ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก

เด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวหลงรัก

เขาเป็นคุณหมอหนุ่มที่หลงรักเด็กสาวข้างบ้านสุดหัวใจ +++ “อาหมอขา” เด็กน้อยปีนขึ้นไปนั่งบนตักอุ่นๆ ของอาหมอผู้แสนใจดี “ขา...” เขื่อนรับคำเสียงหวานไม่ต่างกัน เขาหอมแก้มเด็กน้อยมาหยาฟอดใหญ่ “โตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของอาหมอค่ะ” “จริงเหรอครับ” เขื่อนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม “จริงค่ะ” “สัญญาแล้วนะครับ อาจะถือว่านี่เป็นคำสัญญาของหยา” +++ “หยาหนาวค่ะอาหมอ” เธอลูบไล้แผงอกกว้างของเขา “เดี๋ยวอาห่มผ้าให้” เขาบอกเสียงนุ่มอย่างเอ็นดู “ไม่ได้หนาวแบบนั้น อาหมอน่ะ...” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอด “เดี๋ยวเสียงดังครับ ดึกแล้ว” เขาเกรงว่าข้างห้องจะได้ยิน “ทำเบาๆ ค่ะ อยากให้อาหมอกอดหยาแน่นๆ หยาหนาวจริงๆ นะ” เธอซุกตัวเข้าไปหาเขาดึงมากอดแนบอก “ถ้าหนาวขนาดนี้เดี๋ยวอาจะกอดแน่นๆ เลยนะครับ” “ก็กอดสิคะ หยารออาหมอกอดหยาทุกคืนเลยนะ นานๆ จะได้ออกนอกสถานที่สักที” เธอดึงมือของเขามาทาบที่ทรวงอกอวบอิ่ม มือของเขื่อนค่อยๆ ลูบไล้และเคล้นคลึง เธอครางแผ่วๆ กัดปากด้วยความเสียวสยิว “อย่าครางดังนะคนดี” เขากระซิบบอกเธอด้วยน้ำเสียงเอ็นดู จุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยงนั้นเบาๆ “ด้านในไม่มีด่านนะคะ” เธอกระซิบบอกเขา มือบอบางเลื่อนลูบลงไปยังเบื้องล่างของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ขอบคุณค่ะ” ดารินยกมือไหว้อย่างน่ารัก รติรสจึงให้ทางโรงเรียนโทร. ไปแจ้งทางบ้านของดารินเรื่องที่ไม่ได้เดินทางกลับกับรถโรงเรียน ซึ่งประภพเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

พงศ์อินทร์และรติรสขับรถไปจอดหน้าบ้านของประภพ ทั้งสองเอ่ยขออนุญาตพาดารินไปที่บ้าน ประภพเอ่ยอนุญาตเพราะเห็นว่าสองสามีภรรยาเป็นคนอัธยาศัยดีและมีน้ำใจเสมอมา

“เดี๋ยวจะพามาส่งนะคะ” รติรสเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ฝากยายรินด้วยนะครับ” ประภพฝากฝัง

“ได้ค่ะ” รติรสพาเด็กหญิงทั้งสองขึ้นรถ ก่อนที่สามีจะมุ่งหน้ากลับบ้าน

พอถึงบ้าน เจ้าของบ้านตัวน้อยรีบดึงมือเพื่อนวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงมารดาพูดไล่หลังมาว่าให้เดินดีๆ อย่าวิ่งเดี๋ยวสะดุดหกล้มเอา

“นี่ห้องนอนของเราเอง” มาหยาอวดห้องนอนสีโอลด์โรสให้เพื่อนดู

“ห้องน่ารักจังเลยจ้ะ” ดารินวางกระเป๋าเป้ลายการ์ตูนลงบนเตียงนอนน่ารักของเพื่อน ด้านในมีชุดที่นำมาเปลี่ยนด้วย

“แม่ของเราทำกับข้าวอร่อยที่หนึ่งเลย”

“อิจฉาคนมีแม่จัง เราไม่มีแม่ พ่อก็ไม่เคยทำกับข้าวให้กิน” ดารินพูดตามที่คิด

“ไม่ต้องอิจฉาหรอก เดี๋ยวเราแบ่งแม่เราให้เป็นแม่ของดารินด้วยดีไหม”

“จริงเหรอ” ดารินเขย่ามือเพื่อนอย่างดีใจ

“จริงสิ เราไม่มีพี่น้อง ถ้ารินมาเป็นลูกของแม่เรา เราก็จะได้เป็นพี่น้องกันไง” มาหยารู้สึกถูกชะตากับเพื่อนตัวน้อยวัยเดียวกันเป็นอันมาก

“ดีจัง”

“ไปอาบน้ำกันเถอะจ้ะเด็กๆ” เสียงของรติรสเดินเข้ามาในห้องก่อนจะต้อนเด็กน้อยทั้งสองไปอาบน้ำ

“คุณแม่ขาเป็นแม่ของดารินด้วยนะคะ ดารินอยากมีแม่” มาหยาเอ่ยขึ้นขณะที่มารดาฟอกสบู่ให้

“ได้สิจ๊ะ”

“คุณแม่” ดารินเรียกอย่างดีใจ มีความสุขที่รติรสช่วยอาบน้ำให้ ตอนอยู่บ้านพี่เลี้ยงหรือสาวใช้ที่บิดาจ้างมาเป็นคนอาบน้ำให้ แต่คนพวกนั้นไม่ได้มีท่าทีรักเธอเหมือนอย่างที่รติรสผู้เป็นมารดาของมาหยาทำเลยสักนิด นั่นทำให้เด็กน้อยคิดเปรียบเทียบอยู่ในใจ

“ขอบคุณนะคะ” ดารินยกมือไหว้หลังจากที่รติรสเช็ดเนื้อเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้

“ขอบคุณอะไรแม่จ๊ะ”

“ที่ยอมเป็นแม่ของหนูน่ะค่ะ หยาใจดีจังแบ่งแม่ให้เราด้วย”

“แม่เรากอดได้ด้วยนะ กอดอุ่นด้วย” มาหยาอวดแม่ โผเข้ากอดให้ดู ดารินมองอย่างอิจฉานิดๆ รติรสดึงเด็กน้อยมากอดด้วยเช่นกัน ดารินหลับตาพริ้มรู้สึกว่าอ้อมแขนนี้ช่างอบอุ่นเหลือกำลัง

อาหารเย็นที่บ้านของมาหยาทำให้ดารินมีความสุขเป็นอันมาก ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แม้แต่เขตต์ที่ชอบแกล้งเพื่อนก็ยังเล่นกับมาหยาอย่างสนุกสนานเหมือนกับว่าทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน

คนสอนการบ้านไม่ใช่ใครอื่น พงศ์อินทร์กับรติรสยกให้เป็นหน้าที่ของเขื่อน นักศึกษาปีสุดท้ายคณะแพทย์ศาสตร์วัยยี่สิบสี่ที่ค่อนข้างเอ็นดูเด็กๆ

การเรียนอนุบาลสามนั้นมีการเรียนภาษาไทยผ่านนิทานกับเพลง เริ่มเขียนคำที่มีสระ จับคู่คำโดยเชื่อมโยงภาพเข้ากับคำและใจความ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์นั้นเด็กจะเริ่มรู้จักค่าและเปรียบเทียบความมากน้อยตั้งแต่ 1-50 การบวกลบหนึ่งถึงสองหลัก จากสิ่งของและรูปภาพต่างๆ

“เราจะทำการบ้านวิชาอะไรกันก่อนครับ” เขื่อนเอ่ยถามเด็กๆ

“ทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ก่อนค่ะ” มาหยาเป็นคนตอบ เด็กๆ ทั้งสามนั่งล้อมหน้าล้อมหลังเขื่อนอยู่

“เปิดสมุดการบ้านเลยครับ” การบ้านวิชาคณิตศาสตร์คือการบวกลบตัวเลข ซึ่งจะมีรูปภาพต่างๆ ทั้งผลไม้บ้าง ผักบ้าง สัตว์บ้างอยู่ด้านหนึ่ง มีเครื่องหมายเท่ากับอยู่ตรงกลางให้แปลงรูปภาพเป็นตัวเลขแล้วนำมาบวกลบกัน จะได้ผลลัพธ์ในช่องสุดท้าย

“ข้อที่หนึ่งนี่ลูกอะไรครับ” เขื่อนชี้ไปที่สมุดการบ้านเด็กๆ พลางเอ่ยถาม

“หนูตอบค่ะ หนูตอบ ผมตอบ”

“ตอบทีละคนครับ เขตต์ตอบก่อนแล้วกัน”

“ชมพู่ครับ”

“เก่งมาก” เขื่อนหอมแก้มหลานชายฟอดใหญ่ เขตต์ อมยิ้มแก้มพองที่ได้รับคำชม

“นี่เครื่องหมายอะไรครับ”

“มาหยาหรือดารินตอบดี”

“รินตอบได้ไหมคะ” ดารินเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจ

“ได้ครับ” เขื่อนพูดอย่างใจดีโยกศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดู

“เครื่องหมายบวกค่ะ”

“เก่งมากครับ” เขื่อนเอ่ยชม

“แล้วนี่ผลไม้อะไรครับ” เขาชี้รูปผลไม้สองภาพหลังเครื่องหมายบวก

“แอปเปิ้ลค่ะอาหมอก็จะได้สามบวกสองค่ะ” มาหยาตอบเสียงดังฟังชัดเขียนเลขสามบวกเลขสองลงในช่องถัดไป มาหยาติดเรียกเขื่อนว่าอาหมอเพราะบิดามารดาบอกว่าเขื่อนเป็นหมอ

“เก่งมากครับ” เขื่อนเอ่ยชม

“หอมแก้มหยาด้วย” มาหยาเอ่ยขอเพราะเห็นว่าเขตต์ตอบถูกเขื่อนก็หอมแก้ม

“เค้าไม่ให้อาของเค้าหอมแก้มตัวหรอก” เขตต์ขึ้นไปนั่งตักอย่างหวงๆ

ตอนนั่งมาในรถมารดาสอนมาหยาว่าให้เห็นใจเขตต์เพราะเขตต์ไม่มีพ่อแม่ พ่อแม่ตายหมดก็เลยเกเร มาหยาเลยขยับไปหอมแก้มเขื่อนแทน เขื่อนหน้าแดงเล็กน้อยที่โดนเด็กหอมแก้ม

“ตัวมาหอมแก้มอาเขื่อนของเค้าได้ยังไง”

“ทำไมล่ะ เค้าจะหอมแก้มอาของตัว” มาหยายิ้มยิงฟันให้เพื่อน

“งั้นรินก็หอมแก้มอาหมอได้ใช่ไหมคะ รินไม่เคยหอมแก้มคุณพ่อเลย อยากหอมจะแย่” ดารินมองแก้มใสๆ ของเขื่อนไม่วาง

“เค้าไม่ให้ใครหอมแก้มอาเขื่อนของเขานะ” เด็กชายอ้วนตุ๊บขี้หวงพูดขึ้น

“ขี้หวงจริง ถ้านายให้รินหอมแก้มอาหมอ พรุ่งนี้เราจะแบ่งหมูปิ้งให้ก็ได้ แม่เราจะทำหมูปิ้งด้วยแหละ” มาหยาสงสารดารินเพราะอยากหอมแก้มเขื่อนบ้าง เลยเอาของกินมาหลอกล่อเขตต์

“ก็ได้ๆ แต่ให้หอมทีเดียวนะ” คนขี้หวงยังไม่ยอมง่ายๆ แต่นึกถึงหมูปิ้งก็เลยยอมใจอ่อน มาหยาแอบขำเพราะรู้จุดอ่อนของเพื่อนตัวอ้วนเห็นแก่กิน

ดารินหอมแก้มเขื่อนฟอดใหญ่แล้วเริ่มทำการบ้านต่ออย่างมีความสุข

“สามบวกกับห้าได้เท่าไหร่ครับ” เขื่อนเอ่ยถามเด็กทั้งสาม

“สามบวกกับห้า” มาหยายกนิ้วขึ้นนับ

“แปดค่ะ”

“เก่งครับ” เขื่อนขยับเข้าไปหอมแก้มเด็กน้อยยิ้มๆ มาหยาคุ้นชินกับโดนอาหมอหอมแก้มในขณะที่นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนเลขแปดลงไปในเส้นประสุดท้ายซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการบวกเลข

“ข้อต่อไปเป็นอะไร”

“เป็นลบค่ะ” ดารินเอ่ยตอบ เขื่อนนึกชมอยู่ในใจว่าเด็กทั้งสามนั้นหัวดี

“ม้าห้าตัวลบไก่สองตัวเหลือสามตัวครับอาเขื่อน” เขตต์รีบเอ่ยตอบ

“เก่งมากครับ” เขตต์ก้มลงไปหอมแก้มป่องๆ ของหลานชาย ตอนนี้เขตต์ยอมให้ผู้เป็นอาหอมแก้มเพื่อนทั้งสองเพราะเห็นแก่หมูปิ้งแสนอร่อยในวันพรุ่ง

หลังจากจบวิชาคณิตศาสตร์ก็ทำการบ้านวิชาภาษาไทยต่อ โดยให้โยงเส้นจับคู่ภาพ นิ้วเล็กๆ ป้อมๆ ของเด็กๆ รีบชี้ไปยังรูปภาพ

