ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ซาเปีย ภาคเสียงกระซิบจากสายน้ำ

ตารัคคือดินแดนแห่งผู้พิทักษ์ปฐวีธาตุที่กำลังเร่งตามหาอัญมณีสาบสูญเพื่อเติมเต็มเจตนารมณ์ของเทพบิดร ทว่านีรุณกลับเริ่มคลางแคลงใจว่าภารกิจนี้คือสิ่งที่พระองค์ต้องการจริงหรือไม่ ในขณะที่เธอกำลังค้นหาคำตอบท่ามกลางความสงสัย อลัน ชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมความลับบางอย่าง การเดินทางเพื่อพิสูจน์ศรัทธาและไขปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ในดินแดนแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการผจญภัยที่เดิมพันด้วยความจริงอันสูงสุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

เมื่อสามารถหาแนวทางการบรรเทาอาการของพิษประหลาดนั้นได้ มามูจึงสามารถลากนีรุณกลับคฤหาสน์เกเลนได้ในที่สุด แต่ระหว่างที่เดินมาแต่ละก้าว…คิ้วของนีรุณก็เอาแต่ขมวดเป็นปมราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ในหัวแทบจะตลอดเวลา……จนเผลอลืมไปว่าตัวเองได้ทำอะไรเอาไว้เมื่อหลายคืนก่อน

ยังไม่ทันที่สองสาวจะได้ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู “คุณนีรุณ” เสียงแหบแห้งของหญิงชราดังขึ้นมาทันที

“ตายแล้วมามู ตายแน่ ๆ ท่านแทราเอาฉันตายแน่คราวนี้” ว่าแล้วหญิงสาวรีบกระโดดขึ้นหลังเจ้านิกซ์ แต่ทว่า!!...ขอของเธอหรือจะสู้เวทมนตร์ของผู้อาวุโส หญิงชราผูกแส้ไว้กับข้อเท้าเบาะบางของนีรุณ เพียงกระตุกเบา ๆ ร่างของนีรุณก็ลอยมาหล่นข้างหน้าผู้อาวุโสแทราเสียแล้ว

“ท่านแทรา” นีรุณเงยหน้าสบตาผู้อาวุโวแทราพร้อมรอยยิ้มหวานเจื่อน ๆ ออกมา

“คุณนีรุณ วันนี้ท่านอาวุโสแห่งตระกูลเกเลน ผู้ดูแลทิศทั้งสี่มากันครบแล้ว วันนี้ท่านจะต้องเข้าทำพิธีชำระล้างตนเอง พร้อมเข้ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลเกเลน จะปล่อยให้เลยฤกษ์วันนี้ไม่ได้ค่ะ” คำเอื้อนเอ่ยที่มีพลังและทรงอำนาจ ทำให้คนฟังอย่างนีรุณถึงกับหยุดชะงักและยืนฟังตัวที่แข็งทื่อ

“ผู้อาวุโสไซออน จากตระกูลเกเลนผู้ดูแลทิศอุดร” ผู้อาวุโสแทราเริ่มแนะนำจากขวามาซ้าย เขาเป็นชายชราร่างใหญ่โตผิวสีน้ำผึ้งเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวตารัค เขามีผมสีขาวโผลยาวแล้วจับมันมาถูกรวบเอาไว้เป็นหางม้าด้านหลังอย่างเรียบง่าย

นีรุณโค้งคำนับให้ชายชราผู้นั้นตามหลักผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่ หากแกแต่เขากลับใช้เพียงหางตามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าโดยไม่มีแม้แต่ปฏิกิริยายาจะให้ลุกขึ้น

“ผู้อาวุโสริค จากตระกูลเกเลนผู้ดูแลทิศทักษิณ”

เธอมองชายชราร่างเล็กแลดูไม่ค่อยจะแข็งแรง เขาเดินมาหาเธอด้วยไม้เท้าย้ำหยันเข้ามาอย่างช้า ๆ แล้วผ่านเธอไปโดยไม่คิดจะสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย

พอปฏิกิริยาจากสองคนแรกที่กลับมาไม่ค่อยจะดีนัก เลยทำให้นีรุณรู้สึกเริ่มเบื่อหน่ายกับการต้องมานั่งทนทำพิธีรีตองเช่นนี้และเริ่มไม่ได้คาดหวังอะไรอีกแล้ว เธอค่อย ๆ เบนหน้าหนีมองไปทางอื่น

“ผู้อาวุโสมหิ จากตระกูลเกเลนผู้ดูแลทิศบูรพา” ผู้อาวุโสแทราเผยมือออกไปทางซ้าย

ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างมีอายุแต่เธอสามารถรักษารูปร่างของเธอได้เป็นอย่างดี เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางทรงอำนาจและสายจับจ้องมาที่นีรุณนิ่ง ๆ ราวกับกำลังประเมินนีรุณ เธอค่อย ๆ สแยะยิ้มออกมา “คนนี้หรือ…ผู้ถูกเลือก” ผู้อาวุโสมหิเอ่ยพลางมองนีรุณตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“จะใช่หรือไม่..ไม่ใช่หน้าที่ของเธอนะมหิ ให้เป็นหน้าที่ของเหล่าบรรพบุรุษเถอะ” หญิงชราร่าเล็กเดินหลังค่อม ๆ ออกมาช้า ๆ เธอคือ ‘ผู้อาวุโสธรา’ จากตระกูลเกเลนผู้ดูแลทิศประจิม

“คุณนีรุณ” ผู้อาวุโสแทราแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจ “แม้คุณนีรุณจะมีสายเลือดโดยตรงมาจากผู้นำตระกูลคนเก่า แต่ถึงอย่างไรกฎระเบียบข้อปฎิบัติก็ไม่สามารถผัดผ่อนได้ คุณนีรุณจะต้องทำเข้าพิธีชำระล้างตนเองเพื่อตรวจสอบว่าคุณนีรุณเป็นผู้ได้รับเลือกหรือไม่?”

นีรุณมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสทึนทึกจากตระกูลเกเลนทั้งสี่ทิศ ดูก็รู้ว่าพวกเขาไม่มีใครยอมรับในตัวของเธอเลย เธอได้แต่ถอนหายใจระหว่างมองผู้อาวุโสแทราแล้วพยายามขยับปากที่สามารถแปลเป็นคำพูดได้ว่า “ไม่ทำได้ไหม?”

สิ่งที่ได้กลับมาจากปากผู้อาวุโสแทราคือ “ไม่”

“เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น คุณนีรุณขึ้นไปนั่งบนเสลี่ยงได้เลยค่ะ” ผู้อาวุโสแทราเอ่ยพลางผายมือไปทางขวา มีเสลี่ยงสี่คนหามเตรียมพร้อมไว้เบื้องหน้า

นีรุณรีบหันมามองหน้าผู้อาวุโสแทราด้วยความประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง ไม่คาดคิดว่าจะมีการเตรียมพร้อมกันเธอหนีไว้แยบยลเช่นนี้ เธอค่อย ๆ เดินขึ้นเสลี่ยงอย่างช้า ๆ แล้วจึงมีทหารเข้ามายกเสลี่ยงของเธอขึ้นลอยจากพื้นเพื่อเดินตามเหล่าผู้อาวุโสไป

แต่ทว่า!!...เสลี่ยงแค่นี้ไม่สามารถกันนีรุณไว้ได้หรอก

ในระหว่างทางที่พวกเธอกำลังเดินไปยังส่วนด้านในสุดของตระกูลตารัค อันเป็นเขตห่วงห้าม จะต้องผ่านเหล่าทหารหลายชั้น ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ อย่างครุ่นคิด “ทางข้างหน้าจะมีทางแยก” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตากลมโตคอยจด ๆ จ้อง ๆ รอทางแยกข้างหน้า

“พร้อม” ว่าแล้วร่างบางก็กระโดดลอยตัวหมุนตัวลงมาสู้พื้นเพื่อพร้อมจะวิ่งไปยังสถานที่ที่นัดกับมามูเอาไว้

ทว่า!!...กำแพงดินกลับโผล่พรวดขึ้นมาจากแผ่นดินและห้อมล้อมร่างบางเอาไว้จนมิด ทุกอย่างช่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนหญิงสาวที่ถูกกักขังยังไม่ทันได้ตั้งตัว “ท่านแทรา…ไม่เห็นต้องลงมือลงไม้กันเลยนะคะ” เมื่อหมดหนทางหนี การออดอ้อนจึงเป็นเพียงหนทางเดียวที่นีรุณจะทำได้

หญิงชราถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ “คุณนีรุณอยู่ในนั้นสักครู่เถิด”

นอกจากจะกักขังแล้วผู้อาวุโสแทรายังร่ายเวทมนตร์ปิดกันการได้ยินเสียง ทหารแบกหามกล่องดินที่บรรจุนีรุณมาหยุดอยู่หน้าวิหารหลังใหญ่ทางทิศเหนือของตระกูลเกเลน บนประตูบานใหญ่มีตราประทับเป็นรูปโล่คู่ซ้อนทับกัน

รูปโล่คู่ซ้อนทับกันเป็นตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลเกเลน แสดงให้ผู้คนในตระกูลได้ระลึกถึงหน้าที่ที่เกิดมาในตระกูลนี้ เพราะตระกูลเกเลนเป็นดังกำแพงที่ปกป้องเมืองตารัค เพื่อให้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในดาวดวงนี้ปลอดภัยจากการคุกคามทั้งภายในและภายนอก

ตระกูลเกเลนได้มีการแบ่งการดูแลออกเป็นผู้ดูแลทิศทั้งสี่ เหนือ ใต้ ออก ตก ซึ่งจะรับคำสั่งโดยตรงจากภาคส่วนกลางของตระกูล

ทว่า…ตำแหน่งผู้นำสูงสุดกลับถูกเว้นว่างเป็นระยะเวลาหลายปี

“ในที่สุดเวลาที่เรารอคอยก็มาถึง ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลจึงขอเปิดการคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลเกเลน”

สิ้นเสียงเคร่งขรึมของผู้อาวุโสแทรา เวทมนตร์ที่กักขังนีรุณอยู่ก็ค่อย ๆ สลายหายไป ดวงไฟเล็ก ๆ สีเหลืองนับร้อยดวงค่อย ๆ สว่างขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วมาห้อมล้อมตัวนีรุณให้ลอยขึ้นจากพื้นค่อย ๆ พาให้ตัวเธอลอยมาหยุดยืนอยู่กลางวงกลมที่มีตราสัญลักษณ์รูปโล่คู่ล้อมห้อมล้อมด้วยอักขระโบราณที่เขียนเอาไว้ว่า ‘หอบรรพบุรุษตระกูลเกเลน’

“โอย” นีรุณร้องออกมาด้วยความเจ็บที่อยู่ดี ๆ ก็เกิดบสดแผลลึกบริเวณฝ่ามือ เลือดของเธอค่อย ๆ ไหลลงมาสู่ตราสัญลักษณ์รูปโล่คู่จนครบทั้งพื้น

บังเกิดเสียง “แค็ก” คล้ายการปลดล็อกอะไรบางอย่าง แสงสว่างสีเหลืองอ่อนพุ่งขึ้นไปยังยอดหอคอยแล้วตรงไปยังต้นไม่ศักดิ์ที่อยู่ใจกลางเมืองของตารัค แสงสีเหลืองอ่อนแผ่กระจายไปท่วมทั่วหอบรรพบุรุษ พลังมหาศาลของต้นไม้ศักดิ์ได้แผ่กลับมาปกคลุมบริเวณแห่งนี้

“ไม่เคยสัมผัสพลังเช่นนี้เลย” ผู้อาวุโสธราเอ่ยขึ้นอย่างปลื้มปรีติ เธอตบมือรัว ๆ แสดงความดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ยินดีจริง ๆ….หากเรามีผู้นำที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ตระกูลเกเลนก็ไม่ต้องกลัวใคร”

