ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​

มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​

ตอน
แชร์

ตอน 2

ดาวใจสาวน้อยวัยใสหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักน่าเอ็นดู ลูกสาวคนเดียวของสำเนียงและดอน ความจริงเธอมีพี่น้องฝาแฝด หากแต่ดวงจิตแฝดผู้พี่นั้นได้ตายจากไปตั้งแต่ยังแบเบาะเพราะว่าร่างกายไม่แข็งแรง

สำเนียงและดอนก็เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับผู้ช่วยสินทรนั่นแหละ ตัวสำเนียงเองเคยกุ๊กกิ๊กกับสินทรหากแต่หล่อนชอบพอดอนมากกว่า พออายุครบ16ปี จึงตกลงออกเรือนไปกับดอน ปล่อยสินทรให้อกหักนอนร้องไห้อยู่เป็นแรมเดือน จากนั้นมาสินทรก็ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน จนคนลือกันว่าสงสัยจะยังรักปักใจกับสำเนียงอยู่

ตกดึกบรรยากาศในหมู่บ้านเงียบสงัด ดาวใจนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอนคิดไม่ตกเรื่องเมื่อกลางวัน "เจ็บใจจริงๆ ไม่น่าพลาดท่าเสียทีให้ผู้ใหญ่ใจหมาอย่างสินทรเลย" มีทางไหนหนอที่พอจะเอาตัวรอดจากสินทรได้

“สาธุ! พี่ดวงจิต มาช่วยฉันด้วยเถอะ ไอ้น้าสินมันคงคิดจะหลอกเจาะกินจาวฉันเป็นแน่” ถึงกับต้องนึกถึงพี่สาวที่ตายจาก

ดาวใจทั้งคิดในใจ ทั้งบ่นพึมพำลำพังเหมือนคนบ้า ใครไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้คงไม่รู้ว่ามันจิตตกแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าสินทรจะนัดไปทำไม แต่ถ้าไม่ไปก็มีหวังได้ออกเรือนกับคนแก่คราวพ่อ

“ให้ตายฉันก็ไม่เอาน้าสินทำผัวหรอก แต่จะทำยังไงวะ” สาวน้อยนอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไปคิดมาจนเผลอหลับ

ฝั่งสินทรวันนี้ไม่ยอมกลับเข้าไปนอนบ้านใหญ่ ค้างแรมที่เถียงนาอีกคืนหวังจะรอกินตับดาวใจในวันพรุ่ง คิดแล้วก็น้ำลายหก ภาพดาวใจวิ่งนมเด้งดึ่งๆ ทั้งเนินเนื้อโหนกอูมใหญ่กว่าฝ่ามือยังคาตา เวลานี้คงได้แต่หยิบกางเกงในของสาวน้อยวัยแรกแย้มขึ้นมาสูดดมกลิ่นอันสุดแสนรัญจวนไปพลางๆก่อน

ทว่าอานุภาพกลิ่นรัญจวนของสาวแรกรุ่น พิษสงเทียบเคียงยาปลุกกำหนัดอ่อนๆ ปลุกความใคร่ผลักดันท่อนเอ็นกลางกายเบียดผ้าโสร่งตุงขึ้นเป็นลำ เวลานี้ต้องอาศัยมือหยาบหนาสอดเข้าไปใต้ชายผ้านุ่ง เพื่อช่วยบำบัดความใคร่ให้ตนเอง

“อู้ย! อีดาวใจ พรุ่งนี้กูจะเอามึงให้ยับเลยคอยดู อู้ยย....ดาวใจ ขย่มแรงๆ อ๊า........”

ในหัวคนทะลึ่งจินตนาการไปว่าดาวใจกำลังขย่มตอให้ นมเด้งดึ่งๆ อย่างที่เห็นในวันนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเรียกอารมณ์กลัดมันให้พลุ่กพล่าน มือสากๆ ยังบำเรอใคร่ให้ตนไม่หยุดหย่อน สาวไปสาวมาในที่สุดก็เคล้นมันจนสำเร็จสมปรารถนา

“อ๊า......อีดาวใจ มึงทำกูได้....ออกมาชะเยอะเลยลูกพ่อ คงเพราะไม่ได้ออกเสียนาน อูยยยย...... ”

สินทรมองน้ำเมือกสีขาวขุ่นที่พึ่งพุ่งออกจากท่อลำเลียงอันเท่าแขนเด็ก เลอะเปรอะผ้าโสร่งจนเจ้าตัวต้องลุกขึ้นถอดมันกองเอาไว้กับพื้นแล้วหยิบเอาผืนใหม่มาใส่