“อันนี้กาค่ะ ถูกไหมคะอาหมอ” มาหยาจิ้มนิ้วเล็กๆ จับคู่ภาพในสมุดการบ้าน

“ถูกครับ เก่งมากเลยครับ” แก้มใสๆ ของเด็กน้อยโดนหอมอีกฟอดใหญ่

“อันนี้ม้าครับ” เขตต์เบียดเข้าไปหาผู้เป็นอาอยากให้ผู้เป็นอาหมอแก้มบ้าง

“ใช่ครับ” เขื่อนใจดีแจกการหอมแก้มให้เด็กน้อยทั้งสามไม่อั้น

“อันนี้ตาค่ะ”

“ใช่ครับ ตออาตา” เขื่อนให้เด็กๆ หัดสะกดคำด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นพยัญชนะและสระง่ายๆ

“เหลือการบ้านวิชาศิลปะเป็นวิชาสุดท้ายใช่ไหมครับ” เขื่อนเอ่ยถามหลังจากทำการบ้านวิชาภาษาไทยเสร็จแล้ว

“ใช่ค่ะอาหมอ คุณครูให้วาดภาพระบายสีค่ะ”

“ใช้สีอะไรครับ” เขื่อนเอ่ยถาม

“สีไม้ค่ะ”

“งั้นจัดเลยครับ หยาจะวาดภาพอะไร” เขื่อนเอ่ยถามเด็กน้อย

“ภาพบ้านค่ะ แล้วก็มีภูเขา มีต้นไม้ มีไก่ตัวเล็กๆ ด้วยค่ะ” มาหยาอยากวาดภาพธรรมชาติ จัดการวาดรูปภูเขาที่มีน้ำตกไหลลงมา มีที่นาเป็นสี่เหลี่ยมผืนเล็กๆ มีต้นไม้ มีไก่ และต้นมะพร้าวที่มีลิงปีนขึ้นไปเก็บลูกมะพร้าวอย่างสนุกสนาน

“รินวาดรูปอะไรครับ” เขื่อนเอ่ยถามดารินบ้าง

“รูปพ่อแม่ลูกค่ะ มีเพื่อนใหม่ด้วย หยากับเขตต์” สำหรับดารินแล้วการมีเพื่อนใหม่ มีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นความปรารถนาสูงสุดของเธอ เธอวาดรูปพ่อแม่จับมือกัน เธออยู่ตรงกลาง มีเขื่อน มาหยาและเขตต์อยู่ในภาพด้วย

“นี่อาหมอค่ะ นี่หยาแล้วก็เขตต์” ดารินชี้ให้เขื่อนดู เขื่อนโยกศีรษะเล็กๆ ของดารินอย่างเอ็นดู เด็กน้อยมีแววเศร้าในดวงตาอย่างเห็นได้ชัด

มาหยาใส่ใจเพื่อนในทุกๆ เรื่อง แม้จะเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ แต่กลับมีน้ำใจต่อเพื่อนเสมอ เขานึกนิยมชมชอบพงศ์อินทร์กับรติรสที่เลี้ยงลูกได้น่ารักเช่นนี้ สอนให้ลูกมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น สอนให้กล้าแสดงออกและมีความเป็นผู้นำ

“นายเขตต์วาดรูปอะไร” มาหยาชะโงกหน้าไปดูก่อนจะร้องว้าว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ
8.9
สามวันก่อนวิวาห์ ซวี่โม่พบความจริงที่เจ็บปวดว่าแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปีแอบจัดงานแต่งกับเพื่อนสนิท โดยอ้างเหตุผลว่าฝ่ายหญิงป่วยเป็นอัลไซเมอร์และต้องการทำตามความหวังสุดท้ายของเธอ เขาขอเลื่อนงานแต่งกับซวี่โม่ไปอย่างไร้กำหนดจนกว่าคนรักเก่าจะลืมเขาได้สนิท เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้อย่างเยือกเย็นและโทรหาครอบครัวเพื่อรับข้อเสนอวิวาห์ทางการเมืองกับทายาทผู้เย็นชาแห่งตระกูลฟู่แทน โดยสั่งให้เตรียมตัวมารับเธอเป็นเจ้าสาวในอีกสามวันข้างหน้าทันที
หน้าปกนวนิยาย เทวัญขวัญรัก
9.6
++++++++++++++++++++++++++++++++ เรื่องของเทวัญเจ้าของอู่หนุ่มผู้ดิบเถื่อน กับขวัญรักผู้จำใจมาเป็นเมียของเขา จากการซื้อมาเพื่อเงิน เพื่อบำบัดความใคร่ เรื่องระหว่างเธอกับเขาจะกลายเป็นรักแท้หรือไม่ ต้องลองอ่านกันค่ะ +++++++++++++++++++++ ขวัญรักเม้มปาก สะกดกลั้นน้ำตา ...บอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้ เธอตัดสินใจไปแล้ว แม้จะถูกเขาเหยียบย่ำ ดูถูกดูแคลนว่าเป็นผู้หญิงขายตัวขนาดไหนก็จะทนเพื่อครอบครัว ผู้ชายที่เธอเห็นเขาตัวโต สวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัว อวดความกว้างของไหล่บึกบึน คิ้วยาวดำพาดเฉียง ดวงตาดำลึก จมูกโด่ง แนวกรามแข็งแกร่ง ปากสีเข้ม เขาคือคนที่ขวัญรักเจอหน้าห้องน้ำนั่นเอง แต่ทว่าก็ไม่อาจหยุดอาการประหม่าจนตัวสั่นของเธอลงได้ “ชื่ออะไร...” หนุ่มเสื้อยืดดำถาม แต่ฟังแล้วดุเหลือเกินในความคิดของเธอ “ขะ...ขวัญรักค่ะ” เธอรู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอายุสามขวบ ยามที่ไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก และต้องแนะนำตัวต่อหน้าเพื่อนทุกคน “มีชื่อเล่นไหม” เทวัญมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อยากรู้...ผมที่ถักเปียของเธอหากคลายออกจะยาวขนาดไหน อยากสัมผัส...จะนุ่มละมุนมือหรือเปล่าหนอ “กะ...กวางค่ะ” เรียวคิ้วดำขมวดไปครู่ ก่อนคลายออก นึกชมว่าพ่อแม่ตั้งชื่อสมตัว ท่าทางเธอเหมือนลูกกวางจริง ๆ นั่นแหละ และเขาก็เป็นเสือหิวที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อเนื้อหวานไปง่าย ๆ “ต้องทดลองของสักหน่อยแล้ว ขอยืมห้องหน่อยมึง” เทวัญแค่บอกเล่า ไม่สนใจว่าเจ้าของจะอนุญาตหรือไม่ อย่างไรเสียคืนนี้เขาต้องได้เล่นสนุกกับของราคาแพงที่ซื้อมา “เดี๋ยวก่อนค่ะ ยื่นหมูยื่นแมว ขอเงินก่อน รับโอนนะคะ” ++++++++++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
9.3
ราเฟเอล มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลจากอิตาลีเดินทางมาไทยเพื่อทำภารกิจสำคัญเกี่ยวกับอัฐิของมารดาพร้อมวางแผนสร้างเครือข่ายธุรกิจฟอกเงิน กีณรินที่ต้องการเจรจาเรื่องที่ดินของลุงจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงบริการเพื่อเข้าหาเขา แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ใช่ชายแก่แต่เป็นมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ศรัทธาในรัก แม้ราเฟเอลจะพยายามควบคุมเกมความสัมพันธ์นี้เพียงใด ทว่าเขากลับติดบ่วงหัวใจตัวเองเสียเองท่ามกลางพันธะที่ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง อดีตสามีคุกเข่าขอร้องคืนดี
8.3
ตลอดสามปีที่สวีเหยียนทุ่มเทเป็นภรรยาที่ดี เธอกลับได้รับเพียงการดูถูกจากตู้หางจือว่าไม่คู่ควรกับเขา เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงเธอจึงเลือกหย่าขาด ท่ามกลางคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง ทว่าเธอกลับผงาดขึ้นเป็นนักออกแบบระดับโลกและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมการสนับสนุนจากพี่ชายและหนุ่มหล่อมากมายที่รุมล้อม จนอดีตสามีที่เคยเย็นชาต้องกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว แต่เธอยืนหยัดอย่างสง่างามว่าไม่เคยเสียใจที่ทิ้งเขาไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์กว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย รักชั่วนิรันดร์
9.0
โฮว่หลิงเฉินมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาออกคำสั่งไล่ตะเพิดและกำจัดหญิงสาวปริศนาอย่างไม่ใยดี จนกระทั่งผู้ช่วยคนสนิทแจ้งความจริงที่น่าตกใจว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาที่เขาไม่เคยใส่ใจ เมื่อความลับถูกเปิดเผย หลิงเฉินจึงเปลี่ยนท่าทีมาเป็นสามีที่คลั่งรักและคอยตามใจเหนียนหย่าเสวียนในทุกเรื่องอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าท่ามกลางความหวานชื่นและความทะนุถนอมที่เขามอบให้แก่เธอ กลับนำไปสู่จุดจบที่ทุกคนต้องตะลึงนั่นคือการหย่าร้างที่ไม่มีใครเคยคาดฝันมาก่อน