ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​

มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​

ฟ้าเป็นใจให้สินทรผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนุ่มวัย34 มีโอกาสได้เห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของ ดาวใจ สาวน้อยวัย16 ย่าง17 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่เคยทำให้เขาช้ำใจ จึงได้ข้ออ้างมาต่อรองหวังฟันสาวน้อยแล้วทิ้งขว้างเพื่อแก้แค้นพ่อแม่ของเธอ ทว่าฟ้าก็ดันกลั่นแกล้งให้สินทรหลงรักลูกสาวอดีตกิ๊กจนโงหัวไม่ขึ้น ความรักของ น้าสินทรตัวร้าย กับ อีหนูดาวใจตัวแสบ จะสนุกสนาน เสียวซ่าน บันเทิงเริงใจ ฮาลั่นทุ่งกันเพียงไหน ไปติดตามกันเลยจ้า..... “แม่เจ้าโว้ย! อีดาวใจ ข้าเห็นเอ็งมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ตอนนี้หอยเท่าฝ่าตีนข้าแล้วหรือวะเนี่ย” “น้าสินพูดบ้าอะไรเอาผ้าถุงฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องแม่” “ยังกะข้ากลัวแม่กับพ่อเอ็งนิ!” “น้าสิน เอาผ้าถุงมาให้ฉันเถอะเดี๋ยวคนมาเห็น”
ตอน
แชร์

ตอน 2

ดาวใจสาวน้อยวัยใสหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าเอ็นดู ลูกสาวคนเดียวของสำเนียงและดอน ความจริงเธอมีพี่น้องฝาแฝด หากแต่ดวงจิตแฝดผู้พี่นั้นได้ตายจากไปตั้งแต่ยังแบเบาะเพราะว่าร่างกายไม่แข็งแรง

สำเนียงและดอนก็เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับผู้ช่วยสินทรนั่นแหละ ตัวสำเนียงเองเคยกุ๊กกิ๊กกับสินทรหากแต่หล่อนชอบพอดอนมากกว่า พออายุครบ16ปี จึงตกลงออกเรือนไปกับดอน ปล่อยสินทรให้อกหักนอนร้องไห้อยู่เป็นแรมเดือน จากนั้นมาสินทรก็ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน จนคนลือกันว่าสงสัยจะยังรักปักใจกับสำเนียงอยู่

ตกดึกบรรยากาศในหมู่บ้านเงียบสงัด ดาวใจนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอนคิดไม่ตกเรื่องเมื่อกลางวัน "เจ็บใจจริงๆ ไม่น่าพลาดท่าเสียทีให้ผู้ใหญ่ใจหมาอย่างสินทรเลย" มีทางไหนหนอที่พอจะเอาตัวรอดจากสินทรได้

“สาธุ! พี่ดวงจิต มาช่วยฉันด้วยเถอะ ไอ้น้าสินมันคงคิดจะหลอกเจาะกินจาวฉันเป็นแน่” ถึงกับต้องนึกถึงพี่สาวที่ตายจาก

ดาวใจทั้งคิดในใจ ทั้งบ่นพึมพำลำพังเหมือนคนบ้า ใครไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้คงไม่รู้ว่ามันจิตตกแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าสินทรจะนัดไปทำไม แต่ถ้าไม่ไปก็มีหวังได้ออกเรือนกับคนแก่คราวพ่อ

“ให้ตายฉันก็ไม่เอาน้าสินทำผัวหรอก แต่จะทำยังไงวะ” สาวน้อยนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปคิดมาจนเผลอหลับ

ฝั่งสินทรวันนี้ไม่ยอมกลับเข้าไปนอนบ้านใหญ่ ค้างแรมที่เถียงนาอีกคืนหวังจะรอกินตับดาวใจในวันพรุ่ง คิดแล้วก็น้ำลายหก ภาพดาวใจวิ่งนมเด้งดึ่งๆ ทั้งเนินเนื้อโหนกอูมใหญ่กว่าฝ่ามือยังคาตา เวลานี้คงได้แต่หยิบกางเกงในของสาวน้อยวัยแรกแย้มขึ้นมาสูดดมกลิ่นอันสุดแสนรัญจวนไปพลางๆก่อน

ทว่าอานุภาพกลิ่นรัญจวนของสาวแรกรุ่น พิษสงเทียบเคียงยาปลุกกำหนัดอ่อนๆ ปลุกความใคร่ผลักดันท่อนเอ็นกลางกายเบียดผ้าโสร่งตุงขึ้นเป็นลำ เวลานี้ต้องอาศัยมือหยาบหนาสอดเข้าไปใต้ชายผ้านุ่ง เพื่อช่วยบำบัดความใคร่ให้ตนเอง

“อู้ย! อีดาวใจ พรุ่งนี้กูจะเอามึงให้ยับเลยคอยดู อู้ยย....ดาวใจ ขย่มแรงๆ อ๊า........”

