ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปล้นหัวใจจอมเถื่อน

ปล้นหัวใจจอมเถื่อน

บุษกรจำใจสวมบทบาทแฟนสาวเพื่อปกป้องพีรายุจากหญิงอื่น แม้ต้องเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เธอก็พร้อมทำภารกิจนี้ให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย หญิงสาวแสร้งทำออดอ้อนขอให้เขาช่วยนวดไหล่คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ทั้งยังจงใจตอกย้ำเรื่องการจดทะเบียนสมรสต่อหน้าศัตรูหัวใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ แม้ลึกๆ จะหวั่นใจกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่เธอก็ต้องเดินหน้าแสดงละครตบตาต่อไปอย่างสุดความสามารถเพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

“หือ...ขอโทษ สุดาจะขอโทษผมเรื่องอะไร” ชายหนุ่มถามคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ใบหน้ายังคงกระจ่างสดใส “ยังตัดสินใจเรื่องที่ผมขอยังไม่ได้ ไม่เป็นไรนะ ค่อย ๆ คิดไปนะ ผมรอสุดาได้เสมอ”

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น คือสุดา...มีเรื่องจะบอกกลางค่ะ”

ไม่เพียงแค่น้ำเสียง หากใบหน้าของรวิสุดาก็ทำให้พีรายุเริ่มจะแปลกใจ จะว่าไปเขารู้สึกว่าช่วงนี้แฟนสาวห่างเหินไป โทรหาก็ไม่ค่อยรับ หรือไม่ก็บอกติดธุระ จะไปหาที่บ้านก็มีจะข้ออ้างบอกว่าไม่ต้องไปเสมอ

“สุดามีเรื่องอะไรจะบอก ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาได้เลย” ชายหนุ่มสอดมือประสานกัน ขณะมองตามร่างของรวิสุดาที่เดินไปยังมุมหนึ่งของห้องที่ซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่

“พี่ใหญ่!” พีรายุร้องครางในลำคอ เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติที่ทำให้เขาเริ่มใจไม่ค่อยดี

“คงไม่ได้หมายความว่า...” พีรายุได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่คิดอยู่คงจะไม่เป็นความจริง ก่อนหัวใจเขาจะแตกสลาย เพราะคำพูดจากปากแฟนสาวที่ไปยืนเคียงข้างกับผู้เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดเดียวกับเขาที่รีบโอบกอดอย่างแนบสนิทชิดเชื้อ

“ใช่ค่ะกลาง สุดากับใหญ่...เราจดทะเบียนกันเรียบร้อยแล้ว”

“สุดาล้อผมเล่นแน่เลย สุดาจะจดทะเบียนกับพี่ใหญ่ได้ยังไง ในเมื่อตลอดเวลา...” ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาถูกคนรักและพี่ชายแทงข้างหลัง ทั้งคู่แอบคบกัน ทำไมเขาถึงไม่ระแคะระคายเลย หรือตลอดเวลารวิสุดาเห็นเขาเป็นเพียงแค่...สะพานเพื่อข้ามไปหาพี่ชายเท่านั้น ถึงได้หักหลังอย่างเลือดเย็นอย่างนี้

พีรายุอยากที่จะเอาศีรษะตัวเองไปโขกกับอะไรก็ได้ เพื่อจะได้ลบความทรงจำที่เจ็บปวดออกไปจากสมองเขาเสียที แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ลบภาพรวิสุดาที่ออกไปจากสมองและหัวใจไม่ได้

“...”

ชายหนุ่มแผดเสียงดังลั่น ลูกผู้ชายไม่ควรร้องไห้เสียน้ำตา แต่ตอนนี้น้ำตาเขากลับไหลออกมาไม่ขาดสาย มันเจ็บปวดใจจากการกระทำของคนที่เคยบอกว่ารักเขา...รักมาก ชั่วชีวิตนี้จะอยู่กับเขา แต่งงาน...สร้างครอบครัวที่มีความสุขด้วยกัน แต่ไหนละ...คนที่พูดตอนนี้อยู่ไหน?

ก็แหงละ คนที่พูดตอนนี้ได้ทอดกายให้ชายอีกคนเชยชมเหมือนกับผู้หญิงไร้ค่า เพราะท้องก่อนแต่ง ก็เลยต้องรีบจดทะเบียนสมรส เพื่อให้ลูกที่เกิดออกมาไม่มีปมด้อย

“ฉันขอสาปแช่ง ขอเธอตกนรกหมกไหม้ไปชั่วชีวิตรวิสุดา!”

พีรายุหัวเราะเหมือนกับคนบ้า ช่างน่าขำเหลือเกิน เขาสู้อุตส่าห์ทะนุถนอม ดูแลอย่างที่ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมมาตั้งห้าปี แต่เพียงแค่พี่ชายกลับมาจากต่างประเทศไม่ทันจะข้ามปี รวิสุดาก็ดันไปมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งลับหลัง จนตอนนี้มีไอ้ตัวมารหัวขนอยู่ในท้องแล้วสองเดือน ทั้งคู่เลยต้องรีบแต่งงานกันโดยที่ทุกคนต่างก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย

“ทำไมพี่...ทำไมพี่ถึงทำกับผมแบบนี้” สายสัมพันธ์ของความเป็นพี่น้องไม่มีค่าเลยหรือไงกัน พี่แท้ ๆ ถึงได้หักหลังน้องอย่างเลือดเย็นแบบนี้

ทำไม! พีรายุทุบอกตัวเองแรง ๆ

ทำไม! ถึงไม่มีใครคิดถึงหัวอกเขาบ้าง ผู้ชายคนนี้จะเจ็บช้ำแค่ไหน เขาไม่ดีตรงไหน ทำไมแฟนที่คบกันมาหลายปี ถึงได้นอกใจไปมีคนอื่น

ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน เขาคงไม่เจ็บช้ำถึงขนาดนี้ แต่นี่...เป็นพี่ชายที่คลานตามกันมา อยากจะรู้นัก ใจของสองคนนั้นทำด้วยอะไร ถึงได้ทำร้ายกันอย่างเลือดเย็นอย่างนี้

“กับผม คบกันมาห้าปี ยังหักหลังกันได้ลงคอ แล้วกับพี่ที่ เพิ่งจะคบกันได้ไม่นาน มีหรือที่จะไม่หักหลัง หมดผลประโยชน์เมื่อไหร่ พี่ก็เหมือนหมาตัวหนึ่งนั่นแหละ ผมจะคอยดูวันที่พี่เจ็บ”

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล เดินเอียงซ้ายเอียงขวาไปเปิดประตูห้องนอน จุดหมายปลายทางคือบาร์เหล้าที่อยู่ด้านล่าง แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เหล้าที่มีอยู่ในบ้านหลังนี้ ถูกเขาขนมาดื่มจนหมดแล้ว

“โว้ย!” พีรายุคุมสติตัวเองเอาไว้ไม่ได้ เขาอาละวาดใส่ข้าวของจนพลัดตกลงมากระจัดกระจาย ก่อนจะเดินไปยังนอนบนเตียงนอนที่อยู่ไม่ไกลอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก แต่แล้วเขาก็พลาด เท้าเหยียบไปบนขวดแก้วสีใสกลมๆ ที่กลิ้งไปกลิ้งมา

โครม!!

ร่างหนาล้มลงนอนแผ่ แม้ศีรษะจะกระแทกกับพื้นพรมแต่ชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย กลับมีเสียงหัวเราะอย่างข่มขื่น น้ำตาหยดไหลออกจากสองตา

“สุดา” ในคอเขายังคงร้องเรียกรวิสุดาที่มาพร้อมกับภาพของอดีตคนที่เคยรักลอยวนอยู่เหนือหัวทำให้ต้องหลับตาหนี...และเขาก็เผลอหลับไปโดยไม่ทันจะรู้ตัว

เสียงดังจากด้านบนของบ้านทำเอาบุษกรถึงกับสะดุ้งเฮือก เธอแหงนหน้าขึ้นมองด้านบนโดยอัตโนมัติ ขณะหัวใจก็วูบหล่นไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ขณะร่างกายก็เย็นเฉียบอย่างกะทันหัน

หญิงสาวเกือบจะปล่อยกระบอกไฟฉายหลุดออกจากมือ แต่ดีว่าดึงสติเอาไว้ได้ทัน แต่กระนั้นความตกใจก็ทำให้เธอเผลอก้าวไปด้านหลัง

ปึก!!

“โอ้ย!” บุษกรรีบยกมือปิดปากเมื่อรู้ว่าเผลอร้องออกไป แต่ความเจ็บที่ส้นเท้าก็ทำให้เธอถึงกับนิ่วหน้า จนต้องรีบยกเท้าขึ้นมาจับดู ก่อนจะโล่งอก เพราะไม่ได้เจ็บตัวอะไรมากมาย แต่...

“ไม่! แกจะกลัวอะไรนักหนาฮึบัว บ้านไม่มีคนอยู่เป็นเดือนเกือบจะเป็นปีแบบนี้ คงมีหนูมาก แมวมันเลยเข้ามาวิ่งไล่จับก็เท่านั้น”

หญิงสาวพยายามคิดว่าสิ่งที่ทำเสียงดังเมื่อครู่เป็นแค่สัตว์ ไม่ใช่คนหรือสิ่งที่ไม่มีตัวตนอย่างที่คนทั่วไปเขาเรียกกันว่า ผอสะอี...ที่ถูกเรียกกันว่าผี!

“ใช่...ผีไม่มีในโลก ไอ้ที่ทำเสียงดังตะกี้มันก็แค่แมวไล่จับหนู” คิดได้ดังนั้นความกล้าก็เข้ามาแทนที่ความกลัว หญิงสาวส่องไฟฉายไปตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านอย่างระมัดระวัง แล้วต้องเบะหน้ากับสิ่งที่ได้เห็น ข้าวของเครื่องแต่งบ้านล้วนแล้วแต่สวยงาม ดูมีราคา แต่ก็ชิ้นใหญ่ยากที่เธอจะขนออกไป อีกทั้งเธอก็ไม่รู้แหล่งที่ขายด้วย เอาไปรังแต่จะเป็นภาระและอาจจะส่งผลให้ถูกจับได้ง่าย ๆ ด้วย สิ่งของที่จะนำไปเป็นค่ายารักษาแม่พรพรรณ ควรจะเป็นชิ้นที่พกพาได้ง่ายแต่ราคาสูง จะได้คุ้มกับการเสี่ยงเข้ามา

หญิงสาวย่องขึ้นไปบนชั้นสองบ้านอย่างช้า ๆ “ฮื้ออื้อ...มีตั้งหลายห้องแนะ แบบนี้ฉันจะเข้าห้องไหนดีละนี่ ถึงจะได้เจอของมีค่ามีราคาพอจะขายได้เป็นหมื่นบาท” บุษกรบ่นพึมพำ เมื่อตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเริ่มต้นที่ห้องไหนดี

“เอาวะ...เสี่ยงดู” แต่ห้องที่เธอเลือกกลับติดล๊อค “บ้าจริง คนยิ่งรีบ ๆ อยู่ ลางก็ไม่คอยดีแล้ว จะทำต่อหรือกลับบ้านดีละเรา” แต่อาการป่วยของแม่พรพรรณก็ทำให้บุษกรยังต้องตัดสินใจ…เป็นแม่หัวขโมยอย่างเดิม

“เจ้าบ้านเข้าเรือนเจ้าขา ลูกไม่ได้คิดมาขโมยนะคะ แค่จะมาขอยืมไปชั่วคราว มีเมื่อไหร่จะรีบมาใช้คืน สาธุ...ขอให้ลูกเจอของที่ต้องการด้วยนะคะ” บุษกรยกมือไหว้ท่วมหัว ก่อนรีบรุดไปเปิดประตู แต่ทุกห้องกลับติดล๊อคจนหมด

“โว้ย! แล้วจะเอาไงละทีนี้ ห้องโน้นก็ไม่ได้ ห้องนี้ก็ติดล็อกเสียอีก” หญิงสาวสบถอย่างเสียอารมณ์ เธอยกมือขึ้นเท้าสะเอว ความหวังว่าจะได้ของไปแลกเงินและนำไปรักษาแม่พรพรรณสุดที่รักเริ่มริบหรี่ลง เค้าหน้าสวยที่เคยรื่นเริงก็เริ่มบูดบึ้ง

“ยังไงก็มาแล้ว ขอเสี่ยงอีกสักตั้งละกัน” หญิงสาวมองไปยังห้องสุดทางเดินอันเป็นที่พึ่งสุดท้ายในค่ำคืนนี้ ถ้าไม่ได้...เธอก็คงต้องลงไปเอาของข้างล่างแล้วล่ะ ถึงชิ้นจะใหญ่ไปสักหน่อย ผลตอบแทนที่ได้ก็ไม่มาก เธอคงจะต้องกลับเข้ามาเอาใหม่ซ้ำในคืนต่อไป เงินที่ได้นำไปรวมกับค่าขายส้มตำไก่ย่างตอนกลางวัน คงจะพอเป็นค่ายาของแม่พรพรรณไปสักระยะหนึ่ง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา
9.6
เพี้ยะ เพี้ยะ...!! กังสดาลยังยืนจ้องหน้าเมษา แล้วยกเรียวมือกางออกข่วน และตบลงไปบนผิวแก้มสีแทนนั่น สองสามที สลับซ้ายขวา “กังสดาล!!” ใบหน้าเข้มสะบัดหันไปตามแรงตบ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบรอยนิ้วมือบนผิวไปมา ลิ้นเรียวใหญ่เลียเลือดตรงมุมปาก แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์ ค่อยๆ หันมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทา “กะ…เกลียดนัก คนใจเลว!” ทำใจกล้าเปล่งเสียงเขียวสะบัดใส่ พร้อมทั้งไม่ยอมขยับร่างถอยหนี ถึงจะมีความหวาดกลัวต่อสายตาเพชฌฆาตคู่นั้น “คำก็เลว สองคำก็เกลียด ดี… ฉันจะทำให้เธอเกลียดฉันไปจนตลอดชีวิต ยัยเด็กร่าน!!!” คนร่างโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาหญิงสาวที่ยังยืนอวดดีปากเก่ง “ยะ…อย่าเข้ามานะ” ใบหน้าซีดกลัวคนตรงหน้า กังสดาลขยับปลายเท้าก้าวเดินถอยหนี เบี่ยงตัวหวังจะวิ่งหนีเขาไปยังห้องของมารดา “มานี่! วันนี้ฉันจะเลวให้เธอเห็น” เมษาเดือดดาล ใบหน้าถมึงทึง ยามนี้หลานสาวไม่คิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาเอาเสียเลย คนตัวโตเดินตามรอยเท้าของเจ้าหล่อน แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์จับจ้องอยู่ที่ร่างบางด้วยความโกรธ ขืนเขามองนานๆ ร่างบางตรงหน้าอาจจะเป็นเถ้าถ่านแน่ เขารีบคว้าข้อมือเรียวบางกำกระชับแน่น ออกแรงกระชากให้หญิงสาวเข้ามาปะทะหน้าอก พร้อมทั้งโน้มใบหน้าลงบนช่วงลำคอระหง เรียวปากหยักซุกไซ้จูบสัมผัสไปตามผิวขาวนวลบนหัวไหล่ ปลายจมูกโด่งคมสันดมดอมกลิ่นจากผิวหอมตรงร่องทรวงอกอย่างบ้าคลั่ง “กรี๊ดดดด... ปล่อยเดี๋ยวนี้! คนเลว…เลวที่สุด ได้ยินไหม… ฮือออๆ” กังสดาลส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอหวาดกลัวเขา “เธอตายแน่ กังสดาล!” เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมาอย่างน่ากลัว ตุ้บตับๆ… ผลั๊วะๆ… มือเรียวสวยข้างขวายกขึ้นผลักดันใบหน้าเขาให้ออกจากทรวงอก และอีกข้างก็ตบตีขีดข่วนไปตามหัวไหล่ ลำตัวและแผ่นหลังของเขา “หึๆ ฉันเลวได้แน่ คืนนี้แหละ... ฉันจะยัดเยียดความเลวร้ายให้กับเธอ ยัยผู้หญิงร่าน!!” เมษาเค้นเสียงเยือกเย็นจนสาวเจ้าหนาวเยือกเข้าไปในกระดูกสันหลัง เรียวปากหนายังซุกไซ้สัมผัสทั้งดูด ทั้งเล็มผิวขาวตามต้นคอระหง และยังไล่เลียผิวผ่องไปตามเรียวคางงาม
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้อนซ่อนกลรัก
8.6
เมื่อแผนการคลุมถุงชนสุดซับซ้อนถูกวางหมากโดยพ่อแม่ของปิติญาดาและคณินที่แสร้งแสดงละครตบตาเพื่อบีบบังคับให้ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าเส้นทางรักที่ถูกขีดไว้นี้กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เมื่อกาลเวลาพัดพาเอาคนรักเก่าให้หวนคืนกลับมากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่เข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ท่ามกลางไฟรักที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางเกมหัวใจที่มีทั้งแผนการซ่อนเร้นและถ่านไฟเก่าที่ยังคุโชนพยายามแทรกแซงรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย จำเลยรักบ่วงดวงใจ
9.1
ลอออรเดินทางมาถึงปารีสท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตาและลมหนาวอันเย็นเยือก เธอไม่ได้มาเพื่อเสี่ยงโชคด้วยรูปลักษณ์ แต่มาเพื่อทำความฝันที่อยากเป็นดีไซเนอร์ให้เป็นจริง แม้คนรอบข้างจะหัวเราะเยาะและมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่เธอก็เปลี่ยนคำดูถูกเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล การได้เหยียบลงบนแผ่นดินแห่งแฟชั่นระดับโลกถือเป็นก้าวสำคัญที่ขยับเข้าใกล้จุดหมาย ถึงหนทางข้างหน้าจะยังอีกยาวไกล แต่เธอก็ภูมิใจที่มาได้ไกลถึงเพียงนี้
หน้าปกนวนิยาย ลำนำรักร้าว
8.1
อาร์มตัดสินใจขับไล่พรพระจันทร์ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีกลางดึก แม้เธอจะพยายามหลบหน้าเพียงใดก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือเขาได้ ชายหนุ่มตราหน้าเธอว่าเป็นกาลกิณีและลูกเมียน้อยที่น่ารังเกียจ พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปเพราะเขากำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด พรพระจันทร์ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เลือก ในขณะที่เขาเหวี่ยงเธอออกไปให้พ้นทางราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าและเป็นเสี้ยนหนามในชีวิต