ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บาปผัว แค้นหัวใจ

บาปผัว แค้นหัวใจ

ชีวิตสมรสที่แสนสุขพังทลายลงเมื่ออาร์ม สามีผู้อ่อนโยนละเมอชื่อเคท พนักงานสาวที่ฉันคอยดูแล การหักหลังทวีความรุนแรงจนเขาวางยาและขังฉันไว้ กระทั่งเคทจัดฉากอุบัติเหตุโยนความผิดให้ฉัน อาร์มทำร้ายร่างกายและบังคับเจาะเลือดฉันไปให้เมียน้อยขณะที่ฉันกำลังแท้งลูก จนทำให้ลูกในครรภ์พิการถาวร เมื่อเขาทิ้งให้ฉันตายอย่างเลือดเย็น ความรักจึงกลายเป็นความแค้น ฉันติดต่อทนายเพื่อฟ้องให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว และขอความช่วยเหลือจากเจตน์ ชายที่แอบรักฉันมาสิบปี เพื่อร่วมกันทำลายปีศาจในคราบสามีคนนี้ให้ย่อยยับ
ตอน
แชร์

ตอน 1

ชีวิตแต่งงานของฉันเคยสมบูรณ์แบบ

ฉันกำลังตั้งท้องลูกคนแรก และอาร์ม สามีของฉัน ก็เทิดทูนฉันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

หรืออย่างน้อย ฉันก็เคยคิดแบบนั้น

ความฝันพังทลายลง เมื่อเขาพร่ำเพ้อชื่อผู้หญิงคนอื่นออกมาในความมืด

ชื่อนั้นคือเคท เด็กสาวจบใหม่จากบริษัทของฉันเอง คนที่ฉันรับเข้ามาดูแลด้วยตัวเอง

เขาสาบานว่ามันเป็นความผิดพลาด แต่คำโกหกของเขาก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่แผนการของเคทก็ร้ายกาจขึ้นทุกที

เขาวางยาฉัน ขังฉันไว้ในห้องทำงาน และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ฉันพลัดตกจนต้องเข้าโรงพยาบาล

แต่การทรยศที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นหลังจากที่เคทจัดฉากอุบัติเหตุรถชนแล้วโยนความผิดมาให้ฉัน

อาร์มกระชากหัวฉันลากลงมาจากรถแล้วตบหน้าฉันอย่างแรง

จากนั้นเขาก็บังคับให้พยาบาลเจาะเลือดของฉันไปให้เมียน้อยของเขา ทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ต้องการเลือดเลยด้วยซ้ำ

เขาจับฉันกดไว้ในขณะที่ฉันเริ่มตกเลือด ทิ้งให้ฉันนอนรอความตายขณะที่เขารีบวิ่งไปอยู่ข้างๆ เธอ

เขาเสียสละลูกของเรา ซึ่งตอนนี้สมองได้รับความเสียหายอย่างถาวรจากการตัดสินใจของเขา

ผู้ชายที่ฉันเคยรักได้ตายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยปีศาจที่ทิ้งให้ฉันตายอย่างเลือดเย็น

ขณะที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ฉันโทรออกสองสาย

สายแรกถึงทนายของฉัน

“จัดการเรื่องข้อสัญญาการนอกใจในสัญญาก่อนสมรสของเราได้เลย ฉันต้องการให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว”

สายที่สองถึงเจตน์ กิจเกษม ผู้ชายที่แอบรักฉันมาตลอดสิบปี

“เจตน์” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง “ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณ... เพื่อทำลายสามีของฉัน”

บทที่ 1

พราว ศิริวัฒนา POV:

สัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าชีวิตแต่งงานของฉันจบสิ้นลงแล้ว ไม่ใช่รอยลิปสติกบนปกเสื้อ หรือข้อความน่าสงสัยในมือถือ

แต่มันคือชื่อที่ถูกกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของฉันในความมืด และมันไม่ใช่ชื่อของฉัน

หลายสัปดาห์มานี้ อาร์มดูห่างเหิน

เขาทำงานดึกตลอด อ้างว่ากำลังง่วนอยู่กับการควบรวมกิจการที่เขาบอกว่า “โคตรจะวุ่นวาย”

เวลาที่เขาอยู่บ้าน เขาก็มักจะนั่งดูวิดีโอเก่าๆ ของฉันในมือถือ เป็นวิดีโอจากตอนที่เราไปฮันนีมูนกัน