ในหัวคนทะลึ่งจินตนาการไปว่าดาวใจกำลังขย่มตอให้ นมเด้งดึ่งๆ อย่างที่เห็นในวันนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเรียกอารมณ์กลัดมันให้พลุ่กพล่าน มือสากๆ ยังบำเรอใคร่ให้ตนไม่หยุดหย่อน สาวไปสาวมาในที่สุดก็เคล้นมันจนสำเร็จสมปรารถนา

“อ๊า......อีดาวใจ มึงทำกูได้....ออกมาชะเยอะเลยลูกพ่อ คงเพราะไม่ได้ออกเสียนาน อูยยยย...... ”

สินทรมองน้ำเมือกสีขาวขุ่นที่พึ่งพุ่งออกจากท่อลำเลียงอันเท่าแขนเด็ก เลอะเปรอะผ้าโสร่งจนเจ้าตัวต้องลุกขึ้นถอดมันกองเอาไว้กับพื้นแล้วหยิบเอาผืนใหม่มาใส่

เสียงไก่ขันดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ปลุกให้ผู้คนขยับตัวตื่นขึ้นมาเตรียมหุงหาข้าวปลาอาหาร บ้างเตรียมตัวออกไปขุดไร่ไถนาทำมาหากินเลี้ยงชีพ บ้างตื่นมาให้อาหารหมูเห็ดเป็ดไก่ในเล้า บ้างก็จูงวัวจูงควายออกไปที่ชายทุ่ง

ดาวใจลุกขึ้นมาช่วยแม่นึ่งข้าวเหนียวและทำกับข้าวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะวันนี้ดอนจะขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์

“รอบนี้พ่อจะไปกี่วันจ๊ะ” ดาวใจเอ่ยถามพ่อผู้ให้กำเนิด

ปกติแล้วการขึ้นเขาไปล่าสัตว์แต่ล่ะครั้ง พวกพรานใช้เวลากันประมาณ 2-5 วัน ถ้าล่าสัตว์ได้เร็วก็จะรีบกลับลงมาที่หมู่บ้าน ด้วยกลัวว่าเนื้อมันจะเน่า แต่ถ้าล่าสัตว์ไม่ได้ก็ต้องนอนค้างแรมอยู่บนภูเขาจนกว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา

“ก็น่าจะประมาณ2-3วัน เตรียมข้าวสารให้พ่อด้วยนะ แล้วปลาร้าบองแม่เอ็งตำเสร็จหรือยัง”

“เสร็จแล้วพี่ เตรียมใส่กระปุกไว้ให้แล้ว เดี๋ยวรอนึ่งข้าวสุกฉันจะย่างเนื้อแห้งให้”

สำเนียงตอบในขณะที่กำลังนั่งผ่าฟืนเติมเชื้อไฟในเตา

“ข้าวสารเท่านี้พอไหมจ๊ะ” ดาวใจยกถุงข้าวสารที่เธอกรอกใส่ถุงเสร็จเรียบร้อยให้พ่อดู

“เอาออกอีกสักนิดก็ได้ เดี๋ยวมันจะหนักเกินไป” ดาวใจเทข้าวสารออกนิดหน่อยตามที่บิดาสั่ง ก่อนจะยกขึ้นให้ดูอีกรอบ

“อืมๆ กำลังดี”

หลังจากเตรียมอุปกรณ์ล่าสัตว์และเตรียมห่อข้าวปลาอาหารเสร็จเรียบร้อย ดอนก็ลาลูกเมียก่อนจะอุ้มไอ้ด่างหมาพรานคู่ใจขับรถเครื่องตรงไปทางภูเขา

ดาวใจจูงควาย4ตัวออกจากคอก แล้วเดินมาหยิบตะกร้าหวายที่แคร่ใต้ต้นชมพู่ ในตะกร้ามีห่ออาหาร ขวดน้ำดื่ม และผ้าคลุม

“ฉันเอาควายออกไปทุ่งก่อนนะจ๊ะแม่”

“แดดมันแรง เอามันไปผูกไว้ตรงที่หญ้าเยอะๆ แล้วก็เข้าไปหลบแดดในเถียงนานะลูก”

“จ้ะแม่”

ช่วงที่ดอนขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์เป็นหน้าที่ของดาวใจต้องพาควายออกไปกินหญ้าในทุ่ง ส่วนสำเนียงต้องขึ้นหูกทอผ้าอยู่บ้านเพราะมีลูกค้าสั่งผ้าไว้เยอะ

ดาวใจเดินจูงควาย4ตัวออกมาจนถึงทุ่งหญ้าใกล้ๆลำธารห้วยโตกโตน มองหามุมหญ้าขึ้นเยอะๆไม่มีร่องรอยวัวควายตัวอื่นเหยียบย่ำแล้วล่ามควายทั้งหมดเอาไว้บริเวณนั้น ล่ามให้ห่างกันหน่อยจะได้ไม่แย่งกันกิน เสร็จแล้วจึงเดินไปที่เถียงนาของตนซึ่งอยู่ไม่ไกล

จากนั้นเด็กสาวก็ผุดลุกผุดนั่ง คิดหาทางเอาตัวรอดจากสินทร

จนกระทั่งพระอาทิตย์ตรงหัวพอดิบพอดี ดาวใจรีบไปเอาควายมากินน้ำที่ลำธาร ก่อนจะล่ามพวกมันเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเอาฟางข้าวมากองไว้ในพวกมันกิน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูกสาวตัวจริงเป็นสัตว์เลี้ยงกลุ่มปลอม
9.3
เหวินชูอี้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฐานะลูกสาวที่ทุกคนเกรงใจ โดยมีฟู่ซีโจวสามีที่เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งและเหวินหลินพี่ชายคอยเอาใจและปกป้องผลประโยชน์ให้เสมอ แม้เหวินเหนียนพี่สาวบุญธรรมจะเตือนให้เธอหัดพึ่งพาตัวเองแต่เธอกลับไม่สนใจ ทว่าโลกของเธอก็พังทลายเมื่อพี่สาวถูกทำร้ายจนโคม่า แต่สามีและพี่ชายที่เธอไว้ใจกลับเลือกช่วยชีวิตฆาตกรแทนที่จะช่วยคนในครอบครัว โดยอ้างบุญคุณในอดีตที่พวกเขามีต่อคนร้ายอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้เธอเผชิญความสิ้นหวังในความรักที่เคยเชื่อมั่นมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
ความสัมพันธ์ระหว่างเล่ย์และลินเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำ เล่ย์แสดงความน้อยใจที่ถูกมองเป็นเพียงเพื่อน พร้อมพาดพิงถึงนพชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของลิน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ลินพยายามอธิบายความจริงว่านพมีเจ้าของแล้ว และตอกกลับเล่ย์ด้วยคำถามที่แทงใจดำว่าเขาอยากข้ามเส้นจากเพื่อนมาเป็นสามีแทนหรือไม่ คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำเอาเล่ย์ถึงกับอึ้ง ท่ามกลางความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ออสตินคือชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าชีวิตของใบพลู เขามักใช้อำนาจกดขี่จนเธอรู้สึกเหมือนคนไร้หัวใจที่ต้องยอมจำนนต่อการเอาเปรียบอยู่เสมอ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเย็นชาและควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่ความจริงแล้วการกระทำที่โหดร้ายเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพราะเขาอยากใกล้ชิดเธอเพียงเท่านั้น ใบพลูต้องทนทุกข์กับความร้ายกาจนี้โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่วายร้ายอย่างเขาจะยอมเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเสียที
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักอาญาอสูร
9.1
กฤตภพยื่นข้อเสนอสามประการเพื่อแลกกับการแต่งงาน ทว่าเงื่อนไขสำคัญคือหญิงสาวต้องผ่านบททดสอบสวาทในคืนนี้ไปให้ได้ ท่ามกลางความหวาดกลัวและแรงปรารถนาที่คุกรุ่น ชายหนุ่มใช้ความเจนจัดเย้ายวนจนเธอไม่อาจต้านทาน ร่างกายที่งดงามและกลิ่นกายหอมหวานทำให้เขาแทบคลั่ง จนพาเธอหลงระเริงไปกับสัมผัสที่เขารังสรรค์ขึ้นอย่างเร่าร้อน เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยไป เธอก็พบว่าตนเองตกอยู่ภายใต้อำนาจของอสูรร้ายผู้แข็งแกร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงปลายเตียงอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย 17+ Married เจ้าสาวสายเคี้ยว
8.2
ชีวิตอิสระของบอลต้องสั่นคลอนเมื่อแม่บังคับให้เขาหมั้นหมายกับเด็กสาววัยเพียงสิบเจ็ดปีที่ถูกส่งมาดูแลเขาถึงที่ แม้เสือผู้หญิงอย่างเขาจะค้านหัวชนฝาและมองว่าเธอเด็กเกินไป แต่เธอกลับยืนกรานจะทำหน้าที่คู่หมั้นตามคำสั่งผู้ใหญ่ บอลจึงตั้งเป้าหมายที่จะกลั่นแกล้งและบีบคั้นสาวน้อยคนนี้ให้ทนไม่ไหวจนต้องยอมถอนหมั้นและออกไปจากชีวิตเขาให้ได้ ทว่าความมุ่งมั่นของเธอกลับทำให้แผนการขับไล่นี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด สงครามประสาทระหว่างพี่ชายสายเคี้ยวกับว่าที่เจ้าสาววัยใสจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต