ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปล้นหัวใจจอมเถื่อน

ปล้นหัวใจจอมเถื่อน

บุษกรจำใจสวมบทบาทแฟนสาวเพื่อปกป้องพีรายุจากหญิงอื่น แม้ต้องเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เธอก็พร้อมทำภารกิจนี้ให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย หญิงสาวแสร้งทำออดอ้อนขอให้เขาช่วยนวดไหล่คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ทั้งยังจงใจตอกย้ำเรื่องการจดทะเบียนสมรสต่อหน้าศัตรูหัวใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ แม้ลึกๆ จะหวั่นใจกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่เธอก็ต้องเดินหน้าแสดงละครตบตาต่อไปอย่างสุดความสามารถเพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

หากเคราะห์กรรมยังไม่สิ้น ในวันแต่งงานของแม่พรพรรณมีผู้หญิงอุ้มท้องมาป่าวประกาศว่าโดนแย่งสามี สร้างความอับอายและความเจ็บปวดให้กับแม่พรพรรณจนเกือบจะทิ้งชีวิตตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่สายใยก็คือเธอซึ่งยังอยู่ในท้องแม่ฉุดรั้งเอาไว้ ก่อนจะตัดสินใจพากันมาตั้งต้นใหม่ ในที่ซึ่งไม่มีคนรู้จักขุดคุ้ยถามเรื่องที่เกิดขึ้น ปล่อยให้เวลาช่วยรักษาบาดแผลที่มี เพื่อจะได้มีอนาคตที่สดใส ไม่นานใบหน้าที่เคยมีแต่อมทุกข์เริ่มมีรอยยิ้มให้เห็น

“หนูเป็นคนดื้อ พูดยากแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันบัว แม่ไม่เคยสอนให้หนูเป็นแบบนี้นะ”

“เปล่าสักหน่อย บัวเป็นคนพูดง่าย...ง่ายมากเลยนะคะแม่” บุษกรทำหน้าแป้นแล้น “และรักแม่ที่สุดด้วย” หญิงสาวโผเข้ากอดพร้อมกับกดจมูกลงบนแก้มเหี่ยวย่นของพรพรรณด้วยความรักสุดใจ…รักโดยไม่มีข้อแม้และไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน

น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าตาบุษกร เมื่อคิดถึงแม่ที่ไปทำงานแล้วไม่ได้กลับมา คืนนั้นฝนตกหนัก รถที่แม่นั่งมาเบรกแตก ลื่นไถลไปอีกฝั่งหนึ่งของถนนที่ฝั่งนั้นก็มีรถสิบล้อวิ่งมาพอดี คนขับและหญิงชายอีกสองสามคนตายคาที่ ส่วนแม่ไปตายที่โรงพยาบาลแต่ก็มีเวลาได้สั่งเสียและฝากฝังเธอไว้กับแม่พรพรรณ

บุษกรสลัดความคิดที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองออกไป พลางมองเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ความจริงเธอไม่ได้อยากจะทำอย่างนี้เลยสักนิด แต่เพื่อดึงรั้งเอาชีวิตของแม่พรพรรณเอาไว้ ดังนั้นไม่ว่าหนทางที่จะให้ได้เงินมานั้นผิดแค่ไหนเธอก็ต้องทำ

“แกดูต้นทางดี ๆ นะโว้ยไอ้เก่ง ถ้าเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลก็ส่งสัญญาณอย่างที่พี่บอกไว้ จำได้ใช่ไหม” หญิงสาวบอกลูกไล่ตัวเล็กที่มาช่วยดูต้นทางและคอยระวังหลังให้เสียงเข้ม

“เรากลับกันดีกว่าพี่บัว หาเงินไม่ใช่เรื่องยาก พี่เก่งออกจะตาย เดี๋ยวก็หาเงินไปรักษาป้าพรได้แล้วละ” เก่งไม่ยอมตอบรับคำสั่งของพี่สาวบ้านใกล้เรือนเคียง แต่กลับชักชวนให้กลับบ้านท่าเดียว ถ้าขืนแม่รู้ว่าเขามาทำอย่างนี้มีหวังหวายได้ลงที่หลังจนลายพร้อยแน่ หรือไม่ ถ้าเกิดถูกจับได้ก็ต้องเข้าไปอยู่ในคุก แค่คิดก็กลัวจนตัวสั่นแล้ว

“แกจะกลัวอะไรวะไอ้เก่ง ไหนว่าเป็นนักเลงโตไง เรื่องแค่นี้ก็ไม่กล้าเสียแล้ว” บุษกรตอบกลับไปอย่างรำคาญใจ คนยิ่งกลัว ๆ อยู่ยังจะทำให้กลัวหนักขึ้นไปอีก

หญิงสาวจ้องเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ตอนที่เธอช่วยแม่พรพรรณเดินเร่ขายส้มตำ ด้วยความที่เป็นคนตาไวและช่างสังเกต ทำให้เห็นว่าบ้านหลังนี้ไม่เคยมีคนมาพักเป็นเวลานานแล้ว ผิดกับบ้านหลังอื่นที่จะมีคนมาคอยทำความสะอาดเป็นประจำ

“พี่ดูลาดเลามาหลายวันแล้ว บ้านนี้ไม่มีคนอยู่ กลางวันก็เงียบเหมือนป่าช้าอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงกลางคืนเลย เชื่อใจพี่น่ะเก่ง พี่เข้าไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ออกมาแล้วล่ะ แกตดยังไม่ทันจะหมดตูเลย” บุษกรพยายามพูดปลอบใจทั้งน้องชายข้างบ้านและตนเอง

“อยู่ตรงนี้อย่าไปไหน พี่ไปแล้วจะรีบกลับมา...ถ้ามีอะไรผิดสังเกตก็ส่งสัญญาณเตือนแล้วแกหนีไปได้เลยนะ”

บุษกรสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า เธอมองไปทั่วบ้านด้วยความระมัดระวัง ถือคติที่ว่า ทำอะไรไม่ควรประมาท

บุษกรวิ่งลัดเลาะไปหลบใต้พุ่มไม้ใหญ่ พาร่างไปชิดมุมหนึ่งของบ้านส่วนที่เป็นประตูห้องครัว หญิงสาวไปจับลูกบิดประตูบิดเบา ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ติดกลอนหรือล็อก เพราะไม่อยากเสียเวลางัดแงะให้มีหลักฐาน

หญิงสาวยิ้มจนแก้มปริ ถ้าไม่ใช่เพราะสวรรค์เข้าข้าง เจ้าของบ้านก็คงประมาทเลินเล่อมากเชียวล่ะ ถึงได้ปิดประตูไว้เฉยๆ ไม่ใส่กลอนให้เรียบร้อย

บุษกรหันมองซ้ายและมองขวาอีกครั้ง ก่อนแง้มประตูและแทรกตัวเองเข้าไป ก่อนจะปิดลงอย่างรวดเร็ว

“เย้!” หญิงสาวกำหมัดกระทุ้งเข้าหาตัวด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบยกมือปิดปาก เมื่อรู้ว่าเผลอทำอะไรลงไป เธอผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านได้แล้ว

บุษกรปรับให้ชินกับความมืดของบ้าน เธอควานหาไฟฉายกระบอกเล็กที่พกติดตัวมาด้วยมาส่องมองทิศทางอย่างระมัดระวังตัวที่สุด

“โว้ย! ...ปึก! ปึก!”

เสียงคำรามดังพร้อมกับหมัดหนักๆ ที่กระแทกไปบนฝาผนังห้องอย่างไม่ยั้ง เลือดสีแดงข้นไหลซึมออกจากบางส่วนของนิ้วมือ แต่ชายหนุ่มนามพีรายุก็ไม่คิดจะสนใจ เจ็บกายไม่เท่ากับเจ็บใจที่ถูกกรีดเฉือนด้วยคมมีด เพราะคนที่รักถึงสองคนมอบให้

“โว้ย!! ไอ้พี่ชายบ้า ไอ้พี่ชายสารเลว แกแย่งคนรักของฉันได้ยังไง สุดาเป็นคนรักของฉันนะ!”

พีรายุพึมพำน้ำเสียงอ้อแอ้ ร่างใหญ่ทรุดตัวลงกองกับพื้นห้อง โดยมือยังไม่หยุดทุบไปบนฝาผนัง อีกมือก็ยกเหล้าขึ้นมาดื่ม ก่อนจะคร่ำครวญอย่างเจ็บปวดจนไม่รู้จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไรแล้ว เพราะหัวใจที่มันกลัดหนอง

“ทำไม...ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้สุดา ทำไม...เวลาที่เราคบกันมาห้าปีไม่มีความหมายกับเธอเลยหรือไง นั่นสินะ...ถ้ามีความหมาย เธอคงไม่ทิ้งฉันไปแต่งงานกับไอ้พี่ชายตัวดีนั่นหรอก แต่ก็ดีหญิงร้ายชายเลว ขอให้มันเจริญ ๆ ทั้งคู่” พีรายุตัดพ้อต่อว่าด่าทอสลับหัวเราะ

ชายหนุ่มปล่อยให้น้ำเมาไหลลงในลำคอ แต่ก็มีบางส่วนที่กระฉอกออกไปด้านนอก ทำให้เสื้อผ้าเปียกชื้น แต่เขาก็ไม่คิดที่จะสนใจ ยังคงดื่ม...ดื่มและดื่ม ก่อนจะอารมณ์เสียเมื่อน้ำเหม็น ๆ ที่ไหลเข้าไปในปากนั้นหยุดลง

“อะไรวะ หมดอีกแล้ว” ชายหนุ่มสบถอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะขว้างขวดแก้วใสไปกระทบกับผนังห้อง พร้อมกับสะบัดศีรษะทุยแรง ๆ เพื่อไล่ภาพของแฟนเก่านามรวิสุดาให้หายไปจากสมอง

มีคนเคยบอกว่าเหล้าช่วยให้เราลืมความเจ็บช้ำได้ ผิดกับเขา ยิ่งกินมากเท่าไหร่ ภาพรวิสุดาในอิริยาบถต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมาในสมองเหมือนกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำถึงความเจ็บปวดและพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น

“ยายแม่มด!” ชายหนุ่มกัดฟันพูด น้ำเสียงอ่อนหวานและนุ่มนวลยามออดอ้อนให้เขาทำอย่างใจต้องการ ที่เมื่อได้ก็จะกระโดดโลดเต้นดีใจเหมือนกับเด็ก ๆ แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็จะพูดจาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ใบหน้าบึ้งตึง ยังจะมีน้ำเสียงกระงอดกระเง้าเวลาที่เขาทำผิด ไหนจะใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาแวววาวเป็นประกายมองมายังเขาด้วยความรัก

“โว้ย! เธอจะตามมาหลอกหลอนฉันทำไมอีกสุดา ไปตายเสียทีได้ไหม ยายผู้หญิงใจร้าย!”

ไม่อยากนึกถึง ไม่อยากจดจำ หากเหตุการณ์วันนั้นยังคงตามมาหลอกหลอนเขาตลอดเวลา

“อ้าวสุดา...ไหนบอกว่าวันนี้มีธุระจะไม่มาหาผมไง แล้วทำไมถึงมาที่นี่ มาถึงแล้วทำไมถึงไม่โทรบอกกันล่ะ ผมจะได้รีบกลับ คุณจะได้ไม่ต้องนั่งรอแบบนี้” พีรายุที่เพียงเห็นคนรักนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็ตรงปรี่เข้ามาถามไถ่ทันทีโดยไม่มองหน้าคนรักที่มีสีหน้าจืดเจื่อนเลย

“สุดามีเรื่องจะคุยกับกลางค่ะ”

พีรายุทรุดกายลงนั่งใกล้กับคนรัก พาดแขนข้างหนึ่งไปตามของโซฟาเสมือนกอดร่างรวิสุดากลาย ๆ

“สุดาตกลงใจเรื่องของเราแล้วใช่ไหม หมายความว่า...” พีรายุโผเข้ากอดแฟนสาว เพราะคิดว่าเธอตกลงใจรับคำขอของเขาแล้ว แต่รวิสุดากลับรีบผลักดันร่างเขาให้ถอยห่างไป ไม่เพียงแค่นั้นยังจะรีบเขยิบกายไปนั่งเสียจนห่างและนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าที่เต็มไปด้วยความหมองเศร้าเช่นเดียวกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและขอโทษ

“สุดาขอโทษนะกลาง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา
9.6
เพี้ยะ เพี้ยะ...!! กังสดาลยังยืนจ้องหน้าเมษา แล้วยกเรียวมือกางออกข่วน และตบลงไปบนผิวแก้มสีแทนนั่น สองสามที สลับซ้ายขวา “กังสดาล!!” ใบหน้าเข้มสะบัดหันไปตามแรงตบ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบรอยนิ้วมือบนผิวไปมา ลิ้นเรียวใหญ่เลียเลือดตรงมุมปาก แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์ ค่อยๆ หันมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทา “กะ…เกลียดนัก คนใจเลว!” ทำใจกล้าเปล่งเสียงเขียวสะบัดใส่ พร้อมทั้งไม่ยอมขยับร่างถอยหนี ถึงจะมีความหวาดกลัวต่อสายตาเพชฌฆาตคู่นั้น “คำก็เลว สองคำก็เกลียด ดี… ฉันจะทำให้เธอเกลียดฉันไปจนตลอดชีวิต ยัยเด็กร่าน!!!” คนร่างโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาหญิงสาวที่ยังยืนอวดดีปากเก่ง “ยะ…อย่าเข้ามานะ” ใบหน้าซีดกลัวคนตรงหน้า กังสดาลขยับปลายเท้าก้าวเดินถอยหนี เบี่ยงตัวหวังจะวิ่งหนีเขาไปยังห้องของมารดา “มานี่! วันนี้ฉันจะเลวให้เธอเห็น” เมษาเดือดดาล ใบหน้าถมึงทึง ยามนี้หลานสาวไม่คิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาเอาเสียเลย คนตัวโตเดินตามรอยเท้าของเจ้าหล่อน แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์จับจ้องอยู่ที่ร่างบางด้วยความโกรธ ขืนเขามองนานๆ ร่างบางตรงหน้าอาจจะเป็นเถ้าถ่านแน่ เขารีบคว้าข้อมือเรียวบางกำกระชับแน่น ออกแรงกระชากให้หญิงสาวเข้ามาปะทะหน้าอก พร้อมทั้งโน้มใบหน้าลงบนช่วงลำคอระหง เรียวปากหยักซุกไซ้จูบสัมผัสไปตามผิวขาวนวลบนหัวไหล่ ปลายจมูกโด่งคมสันดมดอมกลิ่นจากผิวหอมตรงร่องทรวงอกอย่างบ้าคลั่ง “กรี๊ดดดด... ปล่อยเดี๋ยวนี้! คนเลว…เลวที่สุด ได้ยินไหม… ฮือออๆ” กังสดาลส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอหวาดกลัวเขา “เธอตายแน่ กังสดาล!” เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมาอย่างน่ากลัว ตุ้บตับๆ… ผลั๊วะๆ… มือเรียวสวยข้างขวายกขึ้นผลักดันใบหน้าเขาให้ออกจากทรวงอก และอีกข้างก็ตบตีขีดข่วนไปตามหัวไหล่ ลำตัวและแผ่นหลังของเขา “หึๆ ฉันเลวได้แน่ คืนนี้แหละ... ฉันจะยัดเยียดความเลวร้ายให้กับเธอ ยัยผู้หญิงร่าน!!” เมษาเค้นเสียงเยือกเย็นจนสาวเจ้าหนาวเยือกเข้าไปในกระดูกสันหลัง เรียวปากหนายังซุกไซ้สัมผัสทั้งดูด ทั้งเล็มผิวขาวตามต้นคอระหง และยังไล่เลียผิวผ่องไปตามเรียวคางงาม
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้อนซ่อนกลรัก
8.6
เมื่อแผนการคลุมถุงชนสุดซับซ้อนถูกวางหมากโดยพ่อแม่ของปิติญาดาและคณินที่แสร้งแสดงละครตบตาเพื่อบีบบังคับให้ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าเส้นทางรักที่ถูกขีดไว้นี้กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เมื่อกาลเวลาพัดพาเอาคนรักเก่าให้หวนคืนกลับมากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่เข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ท่ามกลางไฟรักที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางเกมหัวใจที่มีทั้งแผนการซ่อนเร้นและถ่านไฟเก่าที่ยังคุโชนพยายามแทรกแซงรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย จำเลยรักบ่วงดวงใจ
9.1
ลอออรเดินทางมาถึงปารีสท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตาและลมหนาวอันเย็นเยือก เธอไม่ได้มาเพื่อเสี่ยงโชคด้วยรูปลักษณ์ แต่มาเพื่อทำความฝันที่อยากเป็นดีไซเนอร์ให้เป็นจริง แม้คนรอบข้างจะหัวเราะเยาะและมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่เธอก็เปลี่ยนคำดูถูกเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล การได้เหยียบลงบนแผ่นดินแห่งแฟชั่นระดับโลกถือเป็นก้าวสำคัญที่ขยับเข้าใกล้จุดหมาย ถึงหนทางข้างหน้าจะยังอีกยาวไกล แต่เธอก็ภูมิใจที่มาได้ไกลถึงเพียงนี้
หน้าปกนวนิยาย ลำนำรักร้าว
8.1
อาร์มตัดสินใจขับไล่พรพระจันทร์ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีกลางดึก แม้เธอจะพยายามหลบหน้าเพียงใดก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือเขาได้ ชายหนุ่มตราหน้าเธอว่าเป็นกาลกิณีและลูกเมียน้อยที่น่ารังเกียจ พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปเพราะเขากำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด พรพระจันทร์ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เลือก ในขณะที่เขาเหวี่ยงเธอออกไปให้พ้นทางราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าและเป็นเสี้ยนหนามในชีวิต