ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ต้องทำเช่นใดให้พวกท่านลุ่มหลง

ต้องทำเช่นใดให้พวกท่านลุ่มหลง

เมื่อน้องชายวัยสี่ขวบขึ้นครองบัลลังก์ องค์หญิงรั่วเสียนจึงต้องรับภาระปกป้องอำนาจจากศัตรูรอบทิศ หนทางเดียวคือการผูกมัดใจเสนาบดีกัวผู้ทรงอิทธิพล ทว่าเขากลับปฏิเสธการแต่งงานและพยายามหาชายอื่นมาให้แทน นางจึงต้องงัดกลเม็ดการยั่วยวนทุกวิถีทางเพื่อสยบเขาให้ได้ แต่แล้วรั่วเสียนกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเสนาบดีกัวไม่ได้มีเพียงคนเดียว! เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนในรั้ววังที่ต้องใช้เสน่ห์แลกกับการรักษาบัลลังก์ท่ามกลางความลับที่ซ่อนอยู่
ตอน
แชร์

ตอน 1

"องค์หญิงกระหม่อมหิวนมพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงกระซิบทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเบา ๆ ริมใบหูทำให้องค์หญิงรั่วเสียนที่กำลังต้อนรับคณะราชทูตจากแคว้นเฝยต้องหันมามองบุรุษร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่งด้วยใบหน้าแดงก่ำ นางกัดปากอิ่มเบา ๆ โดยไม่รู้ว่ากิริยานั้นช่างยั่วยวนคนยิ่งนัก กระทั่งกัวเหวยต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา

"ท่านจะดื่มนมกับสุราได้อย่างไร คืนนี้ท่านเองก็ดื่มไปเยอะไม่ใช่หรือ หากดื่มร่วมกันจะทำให้ท่านปวดหัวได้"

แม่ทัพใหญ่กัวเหวยกลับขยับเข้าใกล้นางอย่างแนบเนียน ท่ามกลางเสียงจอแจของคนที่พูดคุยกันและเสียงของดนตรีประสานพร้อมกับเสียงร้องขับขานอันแสนหวานของนางขับร้องที่ดังขึ้นเซ็งแซ่

"องค์หญิงก็รู้ว่ากระหม่อม หมายถึงสิ่งใด" พร้อมกับสายตาที่พุ่งมองต่ำลงมาแบบผ่าน ๆ ที่เห็นเนินเนื้อหน้าอกขาว ๆ อวบ ๆ ขององค์หญิงใหญ่ผู้งดงามหลอกล่อดวงตาล้นออกมาจากอาภรณ์ที่นางสวมอยู่

เสียงของนางสั่นเล็กน้อยยามเมื่อกล่าวว่า

"พวกเราอยู่ในงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตต่างแคว้นท่านจะเอาแต่ใจไม่ได้"

คนผู้นั้นกลับลอบจับมือของนางแล้วบีบเบา ๆ ยังดึงมือนางเข้าไปใกล้ตักของตนเองเพื่อสัมผัสถึงความใหญ่โตของมังกรตัวใหญ่ที่กำลังเหยียดขยายอยู่ใต้อาภรณ์และเสื้อคลุมสีแดงประจำตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ตัวยาว

"องค์หญิง ตรงนี้ของกระหม่อมแข็งจนปวดแล้ว ท่านเห็นหรือไม่ มันทั้งแข็งทั้งหนาวอยากเข้าไปพักในร่องหวาน ๆ ที่แสนอบอุ่น"

รั่วเสียนรีบดึงมือของตนเองออกอย่างลนลาน เขาทำให้นางตกใจจริง ๆ แล้ว แม้ว่าตรงนี้ที่นางนั่งร่วมโต๊ะจะมีแสงสลัว และการกระทำของเขาก็รวดเร็วจนไม่มีผู้ใดมองเห็นแต่นางก็ตื่นเต้นจนระงับสีหน้าไม่อยู่

"ท่านแม่ทัพ ได้โปรดสำรวมด้วย"

"กระหม่อมไม่อยากสำรวม กระหม่อมหิวนม อยากกินนมใจจะขาดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

แม่ทัพหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเอาแต่ใจยิ่งนัก ที่มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน รั่วเสียนส่ายหน้าให้เขาจากนั้นจึงหันไปยิ้มให้กับหัวหน้าราชทูตที่เอาแต่จ้องมองนางไม่วางตาด้วยสายตาหวานเชื่อมในคืนนี้

"ท่านเอาแต่ใจยิ่งกว่าพี่ชายท่านจริง ๆ รอจบงานเลี้ยงก่อนได้หรือไม่"

"กระหม่อมมิใช่บัณฑิตหน้าอ่อนเหมือนกัวกง  องค์หญิงไม่ทรงเห็นใจกระหม่อมหรือ กระหม่อมหิวมากจนจะอดใจไม่ไหวแล้ว"

ใช่กัวเหวยรู้สึกร่างกายร้อนเหลือเกินแล้ว ยิ่งเห็นสายตาของบุรุษหลายคนที่มององค์หญิงใหญ่รั่วเสียนของเขาด้วยสายตาร้อนแรงเช่นนั้น ไม่รู้ด้วยเหตุใดเขาจึงคึกคักขึ้นมาจนทนไม่ไหวเช่นนี้

รั่วเสียนถอนหายใจยาว พยายามไม่ทำท่าทางเผยพิรุธอันใด นางเอ่ยคำตำหนิเขาเสียงหวานที่ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อยด้วยหัวใจสั่นระรัวใบหน้าแดงซ่าน

"ท่านอย่าล้อเล่น! หากเห็นว่าข้าคือองค์หญิงของท่านอยู่ก็เชื่อฟังหน่อยได้หรือไม่!"

"มิได้ล้อเล่น หากว่าทรงไม่ป้อนนมกระหม่อม คนในงานวันนี้ก็คงรู้ว่าแท้จริงแล้วกระหม่อมคือผู้ใด กระหม่อมคือ..."

รั่วเสียนรีบเอ่ยขัดขึ้นทันใดเมื่อเสียงของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้กำลังดังขึ้นว่าแท้จริงแล้วเขาคือสามีลับ ๆ ของตนเอง

"ท่านแม่ทัพ ท่านจะทำให้ข้าขายหน้าให้ได้ใช่หรือไม่"

น้ำเสียงของรั่วเสียนเต็มไปอาการอ่อนอกอ่อนใจในความดื้อรั้นจะกินของเขา นางมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าบัดนี้ยังมีคนที่กำลังมองมาทางนางหลายคน นางจึงส่งยิ้มให้ด้วยท่าทางเป็นปกติที่สุด

เพราะนางคือแม่งานในครานี้ อีกทั้งคนที่อยู่ในงานเลี้ยงล้วนเป็นคนสำคัญนางจะปลีกตัวไปได้อย่างไรกัน คนผู้นี้ช่างเอาแต่ใจยิ่งนัก

ทว่าสายตาที่แม่ทัพใหญ่กัวเหวยมองนางนั้นยังทำให้นางรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ หากว่าเขาเอาจริงขึ้นมาเช่นนี้นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นคำครหาและเสียงนินทาว่าร้ายที่ตัวนางทำให้เกียรติของราชวงศ์ต้องเสื่อมเสีย

กัวเหวยขยับมุมปากเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นขยับจอกสุราดื่มจนหมดแล้วมองไปที่ซู่กงกงขันทีสนองพระโอษฐ์ของฮ่องเต้น้อยที่อยู่ร่วมงานเลี้ยง

ซู่กงกงได้รับสัญญาณก็รู้ความยิ่งเขากระแอมสองสามครั้งแล้วให้คนส่งสัญญาณจากระฆังหลวง ซึ่งสัญญาณนี้จะตีขึ้นสามครั้งเมื่อเกิดเรื่องสำคัญเร่งด่วนขึ้น

รั่วเสียนหันไปมองซู่กงกงด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย ในขณะที่ซู่กงกงมีสีหน้าเคร่งขรึมเอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการว่า

"ฝ่าบาทมีรับสั่งให้องค์หญิงใหญ่เข้าเฝ้าด่วน เนื่องจากว่าพระองค์ทรงบรรทมฝันร้ายไม่อาจนอนหลับได้ ขอทุกท่านเชิญสำราญในงานเลี้ยงต่อไป"

เสียงหัวเราะดังขึ้นเบา ๆ ข้างกายนางด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นประสานมือนำขุนนางผู้อื่น

"น้อมส่งองค์หญิง เพื่อความปลอดภัยกระหม่อมจะอารักขาองค์หญิงไปที่ตำหนักเฉียนชิงของฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ"

รั่วเสียนจำเป็นต้องลุกขึ้นยืนรับการคารวะจากคนในงานเลี้ยงทั้งหมดกล่าวติดขัดเล็กน้อยว่า

"ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ ทั้งยังติดพี่หญิงคนนี้มากต้องขอโทษทุกท่านแล้ว นับจากนี้มอบหมายให้ท่านเสนาบดีกิจการวังหลวงดูแลทุกท่านแทนข้าด้วย เชิญตามสบายเถิดไม่ต้องมากพิธี"

แน่นอนว่าด้วยอายุเพียงห้าขวบของฝ่าบาทน้อยนั้นย่อมทำให้เหล่าราชทูตเข้าใจได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดตำหนิองค์หญิงนอกจากสายตาที่มองมาคล้ายจะเสียดายที่องค์หญิงผู้เลอโฉมผู้นี้จะไม่นั่งอยู่ในงานเลี้ยงแห่งนี้แล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย ฉันกำลังท้อง แต่อัลฟ่ากลับหักหลังฉัน
9.6
ชีวิตของหมาป่าสาวที่เคยถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายอย่างทารุณต้องเปลี่ยนไปเมื่ออเล็กซานเดอร์ อัลฟ่าผู้ทรงพลังก้าวเข้ามาช่วยเหลือและมอบความอบอุ่นให้จนเธอได้กลายเป็นลูน่าคู่กาย ทว่าความสุขตลอดสิบปีกลับพังทลายในวันครบรอบแต่งงาน เมื่อรักแรกของเขากลับมา อเล็กซานเดอร์เลือกทิ้งเธอไปหาหญิงคนนั้น ทั้งยังเป็นต้นเหตุให้ลูกคนแรกต้องตายโดยไม่ใยดี เขาไม่รู้เลยว่าเธอต้องเผชิญกับภาวะพิษจากเงินที่ไร้ทางรักษา และเหลือเวลาอีกเพียงหกสิบหกวันก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเธอจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
8.5
หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกมานานถึงสี่สิบปี มนุษยชาติได้วิวัฒนาการจนสามารถเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายได้สำเร็จ ทว่าจู่ๆ ชายผู้หนึ่งกลับได้รับโอกาสที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหายนะอีกครั้ง ในร่างของเด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น เขาต้องเผชิญกับจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นซ้ำรอยเดิมด้วยความทรงจำจากอนาคตที่ติดตัวมา
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่