เสียงไก่ขันดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ปลุกให้ผู้คนขยับตัวตื่นขึ้นมาเตรียมหุงหาข้าวปลาอาหาร บ้างเตรียมตัวออกไปขุดไร่ไถนาทำมาหากินเลี้ยงชีพ บ้างตื่นมาให้อาหารหมูเห็ดเป็ดไก่ในเล้า บ้างก็จูงวัวจูงควายออกไปที่ชายทุ่ง

ดาวใจลุกขึ้นมาช่วยแม่นึ่งข้าวเหนียวและทำกับข้าวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะวันนี้ดอนจะขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์

“รอบนี้พ่อจะไปกี่วันจ๊ะ” ดาวใจเอ่ยถามพ่อผู้ให้กำเนิด

ปกติแล้วการขึ้นเขาไปล่าสัตว์แต่ล่ะครั้ง พวกพรานใช้เวลากันประมาณ 2-5 วัน ถ้าล่าสัตว์ได้เร็วก็จะรีบกลับลงมาที่หมู่บ้าน ด้วยกลัวว่าเนื้อมันจะเน่า แต่ถ้าล่าสัตว์ไม่ได้ก็ต้องนอนค้างแรมอยู่บนภูเขาจนกว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา

“ก็น่าจะประมาณ2-3วัน เตรียมข้าวสารให้พ่อด้วยนะ แล้วปลาร้าบองแม่เอ็งตำเสร็จหรือยัง”

“เสร็จแล้วพี่ เตรียมใส่กระปุกไว้ให้แล้ว เดี๋ยวรอนึ่งข้าวสุกฉันจะย่างเนื้อแห้งให้”

สำเนียงตอบในขณะที่กำลังนั่งผ่าฟืนเติมเชื้อไฟในเตา

“ข้าวสารเท่านี้พอไหมจ๊ะ” ดาวใจยกถุงข้าวสารที่เธอกรอกใส่ถุงเสร็จเรียบร้อยให้พ่อดู

“เอาออกอีกสักนิดก็ได้ เดี๋ยวมันจะหนักเกินไป” ดาวใจเทข้าวสารออกนิดหน่อยตามที่บิดาสั่ง ก่อนจะยกขึ้นให้ดูอีกรอบ

“อืมๆ กำลังดี”

หลังจากเตรียมอุปกรณ์ล่าสัตว์และเตรียมห่อข้าวปลาอาหารเสร็จเรียบร้อย ดอนก็ลาลูกเมียก่อนจะอุ้มไอ้ด่างหมาพรานคู่ใจขับรถเครื่องตรงไปทางภูเขา

ดาวใจจูงควาย4ตัวออกจากคอก แล้วเดินมาหยิบตะกร้าหวายที่แคร่ใต้ต้นชมพู่ ในตะกร้ามีห่ออาหาร ขวดน้ำดื่ม และผ้าคลุม

“ฉันเอาควายออกไปทุ่งก่อนนะจ๊ะแม่”

“แดดมันแรง เอามันไปผูกไว้ตรงที่หญ้าเยอะๆ แล้วก็เข้าไปหลบแดดในเถียงนานะลูก”

“จ้ะแม่”

ช่วงที่ดอนขึ้นภูเขาไปล่าสัตว์เป็นหน้าที่ของดาวใจต้องพาควายออกไปกินหญ้าในทุ่ง ส่วนสำเนียงต้องขึ้นหูกทอผ้าอยู่บ้านเพราะมีลูกค้าสั่งผ้าไว้เยอะ

ดาวใจเดินจูงควาย4ตัวออกมาจนถึงทุ่งหญ้าใกล้ๆลำธารห้วยโตกโตน มองหามุมหญ้าขึ้นเยอะๆไม่มีร่องรอยวัวควายตัวอื่นเหยียบย่ำแล้วล่ามควายทั้งหมดเอาไว้บริเวณนั้น ล่ามให้ห่างกันหน่อยจะได้ไม่แย่งกันกิน เสร็จแล้วจึงเดินไปที่เถียงนาของตนซึ่งอยู่ไม่ไกล