จากตอนที่ท้องของฉันยังไม่นูนออกมา ก่อนที่ร่างกายของฉันจะเปลี่ยนไปจนแทบจำตัวเองไม่ได้

เขาบอกว่าเป็นเพราะหมอสั่งห้ามมีอะไรกันในช่วงสามเดือนแรก และเขาก็คิดถึงฉัน

ฉันเชื่อเขา ฉันเชื่อเขาเสมอ

คืนนี้ ฉันอยากจะทำลายระยะห่างนั้นลง

ฉันอยากจะรู้สึกถึงมือของเขาบนร่างกาย ไม่ใช่แค่เห็นสายตาของเขาจ้องมองผ่านหน้าจอ

ฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าและตั้งใจ พยายามจะแสดงให้เขาเห็นว่าฉันยังคงเป็นผู้หญิงคนเดิมในวิดีโอเหล่านั้น เพียงแต่มีส่วนโค้งเว้าใหม่ที่ล้ำค่าเพิ่มขึ้นมาเท่านั้น

เขาตอบสนองด้วยความเร่งรีบจนน่าตกใจ เป็นความหิวกระหายที่รู้สึกเหมือนความสิ้นหวังมากกว่าความหลงใหล

มือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างของฉันด้วยความคุ้นเคยที่กลับกลายเป็นความแปลกหน้า สัมผัสของเขาทั้งใกล้ชิดและห่างเหินในเวลาเดียวกัน

“ผมชอบไฝเม็ดงามตรงนี้นะ” เขากระซิบ ริมฝีปากลากผ่านไปตามแนวไหปลาร้าของฉัน

ฉันตัวแข็งทื่อ “อาร์มคะ พราวไม่มีไฝตรงนั้น”

เขาไม่หยุด “มีสิครับ ผมจูบมันทุกคืนเลยนะ” เขาประทับริมฝีปากลงบนจุดนั้นอีกครั้งอย่างดึงดัน “เม็ดโปรดของผมเลย”

ความหวาดกลัวอันเยียบเย็นเริ่มแทรกซึมเข้าไปในกระดูก ความหนาวที่ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ

เขาคิดผิด เขามั่นใจเหลือเกิน แต่กลับผิดอย่างสิ้นเชิง

มันเป็นรายละเอียดที่สามีที่อยู่กินกันมาห้าปีไม่ควรจะพลาด

ไม่ใช่สามีที่อ้างว่าบูชาร่างกายของฉันทุกตารางนิ้ว

“อาร์ม” ฉันกระซิบ เสียงสั่นเล็กน้อย “มองฉันสิคะ คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”

การเคลื่อนไหวของเขาหยุดชะงัก

ชั่วขณะหนึ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนในห้องที่เงียบสงัด

แล้วเขาก็โน้มตัวเข้ามา เสียงของเขาทุ้มต่ำด้วยความอ่อนโยนที่ไม่ได้มีไว้สำหรับฉัน

“แน่นอนสิครับ เคทที่รักของผม”

ชื่อนั้นฟาดเข้ามาที่ฉันเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง

ลมหายใจของฉันสะดุดในลำคอ โลกหมุนคว้าง เสียงรอบข้างเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงหึ่งๆ ในหู

เขาพูดชื่อนั้นอีกครั้ง เป็นเสียงถอนหายใจที่นุ่มนวลและเปี่ยมรัก “เคท”

ความคลื่นไส้และความขยะแขยงถาโถมเข้าใส่ฉัน

ฉันยกมือขึ้นผลักหน้าอกเขาอย่างแรง

เขาไม่ทันตั้งตัว ร่างของเขากลิ้งตกเตียงไปด้านหลัง พร้อมกับเสียงตุ้บที่น่าขนลุกเมื่อศีรษะของเขากระแทกเข้ากับขอบโต๊ะข้างเตียงอย่างจัง

ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นผ่านช่องท้องของฉัน

ฉันร้องออกมาเบาๆ งอตัวด้วยความเจ็บปวด การทรยศเหมือนยาพิษที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

เคท

เคท กุลชาติ เด็กฝึกงานในบริษัทของฉัน

เด็กสาวตากลมโตที่ฉลาดหลักแหลม คนที่ค้นพบข้อผิดพลาดร้ายแรงในแบบแปลนโครงการเจ้าพระยาทาวเวอร์ ช่วยให้อาชีพการงานของฉันรอดพ้นจากการพังทลายเมื่อสามเดือนก่อน

อาร์มยืนกรานที่จะ “ดูแล” เธอเป็นพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณส่วนตัว เป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขารู้สึกว่าเธอควรได้รับแทนฉัน

เขาซื้อรถใหม่ให้เธอ จ่ายหนี้ กยศ. ให้จนหมด เป็นความใจกว้างที่ฉันมองว่าดี แต่ก็อาจจะมากเกินไปหน่อย

ฉันตาบอดไปได้อย่างไร? ฉันมองอสรพิษเป็นผู้มีพระคุณไปได้อย่างไร?

ความเย็นชาที่เริ่มจากกระดูก ตอนนี้ได้ลามมาถึงหัวใจ ห่อหุ้มมันไว้ด้วยน้ำแข็ง

โทรศัพท์ของเขาที่หล่นจากโต๊ะข้างเตียงเริ่มดังขึ้น

เป็นเบอร์ของเขาเองที่โทรเข้ามา ฉันสับสนไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันต้องเชื่อมต่อกับรถแน่ๆ เขาคงไปโดนปุ่มฉุกเฉินเข้า

ฉันมองดูอย่างเหม่อลอย ขณะที่เขาครางออกมาแล้วคลำหาโทรศัพท์

“ฮัลโหล?” เขาพูดเสียงแหบพร่า ยังคงมึนงง

“คุณนิธิไพศาลคะ นี่คือศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินของรถค่ะ เราได้รับการแจ้งเตือนอุบัติเหตุ คุณ 괜찮으세요?”

“ผมไม่เป็นไร” เขาพึมพำ “แค่... ตกเตียง หัวกระแทกนิดหน่อย”

“มีใครอยู่กับคุณไหมคะ ภรรยาของคุณ คุณศิริวัฒนา อยู่ที่นั่นไหมคะ”

เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วน้ำเสียงของเขาก็กลับมาเรียบสนิท เป็นโทนเสียงห่วงใยที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี “ไม่ครับ เธอ... เธอไปนอนบ้านแม่คืนนี้ ผมอยู่คนเดียว”

เขาโกหก โกหกคนแปลกหน้าว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่ฉันอยู่ตรงนี้ “คุณ... คุณช่วยโทรหาเธอให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ผมไม่อยากให้เธอเป็นห่วง แต่อยากได้ยินเสียงเธอ”

เขาบอกเบอร์ของฉันไป และอีกไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของฉันบนโต๊ะข้างเตียงก็สว่างขึ้น

ฉันจ้องมองมัน หัวใจเต้นรัวอยู่ในอก ฉันปล่อยให้มันดังจนตัดไปเอง

เขาพูดกับโทรศัพท์อีกครั้ง น้ำเสียงเจือความกังวลที่เสแสร้ง “เธอไม่รับสาย สงสัยจะหลับไปแล้ว เธอต้องพักผ่อนเยอะๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ ได้โปรดอย่าโทรไปอีกนะครับ ผมไม่อยากปลุกเธอ”

เขาวางสายแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง เอามือกุมท้ายทอย

เขามองไปรอบๆ ห้องที่มืดมิด สายตาเลื่อนลอย เขาไม่เห็นฉัน

แล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก

โทรศัพท์ของฉันสว่างขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฉันรับสาย เสียงของฉันตายด้านและไร้ความรู้สึก

“พราว?”

“ฉันอยู่นี่”

“โอ้ ขอบคุณพระเจ้า” เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก “ที่รัก เป็นอะไรหรือเปล่า ผมฝันร้าย ตื่นมาอีกทีก็ลงมานอนกองอยู่กับพื้นแล้ว ปวดหัวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

ฉันอยู่ในห้องควบคุมความปลอดภัยของคอนโดเคท กุลชาติ

ฉันขับรถมาที่นี่ด้วยความตื่นตระหนก จิตใจสับสนวุ่นวายไปด้วยความตกใจและความเจ็บปวด

การโทรหาคนรู้จักที่เคยช่วยงานด้านความปลอดภัยของบริษัท ทำให้ฉันเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในล็อบบี้ได้

ตอนนี้ฉันกำลังมองดูเขาอยู่บนหน้าจอมอนิเตอร์ที่ภาพไม่ค่อยชัด เขากำลังเดินไปมาในห้องนอนของเรา มือข้างหนึ่งกุมศีรษะไว้

“ฉันไม่เป็นไร” ฉันพูด เสียงกลวงโบ๋ “แค่ออกมาสูดอากาศ”

“ไม่ควรออกมาดึกๆ แบบนี้นะ” เขาตำหนิอย่างอ่อนโยน สามีผู้แสนดีที่สมบูรณ์แบบ “ลูกเป็นยังไงบ้าง กินวิตามินบำรุงครรภ์หรือยัง จำได้ไหมที่หมอวิภาพูดเรื่องระดับธาตุเหล็กของคุณ อย่าลืมดื่มซุปที่ผมอุ่นไว้ให้ในตู้เย็นนะ”

การดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถัน การแสดงบทบาทสามีผู้ภักดีที่ไร้ที่ติซึ่งเขาฝึกฝนมานานหลายปี ตอนนี้มันกลับรู้สึกเหมือนเป็นการเยาะเย้ยที่โหดร้าย

ฉันรู้ว่าเขาเคยรักฉัน เขาเคยอยู่เคียงข้างฉันตอนที่แท้งลูก เฉลิมฉลองความสำเร็จของฉัน และจูบซับน้ำตาให้ฉัน

เขาคือผู้ชายที่เก็บชากระป๋องโปรดราคาแพงของฉันไว้ในออฟฟิศ เผื่อวันที่ฉันเจอเรื่องแย่ๆ

ผู้ชายคนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา หรือบางทีเขาอาจไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย

“อาร์ม” ฉันถาม คำพูดหลุดออกจากลำคออย่างยากลำบาก “คุณยังรักฉันอยู่ไหม”

“ถามอะไรแบบนั้นล่ะ” เขาหัวเราะเบาๆ เสียงนั้นเสียดแทงประสาทที่เปราะบางของฉัน “แน่นอนสิว่าผมรักคุณ มากกว่าทุกสิ่งในโลกนี้ ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดี คิดถึงจนเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย รอไม่ไหวแล้วที่คุณจะกลับบ้าน”

ขณะที่เขาพูดคำเหล่านั้น ลิฟต์ในล็อบบี้บนหน้าจอมอนิเตอร์ของฉันก็เปิดออก

เคท กุลชาติ ก้าวออกมา เธอกำลังคุยโทรศัพท์ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่สดใสและเปี่ยมชัยชนะ

“เคทก็คิดถึงคุณค่ะ อาร์ม” เธอพูดใส่โทรศัพท์ เสียงของเธอดังพอที่จะได้ยินผ่านลำโพงราคาถูกของมอนิเตอร์ “ใกล้จะถึงบ้านแล้วค่ะ”

ในโทรศัพท์ของฉัน เสียงของอาร์มอ่อนโยนราวกับสัมผัสอันอบอุ่น “ผมจะรอนะที่รัก ผมรักคุณ”

“ฉันก็รักคุณค่ะ” ฉันกระซิบตอบกลับไป สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ

เขาวางสาย

บนหน้าจอมอนิเตอร์ ฉันเห็นเขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง

ฉันเห็นเคทวางสายของเธอ เธอเดินข้ามล็อบบี้ออกไปทางประตูหน้า

ครู่ต่อมา รถซีดานสีดำของอาร์มก็แล่นมาจอดเทียบขอบทาง

เธอเลื่อนตัวเข้าไปนั่งในที่นั่งข้างคนขับโดยไม่ลังเล

รถคันนั้นพุ่งทะยานออกไป

ฉันไม่จำเป็นต้องเดาเลยว่าพวกเขาจะไปที่ไหน

บ้านของเรา เตียงของฉัน

เสียงสะอื้นอย่างขมขื่นหลุดออกมาจากริมฝีปากของฉัน เป็นเสียงแห่งความเจ็บปวดอย่างแท้จริง

ชีวิตแต่งงานที่สมบูรณ์แบบของฉัน ชีวิตที่ฉันสร้างขึ้นมาอย่างประณีต มันเป็นเรื่องโกหก

เป็นเรื่องโกหกที่สวยงาม ซับซ้อน และทำลายล้าง

ฉันนึกถึงวิธีที่เขาปฏิบัติต่อฉันอย่างระมัดระวังเสมอ อ่อนโยน และให้เกียรติในการร่วมรักของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ฉันตั้งท้อง

เขาปฏิบัติต่อฉันเหมือนงานศิลปะที่เปราะบาง

ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไม

เขากำลังเก็บความหลงใหลที่แท้จริง ความปรารถนาที่ดิบเถื่อนและไร้การควบคุมของเขาไว้สำหรับเธอ

โทรศัพท์ของฉันสั่นพร้อมกับการแจ้งเตือน

มันมาจากแอปเบบี้มอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อกับกล้องในห้องนอนของเรา แอปที่เขายืนกรานให้เราติดตั้ง

ฉันเปิดมันขึ้นมา

ภาพคมชัดมาก

อาร์มกำลังดึงเคทเข้ามาในห้อง ปากของพวกเขายังคงประกบกันอยู่

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของเธอ เหมือนเสียงแก้วแตก “แล้วพราวสุดที่รักของคุณล่ะ หลับปุ๋ยอยู่บ้านแม่เหรอ”

“แน่นอน” เสียงของอาร์มหยาบกระด้างและหิวกระหาย “เธอซื่อบื้อจะตาย บอกอะไรก็เชื่อหมด”

“ไม่กลัวว่าเธอจะจับได้เหรอ” เคทถาม มือของเธอปลดกระดุมเสื้อของเขา

“ไม่มีทาง” เขาพูดด้วยความมั่นใจอย่างน่าขนลุก “และต่อให้เธอจับได้ แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ เธอกำลังท้อง ลูกในท้องนั่นแหละจะเป็นโซ่ล่ามเธอไว้ เธอไปไหนไม่รอดหรอก”

เสียงที่กรีดร้องออกมาจากตัวฉันไม่ใช่มนุษย์

มันคือเสียงของหัวใจที่ถูกฉีกเป็นสองซีก เสียงของจิตวิญญาณที่แตกสลาย

เขาไม่ใช่แค่กำลังนอกใจ

เขากำลังใช้ลูกของเรา ลูกที่ยังไม่เกิดมาของเรา เป็นกรงขังเพื่อกักขังฉันไว้ในใยแห่งการหลอกลวงของเขา

“ไม่” ฉันกระซิบกับห้องที่ว่างเปล่า น้ำตาไหลอาบแก้ม “ไม่นะอาร์ม คุณคิดผิด”

ฉันนั่งอยู่ที่นั่นทั้งคืน จ้องมองหน้าจอ ในที่สุดน้ำตาของฉันก็เหือดแห้งไป ถูกแทนที่ด้วยความตั้งใจที่เย็นชาและแข็งกร้าวซึ่งฝังลึกอยู่ในกระดูก

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือเมือง ฉันไม่ได้กลับบ้าน

ฉันไปที่สำนักงานทนายความของฉัน

“ฉันต้องการเปิดใช้ข้อสัญญาการนอกใจในสัญญาก่อนสมรส” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง “และฉันต้องการฟ้องหย่า”

จากนั้นฉันก็โทรออกอีกครั้ง เป็นเบอร์ที่ฉันไม่ได้โทรมาหลายปีแล้ว

“ขอสายคุณเจตน์ กิจเกษม ค่ะ”

ครู่ต่อมา เสียงทุ้มลึกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น “พราว?”

“เจตน์” ฉันพูด เสียงไร้ซึ่งอารมณ์ “ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ฉันต้องการให้คุณช่วยทำลายสามีของฉัน”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักหมดใจยัยเด็กดื้อ
9.3
เมื่อทายาทหนุ่มจำต้องตัดสินใจเลือกคู่ครองจากลูกสาวฝาแฝดทั้งสองของเพื่อนรักของบิดา ท่ามกลางความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างคนพี่ที่มีเสน่ห์เย้ายวนและเต็มไปด้วยความทะนงตัว กับคนน้องที่มีความสดใสน่ารัก อ่อนน้อม และเป็นกันเองอย่างที่สุด เขาจะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นเจ้าสาวเคียงข้างกายในชีวิตแต่งงานครั้งนี้กันแน่ นี่คือบทพิสูจน์หัวใจครั้งสำคัญที่เขาต้องเผชิญท่ามกลางความสับสนของความรู้สึกที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ฟ้าแลบ
9.7
หลู่ชิงชิงตัดสินใจแต่งงานทันทีกับคนแปลกหน้าหลังถูกแฟนที่คบมานานหักหลังไปหาเพื่อนสนิท ทว่าชีวิตหลังวิวาห์ฟ้าแลบกลับผิดคาด เมื่อสามีใหม่คอยดูแลเธออย่างดี ทั้งสนับสนุนงานและช่วยงานบ้านจนเธอมีความสุข แม้เขาจะชอบเลี่ยงตอบคำถามเวลาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้เธอเสมอ จนกระทั่งชิงชิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เธอจึงได้เห็นชายหน้าเหมือนสามีตัวเองปรากฏตัวบนนิตยสารการเงินระดับโลก ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนอยู่ข้างกายเธอมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย รักต้องห้าม
8.2
นิยายรักแนวผู้ใหญ่ที่ตีแผ่ความปรารถนาและศีลธรรมผ่านสี่หญิงสาว นิชชาต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับความลุ่มหลงในรักที่ไม่ควรเกิด นีรนุชสะใภ้ตระกูลดังที่พยายามทำหน้าที่เมียและแม่ให้ดีที่สุด แต่กลับมีอดีตฝังใจที่สลัดไม่หลุด ด้านนันทิยาม่ายสาวผู้ครองตัวเป็นโสดเพื่อรักษาความทรงจำของสามีผู้ล่วงลับ ทว่าความต้องการทางกายกลับเริ่มทวีความร้อนรุ่ม ส่วนมีนาผู้เข็ดขยาดจากรักครั้งแรกต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจเมื่อมีชายสองคนเข้ามาพร้อมกันจนสร้างความหวั่นไหวที่ยากจะตัดสินใจได้
หน้าปกนวนิยาย ใต้เงาจอมมาร
9.1
เซร์คิโอ คุณานันท์ อะลอนโซ มหาเศรษฐีผู้โหดเหี้ยมดั่งจอมมาร ต้องมาเกี่ยวพันกับแก้วกัลยา หญิงสาวผู้งดงามแต่ไร้ทางเลือกจนต้องยอมแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเกมเล่ห์เหลี่ยมที่ทั้งคู่ต่างฟาดฟันเพื่อเป้าหมายของตน แก้วกัลยาพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าแลกเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ แม้จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นเธอในสายตา ทว่าภายใต้ความขัดแย้งและอารมณ์อันดุเดือด แรงดึงดูดมหาศาลกลับเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง เศรษฐีมาขอแต่งงานทุกวัน
8.2
ในคืนวิวาห์ที่ควรจะหวานชื่น เธอกลับถูกชายปริศนาพรากทุกอย่างไป มิหนำซ้ำยังต้องเผชิญกับแม่สามีที่คอยทำร้ายและสามีที่ไร้เยื่อใยจนถูกขับออกจากบ้าน โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอคือทนายความสาวฝีมือฉกาจที่พร้อมจะฟ้องร้องเอาคืน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อชายที่ทำลายชีวิตเธอแท้จริงแล้วคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและเอาแต่ใจอย่างที่สุด เขากลับมาบีบบังคับให้เธอแต่งงานกับเขาด้วยสารพัดวิธี จนเธอเริ่มตระหนักว่าปัญหาระลอกใหม่ที่กำลังเผชิญอยู่นี้อาจร้ายแรงและยุ่งยากกว่าครั้งไหนๆ
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.2
ธันวา คุณหมอหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ถูกมารดาบังคับให้แต่งงานกับดารัณ หญิงสาวที่เขาเคยพยายามวิ่งหนีเมื่อเก้าปีก่อน ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้ง ความสวยหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจจนเขาถึงขั้นวางแผนลักพาตัวภรรยาตัวเอง เมื่อดารัณเผชิญหน้ากับธันวาในเวลาที่คาดไม่ถึง เขากลับมอบจูบอันเร่าร้อนและดุดันเพื่อลงโทษที่เธอทำให้เขาต้องเป็นห่วงอย่างหนัก ท่ามกลางความสับสนว่าตนทำผิดอะไร ดารัณกลับต้องรับมือกับตัวตนที่แสนร้ายกาจภายใต้ภาพลักษณ์อันอบอุ่นของสามีจอมบงการ