ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ดาวป่วนรัก

ดาวป่วนรัก

ศตายุและอิงกมลคือคู่ขวัญระดับซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังจากละครแนวตบจูบ โดยเบื้องหน้าสื่อและแฟนคลับต่างเชื่อว่าความรักของทั้งคู่นั้นแสนหวานและสมบูรณ์แบบทั้งในและนอกจอ แต่ความจริงที่ถูกซ่อนไว้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะลึกๆ แล้วทั้งสองเกลียดชังกันเข้าไส้และต้องฝืนทนแสดงละครตบตาคนทั้งโลกด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะพยายามหาทางยุติความสัมพันธ์จอมปลอมนี้เพียงใด แต่สถานการณ์กลับซับซ้อนจนยากจะถอนตัวจากบทบาทรักกำมะลอนี้ได้ง่ายๆ
ตอน
แชร์

ตอน 2

นาฬิกาหรูที่ข้อมือของนายแบบหนุ่มถูกยกขึ้นมาดูสองครั้งในช่วงเวลาสองชั่วโมง เจ้าของเครื่องมือบอกเวลาเรือนทองฝังเพชรยี่ห้อโรเล็กซ์นี้เป็นคนที่มีความอดทน      สูงมากอย่างที่ใครก็นึกไม่ถึง เพราะเขามาถึงกองถ่ายของนิตยสารพราวพรรณรายกว่าสองชั่วโมงแล้วและนั่งรอมาตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมาอย่างใจเย็น ทีมงานที่มาก่อนรวมทั้งสไตลิสต์ และทีมงานผู้ดูแลกองถ่าย ต่างก็หาน้ำหาท่ามาให้ดื่ม บ้างก็มาสอบถามพูดคุยเอาใจไม่ให้เขาอารมณ์เสียที่ต้องรอนางแบบคู่เขาที่ยังมาไม่ถึงกองอย่าง          เอาอกเอาใจ

‘น้องเอิงเขาคิวเยอะมากเลยนะคะน้องไทด์ กว่าจะจองคิวมาถ่ายแบบขึ้นปกให้เราได้ก็หืดขึ้นคอเหมือนกันเพราะต้องไปบีบคอผู้จัดการส่วนตัวให้เจียดเวลาน้องเขามาให้ ยังไงก็รอน้องเขาหน่อย ใจร่มๆ นะคะ น้องไทด์มีผู้จัดการเดียวกันกับน้องเอิงน่าจะรู้ดีว่าส่วนใหญ่เด็กในสังกัดเจ้านี้ไม่ค่อยเลทถ้าไม่มีอะไรจริงๆ นี่คงจะ         แอคซิเดนท์จริงถึงได้มาช้า’ พี่ฉิ่ง บก. ประจำหนังสือ      พราวพรรณราย นิตยสารชื่อดังที่อยู่คู่กับวงสังคมชั้นกลางไปถึงชั้นสูงของคนไทยมากว่าสามสิบปีเอ่ยบอกเขา ยามที่เขานั่งดูนาฬิกาครั้งแรก

คำพูดของบก. สาวทำให้ศตายุยิ้มออกมาแบบเสียไม่ได้ เขาต้องยอมรับในข้อนี้ว่านางแบบที่ต้องถ่ายรูปขึ้นปกนิตยสารกับเขานั้นมีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าพลุทั้งโรงงานระเบิดเสียอีก เพราะไม่ว่าจะไปมุมเมืองไหนก็มักจะเห็นป้ายโฆษณาที่มีภาพหล่อนคู่กับสินค้าที่ต้องการพรีเซนต์เสมอ ยามช่วงพักละครแล้วโฆษณาสินค้าที่มีหล่อนเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ฉายอยู่หลายตัว เปลี่ยนช่องไปก็ยังเห็นหน้าหล่อนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจำหน้าได้ทั้งที่ไม่เคยเห็นตัวตนจริงๆ มาก่อน

 ในขณะที่เขาเป็นนายแบบหน้าใหม่ที่มีดี               แค่หน้าตาและรูปร่างที่ผู้หญิงเก้ง กวาง ชะนี อีแอบหรือแม้แต่บางทีผู้ชายด้วยกันได้เห็นแล้วก็ยังมองเหลียวหลัง แต่เขาก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังได้สักครึ่งหนึ่งของหล่อน เพราะเขาเพิ่งเข้าวงการมายังไม่นานนัก แม้จะถ่ายนิตยสารไปหลายเล่ม มีโฆษณาอยู่ตัวสองตัวที่ได้โผล่หน้าออกทางจอโทรทัศน์ แต่คนส่วนมากก็ยังไม่รู้จักเขาในฐานะที่เป็นดารา ดังนั้นเขาจึงต้องรอนางแบบ                อย่างเจียมตัวต่อไปตามที่ทุกคนต้องการ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะศตายุไม่ใช่คนเลือดร้อน ไม่ใช่คนเอาแต่ใจรออะไรไม่ได้อย่างที่ทุกคนกลัวว่าเขาจะเป็น...

‘น้องไทด์ อย่าเอาแต่มองนาฬิกาอย่างนั้นสิคะ พี่กังวลเหลือเกิน อย่าเพิ่งโกรธนะตัวเอง รออีกนี๊ดส์ พี่เร่งทางน้องเอิงให้รีบมาเร็วๆ แล้วค่ะ วันนี้เวลาเลิกกองอาจจะช้ากว่าที่ตกลงกันไว้หน่อยหนึ่งนะคะ วันนี้น้องไทด์คงไม่มีงานอื่นใช่ไหมคะ รอได้นะ’ คำพูดของพี่ฉิ่งตอนที่    ศตายุยกนาฬิกาขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง ทำให้ศตายุไม่ตอบด้วยรอยยิ้มน้อยๆ และไม่กล้ากล้ายกนาฬิกาขึ้นมาดูเป็นครั้งที่สามเพราะเกรงใจคนที่นั่งรอนางแบบอยู่ข้างๆ เขา นายแบบหนุ่มได้แต่นั่งอ่านหนังสือนิยายสืบสวนฆาตกรรมสยองขวัญเล่มโปรดรอฆ่าเวลา ซึ่งถ้าเวลาเป็นคนจริงๆ ก็คงตายไปหลายคนแล้วเพราะเขานั่งฆ่ามันอยู่อย่างนั้นมากกว่าสองชั่วโมงแล้ว

ศตายุเต็มใจรอ และหัวใจของหนุ่มหล่อก็ยังเย็นเยียบราวกับหวานเย็นที่ยังไม่ละลายแม้อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ก็บอกแล้วว่าเขาใจเย็นได้อย่างที่ใครหลายคนก็ทึ่งเลยล่ะ ไม่ใช่ว่าที่เขาใจเย็นเพราะเขาไม่ดังเลยไม่กล้าออกลายเหวี่ยงทีมงานเวลาไม่ได้ดั่งใจหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขาโตแล้วจึงมีความเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ และพื้นฐานนิสัยของเขาเป็นคนที่สุขุมและใจเย็น จึงไม่ได้อารมณ์เดือดอย่างที่ใครๆ กลัว...

เมื่อรถตู้คันโตยี่ห้อโฟลคสวาเกนแล่นเข้ามาด้วยความเร็วสูงก่อนจะจอดที่ถนนหน้ารีสอร์ทอ้อมกอดขุนเขาซึ่งเป็นผู้สนับสนุนสถานที่ถ่ายทำ เมื่อประตูรถเปิด       อิงกมลก็กระโดดผลุงลงมาจากรถและหอบชายกระโปรงชุดแต่งงานวิ่งฝ่าสวนองุ่นเข้ามากลางกองถ่ายราวกับว่าตนเองรีบเร่งนักหนา

แน่นอนล่ะ ก็เมื่อคืนหล่อนถ่ายละครเลิกดึกมาก เมื่อเช้าหล่อนเลยตื่นสาย ออกจากบ้านก็ช้า กองถ่ายนิตยสารก็อยู่ไกลถึงสระบุรี หล่อนจึงมาที่กองไม่ทันเวลานัดหมาย แต่ยังดีที่ทางกองเอาชุดให้หล่อนไปลองและให้หล่อนเก็บไว้ หล่อนจึงสวมมันบนรถเมื่อครู่นี้เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าหล่อนเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และทำท่าทางยุ่งๆ เพลียๆ และไหว้ทุกคนขอโทษขอโพยด้วยเสียงหวานเจื้อยแจ้วน่ารัก แค่นั้นก็ไม่มีใครว่าอะไรอิงกมลให้รู้สึกไม่ดีแล้ว

“มาค่ะมา รีบแต่งหน้าดีกว่า น้องเอิงนี่น่ารักจังแต่งชุดมาเรียบร้อย แต่งหน้าอีกสักหน่อยก็เริ่มถ่ายกันได้เลย มาค่ะ มานั่งตรงนี้” พี่ฉิ่ง หรือ ฉวีวีรา วิ่งไปช่วยถือกระเป๋าเครื่องสำอางส่วนตัวของหญิงสาว และพาเดินมาส่งที่กองและชี้ทางให้เดินไปเก้าอี้นั่งพักซึ่งจะเป็นที่ให้ช่างแต่งหน้าแต่งหน้าให้หญิงสาวด้วย เนื่องจากมาถ่ายทำนอกสถานที่จึงไม่ค่อยมีพื้นที่มากมายนัก เก้าอี้ที่อิงกมลนั่งก็อยู่ข้างๆ กับเก้าอี้ของศตายุ ที่เพิ่งได้แอบยกนาฬิกาขึ้นมาดูเป็นครั้งที่สามตอนหล่อนมาถึง

แล้วเขาก็พบว่าหล่อนมาสายสามชั่วโมงสี่สิบเอ็ดนาที... ก็ไม่เลวนักนะ เขาเคยได้ยินเพื่อนตากล้องนิตยสารดังคู่แข่งของพราวพรรณรายบ่นว่าเคยรอนางเอกดังคับฟ้าบางคนถึงห้าชั่วโมง หรือบางทีก็เคยโดนเบี้ยวไม่มาเลยด้วยซ้ำ... นับว่าเป็นโชคดีของเขาที่ไม่เจอเรื่องแบบนั้น...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ห่วงรักผูกใจ
8.8
ในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเศษเงินและความสุขสบายเพียงชั่วคราว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความดูถูกและการตราหน้าว่าเห็นแก่ตัว กลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นหัวใจของคนทั้งคู่เอาไว้ ท่ามกลางความขัดแย้งในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการตัดสินเพียงเปลือกนอก เขาจะมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขารังเกียจได้หรือไม่ หรือว่าอคติจะทำให้ความรักครั้งนี้ต้องพังทลายลงไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมรักอาเขย
9.8
เมื่อหลานสาวพยายามขุดคุ้ยความลับเพื่อจับผิดอาเขยผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่เธอกลับพลาดท่าเสียทีจนตกหลุมพรางที่เขาขุดไว้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ลับที่ยากจะถอนตัว แม้จะถูกความรู้สึกผิดกัดกินใจจนอยากจะหนีไปให้ไกลเพียงใด แต่สุดท้ายหัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีและไม่อาจต้านทานเสน่ห์อันตรายของเขาได้เลย ท้ายที่สุดแล้วเธอจะเลือกเดินตามความถูกต้องหรือจะพ่ายแพ้ให้กับความรักที่มิอาจเปิดเผยนี้
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย ไซเรน…มาเฟียร้ายคลั่งรัก (Siren & Tier)
9.7
ไซเรน มาเฟียหนุ่มสุดเถื่อนวัย 29 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่แฝงด้วยความอันตราย ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อถูกช่วยชีวิตโดย เทียร์ นักศึกษาสาววัย 23 ปี จากมาเฟียผู้โหดร้ายต่อคนทั้งโลก เขากลับปฏิญาณตนว่าจะยอมเป็นเด็กดีและคลั่งรักเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าการก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเทียร์ต้องสั่นคลอน เมื่อต้องรับมือกับคำขอแต่งงานสุดแปลกและการรุกรานที่หาความปกติไม่ได้จากชายหนุ่มที่พร้อมจะสยบแทบเท้าเธอ
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
8.3
อเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อถูก พิชญ์สินี พยาบาลสาวผู้แสนเย็นชาเมินเฉยต่อเสน่ห์ของเขา เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่หลุมพรางเพื่อพรากพรหมจรรย์เป็นการแก้แค้น หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาตกเป็นเหยื่อในเกมล่าโดยไม่รู้ตัว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นหลังจากเธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นเพียงเช็คเงินสดค่าตัวที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย
หน้าปกนวนิยาย อุปถัมภ์รักเมียเด็ก
7.8
เมื่อทางตันบีบบังคับให้ไร้ทางออก หญิงสาวจึงจำต้องหวนกลับไปหาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เคยถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย การกลับมาครั้งนี้แลกด้วยพันธสัญญาอุปถัมภ์ที่เขาเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข โดยมีมูลค่าการจ่ายที่สูงลิ่วเป็นสิ่งล่อใจ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายนั้น กลับซ่อนเร้นความต้องการที่ลึกซึ้งเกินกว่าเธอจะคาดเดาได้ ยิ่งเขาพึงพอใจในตัวเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องจ่ายคืนด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว