
เล่ห์เสน่หา
ตอน 3
ร่างเด็กสาวในชุดลูกไม้สีชมพูเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาทันทีเมื่อร่างบางลอยสูงจากแรงปะทะ และละลิ่วตกลงมากระแทกพื้นคอนกรีตหน้าโรงแรมหรู พร้อมโลหิตจำนวนมากซึมไหลออกมาจากรอยแยกของบาดแผลบนร่างกาย
“ว้าย! คนถูกรถชน”
“เดือน!!!” เสียงของเด็กหนุ่มที่วิ่งตามมานั้นดังกลบเสียงไทยมุงที่เห็นเหตุการณ์ และกำลังวิ่งกรูกันเข้ามา เด็กหนุ่มช้อนร่างกระตุกเกร็งบนพื้นซีเมนต์ท่ามกลางดวงไฟส่องสว่างบนเสาริมถนน
“เดือน เดือนจ๋า เดือนลืมตามามองภพสิครับเดือน” ชุดทักซิโดสีขาวของเด็กหนุ่มย้อมจนแดงด้วยเลือดของหญิงสาวที่เขาเรียกว่า เดือน
ดวงตาสีน้ำตาลทองของเธอค่อยปรือขึ้นอย่างอ่อนแรง หนักอึ้งเหมือนมีหินหนักมาถ่วงไว้ ร่างกายไร้ซึ่งความเจ็บปวดแต่เต็มไปด้วยความเหน็บหนาว หนาวเพราะเลือดกำลังไหลออกจนหมดตัว หนาวเพราะความเสียใจกับการกระทำของชายหนุ่มที่ร่ำร้อง เรียกให้เธอลืมตาขึ้นมอง เขากำลังเล่นเกมสวาทกับผู้หญิงคนนั้นในวันหมั้นของเรา
“ฉันไม่ให้อภัยคุณ” เสียงสุดท้ายพร้อมดวงตาสีอ่อนจ้องเขานิ่ง แม้หน้าอกเธอไม่กระเพื่อมเพราะก้อนเนื้อภายในทรวงหยุดการเคลื่อนไหวสูบฉีดโลหิต ทว่าดวงตาสีน้ำตาลทองยังเบิกค้างจ้องมองชายหนุ่มอย่างอาฆาตแค้น
“เดือน!!! โธ่ภพขอโทษเดือนได้ยินไหม ถึงเดือนไม่ให้อภัยภพ ภพก็ไม่ว่า แต่ขอให้เดือนรับรู้ไว้ชาตินี้ภพจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงคนไหน ภพรักเดือนได้ยินไหม”
ฉันไม่ให้อภัยคุณ
“เดือน!” ทรงภพสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมร้องเรียกชื่อนั้นเสียงหลง เขาพบว่าตัวเองยังอยู่ที่ห้องทำงาน ตรงโต๊ะทำงาน ขายาวๆ ของเขาพาดอยู่บนโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยังเปิดและเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตอยู่เช่นเคย เพราะต้นฉบับที่ปริ๊นต์มาอ่านค้างลื่นหลุดจากมือเมื่อเผลอหลับ เขาจึงได้ตกใจตื่น ชายหนุ่มยกมือเรียวขาว ขาวจนเห็นเส้นขนนั้นเขียวคล้ำชัดเจนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานพ่นความเย็นอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เวลาเข้างานและจนถึงเวลาเขากลับออกไป ชายหนุ่มยื่นมือลงไปหยิบต้นฉบับเรื่องเล่ห์เสน่หาที่ตกอยู่บนพื้นพรมหนานุ่มของห้องนำกลับมาวางบนโต๊ะ ก่อนลุกจากเก้าอี้เบาะหนังหนานุ่มมันปลาบ เดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาไล่ความง่วง เพราะต้องขับรถกลับบ้าน
เมื่อเขาเดินกลับออกมายืนตรงโต๊ะทำงานอีกครั้ง แถบด้านล่างหน้าจอคอมพิวเตอร์มีแถบสีส้มกะพริบๆ อยู่ ส่งสัญญาณว่ามีคนต้องการจะติดต่อเขาในรูปแบบของการสนทนาผ่านโปรแกรมMessenger ชนิดหนึ่ง หนุ่มใหญ่คลิกเรียกขึ้นมาดูทันที
หญิงแพศยา พูดว่า :
สวัสดีค่ะ ดิฉัน คือเจ้าของนามปากกา เตือนตะวันค่ะ
แค่เห็นข้อความ ทรงภพก็อมยิ้ม นั่งลงอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
คุณอาจจะชอบ





