
ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
ตอน 3
เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่มันเป็นจิตวิทยาแบบไหน แม้จะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่ก็ยังทำแบบนี้อยู่ดี
แต่พอนึกถึงตอนที่ขึ้นรถ ดวงตาที่โจวเป่ยจิ้งจ้องมองมาที่เธอสาดแววตะลึงไปชั่วขณะ แล้วก็พูดออกมาประโยคนึงว่า ‘แบบนี้ดูดีกว่าการแต่งหน้าเฉย ๆ ตอนทำงานเป็นไหน ๆ ’
อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมาไม่น้อย
ทันใดนั้นบริเวณทางออกก็มีคนแห่หรูกันออกมา ตาของเธอจับจ้องไปยังผู้หญิงทุกคนอย่างไม่ละสายตา
ผู้หญิงสวมชุดเดรสลายดอก ผมลอนย้อมเป็นสีม่วงอ่อน สวมแว่นกันแดดคนหนึ่งเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมา
แม้ว่าแว่นตากันแดดจะบดบังดวงตาของเธอเอาไว้ แต่ว่าสัญชาตญาณของหลูเฉียนหนิงบอกกับเธอว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังมองโจวเป่ยจิ้งอยู่
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ วินาทีต่อมาผู้หญิงคนนั้นก็ลากกระเป๋าวิ่งตรงมา เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของโจวเป่ยจิ้งอย่างรวดเร็ว แม้แต่กระเป๋าที่อยู่ในมือก็ลอยกระเด็นออกไปไกลเนื่องจากแรงเฉื่อย
แต่ฮวาหยุนหรานไม่สนใจเลยสักนิด กอดโจวเป่ยจิ้งเอาไว้แน่น ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “เป่ยจิ้ง ฉันกลับมาแล้ว ขอโทษนะ...”
ภาพที่พวกเขากอดกันมันสะท้อนเข้ามาในตาของหลูเฉียนหนิง แทงตามาก อารมณ์ที่ตื่นตัวเมื่อตะกี้นี้ลดฮวบลงไปในทันที
เธอหันตัวไปไล่ตามกระเป๋าเดินทางของฮวาหยุนหราน ถือโอกาสจัดการลมหายใจของตัวเองด้วย
กระเป๋าเดินทางไหลไปไกลมาก เธอเองก็ไล่ตามไปไกลมากเหมือนกัน ท่ามกลางผู้คนนั่นรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อย
หลังจากที่ตามจับกระเป๋าทันก็นำกลับมา เธอยืนอยู่ห่างจากโจวเป่ยจิ้งกับฮวาหยุนหรานประมาณสองสามก้าว ไม่รู้ว่าควรจะตรงเข้าไปดีไหม
ข้อนิ้มมือของโจวเป่ยจิ้งวางอยู่ตรงเอวของฮวาหยุนหราน เธอกอดเขาเอาไว้แน่นราวกับโอบกอดโลกทั้งใบเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น
ความคิดถึงและความรักที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีมันล้อมรอบฮวาหยุนหรานเอาไว้ แม้ว่าก่อนจะมาหลูเฉียนหนิงจะพูดโน้มน้าวตัวเองว่าให้ใจเย็นลงขนาดไหน
แต่พอได้เห็นผู้ชายที่ตอนเช้ายังมีอะไรกับเธออยู่บนเตียง ตอนค่ำก็มากอดกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ที่นี่
เธอก็รู้สึกแย่จนแทบจะหายใจไม่ออก ลิปสติกที่ตั้งใจทาก็ไม่ได้มีประโยชน์อย่างอื่น แต่เพื่อปิดบังริมฝีปากที่ซีดเผือดของเธอเอาไว้ ไม่ให้คนมองออกถึงความหดหู่ในตอนนี้ของเธอ
“เป่ยจิ้ง ฉันคิดถึงคุณจัง คุณล่ะคะ? คิดถึงฉันไหม?” ฮวาหยุนหรานปล่อยคอของโจวเป่ยจิ้งออก แต่สองมือกลับยังคงวางอยู่บนไหล่ของเขา
ท่าทางสนิทสนม เมื่อเทียบกับตอนที่หลูเฉียนหนิงกับโจวเป่ยจิ้งยืนอยู่ด้วยกันเมื่อตะกี้นี้แล้ว มันห่างไกลจากคำว่าคู่ควรแบบพวกเขาในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
ถึงยังไงเธอก็แต่งตัวต่างกับฮวาหยุนหรานราวฟ้ากับเหว แล้วก็ไม่สามารถออดอ้อนใส่เขาเหมือนกับอีกฝ่ายได้
“คิดถึง” ริมฝีปากของโจวเป่ยจิ้งอ้าเล็กน้อย หลังจากที่พูดออกมาหนึ่งคำ ก็กวาดสายตามองไปหาหลูเฉียนหนิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เห็นว่าสีหน้าของเธอไม่ได้นิ่งเหมือนปกติ แต่กลับบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามีตรงไหนผิดปกติ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
สองตาของฮวาหยุนหรานเริ่มแดงขึ้นมา มองเขาด้วยความน้อยใจ “เป่ยจิ้ง ฉันกลับมาครั้งนี้ ฉันจะชดเชยให้กับคุณเป็นอย่างดีแน่นอน”
“ดึกแล้ว กลับกันก่อนเถอะ” ในตาที่คาดเดาได้ยากของโจวเป่ยจิ้งมองเห็นท่าทางโทษตัวเอง และน้อยอกน้อยใจของเธอ
หลูเฉียนหนิงพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองลงนับครั้งไม่ถ้วน พยายามฝืนยิ้มออกมาอย่างมืออาชีพ
“คุณโจว คุณฮวา เชิญทางนี้ค่ะ”
โจวเป่ยจิ้งเอ่ยออกมาคำนึง “ไปกัน” แล้วเดินนำหน้าไป หลูเฉียนหนิงลากกระเป๋าเดินทางตามอยู่ข้างหลัง ติดตามเขามาหลายปีเธอชินกับการที่เขาก้าวยาวและเดินเร็วแล้ว
เธอสามารถเดินตามเขาทัน แต่ฮวาหยุนหรานนั้นไม่ไหว ฝ่าเท้าเหยียบอยู่บนส้นสูงสิบเซนติเมตร ต้องวิ่งเหยาะ ๆ ถึงจะพอไล่ตามหลูเฉียนหนิงทัน
“เธอคือผู้ช่วยของเป่ยจิ้งเหรอ?” เธอวิ่งทำให้หายใจไม่เป็นจังหวะ
หลูเฉียนหนิงพยักหน้าเล็กน้อย “ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นความสามารถในการทำงานของเธอจะต้องเก่งมากแน่ ๆ ดูเหมือนจะอายุพอ ๆ กัน เรามาเป็นเพื่อนกันนะ เดี๋ยวฉันขอแอดวีแชทเธอไว้นะ”
คุณอาจจะชอบ





