ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​

มนต์​รัก​โรมานซ์​ฉบับ​บ้าน​ทุ่ง​

ฟ้าเป็นใจให้สินทรผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนุ่มวัย34 มีโอกาสได้เห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของ ดาวใจ สาวน้อยวัย16 ย่าง17 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่เคยทำให้เขาช้ำใจ จึงได้ข้ออ้างมาต่อรองหวังฟันสาวน้อยแล้วทิ้งขว้างเพื่อแก้แค้นพ่อแม่ของเธอ ทว่าฟ้าก็ดันกลั่นแกล้งให้สินทรหลงรักลูกสาวอดีตกิ๊กจนโงหัวไม่ขึ้น ความรักของ น้าสินทรตัวร้าย กับ อีหนูดาวใจตัวแสบ จะสนุกสนาน เสียวซ่าน บันเทิงเริงใจ ฮาลั่นทุ่งกันเพียงไหน ไปติดตามกันเลยจ้า..... “แม่เจ้าโว้ย! อีดาวใจ ข้าเห็นเอ็งมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ตอนนี้หอยเท่าฝ่าตีนข้าแล้วหรือวะเนี่ย” “น้าสินพูดบ้าอะไรเอาผ้าถุงฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องแม่” “ยังกะข้ากลัวแม่กับพ่อเอ็งนิ!” “น้าสิน เอาผ้าถุงมาให้ฉันเถอะเดี๋ยวคนมาเห็น”
ตอน
แชร์

ตอน 3

“น้าสิน! น้าสิน.....” ดาวใจเดินทอดน่องมาจนถึงเถียงนาของสินทร ซึ่งอยู่ห่างจากเถียงนาของเธอประมาณ1กิโลเมตรแล้วจึงร้องเรียกหาคนเจ้าเล่ห์

เถียงนาน้อยคอยรักของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสินทร ใหญ่โตเกือบเท่าบ้านหลังหนึ่งเลยก็ว่าได้ ใหญ่ที่สุดในบรรดาเถียงนาของคนแถบนี้

“มาแล้วหรือ......อีดาวใจของน้า แหมมาตรงเวลาดีซะด้วยนะเอ็ง ไม่อยากแต่งงานกับข้าขนาดนั้นเชียวหรือวะ”

น้ำเสียงแป้นแล่นของสินทรดังออกมาจากด้านในเถียง ก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่หน้าออกมารับแม่สาวน้อยหอยใหญ่เนื้อนมเยอะ

“ใครจะอยากแต่งงานกับคนแก่คราวพ่อ! ฉันมาแล้ว น้ามีอะไรก็พูดมา ฉันจะรีบกลับไปดูควาย” สาวน้อยพูดจาห้วนๆ หน้าตาบอกบุญไม่รับ

“เออ! คำก็แก่สองคำก็แก่นะมึงนะ เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวมึงจะได้ร้อง ขึ้นมานี่! ” สินทรไม่ชอบใจนักที่โดนดาวใจด่าว่าแก่กรอกหูอยู่บ่อยๆ

ดาวใจจำใจต้องเดินขึ้นกระไดไปบนเถียงนา ตามที่สินทรสั่ง พอขึ้นไปถึงชาน สินทรก็รีบคว้าตัวเธอพาเข้ามาในเถียง ทั้งกอดทั้งหอมทั้งปลุกประโลมขณะที่ดาวใจยังไม่ทันตั้งตัว

“อ๊าย! น้าสิน ปล่อยฉันนะ น้าทำอะไรเนี่ย บ้าที่สุดเลย” ดาวใจดิ้นจนหลุดจากอ้อมแขนกำยำล่ำเป็นสันนั้น

“อ้าว! อีนี่ กูก็จะรีบเอาให้เสร็จๆ มึงจะได้กลับไปดูควายมึงไง”

“เอาบ้าเอาบออะไรน้าสิน! อย่าทำบ้าๆนะ”

ดาวใจเริ่มน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะร้องไห้ออกมาในที่สุด

สินทรลืมไปว่าดาวใจพึ่งจะอายุ16-17 คงยังไม่ประสีประสา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นอะไร

“อีดาวใจ....นี่เอ็งไม่รู้จริงๆเหรอว่าข้าให้เอ็งมาทำไม” น้ำเสียงเริ่มแผ่วหวานยิ่งกว่าน้ำตาลอ้อย

“ใครจะไปรู้ ก็น้าบอกให้ฉันมา” ดาวใจรู้อยู่เต็มอก แต่แกล้งไร้เดียงสาเพื่อเอาตัวรอด

“โถๆ เด็กหนอเด็ก ที่น้าเรียกเอ็งมาก็เพราะว่าน้าจะเอาเอ็งไง เอากันแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำ เอ็งจะมีความสุข น้าก็มีความสุข พอเอากันเสร็จก็จบ! น้าก็จะลืมเรื่องที่น้าเห็นหอยเอ็งเมื่อวานไง ดีไหม? ”

คิดว่าดาวใจคงหัวอ่อน หลอกง่าย สินทรจึงพยายามหว่านล้อมให้สาวน้อยเต็มใจแต่โดยดี

“ไม่!” ดาวใจเสียงแข็ง หาได้โอนอ่อนตามที่สินทรคาดเอาไว้

!!!!

“เอ๊ะ อินี่! หรือเอ็งอยากจะให้ข้าเอาเรื่องเมื่อวานไปโพทนา” สินทรยังถือไพ่เหนือกว่า

“ก็ไม่!” ดาวใจเล่นแง่สุดๆ

“ถ้าไม่อยากให้ข้าเอาเรื่องเมื่อวานไปบอกใคร ก็ถอดเสื้อผ้าของเอ็งออกให้ข้าเอาเสียดี ๆ อย่าโยกโย้” สินทรเริ่มรำคาญในน้ำเสียงมีน้ำโห

!!!

“ไม่!” ดาวใจยังดื้อดึง สินทรเหลืออดจึงปรี่เข้าปลุกปล้ำเสียให้จบๆ หากแต่ดาวใจขัดขืนกัดแขนสินทรจมเขี้ยว

“โอ๊ย! อีดาวใจ มึง!” ด้วยความเจ็บจนลืมตัว สินทรง้างมือหมายจะตบ

!!!

“เอาสิน้าสิน! ถ้าน้าทำอะไรฉันหรือขืนใจฉัน ฉันจะร้องให้ลั่นทุ่งเลย คราวนี้คนก็จะแห่มา ฉันจะบอกกำนันเสริมกับผู้ใหญ่เภาว่า น้าฉุดฉันมาที่นี่แล้วก็ปลุกปล้ำฉัน ฉันจะเอาน้าสินเข้าตาราง!”

“อีดาวใจนี่มึง! มึงกล้าขู่กูรึ เออ! งั้นมึงกลับไปเลย ไสหัวไปให้พ้นเลยอีเด็กเวร แล้วค่อยดู....เย็นนี้เรื่องที่กูเห็นหอยเห็นนมมึง ได้กระจายไปทั่วตำบลแน่ มึงเตรียมตัวเข้าพิธีผูกข้อมือเป็นเมียกูได้เลย”

สินทรถึงกับปวดขมับเมื่อเจอฤทธิ์ดาวใจ เด็กสาวไม่ใช่โง่เง่าหลอกง่ายอย่างที่เขาคิด หากแต่ฉลาดและหัวไวอย่างกับลิง

“น้าสิน.... ใจเย็นๆ ฉันก็ไม่ได้ว่าจะไม่ยอมน้านะ แต่น้าต้องให้เวลาฉันหน่อย น้าลองทำให้ฉันยอมน้าแต่โดยดีสิ ไม่ใช่มาใช้กำลังปลุกปล้ำฉันแบบนี้”

ถ้ายืดเวลาออกไปได้ วันข้างหน้าอาจจะหาเรื่องหรือสืบหาความลับอะไรของสินทรมาเป็นข้อต่อรองได้

“ยังไงของเอ็ง! อีลิงหลอกเจ้า เอ็งจะมาไม้ไหนอีก ไสหัวไปเลย ข้ารำคาญเอ็งเหลือทนแล้ว” สินทรว่าแล้วก็ผลักดันร่างบางให้ออกไปที่นอกชาน

“น้าๆ น้าสิน.... ฟังฉันก่อน อย่าพึ่งหงุดหงิดสิน้า ฉันยังเด็กอยู่นะ น้าน่ะอาบน้ำร้อนมาก่อนฉันตั้งนาน น้าจะทำให้ฉันยอมน้าแต่โดยดีไม่ได้เลยหรอจ๊ะ นะ! คุยกันดีดี”

“คุยดีดียังไงวะ นี่ข้าก็ไม่ได้จะแทงๆ เสียบๆ เลยนะโว้ย ข้าจะกอดจะจูบ จะหอม จะดูด จะเลียให้จนกว่าเอ็งจะพอใจเลย มาสิ มานี่!” สินทรฟันกัดพูด พลางดึงแขนดาวใจเข้าไปข้างในอีกรอบ หากแต่ดาวใจรั้งเอาไว้

“ไม่ใช่อย่างงั้นน้า! ถ้าอย่างงั้นมันจะไปมีอารมณ์อะไร มันก็เท่ากับน้ายัดเหยียดให้ฉันนะ น้าสอนฉันก่อนสิ ทำให้ฉันมีอารมณ์อย่างว่า...... เล่านิทานให้ฉันฟังก็ได้ นิทานจากหนังสือปลุกใจที่พวกน้าๆ อ่านกันไง ฉันก็เคยอยากอ่านนะ แต่แม่ด่า! น้าลองเล่าให้ฉันฟังสิ ถ้าฉันมีอารมณ์เมื่อไหร่ ฉันจะยอมให้น้าเอง”

สินทรนิ่งคิดอยู่สักพักก็รับข้อเสนอของดาวใจ คิดว่าถ้าเล่านิทานเสียวสวาทให้ฟัง สาวน้อยคงใคร่กระสันจนยอมมานอนถ่างขาต่อหน้าให้เขาเสพสุขอย่างเต็มใจในที่สุด แบบนั้นคงจะรู้สึกดีไม่น้อย รีบกินไปมันไม่อร่อย ต้องค่อยๆละเลียดเลียลิ้มชิมรสหวานตอดกินไปนานๆ

“ก็ได้! งั้น.....ข้าขอคิดหาเรื่องเด็ดๆก่อน ระหว่างนี้เอ็งเอาผ้ากองนั้นไปซักให้ข้าทีไป”

สินทรชี้ไปที่กองผ้าโสร่งที่เขาทำน้ำรักเปื้อนใส่เมื่อคืนนี้ ในกองนั้นมีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วอยู่หลายตัว ทั้งผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า เสื้อกล้าม หรือแม้แต่กางเกงในชาย

“อะไรอ่ะ! ฉันไม่ใช่ขี้ข้าน้านะ” ดาวใจโวยวาย

“จะทำไม่ทำ!”

“ก็ได้ๆ” ดาวใจหน้างอมองหาตะกร้าก่อนจะหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นขึ้นมา

“อี้! กางเกงใน!”

สาวน้อยหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นกางเกงในของสินทรรวมอยู่ในกองผ้าด้วย

“เออ! เอาไปซักให้หมดเลย ซักให้สะอาดๆนะโว้ย ล้างออกดีดีด้วยข้าแพ้แฟ้ม!”

คนที่ตกอยู่ในสถานะจำยอม ก้มหน้าก้มตาเก็บผ้าใส่ตะกร้าท่าทางกระฟัดกระเฟียด

“ทุเรศที่สุดเลย....” ดาวใจบ่นในลำคอ หน้าง้ำหน้างอระหว่างเดินเอาเสื้อผ้าไปซักที่ห้วย

ถึงจะรังเกียจแค่ไหนก็จำใจต้องซักให้แต่โดยดี เพราะตอนนี้ไม่มีสิทธิ์จะต่อรองอะไรมาก แค่สินทรยอมรับข้อเสนอไม่รีบร้อนเจาะไข่แดงเธอก็ถือว่าดีถมเถ

“เสื้อผ้าก็สกปรก! คราบอะไรก็ไม่รู้ อี๋!” ซักไปก็บ่นไป

ผ่านไปชักพักก็ซักผ้าได้เกือบหมด เหลือกางเกงในชายตัวขนาดพอเหมาะเมื่อพิจารณาดูแล้ว ตรงเป้าผ้ายืดย้วยออกมามากกว่าบริเวณอื่น ดาวใจเผลอคิดไปถึงขนาดท่อนเอ็นของสินทร

ครั้นพอรู้ตัวสาวน้อยก็หน้าแดงก่ำ!!

“บ้า! คิดอะไรเนี่ย บ้าๆๆ!” ดาวใจรีบขยี้ๆ ก่อนเอาผ้าทั้งหมดล้างน้ำจนสะอาด

“อ้าวซักเสร็จรึยัง! ผ้าแค่นั้นเอ็งจะซักถึงพรุ่งนี้เลยรึไง” เสียงสินทรโวยวายดังมาจากในเถียง

“จ้ะ! เสร็จแล้วจ้ะ จะไปตากเดี๋ยวนี้ล่ะจ้ะ” สาวน้อยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนจะด่าทอเบาๆในลำคอ

“ไอ้แก่! ไอ้ลามกจกเปรต”

ตากผ้าเสร็จเรียบร้อยดาวใจจึงเดินขึ้นไปบนเถียงนา

“เสร็จแล้วก็เข้ามาในนี้.....” สินทรหมายถึงให้ดาวใจเข้าไปในเถียง 

สาวน้อยทำใจดีสู้เสือพาร่างบางเข้าไปในเถียงอย่างว่าง่าย

“มานี่มา.....” 

สินทรประคองให้ดาวใจนั่งลงบนเสื่อผืนไม่เล็กไม่ใหญ่

“ข้าพร้อมแล้วที่จะเล่านิทานเสียวสวาทของไอ้หนุ่มบ้านนอกกับอีสาวบ้านนาให้เอ็งฟัง ถ้าฟังแล้วเอ็งอยาก.......ขึ้นมาก็บอกนะ ข้าจะช่วย......”

สินทรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายตาเจ้าเล่ห์แสนกลปนหื่น ว่าแล้วก็ดึงโสร่งเลิกขึ้น เปิดท่อนเอ็นปูดบวมที่กำลังแข็งตัวใหญ่เท่าแขนเด็กให้สาวน้อยดูเป็นขวัญตา

!!!!

“ว๊าย! น้าสิน นั่นอะไรอ่ะ”

เห็นอย่างนั้นดาวใจก็รีบยกสองมือขึ้นมาปิดตาเอาไว้ทันที สาวน้อยใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะจะโคน ร้อนๆ หนาวๆ คล้ายจะเป็นไข้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

แต่ครั้นจะปิดตาไปเลยก็อยากเห็น แต่พอได้เห็นก็กลัวจนไม่กล้าจะมอง

“เปิดตามาดูเถอะน๊า เอ็งจะได้รู้เรื่อง นี่เขาเรียกว่าไอ้จู๋ ถ้าข้าเล่าว่าไอ้จู๋ ข้าหมายถึงท่อนเอ็นอันนี้แหละ แต่ถ้าข้าพูดว่าหอย ข้าหมายถึงอันนี้ของเอ็ง”

ไม่พูดเปล่าเอื้อมมือไปจับองค์ประกอบการเล่าเรื่องตรงเนินเนื้ออวบอูมกลางหว่างขาเรียว จนเจ้าของมันที่นั่งพับเพียบอยู่สะดุ้งตัวสั่น รีบถอยห่างออกไป.......

“อุ๊ย! น้าสิน คนทุเรศ!” ดาวใจมองคนตรงหน้าราวกับจะกัดจะกิน

โคแก่คิดในใจ ถอยห่างไปก่อนเถอะอีดาวใจเอ๊ย เดี๋ยวไม่นานเอ็งต้องมานอนถ่างหอยให้ข้าแน่ๆ หึหึ!

“ข้าก็บอกให้เอ็งรู้ไง!!! เดี๋ยวฟังแล้วไม่เข้าใจก็มาถามอีก” จะหลอกจับของเด็กมันนั่นแหละแต่เฉไฉ

“เออ! ฉันรู้แล้ว รีบปิด......ไอ้จู๋ของน้า! แล้วก็รีบเล่ามาเถอะ อยากจะเล่าอะไรก็เล่า ฉันจะรีบกลับไปดูควาย”

ดาวใจขยับมานั่งตั้งตัวใหม่อีกรอบ หลังจากสินทรดึงผ้าโสร่งมาคลุมส่วนของความเป็นชายนั้นเอาไว้

“อ่ะๆๆ ข้าจะเล่าแล้วนะ ตั้งใจฟังล่ะ”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูกสาวตัวจริงเป็นสัตว์เลี้ยงกลุ่มปลอม
9.3
เหวินชูอี้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฐานะลูกสาวที่ทุกคนเกรงใจ โดยมีฟู่ซีโจวสามีที่เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งและเหวินหลินพี่ชายคอยเอาใจและปกป้องผลประโยชน์ให้เสมอ แม้เหวินเหนียนพี่สาวบุญธรรมจะเตือนให้เธอหัดพึ่งพาตัวเองแต่เธอกลับไม่สนใจ ทว่าโลกของเธอก็พังทลายเมื่อพี่สาวถูกทำร้ายจนโคม่า แต่สามีและพี่ชายที่เธอไว้ใจกลับเลือกช่วยชีวิตฆาตกรแทนที่จะช่วยคนในครอบครัว โดยอ้างบุญคุณในอดีตที่พวกเขามีต่อคนร้ายอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้เธอเผชิญความสิ้นหวังในความรักที่เคยเชื่อมั่นมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
ความสัมพันธ์ระหว่างเล่ย์และลินเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำ เล่ย์แสดงความน้อยใจที่ถูกมองเป็นเพียงเพื่อน พร้อมพาดพิงถึงนพชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของลิน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ลินพยายามอธิบายความจริงว่านพมีเจ้าของแล้ว และตอกกลับเล่ย์ด้วยคำถามที่แทงใจดำว่าเขาอยากข้ามเส้นจากเพื่อนมาเป็นสามีแทนหรือไม่ คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำเอาเล่ย์ถึงกับอึ้ง ท่ามกลางความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
หน้าปกนวนิยาย รักวุ่น ๆ ของนายวายร้าย (ออสติน)
9.8
ออสตินคือชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าชีวิตของใบพลู เขามักใช้อำนาจกดขี่จนเธอรู้สึกเหมือนคนไร้หัวใจที่ต้องยอมจำนนต่อการเอาเปรียบอยู่เสมอ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเย็นชาและควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเพื่อประชดประชัน แต่ความจริงแล้วการกระทำที่โหดร้ายเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีแสดงออกที่ผิดเพี้ยนเพราะเขาอยากใกล้ชิดเธอเพียงเท่านั้น ใบพลูต้องทนทุกข์กับความร้ายกาจนี้โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า เมื่อไหร่ที่วายร้ายอย่างเขาจะยอมเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมาเสียที
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักอาญาอสูร
9.1
กฤตภพยื่นข้อเสนอสามประการเพื่อแลกกับการแต่งงาน ทว่าเงื่อนไขสำคัญคือหญิงสาวต้องผ่านบททดสอบสวาทในคืนนี้ไปให้ได้ ท่ามกลางความหวาดกลัวและแรงปรารถนาที่คุกรุ่น ชายหนุ่มใช้ความเจนจัดเย้ายวนจนเธอไม่อาจต้านทาน ร่างกายที่งดงามและกลิ่นกายหอมหวานทำให้เขาแทบคลั่ง จนพาเธอหลงระเริงไปกับสัมผัสที่เขารังสรรค์ขึ้นอย่างเร่าร้อน เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยไป เธอก็พบว่าตนเองตกอยู่ภายใต้อำนาจของอสูรร้ายผู้แข็งแกร่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงปลายเตียงอย่างสมบูรณ์
หน้าปกนวนิยาย 17+ Married เจ้าสาวสายเคี้ยว
8.2
ชีวิตอิสระของบอลต้องสั่นคลอนเมื่อแม่บังคับให้เขาหมั้นหมายกับเด็กสาววัยเพียงสิบเจ็ดปีที่ถูกส่งมาดูแลเขาถึงที่ แม้เสือผู้หญิงอย่างเขาจะค้านหัวชนฝาและมองว่าเธอเด็กเกินไป แต่เธอกลับยืนกรานจะทำหน้าที่คู่หมั้นตามคำสั่งผู้ใหญ่ บอลจึงตั้งเป้าหมายที่จะกลั่นแกล้งและบีบคั้นสาวน้อยคนนี้ให้ทนไม่ไหวจนต้องยอมถอนหมั้นและออกไปจากชีวิตเขาให้ได้ ทว่าความมุ่งมั่นของเธอกลับทำให้แผนการขับไล่นี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด สงครามประสาทระหว่างพี่ชายสายเคี้ยวกับว่าที่เจ้าสาววัยใสจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต