ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปล้นหัวใจจอมเถื่อน

ปล้นหัวใจจอมเถื่อน

บุษกรจำใจสวมบทบาทแฟนสาวเพื่อปกป้องพีรายุจากหญิงอื่น แม้ต้องเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เธอก็พร้อมทำภารกิจนี้ให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย หญิงสาวแสร้งทำออดอ้อนขอให้เขาช่วยนวดไหล่คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ทั้งยังจงใจตอกย้ำเรื่องการจดทะเบียนสมรสต่อหน้าศัตรูหัวใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ แม้ลึกๆ จะหวั่นใจกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่เธอก็ต้องเดินหน้าแสดงละครตบตาต่อไปอย่างสุดความสามารถเพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1

“แน่ใจนะพี่บัว จะเอาอย่างนี้จริงๆ น่ะ” หนึ่งในสองร่างที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ตรงประตูรั้วของบ้านหลังใหญ่ถามขึ้นเสียงสั่น

“ฮื่อ...แกจะถามอะไรนักหนาวะไอ้เก่ง ถามมาหลายรอบแล้วนะ”

คนที่ถูกเรียกว่าพี่บัวตอบกลับไปอย่างรำคาญขณะสอดส่ายสายตามองไปท่ามกลางบรรยากาศมืดมิดของราตรีกาล ที่ทำให้เห็นตัวบ้านเป็นเงาสลัวๆ เหมือนกับมีชีวิต อันเป็นผลมาจากต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นอยู่รายรอบปลิวไสวไปกับสายลมที่พัดแรง

“ก็ฉันกลัวนี่พี่ ถ้าเราถูกจับได้ขึ้นมา...แม่ตีฉันหลังลายแน่”

“ไม่มีใครอยู่สักคน แล้วหมาตัวไหนมันจะมาจับเรากันฮึ! ใครใช้ให้แกพูดอะไรเป็นลางไม่ดีแบบนี้ ประเดี๋ยวก็ป้าดเข้าให้หรอก”

“ฉันกลัวนี่พี่ ถ้าเกิดถูกจับได้ขึ้นมาละก็...” เจ้าตัวปัญหายังคงพูดต่อ จนบัวหรือบุษกรจำต้องหันไปตักเตือน

“อย่าป๊อดไปหน่อยเลยไอ้เก่ง ไม่มีใครอยู่สักหน่อย ไม่มีใครจะมาจับฉันกับแกแน่”

บุษกรพูดออกไปทั้งที่ตนเองก็กลัวมิใช่น้อย หากแต่จะให้ความกลัวทำให้สิ่งที่คิดไว้หยุดชะงักไป ก็เห็นจะทำไม่ได้ มีคนข้างหลังรอความหวังจากเธออยู่ วินาทีนี้เงินคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอ เพราะจะเอาไปช่วยคนที่รักที่สุด

หญิงสาวยื่นมือที่เย็นจัดไปจับราวรั้วเหล็กเอาไว้จนแน่น พยายามห้อยโหนร่างกายเล็กบางเข้าไปภายในบ้านด้วยความรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ก็เกือบจะทำให้เธอพลัดตกลงไป

“จะเอาแบบนี้จริงเหรอพี่บัว ถ้าถูกจับได้ขึ้นมา...คุกนะพี่” เก่งยังคงถามด้วยความหวาดกลัว มือเล็กกระด่างกระดำยื่นไปดึงรั้งเสื้อตัวโคร่งของบุษกร ถึงแม้จะเป็นคนมือเร็ว แต่เขาก็หยิบฉวยเฉพาะของพ่อกับแม่เท่านั้น ไม่เคยคิดที่จะไปขโมยของที่บ้านของคนอื่นอย่างที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้

บุษกรอารมณ์เสีย เกือบจะหันไปด่าอยู่แล้ว แต่ก็เผอิญนึกได้ว่าอยู่ที่ไหน ก็เลยทำเพียงแค่หันไปตีหน้ายักษ์ใส่เก่ง ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างแผ่วเบา คนยิ่งรีบๆ อยู่ เก่งก็ยิ่งจะทำให้ชักช้า ดีไม่ดีมีคนมาเห็นเข้า เดี๋ยวก็ได้เข้าซังเตเอาเข้าจริง ๆ นะสิ

“เออซิวะ แกก็รู้ พี่จำเป็นต้องใช้เงินด่วน ต้องทำแบบนี้แหละถึงจะได้เงินเร็ว ๆ อย่างที่ต้องการ” บุษกรตอบกลับและดึงเอามือเล็กของเก่งออกจากตัวเสื้อ

“ไม่ต้องกลัว พี่ดูลู่ทางมาดีแล้ว ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลย หรือถ้าจะมากันจริง ก็คงไม่ใช่ตอนนี้...หรอก”

บุษกรเอ่ยเสียงเบาก่อนจะรีบพาตัวเองไปซ่อนที่หลังต้นไม้ใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอริอ่านทำเรื่องผิดกฎหมาย ด้วยต้องการสิ่งของที่ไม่ว่าจะอะไรก็ได้ สิ่งที่สามารถนำไปแลกเป็นเงินเพื่อนำไปยื้อชีวิตของคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้อยู่ด้วยให้นานที่สุด

“เออ...ถ้าแกกลัวมากนัก ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ แกก็รีบหนีไปเลย ไม่ต้องรอ ฉันเอาตัวรอดได้”

บุษกรให้สั่งความเด็กชายที่คลานตามมาหลบด้วย ร่างบอบบางในชุดเสื้อเชิ้ตลายหมากรุกตัวใหญ่และกางเกงยีนเก่า ๆ ขาดกะรุ่งกะริ่ง สวมหมวกแก๊ปสีดำสนิทดึงมาปกปิดใบหน้าที่ทาด้วยขี้เถ้าผสมดินให้ยิ่งขะมุกขะมอมมากยิ่งกว่าที่เคยเป็น ถ้ามองเผิน ๆ แล้วคนอื่นจะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่ยังโตไม่เต็มที่ แต่คนที่อยู่ด้วยกันเท่านั้นแหละที่จะรู้ว่าภายใต้เสื้อผ้าหลวมโคร่งนี้คือหญิงสาววัยสะคราญ

บุษกรจะอายุครบยี่สิบปีในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว แต่เธอไม่สนใจงานเลี้ยงฉลองวันเกิดอะไรเลย สนใจเพียงว่าจะทำยังไง ถึงจะดึงเอาชีวิตแม่พรพรรณ ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดเพียงคนเดียวให้มีชีวิตอยู่กับเธอให้นานที่สุด

‘แม่จ๋า...อดทนรอบัวหน่อยนะ บัวจะหาเงินไปรักษาแม่ให้หายให้เร็วที่สุด’

บุษกรบอกกับใจตนเอง นับตั้งแต่จำความได้ เธอมีแต่แม่พรพรรณที่คอยเฝ้าดู อบรมและสอนสั่ง ส่วนพ่อแท้ ๆ บุษกรยิ้มหยัน พ่อที่เธอไม่เคยจะเห็นหน้า นำพาแต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก คนที่ทำให้เธอถูกล้อ ถูกเรียกว่าเด็กไม่มีพ่อ ต้องแอบร้องไห้ตั้งหลายครั้งเพราะผู้ชายไร้ความรับผิดชอบคนนั้น

บุษกรยอมรับว่าทุกครั้งที่มีใครเอ่ยถึงพ่อ ใจของเธอเหมือนกับมีถูกบีบคั้นจนอึดอัดและเจ็บปวด แม้ปากจะตอบไปว่าไม่...ไม่ได้อยากพบเจอผู้ชายใจร้ายคนนั้น แต่ก็รู้ดีว่าในส่วนลึกของหัวใจ ยังไงก็ยังโหยหาและต้องการอ้อมอกของผู้เป็นพ่ออยู่เสมอ

“คิดเรื่องพ่ออยู่อีกแล้วใช่ไหมบัว”

“เปล่านี่คะ บัวไม่คิดถึงคนใจดำแบบนั้นหรอก”

“พูดอย่างนี้อีกแล้วนะบัว แม่บอกแล้วใช่ไหม พ่อจะต้องมีเหตุผลของพ่อ หนูเป็นลูกไม่ควรคิดไม่ดีกับพ่อ มันไม่ดี รู้ไหม”

“แต่มันเป็นเรื่องจริงนี่ค่ะ ผู้ชายคนนั้นใจร้ายมาก ทอดทิ้งไม่ดูดำดูดี ปล่อยให้แม่ถูกรังแก ทำให้อับอายจนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวสายตาคนรอบข้างที่มองมาอย่างสมเพศและดูถูกเหยียดหยาม” บุษกรพูดด้วยความอึดอัดคับแค้นใจ เพราะยังทำใจไม่ได้กับความใจร้ายของพ่อที่มีต่อแม่แท้ ๆ ของเธอ

“ไม่พูดแบบนั้นนะบัว พ่อต้องมีเหตุผลที่ทำอย่างนั้น”

“เหตุผลของคนเห็นแก่ตัวนะสิคะ” บุษกรยังเถียงไปด้วยความเจ็บใจ ได้ฟังเรื่องของแม่ผู้ให้กำเนิดทีไร ใจเธอก็ร้อนรุ่มและเคียดแค้น เจ็บปวดแทนแม่ผู้ให้กำเนิด ยังดีว่ามีอ้อมแขนของผู้หญิงอีกคน ถึงจะไม่ใช่คนร่วมสายเลือดเดียวกัน แต่ก็รักและเป็นห่วงเธอมากคนที่ได้ชื่อว่าพ่อเสียอีก

“ผู้ชายคนนั้นทำให้แม่เจ็บปวด บัวไม่มีวันยอมรับเขาเด็ดขาด”

น้ำตาแห่งความเจ็บปวดของแม่ที่พรั่งพรูยามเมื่อถูกเธอรบเร้าถามถึงผู้เป็นพ่อ ทำให้ลูกคนนี้รู้สึกผิดเสมอมา ไหนจะถ้อยคำจากปากแม่พรพรรณซึ่งเป็นเพื่อนกับแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอ คนที่รับรู้และคอยฟังปัญหา อยู่เคียงข้างยามทุกข์ใจ คอยเอาใจช่วยคนที่ถูกบีบคั้นจนแปรเปลี่ยนความรักที่เคยมีกลับกลายเป็นความเฉยชาและเจ็บปวด

“ถ้าเขายังมีความเป็นลูกผู้ชายพอ ดูแลเมียตัวเองไม่ให้มารังควานคนอื่น แม่คงยังมีชีวิตอยู่”

น้ำตาบุษกรเอ่อล้นคลอเบ้าเมื่อนึกถึงผู้เป็นมารดาที่ได้สามีที่ทำตัวเหมือนไม้หลักปักขี้เลนโอนเอนไปมา ตอนอยู่กับแม่ของเธอก็บอกว่ารักและจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่ผู้เป็นแม่หาให้ แต่พอเจอตัวจริงกับคำพูดหวานหูก็ผิดคำสัญญาโดยทันที แถมยังเป็นคนเห็นแก่ตัว ยังมาขอร้องให้แม่อยู่ในบ้าน...มองดูสามียกย่องเชิดชูผู้หญิงคนอื่น แต่ตัวเองคือผู้อาศัยที่ถูกขับไล่ไม่เว้นแต่ละวัน

“บัว!”

“ยังไงบัวก็ไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้นแน่ค่ะแม่พรพรรณ” บุษกรพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

พรพรรณได้แต่ส่ายศีรษะอย่างระอาใจกับคำพูดของบุตรสาวบุญธรรม ก่อนจะหนักใจเมื่อได้ยินอีกคำที่ดังมาจากปากสาวน้อย

“ถ้ามีโอกาส บัวจะเอาคืนผู้ชายใจร้ายและยายหมาบ้าที่มาอาละวาดทำให้แม่อยู่ไม่เป็นสุข” แค่ผู้ชายคนเดียว ถึงกับตามราวีผู้หญิงอีกคนแทบจะทุกวัน เรียกตัวเองว่าผู้ดี แต่คำพูดเหมือนกับไพร่กลางถนน ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งแทบจะหนีตายเพราะทนอับอายไม่ไหว

แม่พาร่างกายอ่อนระโหยโรยแรง น้ำตาไหลนองหน้ามาขอความช่วยเหลือจากแม่พรพรรณที่ไม่อยากรับภาระสักเท่าไหร่เพราะตัวเองกำลังจะแต่งงานกับข้าราชการหนุ่มอนาคตไกล แต่พอได้ฟังเหตุผลว่าถูกแม่สามีรังเกียจ สามีก็อ่อนแอไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง อะไร ๆ ก็แล้วแต่แม่...แม่ตลอด ที่สำคัญคือรู้ว่าเพื่อนท้องอยู่ ก็เลยสงสารให้ที่อยู่ที่กิน คอยดูแลและปลอบใจ รับฟังปัญหาที่มีอย่างเข้าอกเข้าใจ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ลวงบ่วงรักเมษา
9.6
เพี้ยะ เพี้ยะ...!! กังสดาลยังยืนจ้องหน้าเมษา แล้วยกเรียวมือกางออกข่วน และตบลงไปบนผิวแก้มสีแทนนั่น สองสามที สลับซ้ายขวา “กังสดาล!!” ใบหน้าเข้มสะบัดหันไปตามแรงตบ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบรอยนิ้วมือบนผิวไปมา ลิ้นเรียวใหญ่เลียเลือดตรงมุมปาก แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์ ค่อยๆ หันมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทา “กะ…เกลียดนัก คนใจเลว!” ทำใจกล้าเปล่งเสียงเขียวสะบัดใส่ พร้อมทั้งไม่ยอมขยับร่างถอยหนี ถึงจะมีความหวาดกลัวต่อสายตาเพชฌฆาตคู่นั้น “คำก็เลว สองคำก็เกลียด ดี… ฉันจะทำให้เธอเกลียดฉันไปจนตลอดชีวิต ยัยเด็กร่าน!!!” คนร่างโตก้าวเดินย่างสามขุมเข้าไปหาหญิงสาวที่ยังยืนอวดดีปากเก่ง “ยะ…อย่าเข้ามานะ” ใบหน้าซีดกลัวคนตรงหน้า กังสดาลขยับปลายเท้าก้าวเดินถอยหนี เบี่ยงตัวหวังจะวิ่งหนีเขาไปยังห้องของมารดา “มานี่! วันนี้ฉันจะเลวให้เธอเห็น” เมษาเดือดดาล ใบหน้าถมึงทึง ยามนี้หลานสาวไม่คิดที่จะเอ่ยชื่อของเขาเอาเสียเลย คนตัวโตเดินตามรอยเท้าของเจ้าหล่อน แววตาสีนิลเปล่งประกายแดงโรจน์จับจ้องอยู่ที่ร่างบางด้วยความโกรธ ขืนเขามองนานๆ ร่างบางตรงหน้าอาจจะเป็นเถ้าถ่านแน่ เขารีบคว้าข้อมือเรียวบางกำกระชับแน่น ออกแรงกระชากให้หญิงสาวเข้ามาปะทะหน้าอก พร้อมทั้งโน้มใบหน้าลงบนช่วงลำคอระหง เรียวปากหยักซุกไซ้จูบสัมผัสไปตามผิวขาวนวลบนหัวไหล่ ปลายจมูกโด่งคมสันดมดอมกลิ่นจากผิวหอมตรงร่องทรวงอกอย่างบ้าคลั่ง “กรี๊ดดดด... ปล่อยเดี๋ยวนี้! คนเลว…เลวที่สุด ได้ยินไหม… ฮือออๆ” กังสดาลส่งเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอหวาดกลัวเขา “เธอตายแน่ กังสดาล!” เสียงอันทรงพลังเปล่งออกมาอย่างน่ากลัว ตุ้บตับๆ… ผลั๊วะๆ… มือเรียวสวยข้างขวายกขึ้นผลักดันใบหน้าเขาให้ออกจากทรวงอก และอีกข้างก็ตบตีขีดข่วนไปตามหัวไหล่ ลำตัวและแผ่นหลังของเขา “หึๆ ฉันเลวได้แน่ คืนนี้แหละ... ฉันจะยัดเยียดความเลวร้ายให้กับเธอ ยัยผู้หญิงร่าน!!” เมษาเค้นเสียงเยือกเย็นจนสาวเจ้าหนาวเยือกเข้าไปในกระดูกสันหลัง เรียวปากหนายังซุกไซ้สัมผัสทั้งดูด ทั้งเล็มผิวขาวตามต้นคอระหง และยังไล่เลียผิวผ่องไปตามเรียวคางงาม
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้อนซ่อนกลรัก
8.6
เมื่อแผนการคลุมถุงชนสุดซับซ้อนถูกวางหมากโดยพ่อแม่ของปิติญาดาและคณินที่แสร้งแสดงละครตบตาเพื่อบีบบังคับให้ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าเส้นทางรักที่ถูกขีดไว้นี้กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เมื่อกาลเวลาพัดพาเอาคนรักเก่าให้หวนคืนกลับมากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่เข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ท่ามกลางไฟรักที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางเกมหัวใจที่มีทั้งแผนการซ่อนเร้นและถ่านไฟเก่าที่ยังคุโชนพยายามแทรกแซงรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย จำเลยรักบ่วงดวงใจ
9.1
ลอออรเดินทางมาถึงปารีสท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตาและลมหนาวอันเย็นเยือก เธอไม่ได้มาเพื่อเสี่ยงโชคด้วยรูปลักษณ์ แต่มาเพื่อทำความฝันที่อยากเป็นดีไซเนอร์ให้เป็นจริง แม้คนรอบข้างจะหัวเราะเยาะและมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่เธอก็เปลี่ยนคำดูถูกเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล การได้เหยียบลงบนแผ่นดินแห่งแฟชั่นระดับโลกถือเป็นก้าวสำคัญที่ขยับเข้าใกล้จุดหมาย ถึงหนทางข้างหน้าจะยังอีกยาวไกล แต่เธอก็ภูมิใจที่มาได้ไกลถึงเพียงนี้
หน้าปกนวนิยาย ลำนำรักร้าว
8.1
อาร์มตัดสินใจขับไล่พรพระจันทร์ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีกลางดึก แม้เธอจะพยายามหลบหน้าเพียงใดก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือเขาได้ ชายหนุ่มตราหน้าเธอว่าเป็นกาลกิณีและลูกเมียน้อยที่น่ารังเกียจ พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปเพราะเขากำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด พรพระจันทร์ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เลือก ในขณะที่เขาเหวี่ยงเธอออกไปให้พ้นทางราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าและเป็นเสี้ยนหนามในชีวิต