ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ตารัคคือดินแดนแห่งผู้พิทักษ์ปฐวีธาตุที่กำลังเร่งตามหาอัญมณีสาบสูญเพื่อเติมเต็มเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่านีรุณกลับเริ่มคลางแคลงใจว่าภารกิจนี้คือสิ่งที่พระองค์ต้องการจริงหรือไม่ ในขณะที่เธอกำลังค้นหาคำตอบท่ามกลางความสงสัย อลัน ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมความลับบางอย่าง การเดินทางเพื่อพิสูจน์ศรัทธาและไขปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ในดินแดนแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการผจญภัยที่เดิมพันด้วยความจริงอันสูงสุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

ท้องฟ้าในยามค่ำคืนของตารัคไม่ได้มืดเหมือนกับดาวเคราะห์หลายดวงในบริเวณนี้ ดาวนับหมื่นนับแสนดวงคอยส่องประกายสร้างสีเหลืองนวลสบายตา แสงสีขาวผสมเหลืองเล็ก ๆ เป็นประกายระยิบระยับราวกับกำลังทักทายพูดคุยหยอกล้อ

นีรุณเงยหน้ามองความสวยงามบนท้องฟ้า ถ้าเป็นในเวลาปกติ เธอคงจะชื่นชมว่ามันช่างงดงามและยังสามารถปลอบประโลมจิตใจของเธอได้ในบางเวลา

ทว่า!....ในเวลานี้กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เสียงหญิงชราพร่ำบ่นเรื่องที่พูดกับเธอมาแล้วร่วมสิบรอบ เสียงนั้นทำลายบรรยากาศที่สวยงามไปจนหมดสิ้น “คุณนีรุณรู้อยู่แท้ ๆ ว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องเข้ารับบททดสอบเพื่อขึ้นเป็นผู้นำตระกูลเกเลนแล้ว เหตุใดจึงยังชอบออกไปเที่ยวเล่น”

“ก็ไม่ได้อยากเป็น” หญิงสาวบ่นอุบอิบอย่างเบา ๆ

“คุณหนูว่าอย่างไรนะคะ?” ผู้อาวุโสแทราหันมาถามอย่างสงสัยปะปนความไม่มั่นว่าเธออาจจะชราเกินไปจนไม่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูด

หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่ ดวงตากลมโตมองหญิงสาวอย่างใสซื่อ เธอส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่มีอะไรคะ?”

นีรุณเพียงอยากใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ได้อยากมีภาระอะไรที่ต้องแบกรับมาดูแลใคร เธอถึงได้พยายามร่ำเรียนวิชาแพทย์แล้วสร้างธุรกิจ ‘โรงยาสารพันโรค’ ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ เธอเพียงหวังว่าสักวันจะได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแบบชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่…ผู้นำตระกูลโบราณอะไรแบบนี้ ที่มีหน้าที่ล้านแปดต้องทำ

“ถ้าต้องถูกขังในกรงแบบนั้นก็ตายพอดี” เธอบ่นพึมพำด้วยท่าทางครุ่นคิดถึงทางรอด

“ต้องหนี” ไม่เช่นนั้นจะหมดโอกาสได้ใช้ชีวิตอิสระในแบบที่ตัวเองอยากจะเป็นแล้ว

ดวงตากลมโตเริ่มชำเลืองมองไม้เท้าของผู้อาวุโสแทราในแต่ละย่างก้าว เธอค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าและทิ้งระยะห่างจากผู้อาวุโสแทรามากขึ้นเรื่อย ๆ

หญิงสาวมองซ้ายมองขวาแล้วค่อย ๆ ปลดอัญมณีที่ประดับเสื้อออกทีละเม็ดจนเต็มกำมือ เธอค่อย ๆ โปรยมันไปตามทางเดิน เหล่าอัญมณีกลมเกลี้ยงส่องประกายวิบวับดั่งดาวตกลงบนพื้นหิน

สักพักเสียงโวยวายก็ดังขึ้นจากข้างหลัง นีรุณยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” หญิงสาวหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ

เธอแสร้งทำท่าทางตกใจมองเหล่าทหารที่ตามมาลื่นล้มกันระเนระนาดพร้อมกับแอบยิ้มเบา ๆ

“ว้าย! พี่ ๆ เป็นอะไรกันไปหรือคะ!!” เธอแสร้งทำท่าตกใจโหวกเหวกโวยวายดึงความสนใจของเหล่าทหารเฝ้ายามที่ต่างวิ่งกันมาดูสถานการณ์

“เกิดอะไรขึ้น?” ผู้อาวุโสแทราค่อย ๆ เดินแหวกฝูงชนเข้ามาดูสถานการณ์

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน นีรุณหันไปเห็นมามูมายืนรออยู่ที่มุมทางเดิน เธอจึงค่อย ๆ ปลีกตัวจากฝูงชน

มามูพาเธอเดินมาหาเทาไปดาตัวใหญ่ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสี่ขา ขาทั้งสี่ข้างสั้นและอ้วน มือและขาทั้งสี่ทรงพลังในการขุดดินจนมันสามารถทำโพรงขนาดใหญ่เพื่อให้ตัวมันเข้าไปอาศัยใต้ดินสำหรับการพรางตัวได้ ช่วงหน้าสั้นจนแทบจะเสมอตัว ทำให้มันดูกลมไปหมดทั้งตัว ตัวเต็มวัยของมันสามารถใหญ่ได้มากกว่าพวกเธอ 5-10 เท่า เทาไปดาตัวนี้มีนามว่า

“เจ้านิกซ์” นีรุณเดินเข้าไปลูบมันแผ่วเบา มันเป็นสัตว์เลี้ยงตัวสนิทและยังเป็นพาหนะของนีรุณ

ยามเจ้านิกซ์เห็นเจ้านายของมัน มันค่อย ๆ หมอบราบไปกับพื้นเพื่อให้เจ้านายของมันขึ้นมาขี่ได้ง่ายยิ่งขึ้น

นีรุณกระโดดขึ้นหลังของมันอย่างคล่องแคล่ว แล้วทั้งนีรุณและมามูวิ่งผ่านทางเดินที่คดเคี้ยว ป่านนี้คงไม่มีใครตามเธอมาแล้ว เธอค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าของเจ้านิกซ์ตรงเข้าไปในเมืองแล้วมาหยุดหน้า ‘โรงยาสารพันโรค’

เสียงพึมพำและเสียงพูดคุยดังไปทั่วบริเวณหน้าร้านยาที่เต็มไปด้วยลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งชาวตารัคและชาวไซทอบต่างยืนแออัดกันอยู่หน้าร้าน พวกเขาต่างแหกปากราวกับจะพังร้านเข้ามาให้ได้

“ร้านยังไม่เปิด ไป ๆ” เด็กหนุ่มร้านยาค่อยยืนกันด้านหน้าประตู ป้องกันไม่ให้พวกเขาแห่กันเข้าไปข้างใน

หญิงสาวสองคนที่เพิ่งมา หยุดดูสถานการณ์ก็พากันสงสัย พวกเธอลัดเลาะกันเข้าไปหลังร้าน แล้วก็พบกับเคลเจ้าของร้านกำลังยืนมองอย่างตึงเครียด

“ฟ้ายังไม่สว่าง พวกเขารีบมาทำไมกันแต่เช้าหรือ…คุณเคล?” นีรุณเอ่ยถามอย่างสงสัย

เคลรีบหันมาทำความเคารพนีรุณ เขาส่ายหน้าแล้วมองเธออย่างเคร่งเครียด “สองสามวันนี้เกิดโรคแปลก ๆ ระบาดในกลุ่มชาวบ้าน ไปหาร้านหมอที่ไหนก็รักษากันไม่ได้ ก็เลยแห่กันมาที่ร้านเราอย่างที่คุณหนูเห็นครับ”

นีรุณทำหน้าฉงน “มีโรคแปลกประหลาดแบบไหน ที่ร้านเรายังไม่เตรียมยาเอาไว้อีกหรือ?”

เคลเดินนำนีรุณเข้ามาด้านหลังร้าน เธอก็พบกับชายวัยกลางคนที่ผิวเต็มไปด้วยตุ่มน้ำใส ๆ ถัดไปเป็นไซทอบรูปร่างค่อนข้างกลม ร่างกายมีสีเหลืองนวล บนผิวเรียบเนียนของเธอก็มีตุ่มใส ๆ เช่นเดียวกัน

“มามู ช่วยไปตามอาจารย์โกดามาที่นี่ที” นีรุณพูดด้วยน้ำเสียงตึงเครียด

มามูพยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไป นีรุณยืนอยู่ตรงนั้น มองดูตุ่มน้ำใส ๆ ที่กระจายอยู่บนร่างของคนไข้สอง พลางคิดถึงวิธีรักษาในหัว

เคลยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มองด้วยความวิตกกังวลไม่แตกต่างกัน “ส่วนใหญ่พวกที่ติดเชื้อมักจะเป็นผู้ที่มีทาสเป็นไซทอบครับ พวกเขาทุกคนล้วนไปประมูลเหล่าไซทอบนี้มาจากโรงค้าทาสในตลาดมืดครับ”

“ตลาดมืดอีกแล้วหรือ?” นีรุณนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหันไปถามเคล “ทำไมชาวไซทอบเหล่านี้ถึงได้กลายมาเป็นทาส?”

เท่าที่นีรุณรู้…ดาวตารัคนั้นค่อนข้างมีเสรีภาพของการทำมาหากิน เธอไม่เคยรู้ว่ามีการบังคับค้าทาสมาก่อน

เคลทำหน้าตาหนักใจก่อนจะนั่งข้าง ๆ หญิงสาว “คุณหนู เรื่องราวเหล่านี้มีมาช้านาน แต่แค่มักจะแอบบทำในเขตชานเมืองหรือที่ที่ห่างไกลจากเมืองตารัค คุณหนูเลยอาจจะไม่เคยได้ยิน…ส่วนทาสไซทอบนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย เนื่องจากยามที่พวกเราชาวตารัคบุกไปตีดาวดวงอื่น ๆ พวกเราก็มักจะกวาดต้อนชาวไซทอบบนดาวนั้นมาเป็นเชลย แล้วพวกเขาก็จะกลายเป็นชาวไซทอบชนชั้นล่างอย่างปฏิเสธไม่ได้ สุดท้ายพวกเขามักจะถูกขายไปเป็นแรงงานครับ”

หญิงสาวนั่งนิ่งเงียบไปอยู่ครู่ใหญ่ เธอมองไซทอบร่างเล็กเบื้องหน้าอย่างเศร้าใจ สิ่งมีชีวิตนี้น่าจะมาจากชนเผ่าคัมพัส พวกเขามีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่บนดาวคัมพัส ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตารัค

ไม่นาน มามูพยุงชายชราเข้ามาพร้อมอุปกรณ์การตรวจเข้ามา

ผู้อาวุโสโกดาค่อย ๆ เดินมาหยุดหน้าเตียง เขามองอาการของคนไข้ก็ทำหน้าสงสาร เขาหยิบเข็มขึ้นมาและพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ไม่ต้องตกใจหรอกนะคุณหนู นี่ไม่ใช่โรคระบาด แต่มันคือพิษใช้ทำร้ายร่างกาย”

“ที่ท่านโกดาเอ่ยก็มาค่อนข้างสอดคล้องกับสถานการณ์นะครับ ถ้าเป็นโรคระบาดนั้นจะไม่เลือกกลุ่มคน แต่นี่ติดกันเพียงบางคนบางกลุ่มเท่านั้น” เคลเอ่ยเสริม

ผู้อาวุโสโกดามองนีรุณอย่างใจเย็น ก่อนจะยื่นเข็มให้เธอ “ลองสะกิดแผลแล้วดูสีของเข็มให้ดี”

นีรุณใช้เข็มสะกิดบาดแผลออกมา ชายชราเอ่ยต่อด้วยความหนักใจ “การรักษาพิษนั้นไม่เหมือนการรักษาโรคทั่วไป เราไม่มีทางรู้ว่าพิษนั้นปรุงจากอะไร…คนสร้างพิษก็เหมือนนักเล่นหมากล้อม เขาต้องพยายามพัฒนาพิษทุกวิถีทาง ไม่ให้คนทำยารักษาอย่างไรแก้พิษได้ง่าย…เราคงต้องพยายามหายามาช่วยประคับประคองอาการไปก่อน ถ้าเราต้องการรักษาพิษจริง ๆ เราคงต้องหาตัวคนที่สร้างพิษนี้ให้เจอ”

นีรุณพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเธอเป็นหมอปรุงยา จะรักษาคนป่วยให้หายจำเป็นต้องรู้ที่มาของโรค แต่ว่าตอนนี้พวกเธอไม่รู้ว่าพิษตัวนี้ส่งผลต่อร่างกายพวกเขาอย่างไร ฉะนั้นจึงยากต่อการป้องกัน ทำได้เพียงรักษาตามอาการ

นีรุณเริ่มลงมือรักษาอย่างตั้งใจ เธอรู้ว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ ถ้าสิ่งมีชีวิตทั้งสองอาการดีขึ้น อย่างน้อยพวกเธอก็จะรู้แนวทางรักษาให้คนที่อยู่ข้างนอก หญิงสาวค่อย ๆ หยดยาทีละตัวลงในของเหลวที่สกัดออกมาจากบาดแผลคนไข้ ยาตัวแล้วตัวเล่าค่อยหยดลงมา “ยาตัวนี้ทำให้น้ำเปลี่ยนสีจากสีเหลืองม่วงเป็นสีใสค่ะ อาจารย์”

ผู้อาวุโสโกดาหยิบห่อยาขึ้นมาดู สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ยากลุ่มนี้ไว้ต้านพิษเรื้อรังที่จะส่งผลต่อระบบไต คนสร้างพิษก็ช่างใจร้ายนัก อยากให้พวกเขาตายอย่างช้า ๆ”

ชายชรายื่นยาให้นีรุณ “ให้พวกเขาทานทีละน้อยและเราต้องค่อย ๆ ดูอาการอย่าใจร้อน”

หลายวันมานี้ นีรุณไม่ได้กลับคฤหาสน์ตระกูลเกเลนเลย เธอทุ่มเทเวลาให้กับการเฝ้ารอการฟื้นตัวของคนไข้ทั้งสอง คอยดูอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ชุดยาหลายประเภทถูกนำมาใช้รักษาตามอาการ จนในใจของเธอเริ่มคิดถึงผู้ที่สร้างพิษซับซ้อนนี้ขึ้นมา

“ถ้าคุณหนูหายามารักษาอาการนี้ได้ คุณหนูคิดราคาเท่าไร พวกเขาก็จำเป็นต้องจ่าย” มามูเอ่ยออกมา

นีรุณพยักหน้าอย่างยิ้ม ๆ แต่เมื่อมองไปยังหน้าร้าน กลุ่มคนที่กำลังโหวกเหวกโวยวายนั้นกลับเป็นกลุ่มชาวบ้านจน ๆ และเหล่าทาสไซทอบ รอยยิ้มเริ่มเลือนรางไปจากดวงหน้าหวาน

ทันใดนั้น มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน “คุณหนูค่ะ พวกเขาฟื้นแล้วค่ะ!”

ทันทีที่ได้ยินข่าวดี นีรุณรีบวิ่งไปยังห้องที่คนไข้กำลังนอนอยู่ ชายวัยกลางคนและหญิงชาวคัมพัสกำลังดื่มน้ำมื้อแรกในรอบหลายวัน “พวกคุณอาการเป็นอย่างไรบ้างคะ? รู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างไหม?” นีรุณถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

ชายวัยกลางคนและไซทอบต่างมองนีรุณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะพูดเสียงสั่นเครือ “ไม่เจ็บมากครับ แค่ได้มีชีวิตอีกครั้ง ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณนีรุณยังไงดี” ทั้งสองก้มลงขอบคุณเธออย่างจริงใจ

นีรุณตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นพวกเขาก้มลงขอบคุณอย่างจริงใจ เธอรีบเดินไปข้าง ๆ และยื่นมือไปให้พวกเขาลุกขึ้น “ขอแค่พวกคุณหายดีก็พอแล้ว”

“คุณหนู!!!....” เสียงแหลมสูงดังขึ้น เป็นสาวชาวคัมพัสค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้า ๆ แขนขาสั้น ๆ ของเธอค่อยคลานเข้ามาหานีรุณ ดวงตากลมโตสีดำมองเธออย่างซาบซึ้ง “ชีวิตนี้กาอิลไม่เหลืออะไรแล้ว คุณหนูยังเสียเวลามาช่วย กาอิลไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรคะ”

นีรุณรีบเข้ามาพยุงร่างเล็กของเธอให้ลุกขึ้น “เอ่อคือ…พักก่อนเถอะ พวกคุณก็ยังไม่หายดี”

“ชีวิตของผมเหลือเพียงทาสคัสพัสตนนี้ ถ้าคุณหนูรับนางไว้ดูแลผมจะยินดีมากครับ” ชายวัยกลางคนมองนีรุณอย่างอ้อนวอน

เมื่อนีรุณหันไปมองสาวชาวคัสพัส เธอเองก็พยักหน้าพลางยิ้มหวานอย่างยินดี “กาอิลทำงานได้ทุกอย่างเลยนะคะ”

นีรุณชะงักไปชั่วขณะ ไม่เคยมีใครในตารัคมองนีรุณด้วยสายตาเช่นนี้มาก่อนในชีวิต คำพูดของชายคนนั้นและกาอิลทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแอบมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา “การเป็นที่ยอมรับมันรู้สึกดีเช่นนี้เอง” เธอพึมพำเบา ๆ

เสียงชายชราดังขึ้นข้างหลัง “หนูรู้สึกดีใช่ไหมที่ได้ช่วยคน?” ผู้อาวุโสโกดาลูบหัวนีรุณอย่างอ่อนโยน มองร่างบางที่เขาสั่งสอนมาแต่เด็กด้วยสายตาอบอุ่นและเต็มไปด้วยความภูมิใจ “ดีแล้วนีรุณ เมื่อเรามีมากพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว เราก็ต้องรู้จักแบ่งปันให้ผู้อื่น ความสุขที่ได้จากการแบ่งปันนั้นเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ หนูจะเข้าใจเมื่อได้ลงมือทำด้วยตัวเอง”

นีรุณพยักหน้ารับ มองอาจารย์ของเธอด้วยความเคารพและยินดี แล้วเธอจึงตัดสินใจเดินเลี่ยงไปหาเคลที่หลังร้าน “คุณเคล ช่วงนี้อย่าเพิ่งปรับราคายานะคะ โดยเฉพาะถ้าขายให้ชาวบ้าน คงราคาเดิมเอาไว้ก่อนค่ะ”

เคลมองเธอด้วยความตกใจ “แต่ราคาสมุนไพรแพงขึ้นมากนะครับ ร้านยาที่อื่นๆ ก็ทยอยกันปรับราคากันหมด”

นีรุณยืนฟังเขาอย่างนิ่งเงียบ ก่อนจะพูดออกมาเสียงเรียบ “ให้ร้านของเราคงราคาเดิมไปก่อนเถอะค่ะ คุณเคล”

“เกิดอะไรขึ้นครับ เมื่อวันก่อนคุณหนูยังบอกให้พวกเราเพิ่มราคาเยอะ ๆ ทำไมวันนี้เปลี่ยนใจ”

นีรุณนิ่งคิดไปเมื่อนึกย้อนไปก็พบสายตาแห่งความซาบซึ้งยามผู้ป่วยได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จิตใจของเธอก็พลอยยินดีไปด้วย เธอยิ้มอ่อน ๆ “ความสบายใจนะคุณเคล เอาตามนี้นะคะ เราคงราคานี้กันไว้ก่อน”

เคลมองเธออย่างไม่เห็นด้วย เขายื่นบัญชีขึ้นมาให้เธอดู “คุณหนูเห็นแล้วใช่ไหมครับ วัตถุดิบแพงขึ้นมาก ถ้าเรากดราคาให้เหมือนเดิม ร้านของเราจะขาดทุนหนักนะครับ ถ้าเราไม่มั่นใจว่าเราจะอยู่รอดได้ เราก็ไม่สามารถช่วยใครได้เลย”

นีรุณเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “พวกเราจะช่วยใคร ก็ต้องช่วยให้ได้ผลจริงค่ะ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งกังวลเรื่องนั้นเลยนะคะ ให้คงราคาเดิมไปก่อน เราจะหาทางออกไปด้วยกัน”

ก่อนนีรุณจะเดินไป เธอหันมามองหน้าเคลอีกครั้ง “คุณเคลไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันไม่ได้ขอร้องให้คุณเคลเฉือนเนื้อตัวเองหรอกค่ะ” นีรุณหันมามองหน้าชายรุ่นราวคราวพ่ออย่างหนักแน่น “ยังไงขอรบกวนให้คุณเคลช่วยรักษาราคายาเดิมไว้สักระยะ…มีส่วนต่างเท่าไรขอให้คุณเคลจดบัญชีเอาไว้ ฉันจะจ่ายส่วนที่ต้องเป็นกำไรของคุณเคลให้เองค่ะ ไม่ต้องเป็นกังวล”

นีรุณไล่นิ้วไปตามรายชื่อในบัญชีผู้ขายสมุนไพร “หรือไม่เราก็ต้องทำให้วัตถุดิบกลับมาเราเท่าเดิม”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลต้องร่วมงานกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้แสนยียวนในภารกิจถ่ายทำสารคดีกลางป่าลึก แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างเพียงใด แต่เหตุการณ์น้ำป่าหลากทำให้ทั้งคู่ต้องหลงทางและติดอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ฤทธิ์จากเห็ดป่าที่เผลอกินเข้าไปนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่พร่าเลือน เมื่อถูกช่วยออกมาได้ รัชนิชลจึงตัดสินใจลาออกเพื่อเก็บซ่อนความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงลำพัง โดยที่แคสเตอร์เองก็ไม่ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มันหอมหลงเข้าไปอยู่ในร่างใหม่ขณะเก็บเห็ดบนภูเขา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องช่วยชายหนุ่มปริศนาหนีเสือจนตกเขาไปด้วยกัน เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอพบว่าเขาบาดเจ็บหนักทั้งขาหัก ตาบอด และจำอะไรไม่ได้เลย ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันตามประเพณีเพราะผิดผีป่าผีเรือน หากไม่ตบแต่งจะเกิดอาเพศต่อหมู่บ้าน ท่ามกลางความวุ่นวายในโลกแฟนตาซีและกลิ่นอายอีสาน เธอจะเอาตัวรอดในฐานะภรรยาของชายพิการผู้ลึกลับคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป