ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย BADBOYสอนรัก

BADBOYสอนรัก

หวันยิหวาแอบเก็บงำความรู้สึกที่มีต่อพีเค เพื่อนสนิทของพี่ชายเธอมาอย่างยาวนาน ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอพร้อมทุ่มเทและมอบให้เขาได้ทุกอย่างเพียงเพื่อให้ชายหนุ่มมีความสุข แม้ว่าความปรารถนาดีนั้นจะหมายถึงการที่เธอต้องยอมเฉือนหัวใจตัวเองเพื่อเสียสละคนรักให้ไปครอบครองคู่กับคนอื่นก็ตาม เรื่องราวความรักข้างเดียวที่เต็มไปด้วยความยอมจำนนและหยาดน้ำตาของหญิงสาวผู้ยอมทำทุกทางเพื่อคนที่เธอรักสุดหัวใจ แม้สุดท้ายเธออาจไม่ใช่นางเอกในชีวิตเขาก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 3

14:00น.

มหาลัยER…

คณะวิศวกรรมศาสตร์….

ลานเกียร์ วิศวะ

ยี่หวา หวันยิหวา….

พรึบ

“นี่….”

“หืม…?”ฉันหันไปมองยังต้นเสียงและแรงสะกิดไหล่ฉันจากคนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวฉันแต่คนละแถวซึ่งเเถวเราอยู่ติดกัน ก็เจอเข้ากับผู้หญิงหน้าตาดีผิวขาวใสแก้มอมชมพูริมฝีปากสีชมพูระเรื่อมัดผมลอนสีน้ำตาลของเธอรวบไว้เป็นหางม้าพร้อมกับผูกโบว์สีขาวไว้ที่ยางมัดผม เธอจัดเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งน่ารักไปในตัว ลักยิ้มที่แก้มซ้ายของเธอยิ่งดูยิ่งมีเสน่ห์

“หวัดดี^_^”เธอยิ้มให้ฉันและยกมือขึ้นมาโบกทักทายฉัน ฉันนั่งที่ตรงนี้ประจำทุกครั้งที่ประชุมเชียร์ไม่เคยเห็นเธอเลยน่ะ

“หวัดดี^_^”ฉันยกมือโบกทักทายเธอกลับไปพลางยิ้มให้เธอไปด้วย

“เราชื่อใยไหมนะ…เรียกว่าไหมเฉยๆก็ได้^_^”เธอว่าพลางยกป้ายชื่อที่เธอแขวนคออยู่ให้ฉันดูด้วยท่าทางสดใส

“จ้า…เราชื่อหวันยิหวานะ…เรียกว่ายี่หวาเฉยๆก็ได้^_^”ฉันเองก็เอ่ยบอกเธออย่างแนะนำตัวเองกลับไปให้เธอได้รู้จักกันแบบที่ฉันได้รู้จักเธอ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ…ยี่หวา^_^”ใยไหมยิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตร ฉันก็พยักหน้าและยิ้มให้เธอกลับไป ก่อนที่เราทั้งคู่จะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ก็มีผู้ชายในชุดเสื้อช็อปสีแดงออกเลือดหมูเดินเอามือไขว้หลังเข้ามาในลานกว้างของคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งนี้ ทันใดนั้นเสียงพูดคุยของเด็กปีหนึ่งที่พูดคุยกันเสียงจ้อกแจ้กจอแจอยู่เมื่อครู่ก็พากันเงียบกริบลงทันทีเหมือนเราทั้งหมดได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

พรึบ

“สวัสดีครับ!”เสียงตะโกนของพี่ว๊ากเปิดฉากเอ่ยทักทายพวกเราขึ้น ทำให้ฉันกับใยไหมหันไปมองหน้ากันทันทีเธอก็ยิ้มแหยๆให้ฉัน ฉันก็ยิ้มบางๆให้เธอและหันกลับไปมองหน้าพี่ว๊ากปีสามต่อ

“เป็นยังไงกันบ้าง….สำหรับการเปิดเรียนสองอาทิตย์ของคณะวิศวะ…”พี่ว๊ากเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งและแข็งกร้าว ฉันก็มองหน้าเขา เขาคือพี่ชายสุดหล่อของฉันเองแหละ พี่ปอน ฉันน่ะต้องเตรียมน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวให้พี่ปอนทุกเช้าอ่ะเวลาที่เขาต้องลงว๊าก ผิดกับเฮดว๊ากที่ยืนพิงเสาเอามือล้วงกระเป๋าใส่แว่นตาดำอยู่ด้านหลังของพี่ว๊ากทั้งสิบคนที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ด้านหน้าของพวกเราชาวปีหนึ่งช่างสบายจริงๆพ่อคูณพี่เฮดว๊ากน่ะ

“และที่เราทุกคนรู้ดี….ว่าเราจะเข้าเชียร์กันอีกไม่กี่ครั้ง….เราก็จะจบสิ้นกิจกรรมเชียร์กันแล้ว…”

“และอาทิตย์นี้….เราจะไปรับน้องและรับเกียร์ที่เปรียบเสมือนหัวใจของชาววิศวะที่ชลบุรี…”

“ก่อนเลิกเชียร์ให้ประธานรุ่นไปรับใบขออนุญาตผู้ปกครองที่ปีสองด้วยครับ….”

“วันนี้ผมมีธุระกับพวกคุณแค่นี้….”พี่ปอนพูดเสร็จก็ก้าวขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวให้เสมอเทียบกับพี่ว๊ากคนอื่นๆก่อนจะค่อยๆหันซ้ายอย่างมีระเบียบแต่ก็ยังคงความขรึมและหน้าตึงอยู่ก่อนจะพากันเดินออกไปจากลานเกียร์แห่งนี้ ปีหนึ่งหลายๆคนต่างพากันถอนหายใจออกมารวมถึงผู้หญิงเพื่อนใหม่คนข้างๆฉันด้วยที่เธอผ่อนลมหายใจหนักกว่าคนอื่นๆเขา

“คุยอะไรกัน!!!”และเราก็โล่งใจกันได้ไม่นานก็มีเสียงตวาดของพี่เฮดว๊ากดังขึ้นมาอีก คราวนี้บรรยากาศรอบๆลานเกียร์ได้เข้าสู่โหมดเงียบกว่าเดิมจากตอนที่พี่ว๊ากลงมาเมื่อกี้ซะอีก เพราะที่เรากำลังจะเจอต่อไปนี้คือ พี่เฮดว๊ากหัวหน้าพี่ว๊ากที่โคตรโหดและโคตรดุแถมหน้าตาดีทุกคนโดยเฉพาะพี่คนที่ลงว๊ากอยู่ตอนนี้ พี่พีเค ไตรนภพ

“ไม่เห็นหัวพวกผมเลยใช่ไหม!”เสียงทุ้มต่ำที่ยังคงความดังอยู่เท่าเดิมเอ่ยขึ้น เฮดว๊ากคนที่กำลังพูดอยู่และอยู่ตรงกลางของพี่ว๊ากชุดนี้เขาชื่อพี่เค เป็นเพื่อนพี่ชายฉันเอง ปกติเขาก็เป็นคนนิ่งๆไม่พูดไม่ยิ้มอยู่แล้วพอมาเป็นเฮดว๊ากเลยดูน่ากลัวเพิ่มขึ้นไปอีก

“เมื่อกี้ปีสองพูด….พวกคุณก็พูดแทรก!”พี่เคว่าพลางเดินไปเดินมาหน้าตาเข้มขรึมถึงเขาจะมีหน้าตาที่หล่อเหลามากแค่ไหนแต่ก็ดูน่ากลัวอยู่ดี ฉันก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบนัยน์ตาสีดำของเขา

“พวกคุณพูดอะไรกัน!!!”

“ดุจัง”ฉันพึมพำขึ้นเป็นเสียงที่คิดว่าเบาแล้วนะแต่ตรงนี้ในตอนนี้ถึงจะมีคนร่วมเชียร์อยู่เป็นร้อยกว่าคนแต่ทุกคนรวมใจกันเงียบแม้กระทั่งเสียงลมหายใจแทบจะไม่มีถ้าหยุดหายใจกันได้ทุกคนคงทำไปแล้ว เลยทำให้เสียงที่พึมพำของฉันมันดังมากขึ้นผิดปกติจนไปได้ยินถึงหูของพี่เคเข้าอย่างจัง

“ใครพูด!”ทันใดนั้นที่เสียงของฉันถึงหูพี่เคเขาก็ตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์หาตัวคนที่พูดว่าเขาว่าดุจัง ฉันพูดความจริง ฉันผิดตรงไหน อาจจะผิดตรงที่ฉันพูดแทรกเขาไปก็เป็นได้

“ผมถามว่าใคร!!”พี่เคตะโกนดังขึ้นอีกทำให้ทุกคนต่างพากันหันมองมาที่ฉันเป็นจุดเดียว ฉันจึงต้องมองหน้าเพื่อนทุกๆคนและทำสายตาปริบๆให้พวกเขาเพื่อเป็นการขอโทษและรู้สึกผิด

“ลุกขึ้นมา….”เสียงพี่เคเบาลงนิดนึงแต่ก็ยังคงดังอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ฉันจึงต้องค่อยๆลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงสายตาของฉันก็ประสานเข้ากับนัยน์ตาสีดำที่ดุดันของพี่เคเข้าอย่างจังทำให้ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา

“ชื่ออะไร!”เขาถามฉัน ฉันก็มองหน้าเขา เขาก็รู้ว่าฉันชื่ออะไร ยังจะถามอีกเหรอ

“ป้าย?”เสียงแผ่วเบาดังมาจากเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้างฉันเอ่ยขึ้นทำให้ฉันรู้สึกตัวทันทีว่าป้ายชื่อที่คอฉันมันหายไปแล้วที่จริงมันหายไปตั้งแต่แรกแล้วแต่ฉันแค่ลืมไม่รู้ตัว

“ออกมา!!”เสียงตวาดอย่างออกคำสั่งทำให้ฉันต้องก้มหน้าก้มตาเดินไปหาพี่เคอย่างช้าๆมือก็บีบกันแน่นด้วยความกลัว

พรึบ

“ป้ายชื่อคุณ…ไปไหน?”เขากดเสียงต่ำถามฉัน ฉันก็ก้มหน้าก้มตาไม่ตอบเขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบแววตาของเขาด้วย

“รหัส2045ลุกขึ้น!”พี่เคเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่เสียงของเขาก็ยังคงโทนเดิมและความดังเท่าเดิม ตรงนี้เป็นลานเกียร์ซึ่งเป็นลานกว้างๆที่อยู่ตรงกลางของตึกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียงของพี่เคเลยไม่ดังสะท้อนเหมือนตอนที่อยู่ในโรงยิมของคณะวิศวะเหมือนเช่นทุกครั้งที่เข้าเชียร์

“ค่ะ”เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นดังมาจากปีหนึ่งแถวหน้า ฉันก็หน้าก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปเลย

“คุณ…รู้จักปีหนึ่งคนนี้ไหม?”พี่เคเอ่ยถามผู้หญิงคนนั้นขึ้น ฉันก็แอบหันไปชำเลืองสายตามองเธอคนนั้นที่มองมาที่ฉันอยู่ ฉันมั่นใจว่าเธอรู้จักฉันและทุกคนในที่นี้ก็รู้จักฉันดีเพราะฉันเป็นดาวคณะและยังเป็นดาวมหาลัยด้วยนะ

“เขาอยู่คณะนี้รึเปล่า?”พี่เคถามเธอต่อ ทำให้ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะฉันรู้สึกอึดอัดมากเลยในตอนนี้อ่ะ

“ไม่รู้จักค่ะ…”เธอคนนั้นตอบพี่เคมาเสียงเรียบๆทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเธออย่างไวอย่างไม่เข้าใจว่าเธอจะไม่รู้จักฉันได้ยังไง? ฉันหวันยิหวาไง

“หึ!”เสียงพี่เคหัวเราะในลำคอก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าฉันแววตาที่เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันของเขามันกำลังให้ฉันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจขึ้นมา

“แล้วคุณ….!”พี่เคจ้องหน้าฉันพลางยกนิ้วชี้มาที่ร่างของฉัน

“รู้จักเขาไหม?”เขาถามฉันพลางชี้นิ้วไปที่ผู้หญิงคนที่เธอบอกว่าไม่รู้จักฉัน ฉันอยากจะตอบว่าฉันไม่รู้จักเธอเหมือนที่เธอตอบว่าเธอไม่รู้จักฉัน

“ตอบ!!”พี่เคตวาดเสียงดังลั่นจนฉันสะดุ้งสุดตัว

“ไม่รู้จักค่ะ!!”ฉันตะโกนเสียงดังตอบพี่เคกลับไปทำให้เขามองฉันตาเขียวปัดแววตาจับจ้องที่ฉันแข็งกร้าว ฉันก็เม้มริมฝีปากตัวเองแน่นและจ้องตาเขากลับไป

พรึบ

“ไม่รู้จัก?”เขาทวนถามฉันพลางจับข้อมือฉันแน่นและออกแรงลากร่างฉันให้เข้าไปใกล้ร่างผู้หญิงคนนั้นที่ยืนมองเราสองคนอยู่ในขณะที่ฉันไม่ยอมตอบคำถามของเขาที่ทวนถามฉันอีกครั้งว่ารู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า

“อ่าน”

“ผมบอกให้อ่าน!!”พี่เคตะโกนใส่ฉันพลางปล่อยฉันและออกแรงผลักฉันจนร่างของฉันเซถอยหลังนิดหน่อย

“เกวลิน….รหัส2045”ฉันอ่านป้ายชื่อของผู้หญิงคนนั้นที่พี่เคชี้นิ้วให้ฉันอ่าน เขาก็มองหน้าฉัน แววตาของฉันกำลังสั่นไหวน้ำตามันเอ่อคลอที่ดวงตาของฉันแล้ว และมันก็พร้อมที่จะไหลรินออกมาแล้วด้วย

“แล้วผม…จะรู้จักคุณและคนอื่นๆจะรู้จักคุณได้ยังไง…”

“ผมเคยบอกแล้วว่าป้ายชื่อคือสิ่งที่สำคัญ….ถ้าใครคนใดคนหนึ่งในพวกคุณทำมันหาย…พวกคุณทั้งหมด….”

“จะต้องโดนลงโทษ”สิ้นเสียงของพี่เคเสียงฮือฮาของเพื่อนๆร่วมชั้นปีของฉันก็ส่งเสียงออกมาบางคนถึงกับไม่พอใจที่จะต้องโดนลงโทษหมู่แต่บางคนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเราเป็นเพื่อนร่วมคณะกันก็เหมือนเป็นพี่น้องเพื่อนพ้องกัน

พรึบ

“มีอะไร!”พี่เคเอ่ยขึ้นหลังจากที่ใยไหมเพื่อนใหม่ของฉันยกมือขึ้นและตามด้วยร่างเล็กๆของเธอที่ลุกขึ้นยืนตาม

“ฉันรู้จักค่ะ”ใยไหมตอบมาด้วยน้ำเสียงที่เสียงดังและแน่วแน่เธอมองตรงมายังฉันที่ยืนอยู่ด้านหลังของพี่เค

“บอกชื่อ…บอกรหัส!”พี่เคตะโกนเสียงดังแต่ไม่ได้สบตาเข้ากับใยไหม

“ใยไหม…รหัส2030

“คุณรู้จักอะไร?”พี่เคเอ่ยถามใยไหมไปแต่น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

“คนนั้นค่ะ…”ใยไหมชี้นิ้วมาที่ฉัน พี่เคก็หันมามองหน้าฉันสลับกับหน้าของใยไหม

“เธอชื่อ…หวันยิหวา…ชื่อเล่นชื่อยี่หวา…”

“เป็นดาวคณะของเราและเพิ่งจะได้รับตำแหน่งดาวมหาลัยอีกด้วยค่ะ”ใยไหมตอบเสียงดังฟังชัดเพื่อนๆทั้งหมดก็ต่างพากันหันไปมองหน้าใยไหม ฉันรู้ว่าไม่มีใครในที่นี้ที่ไม่รู้จักฉัน แต่ทุกคนต้องเอาตัวรอดฉันเข้าใจเพื่อนๆทุกคนนะ

“รหัส?!”พี่เคตวาดเสียงดังถามแต่เขาไม่ได้หันหน้าไปหาใยไหมแต่เขากลับตะโกนใส่หน้าฉันแทน

“คะ?”ใยไหมมองหน้าพี่เคอย่างสงสัยพลางเอ่ยถามพี่เคกลับมา พี่เคก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก

“รหัสของคุณคนนี้….”พี่เคเอ่ยขึ้นพลางตวัดหางตามองใยไหมและฉันอย่างคนที่เหนือกว่า

“ไม่ทราบค่ะ..”ใยไหมตอบเสียงเศร้าแววตาที่เธอมองฉันมันกำลังบ่งบอกว่าเธอขอโทษฉัน ฉันสิที่ต้องขอโทษเธอ และขอโทษเพื่อนๆทุกๆคนที่ทำป้ายชื่อของตัวเองหายไปไหนก็ไม่รู้….

“หึ….”พี่เคแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะหันมาจ้องหน้าฉันและหันกลับไปจ้องหน้าใยไหมต่อ แววตาที่เขามองใยไหมแวบหนึ่งฉันรู้สึกเหมือนเขาตกใจและดีใจทำให้ฉันรู้สึกเกิดความสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ขึ้นมา แต่กฏของพี่ว๊าก มีไว้ว่าห้ามพี่ว๊ากจีบน้องปีหนึ่งเด็ดขาด….

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
ธาราทิพย์ใจสลายเมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทท้องจนต้องแต่งงานกัน เธอเมามายและตื่นขึ้นกลางป่าลึกในฐานะนักโทษของ ศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับภารกิจกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปพังพิธีวิวาห์ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีและการเฝ้าตามติดอย่างใกล้ชิด ความใกล้ชิดในกระท่อมหลังน้อยกลับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความหวั่นไหว จากคนแปลกหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบ กลับเผลอใจให้กันในค่ำคืนที่แสนหวานจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
8.3
จากแผลใจในอดีตที่ถูกทำร้ายซ้ำๆ ทำให้ชายหนุ่มเลือกปิดตายหัวใจและปฏิเสธความรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับนำพาเธอมหวนคืนสู่ชีวิตเขาอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้าง โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตของเขาให้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะลวงจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เมียคืนแรม
9.7
สำหรับธราลินแล้ว เธอตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปรัชญ์นั้นห่างไกลจากคำว่ารักที่แสนหวาน เพราะเขาคือชายหนุ่มที่มักจะแสดงความรู้สึกผ่านการกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธอทุกครั้งที่มีโอกาส การแสดงออกที่สวนทางกับหัวใจของเขาทำให้เธอไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดนอกไปจากการเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกลืมเลือน เหมือนกับดวงจันทร์ในคืนแรมที่ไร้แสงสว่างและไร้ตัวตนในสายตาของเขา ท่ามกลางความเจ็บปวดที่เขาหยิบยื่นให้ในฐานะคนที่ถูกรักด้วยวิธีที่ผิดเพี้ยน
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักร้ายนายวิศวะ
8.1
อรัณ วิศวกรหนุ่มสุดร้ายกาจตราหน้าพี่สาวของมิริณว่าเป็นเพียงผู้หญิงขายตัว ความดูถูกเหยียดหยามนี้นำไปสู่การปะทะอารมณ์อย่างรุนแรง เมื่อมิริณพยายามปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัว กลับยิ่งกระตุ้นโทสะของอรัณให้ทวีคูณ เขาตัดสินใจใช้กำลังและความป่าเถื่อนเข้าคุกคามเธอเพื่อระบายความแค้น โดยไม่สนว่าสิ่งที่ทำจะสร้างรอยแผลลึกเพียงใด ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไร้ความอ่อนโยน มิริณต้องเผชิญกับด้านมืดของชายที่เธอเคยรู้จักในเกมรักที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นและคำดูหมิ่น
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซ่อนร้าย Bad Romance
8.2
ภากรจำใจเข้าพิธีวิวาห์เพื่อทวงสมบัติคืนตามเงื่อนไขล้างหนี้ แม้จะเต็มไปด้วยความแค้นจากการถูกว่าที่พ่อตาจัดฉากมัดมือชกด้วยการนำเขาไปพัวพันกับนาตาลีจนกลายเป็นข่าวดัง ท่ามกลางเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างลูกเขยกับพ่อตา นาตาลีกลับต้องกลายเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานที่ถูกคนในครอบครัวปั่นหัว กว่าเธอจะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้คือแผนการซ้อนแผน เธอก็เผลอมอบหัวใจให้สามีที่จ้องจะแก้แค้นไปเสียแล้ว บทสรุปของรักซ่อนร้ายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟพิศวาส
8.4
เมษาหญิงสาวผู้ยึดมั่นในคำสัญญาและรักเพียงเขาคนเดียว กลับต้องเผชิญกับความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อชายหนุ่มปักใจเชื่อว่าเธอคือคนทำร้ายคนรักของเขา จนนำไปสู่การจับตัวเธอไปกักขังไว้บนเกาะเพื่อลงทัณฑ์อย่างเลือดเย็น แม้เขาจะพร่ำบอกว่าเกลียดชังและขยะแขยงเธอเพียงใด ทั้งยังข่มขู่จะไล่ส่งเธอไปให้พ้นหน้าหลังจบสิ้นการล้างแค้นครั้งนี้ แต่ลึกๆ เขากลับสับสนเมื่อไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่มีต่อเธอได้ ท่ามกลางไฟแค้นที่แผดเผา ความรักที่ไร้ค่าในสายตาเขาจะลงเอยเช่นไร