบับมามากมาย หรือคาดเดาจากนามปากกาซึ่งยากพอสมควร แต่การประเมินอายุของนักเขียนนี่สิ นทีไม่คิดว่าทรงภพจะทำไปได้
“อะไรทำให้พี่คิดแบบนั้น”
“ผู้ชายที่ไหนจะนั่งเทียนเขียนบทเลิฟซีน แล้วนามปากกาก็ หวานซะ เอาน่าผู้หญิงแหงๆ” เขาค่อนข้างเชื่อแบบนั้น และหันกลับไปหยิบต้นฉบับที่ปริ๊นต์ออกมาเปิดอ่านตรงที่ค้างไว้ด้วยท่าทีตั้งใจอีกครั้ง นทีจึงรีบกลับออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายทันที
คุณอาจจะชอบ