จากนั้นเด็กสาวก็ผุดลุกผุดนั่ง คิดหาทางเอาตัวรอดจากสินทร

จนกระทั่งพระอาทิตย์ตรงหัวพอดิบพอดี ดาวใจรีบไปเอาควายมากินน้ำที่ลำธาร ก่อนจะล่ามพวกมันเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเอาฟางข้าวมากองไว้ในพวกมันกิน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)
9.8
รุจาภาจำต้องก้าวเข้าสู่กรงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงสำส่อนไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักเธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ของพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะปราบพยศเธอด้วยความแค้น แม้รุจาภาจะปากร้ายและดื้อรั้นเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะสั่งสอนยัยเด็กแสบคนนี้ให้สำนึกในฐานะทาสแห่งไร่กันตา การปะทะกันระหว่างเสือร้ายกับหญิงสาวผู้ไม่ยอมคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางไฟสวาทที่แผดเผาทุกสิ่ง
หน้าปกนวนิยาย ชิงรัก
9.8
ชเนตตีวางแผนแย่งชิงไอศูรย์มาจากน้องสาวต่างมารดาด้วยความอิจฉา เธอตั้งใจวางยานอนหลับเพื่อจัดฉากว่ามีความสัมพันธ์กัน ทว่าความผิดพลาดทำให้ยาที่ใช้กลายเป็นยาปลุกกำหนัดแทน จนเกิดความสัมพันธ์ทางกายขึ้นจริง แม้เธอจะได้แต่งงานกับเขาตามที่หวัง แต่ชีวิตคู่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน เมื่อไอศูรย์สงสัยในพฤติกรรมและคาดคั้นความจริงจากเธอด้วยความโกรธแค้น ท่ามกลางความกดดัน ชเนตตีพยายามปฏิเสธและปกปิดความลับนี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถเพื่อรักษาตำแหน่งภรรยาของเขา
หน้าปกนวนิยาย งานแต่งในฝัน สุดท้ายก็ต้องจบลง
9.8
เซี่ยชูเสี่ยวในวัยสิบแปดเคยฝันถึงงานแต่งที่สมบูรณ์แบบกับชายที่รัก ทว่าในวัยยี่สิบห้า เธอกลับถูกมู่ชิงเหย่เหยียดหยามว่าเป็นเพียงแม่ค้าขายปลาที่น่ารังเกียจ ความโหดร้ายถึงขีดสุดเมื่อเขาทำลายชีวิตคุณยายของเธอเพื่อไปหาหญิงใหม่ ทำให้เธอตาสว่างว่ารักนี้พังทลายลงนานแล้ว เมื่ออายุยี่สิบแปด โชคชะตาพาเธอไปพัวพันกับศัตรูคู่อาฆาตของมู่ชิงเหย่ ความสัมพันธ์บนเตียงที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงแผนการชั่วคราว กลับกลายเป็นพันธะรักที่จะผูกมัดชีวิตของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เมื่อตัวประกอบทะลุมิติมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียวยุค 80's
9.3
หลินเหยาซื่อประสบอุบัติเหตุในปี 2023 แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างหญิงสาวชื่อเดียวกันช่วงปี 1980 พร้อมบทบาทคุณแม่ลูกแฝดวัยสามขวบ เมื่อกั๋วคังเหรินผู้เป็นสามีที่เคยหายสาบสูญเดินทางกลับมา เขากลับพบว่าภรรยาจดจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความสับสนเหยาซื่อพยายามเอ่ยปากขอหย่าขาดจากเขาเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยจุมพิตที่เผ็ดร้อนและคำประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่มีวันยอมให้การแยกทางเกิดขึ้นระหว่างเราสองคนอย่างเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวเพรียบพร้อมของ CEO: ข้อตกลงกับปีศาจในคราบมนุษย์
9.1
สวี่ซู่ถูกมองว่าเป็นหญิงเจ้าเสน่ห์ผู้ไร้หัวใจและชอบแย่งชิงสามีคนอื่น ท่ามกลางคำครหาเธอกลับเข้าพิธีวิวาห์กับกู้หยู่ซู ทายาทตระกูลดังผู้ทรงอิทธิพลและรักสนุก หลายคนต่างสบประมาทว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงการตกลงเพื่อผลประโยชน์ชั่วคราว ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อกู้หยู่ซูผู้แสนเย็นชาถึงกับหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักจากเธอต่อหน้าผู้คนในงานเลี้ยง แผนการที่เขาซ่อนไว้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาถลำลึกในบ่วงรักนี้มานานเพียงใด
หน้าปกนวนิยาย อุบายรักบำเรอมาร
9.5
เมื่อขวัญชีวาถูกชายที่ทำร้ายเธออย่างแสนสาหัสกลับมาเรียกร้องขอรอยยิ้มอย่างหน้าไม่อาย ความอดทนของเธอจึงถึงจุดสิ้นสุด เธอจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกสมเพชในความไร้จิตสำนึก ทั้งที่สิ่งที่เขาเคยทำกับเธอนั้นเลวร้ายเกินกว่าจะได้รับสิทธิ์แม้เพียงแค่การมองหน้ากันด้วยซ้ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดในอดีตที่ยังคงฝังรากลึก เธอต้องเผชิญหน้ากับความกล้าหน้าทนของคนใจร้ายที่พยายามกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งโดยไม่สำนึกถึงความผิดที่ตนเองได้ก่อไว้เลยแม้แต่น้อย