ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์

สุริยันต์

บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ฉันเสียใจด้วย”

“ท่านไปสบายแล้วค่ะ”

“พ่อแม่ญาติพี่น้องของฉันล่ะ”

“พ่อแม่ของเฮียก็เสียแล้วค่ะ เฮียไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนอกจากหยก เฮียหิวไหม” เธอเอ่ยถามอย่างใส่ใจ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเสีย

“หิวน้ำ” เขาเอ่ยบอก น้ำเสียงอ่อนลงไปมาก พิมพ์รดายกน้ำให้เขาดื่ม แม้จะพันผ้าไปหมดทั้งใบหน้า แต่ไม่ได้พันปากเขาก็ยังดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ปกติ

“อีกนานไหมกว่าจะเอาไอ้ผ้าบ้าๆ นี่ออกจากหน้าของฉัน” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่ากำลังโมโหเอาการ เธอเองก็เข้าใจว่าเขาคงรำคาญและอึดอัด

“สักพัก ถ้าเฮียไม่ดูแลให้ดีติดเชื้อขึ้นมาหน้าเน่าไม่รู้ด้วยนะ” เธอขู่คนดื้อ แต่เพราะเขานอนไม่ได้สตินานพอสมควร ทำให้แผลจากการศัลยกรรมดีวันดีคืน อีกไม่นานก็เปิดผ้าได้แล้ว แต่การศัลยกรรมแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลาให้หน้าเข้าที่อย่างน้อยครึ่งปี

“เหอะ!” สุริยันต์ทำเสียงในลำคอ เธอมองเขา คนเราความจำเสื่อมแต่ไอ้น้ำเสียงเหอะๆ หึๆ เวลาไม่พอใจถูกแสดงออกมาแบบอัตโนมัติเหมือนในอดีตเวลาที่เขาไม่พอใจอะไรสักอย่าง

พิมพ์รดาอยู่ดูแลสุริยันต์อย่างใกล้ชิดจนเขาสามารถแกะผ้าที่พันใบหน้าออกได้ หมอนำกระจกมาให้ส่องดูใบหน้า สุริยันต์มองตัวเองในกระจกแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน ใบหน้าของเขายังไม่เข้ารูปเข้ารอย มีรอยช้ำและรอยแผลอยู่หลายจุด

“หน้าของฉันล้มกระแทกแรงมากเลยเหรอ”

“ก็แรงนะคะ” พิมพ์รดาเอ่ยตอบ “เฮียเจ็บไหมคะ”

“นิดหน่อย ตึงๆ”

“รักษาตัวไปเรื่อยๆ ค่ะ

“ทำไมฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยกับหน้าของตัวเองเลย”

“ก็เฮียความจำเสื่อม ที่สำคัญหน้าไม่เข้าที่ มันก็ไม่คุ้นเป็นธรรมดา” พิมพ์รดาพูดเสียงเรียบ คิดในใจว่าเขาจะคุ้นเคยได้อย่างไรกันก็ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สุริยันต์ถอนใจหนักหน่วง เขาเบื่อห้องสีขาวๆ นี้เต็มกลืน และคงต้องอยู่อีกหลายเดือนจนกว่าเขาจะหายดีกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ตอนนี้ยังต้องทำความสะอาดแผลและดูแลรักษาตัวเองอย่างเข็มงวดตามคำสั่งของหมอ

สุริยันต์มักมีอาการปวดหัวบ่อยๆ เพราะเขาพยายามคิดพยายามนึก ให้ตัวเองจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง

“เฮียอย่าไปคิดอะไรให้มากเลย พักผ่อนก่อน เดี๋ยวหยกจะหาอะไรให้กิน” คนที่บอกว่าเป็นภรรยาออกจากห้องไปครู่ใหญ่ก่อนจะถือถาดข้าวต้มเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับทำให้เขารู้สึกหิวไม่น้อย

เขามองชามข้าวต้มนิ่งๆ ในขณะที่เธอยกถาดมาวางตรงหน้า และช่วยเขาขยับตัวไปพิงหัวเตียงโดยเอาหมอนรองทางด้านหลังให้

“ข้าวต้มค่ะ” เธอบอกเขาก่อนจะนั่งลงข้างเตียง

“มือไม่มีแรง” เขาบอกเธอ มองใบหน้าหวานละมุนนิ่งงันไป สุริยันต์นึกอยากรู้ว่าเขาได้เธอมาเป็นเมียได้ยังไงกัน และจีบกันอย่างไรบ้าง มันเป็นความคิดแว๊บๆ ที่เข้ามาในสมอง

“คะ?” เธอมองหน้าเขา ก่อนกะพริบตาปริบๆ

“นี่ไง ไม่มีแรง” เขายกช้อนขึ้นแล้วช้อนก็ตกลงในถ้วย ทำท่าให้ดูว่าเขาไม่มีแรง พิมพ์รดาตาโต มองคนความจำเสื่อมอย่างคาดไม่ถึง เขาไม่ยอมกิน อ้าปากรอให้เธอป้อนท่าเดียว หญิงสาวเลยค้อนให้เสียหนึ่งทีในความขี้อ้อนของเขา

“อ้าปากสิคะจะป้อนให้” ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานหลายปี เธอก็เพิ่งเห็นว่าคนตัวโตเจ้าอารมณ์อย่างเขารู้จักอ้อนเมียเป็นเหมือนกัน

พอบอกว่าจะป้อนก็อ้าปากรับเหมือนลูกนกรอแม่ป้อนอาหาร เพียงไม่นานข้าวต้มหอมกรุ่นก็หมดชามลงอย่างรวดเร็ว เธอยกน้ำส่งให้เขาดื่ม เขาก็บอกว่ามือไม่มีแรง สรุปว่าต้องป้อนอีก เขาถึงยอมกินยา

“กินข้าวเสร็จแล้ว ก่อนนอนจะเช็ดตัวให้นะคะ”

“อาบน้ำดีกว่า เหนียวตัวไปหมด” เธอบังคับไม่ให้เขาออกไปไหน ให้นอนพัก เขายอมรับว่าเบื่อ การอ้อนเธอคือสิ่งที่ทำให้เขาหายเบื่อเป็นปลิดทิ้ง ได้มองใบหน้างอๆ เหมือนไม่พอใจแต่กลับกระตือรือร้นและยิ่งกว่าเต็มใจดูแลก็ทำให้เขานึกอยากแกล้งเธอทั้งวัน

“จะอาบน้ำเหรอคะ” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ แต่เขาสามารถอาบน้ำได้แล้ว แผลบนร่างกายทุกอย่างหายเป็นปกติดีแล้ว ยกเว้นที่ใบหน้าซึ่งอาจจะต้องใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแทน

“ให้เธออาบให้” เขามองหน้าเธอนิ่ง พิมพ์รดาหน้าแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ คนห่ามๆ แบบเขาทำหน้าชอบกลในความรู้สึก หรือเธอจะคิดมากไปเอง เขาความจำเสื่อมคงไม่คิดอะไรทะลึ่งๆ หรอกนะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ความจำเสื่อมคิดทะลึ่งไม่ได้หรือไง พิมพ์รดาคิดในใจอยู่คนเดียวก่อนจะกัดปากตัวเองเบาๆ

“เป็นอะไร กัดปากแล้วหน้าแดง” คนช่างสังเกตตามนิสัยเอ่ยถาม นั่นเป็นนิสัยส่วนตัวที่เขาแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ ไม่เกี่ยวกับความจำอะไรในปัจจุบันนี้

“เปล่าค่ะ” เธอตอบปฏิเสธ

“หรือไม่อยากอาบน้ำให้ผัว” เขาเอ่ยถาม ไล่สายตามองคนที่เอ่ยอ้างว่าเป็นภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงเธอจะท้องแต่เขาก็รู้สึกปรารถนาเธอเป็นที่สุด กลิ่นหอมประจำกายคุ้นเคยทำให้เขาอยากจะสูดดมเข้าปอดแรงๆ ลึกๆ ซุกใบหน้าเข้าหาเนื้อตัวของเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

“ถ้าเฮียอยากให้อาบ ก็จะอาบให้ค่ะ” เธอมองหน้าเขา สบตากันแล้วต้องเป็นฝ่ายหลบ สายตาร้อนแรงของเขาทำให้เธอใจสั่นระริก

“ก็แค่นั้น” คนที่พึงพอใจกับคำตอบไม่เซ้าซี้อีก

“เราจะอยู่ที่นี่อีกนานไหม” สุริยันต์เอ่ยถามหลังจากที่เขาได้ยินพิมพ์รดาคุยกับหมอ เพราะรับรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่บ้าน แค่มาพักรักษาตัวชั่วคราวเท่านั้น

“อีกสักพักค่ะเฮีย รอจนหยกคลอด และให้เฮียแข็งแรงกว่านี้ เราถึงจะออกไปจากที่นี่ค่ะ” พิมพ์รดาให้สุริยันต์พักรักษาตัวอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ ที่นี่ปลอดภัย แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไป อยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น

เขามีอาการหงุดหงิดอยู่ที่ต้องทนอยู่ที่นี่และไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่เขาก็เข้าใจ เมื่อเธอให้เหตุผลหลายอย่าง พื้นฐานแล้ว สุริยันต์ก็เป็นคนมีเหตุผล เกือบสองเดือนหลังจากเขาฟื้นขึ้นมา อาการหงุดหงิดของเขาก็หายไป หันมาสนใจเธอกับลูกมากขึ้น

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” เขาเอ่ยถาม มองหน้าท้องนูนๆ ของเธอ ตอนนี้อายุครรภ์ของเธอห้าเดือน ซึ่งเขานั้นจำแม่นตั้งแต่วันแรกที่ฟื้นขึ้นมาว่าเธอพูดอะไรกับเขาบ้าง

“ผู้หญิงค่ะ เฮียชอบลูกผู้หญิงไหม”

“ผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ”

“ค่ะ” เธอยิ้ม “เฮียอยากเห็นหน้าลูกไหมคะ”

“อยากเห็น” เขาตอบขณะมองสบตาเธอ พิมพ์รดายิ้ม

“อีกไม่กี่เดือนจะได้เห็นหน้าลูกแล้วค่ะ”

“เล่าเรื่องของฉันให้ฟังหน่อยสิ” เขาทิ้งตัวลงนอน รอฟังเธอเล่าเรื่องของตัวเอง พิมพ์รดาเล่าไปเรื่อยๆ แต่ไม่ทั้งหมด

หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พาเขาไปอาบน้ำ เขาเหมือนเด็กตัวโตช่างเอาแต่ใจและขี้อ้อนอยู่ในที เธออาบน้ำให้เขาจนเสร็จ รู้อยู่เต็มอกว่าเขาหาเรื่องให้เธอถูโน่นถูกนี่ไปตามเนื้อตัวของเขา คล้ายอยากจะรอดูปฏิกิริยาของเธอ

“จะไปไหน” เขารีบรั้งข้อมือของเธอเอาไว้เมื่อเธอทำท่าจะผละจากไป หลังจากช่วยเขาแต่งตัวจนเสร็จ

“ไปนอนค่ะ”

“ทำไมไม่นอนด้วยกัน” เขาดึงเธอให้นั่งลงบนขอบเตียงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขายังไม่คุ้นชินกับเธอ จึงไม่ได้เรียกร้องให้เธอนอนด้วยกัน

“เฮียป่วยอยู่ หยกไม่อยากนอนเบียดให้เฮียอึดอัด”

“นอนด้วยกันนี่แหละ เตียงกว้างนอนได้สักสิบคน” เขาบอกขณะไล้มือของเธอไปมา

“หยกท้องอยู่ ช่วงนี้งดไปก่อนได้ไหมคะ” เธอพูดมันออกมาตรงๆ เมื่อเห็นความปรารถนาในดวงตาคู่คมนั้น

“ท้องแล้วมีอะไรกันไม่ได้เหรอ” คนพูดตรงโพล่งถามออกมา คนฟังหน้าแดงค้อนให้เสียหนึ่งที

“มีได้ แต่ต้องทำเบาๆ” รับปากแล้วมองเขาไม่วางตา

“งั้นให้อยู่ด้านบน เดี๋ยวฉันนอนด้านล่าง” นี่ขนาดความจำเสื่อม เธอมองหน้าเขาตาปริบๆ

“แทนตัวเองว่าเฮียได้ไหมคะ แทนตัวเองว่าฉันมันดูห่างเหิน” เธอพูดขึ้น

“ไม่ชิน แต่จะพยายาม” เขาตอบ ดึงเธอเข้าไปหาอีก เธอขยับเข้าไปหา นอนทับอกเขาลูบไล้ไปมา ในขณะที่ขาทั้งสองข้างยังอยู่ข้างเตียง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
หลังสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียว ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายสิบครั้งทว่าล้มเหลวทุกครา จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมบังคับผูกมัดวิญญาณเธอไว้ โดยสั่งห้ามตายจนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอถูกส่งไปยังโลกยุทธภพเพื่อทำภารกิจขัดเกลาตัวร้ายสูงสุดในฐานะอาจารย์ แม้จะถูกล่อลวงด้วยเงินทองหรือพลังอมตะเพื่อให้เป็นจอมมาร เธอกลับโหยหาเพียงความตายและพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีจากระบบเฮงซวยที่คอยขัดขวางการจากไปของเธอในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟพิศวาส
8.4
เมษาหญิงสาวผู้ยึดมั่นในคำสัญญาและรักเพียงเขาคนเดียว กลับต้องเผชิญกับความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อชายหนุ่มปักใจเชื่อว่าเธอคือคนทำร้ายคนรักของเขา จนนำไปสู่การจับตัวเธอไปกักขังไว้บนเกาะเพื่อลงทัณฑ์อย่างเลือดเย็น แม้เขาจะพร่ำบอกว่าเกลียดชังและขยะแขยงเธอเพียงใด ทั้งยังข่มขู่จะไล่ส่งเธอไปให้พ้นหน้าหลังจบสิ้นการล้างแค้นครั้งนี้ แต่ลึกๆ เขากลับสับสนเมื่อไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่มีต่อเธอได้ ท่ามกลางไฟแค้นที่แผดเผา ความรักที่ไร้ค่าในสายตาเขาจะลงเอยเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวหลังจากที่ตำแหน่งของลูกสาวถูกแย่งไป
7.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจลับระดับชาติ ฉันกลับพบว่าลูกสาวที่เพิ่งสอบผ่านเกณฑ์ฝึกงานของ UN ถูกลักพาตัวไปขังไว้ในโรงเรียนอย่างทารุณ โดยฝีมือของลูกคุณหนูจอมปลอมที่อ้างสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งนั้นไป พร้อมคำประจบสอพลอจากครูที่อ้างว่าพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็นมหาเศรษฐีและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งความจริงแล้วฐานะเหล่านั้นคือตัวตนลับของฉันและสามี ความโกรธแค้นจึงประทุขึ้นเมื่อความลับถูกสวมรอย ฉันจึงเริ่มสาวไส้ผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาว