
ทรายซ่อนเหลี่ยม
ตอน 3
นางปีบมองหน้าแล้วถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปาก “ร้านขนมคงต้องปิดแล้วล่ะพี่ ฉันหมดทุนจะทำต่อแล้ว เงินเก็บมีนิดหน่อยก็ต้องเอาไว้เป็นค่าเรียนค่าใช้จ่ายของตาป้อง เดือนๆ หนึ่งก็มากโขอยู่”
“อะไรกันเลิกเสียง่ายๆ แบบนี้นะหรือ เสียดายฝีมือ” นางอิ่มพ้อ รู้สึกใจหายไม่น้อยที่ตนเองจะต้องตกงานขาดรายได้ไปด้วย
“ก็ไม่เลิกเสียทีเดียวหรอกพี่ ยังทำส่งร้านส่งโรงแรมและตามงานที่เขาสั่ง ถึงจะนานๆ ครั้งก็ยังดีกว่าทำไปแล้วทุนหายกำไรหด ฉันต้องขอโทษพี่ด้วยนะจ้ะที่จะต้องเลิกจ้างพี่ ฉันจะให้เงินเดือนพี่สามเดือนเอาไว้ทำทุนค้าขายหรืออะไรก็ตามใจพี่ จะให้มากกว่านี้ฉันไม่มี คิดเสียว่าช่วยๆ กันไปนะพี่อิ่ม” เสียงนางปีบสะท้านสั่นไหว ไม่เคยมียามใดที่นางรู้สึกสะท้อนใจเท่ากับเวลานี้อีกแล้ว การตัดสินใจปิดร้านขนมที่เคยทำรายได้จุนเจือครอบครัวมา กว่ายี่สิบปี เรียกได้ว่าเกือบเท่าอายุของปกป้องบุตรชายคนโตที่กำลังศึกษาปริญญาโทอยู่ต่างประเทศเสียอีก มันเป็นมากกว่าคำว่าใจหายเสียด้วยซ้ำ
“ขอบใจนะที่มีน้ำใจ ไม่มีงานฉันก็คงลำบาก แต่ก็จะลองหางานไปเรื่อยๆ อาจมีร้านที่หาลูกจ้างขายของในตลาด แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็คงปลูกผักปลูกหญ้าไปพลางๆ จะรอลูกรอผัวมาเลี้ยงก็คงไม่ไหว ยิ่งศจีลูกสาวฉันมันก็มีความรู้แค่หางอึ่งต้องทำงานโรงงานเงินเดือนก็น้อยแค่หาใส่ปากท้องมันเองไม่ต้องมาเป็นภาระฉันก็พอแล้ว จะว่าไปมันก็ยังดีกว่าพวกร่ำเรียนจบปริญญามาแล้วนั่งงอมืองอเท้าเกาะพ่อแม่กินเป็นไหนๆ ว่าไหมจ้ะ” นางอิ่มขอความเห็นยิ้มอย่างมีเลศนัย และยิ้มกว้างเมื่อก้มหน้าก้มตาบรรจุขนมใส่กล่องพลาสติกต่อ หลังเห็นใบหน้าเจื่อนๆของนางปีบที่กำลังจะกลายเป็นอดีตนายจ้าง
นางปีบรู้สึกแปลบใจกับความนัยของลูกจ้างที่กำลังจะเลิกจ้างของตน รู้ดีว่านางอิ่มตั้งใจพาดพิงไปถึงปิ่นปักลูกสาวคนเล็กของตนที่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว แต่ยังหางานทำเป็นหลักแหล่งไม่ได้ ปิ่นปักไม่ใช่คนหยิบโหย่งเหยาะแหยะ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ เพียงแต่สภาวะการแข่งขันที่สูง ตำแหน่งงานที่น้อยกว่าบัณฑิตจบใหม่รวมถึงพวกว่างงานสะสมมาจากปีก่อน ทำให้จนล่วงมาสองปีแล้วที่ปิ่นปักยังหางานทำไม่ได้ แต่ใช่ว่าลูกสาวของตนจะงอมืองอเท้าอย่างที่กำลังถูกแขวะ ปิ่นปักช่วยหยิบจับทุกอย่างทั้งงานบ้านงานเรือน ทำขนมขายขนมหรือแม้แต่เก็บผักเก็บหญ้าข้างบ้านไปขายเพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงมากขึ้นตามชั้นเรียนของปกป้องพี่ชาย นางปีบเองก็หวังว่าเงินเก็บที่มีอยู่จะพอเป็นค่าเล่าเรียนจนปกป้องจบการศึกษา และมีงานดีๆ ทำในวันข้างหน้า
“แล้วจะเลิกร้านเมื่อไหร่ละ” หลังปล่อยให้ความเงียบแสดงบทบาทอยู่พักใหญ่นางอิ่มก็ถามขึ้น ผู้เป็นนายหันกลับมามองเห็นคนถามนั้นกำลังหยิบถาดที่ตักขนมออกจนหมดแล้วไปตรงอ่างล้างจาน
“จะค่อยๆ บอกลูกค้า น่าจะปิดสิ้นเดือนนี้แหละพี่ แต่พี่ไม่ต้องมาช่วยหรอก ฉันทำแต่น้อยยายปิ่นพอเป็นลูกมือได้” นางปีบบอกอย่างมีน้ำใจ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วบอก “วางไว้เถอะพี่อิ่ม เดี๋ยวฉันล้างเอง”
“ขอบใจนะ อย่างนั้นฉันกลับก่อนละ เผื่อว่าศจีมันกลับมาไวจะได้กินขนม แต่เด็กสาวๆ สมัยนี้มันไม่ค่อยกินขนมหวานหรอก มันกลัวอ้วน” นางอิ่มรีบวางมือจากการล้างถาดขนมเสียทันที ก่อนจะกลับมาหยิบกล่องขนมแล้วเดินออกไปจากเรือน
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffd693215001834806830389145/SDqCdDVHjZ8A.webp!15491.webp)