ผู้อาวุโสแทราเดินมายืนตรงหน้านีรุณ แววตาชราวัยหรี่ลงมองเธอด้วยความเป็นกังวลผสมความห่วงใย “ขอฝากตระกูลเกเลนให้คุณนีรุณช่วยดูแลต่อด้วยนะคะ”

เธอพูดจบก็หันหลังแล้วยกมือขึ้นวนรอบอากาศ “เหล่าดวงจิตแห่งบรรพบุรุษ โปรดช่วยชำระล้างคุณนีรุณให้สะอาดทั้งกายและใจ” เสียงเคาะไม้เท้าดังกึกก้องสะท้อนกลับไปกลับมาในหู เสียงนั้นวนเวียนในหูของนีรุณจนเริ่มบีบรัดสมอง แล้วอยู่ดี ๆ ความอึดอัดก็พลันสลายหายไป

ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินคือ “พวกคุณไม่ควรเข้ามาที่นี่” ซึ่งเป็นคำพูดของผู้อาวุโสแทราที่พูดด้วยน้ำเสียงที่กำลังประหม่าและหวาดกลัว

นีรุณลืมตาขึ้นอีกทีก็พบว่าตัวเองถูกห้อมล้อมด้วยกำแพงดินอีกครั้ง เธอเดินเข้ามาใกล้กำแพงเดินเพื่อพยายามฟังว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นเพียงเสียงของการต่อสู้ ที่ดังมาจากด้านนอกก็ดังก้องเข้ามาถึงภายในกำแพงดิน

“ผู้อาวุโส เกิดอะไรขึ้นค่ะ” นีรุณพยายามตะโกนถามจนสุดเสียง

แต่กลับไม่มีคำตอบกลับจากภายนอก เท่าที่เธอได้ยินจะมีเพียงเสียงของการต่อสู้ การกระทบกระทั่งที่ดังลอดเข้ามา การจินตนาการทำให้นีรุณเริ่มร้อนใจ เธอพยายามร่ายเวทด้วยมือที่สั่นสะท้าน สร้างแส้เวทขึ้นมา แล้วฟาดมันใส่กำแพงดินอย่างไม่ยั้งมือจนกำแพงดินก็เริ่มแตกเป็นรอยเล็ก ๆ

ซึ่งก็ดูเหมือนจะยังไม่พอที่จะทำให้มันพังทลายลง “ไม่พอ! ไม่พอเลย!” นีรุณบ่นกับตัวเองเสียงต่ำ ขณะพยายามฟาดแส้เวทซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความรวดเร็ว ในขณะที่กำแพงเริ่มร้าวหนักขึ้น แสงสว่างวาบเข้ามาอย่างฉับพลันจนทำให้ทุกสิ่งรอบตัวเธอดูเบลอไปชั่วขณะ

เงาของผู้หญิงร่างท้วมราง ๆ กำลังเดินตรงมาที่เธอ “ใครกัน?”

ภายใต้ความมืดมิดที่แสนเงียบสงัด นีรุณยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ลูกไฟสีแดงฉานพุ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว ส่องแสงวาบเป็นเส้นทางหลอกหลอน ร่างของเธอถูกไฟที่ลุกไหม้เผาไปทั่วทั้งตัว มันร้อนแรงจนเจ็บแสบและทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน นีรุณสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ท่วมท้น

“คุณหนู! เป็นอย่างไรบ้างคะ?” เสียงของมามูดังขึ้นแทรกผ่านความมืด นีรุณค่อย ๆ ลืมตาตื่นมาพบกับสีหน้ามามูที่กำลังตกใจและมองเธออย่างเป็นห่วง

นีรุณหันไปมองและพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในห้องนอนของตัวเองแล้ว เธอใช้มือเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก รู้สึกโล่งใจที่มันเป็นแค่ความฝัน แต่ความรู้สึกไม่ดีบางอย่างยังคงปะปนอยู่ในใจ

“มามู… ฉันมานอนที่นี่ได้ยังไง?” นีรุณเอ่ยด้วยความสงสัย เธอพยายามทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปริศนา

“เอ่อ…คุณหนูมาเองค่ะ” มามูตอบตะกุกตะกัก ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบถ้วยน้ำมาให้

ในระหว่างนั้นนีรุณเองยังคงคิดทบทวนภาพเมื่อคืน จับจ้องไปยังผนังห้องที่คุ้นเคย แต่ภาพของผู้อาวุโสแทราและเสียงการต่อสู้กลับผุดขึ้นมาในความทรงจำ ทำให้เธอรู้สึกกังวล “ท่านแทรากับเหล่าผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ ละ?...พวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง? เมื่อคืนฉันเหมือนจะได้ยินเสียงต่อสู้…” เสียงของเธอแฝงไปด้วยความกังวล ราวกับยังไม่สามารถปล่อยวางสิ่งที่เกิดขึ้นได้

“เอ่อ…ท่านอาวุโส” มามูพูดตะกุกตะกัก รู้สึกไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรดี ก่อนจะรีบพานีรุณมาที่วิหารบรรพบุรุษ

เมื่อเห็นร่างของเหล่าผู้อาวุโสนอนอยู่บนเตียง นีรุณรีบวิ่งเข้าไปทันที ดวงตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง เมื่อเธอจับชีพจรของผู้อาวุโสแต่ละคนด้วยมืออันสั่นเทา

เธอรู้สึกถึงการเต้นที่ช้าและไม่สม่ำเสมอ “ชีพจรเต้นช้าผิดปกติ ความดันเลือดต่ำลง…” นีรุณพึมพำกับตัวเอง ขณะสายตาไม่หยุดสำรวจร่างกายของผู้อาวุโส ไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บจากการต่อสู้ ใบหน้าและร่างกายของแต่ละท่านดูเหมือนคนที่กำลังนอนหลับลึก

“ไม่น่าจะใช่…” นีรุณกล่าวขึ้นมาเสียงเบา ขณะที่เดินรอบเตียงแล้วพลิกข้อมือของผู้อาวุโสแต่ละท่านขึ้นมาอีกครั้ง เธอคลำไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยความพินิจพิเคราะห์ จนกระทั่งมือของเธอไปสัมผัสกับส่วนบนของศีรษะ ผิวหนังใต้ฝ่ามือรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ

“เข็มหรือคะ?” มามูถามขึ้นเสียงตกใจเมื่อเห็นนีรุณดึงเข็มขนาดเล็ก ๆ ออกมาจากศีรษะของผู้อาวุโสแทราแล้วจึงเดินมายังผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ

“ผู้อาวุโสทุกท่านล้วนมีเข็มทิ่ม…” นีรุณพยักหน้า ค่อย ๆ เพ่งมองปลายเข็มด้วยความสงสัย ก่อนจะนำต่างหูเงินของเธอมาสัมผัสกับปลายเข็ม แต่เมื่อสัมผัสไปแล้ว ต่างหูเงินของนีรุณกลับยังคงมีสีเงินเช่นเดิม ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสับสน “ไม่มีพิษ…แล้วทำไมพวกท่านถึงไม่ฟื้น”

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” มามูถามด้วยความกังวล ขณะที่รับเข็มมาอย่างระมัดระวัง

“มามูช่วยไปตามอาจารย์โกดามาพบฉันที่เรือนที ฉันต้องการความมั่นใจ…” นีรุณพูดเสียงเข้ม ขณะจับมือที่เหี่ยวเฉาของผู้อาวุโสแทรา กุมเอาไว้อย่างอ่อนโยน เธอรู้สึกเจ็บปวดในใจ “ถ้าหนูไม่ดื้อดึง ท่านคงไม่เป็นแบบนี้…”

ชายชราอายุเกือบร้อยปีเดินหลังค่อมกระย่องกระแย่งพยุงตัวด้วยไม้เท้ามาหยุดดูมองเข็มที่ทิ่มเหล่าผู้อาวุโส “ที่ตุ้มหูเงินไม่เปลี่ยนสีเพราะว่ามันไม่ใช่ยาพิษ มันเป็นเพียงยาสลบ”

นีรุณพยักหน้ามองผู้อาวุโสโกดาด้วยความครุ่นคิด “ยาสลบหรือคะ?”

ชายชราพยักหน้าเบา ๆ “ยาสลบมักเดียวกับที่เหล่านายพรานมักจะนำไปใช้ล่าสัตว์….ไม่ได้ทำให้ถึงแก่ชีวิต”

ยิ่งได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวยิ่งสับสน คำถามมากมายเริ่มค่อย ๆ ทยอยเข้ามาตีกันในหัวของเธอ “มันเลยยิ่งทำให้น่าสงสัย ทำไมคนร้ายที่บุกเข้ามาในยามวิกาลถึงใช้เพียงยาสลบ…ตกลงคนร้ายที่บุกเข้ามาต้องการสิ่งใดกันแน่?”

ชายชราวางเข็มลง เขานั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว “ถึงคนร้ายจะไม่ได้ต้องการถึงชีวิต แต่ว่าเหล่าผู้อาวุโสชราภาพมากแล้ว หากความดันเลือดตกมากจนเกินไป ก็อาจจะอันตรายถึงแก่ชีวิตได้”

นีรุณหันมามองหน้าผู้อาวุโสโกดาอย่างตกใจ เธอลืมสิ่งนี้ไปได้อย่างไร “เช่นนั้น เราจะต้องรีบปลุกให้ผู้อาวุโสตื่น”

ชายชราส่ายหน้าเบา ๆ “จะปลุกอย่างไรละ ได้แต่รอให้ร่างกายขับยาออกจนหมด…นอกจากว่า”

“ค่ะ” นีรุณรีบหันไปมองอย่างคาดคั้น

“ต้องมีพิษอีกตัวที่มาต้านพิษตัวนี้ ให้ร่างกายรีบขับยาออกมาให้เร็วยิ่งขึ้น” ชายชราเอ่ยอย่างหนักใจ “แต่ว่า พิษที่ต้านพิษกันเองนั้นหายากนัก มักจะเคยแต่ได้ยินคนในตลาดมืดเขาพูดกัน”

นีรุณหันขวับกลับมามองหน้าผู้อาวุโสโกดา “ตลาดมืดอีกแล้วหรือ?”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FGJ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FGJ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
9.1
องค์หญิงโจวเจ้าเว่ยผู้เลอโฉมจากเผ่าบุปผาจำต้องแบกรับคำสาปร้ายที่ว่าหากริรักจะต้องวายชนม์ นางและพี่ชายฝาแฝดจึงออกเดินทางข้ามมิติด้วยขลุ่ยวิเศษเพื่อหาวิธีแก้คำสาปนี้ จนกระทั่งนางต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้เขาจะมองว่าสตรีเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความมั่นคงให้บัลลังก์ แต่เสน่ห์และความลับของเจ้าเว่ยกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชา ท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผาและความจริงที่ต้องปกปิดเพื่อความอยู่รอดของทั้งสองคน
หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง
7.9
มังกร บัณฑิตวัย 22 ปี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่จากไปกะทันหัน เขาจึงละทิ้งเมืองกรุงกลับสู่บ้านนาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ทำไร่ไถนาตามที่ตั้งใจไว้ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาต้องจบชีวิตลงอย่างไม่คาดฝัน หลังหลับไปเขากลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กชายวัย 8 ขวบ ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นและสภาพบ้านที่พังทลายในสถานที่ที่ไม่รู้จัก มังกรในร่างเด็กน้อยจะเอาตัวรอดและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่แสนลำบากนี้ได้อย่างไร มาร่วมเอาใจช่วยเขาไปพร้อมกัน