
บาปผัว แค้นหัวใจ
ตอน 2
พราว ศิริวัฒนา POV:
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างมั่นคงขณะเดินออกจากสำนักงานทนายความ อากาศยามเช้าที่สดชื่นแทบไม่ได้ช่วยดับไฟในใจฉันเลย
เอกสารถูกเซ็นแล้ว กระบวนการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่มีทางหันหลังกลับ
ฉันเดินไปที่ “มุมโปรด” คาเฟ่เล็กๆ ที่อาร์มกับฉันเดทกันครั้งแรก
มันเป็นที่ของเรา ป้านี เจ้าของร้านหญิงชราใจดี ยิ้มกว้างเมื่อเห็นฉัน
“หนูพราว! หน้าตาสดใสเชียวนะลูก!” ป้าอุทาน พลางรีบเข้ามากอดฉัน “เมื่อวานคุณอาร์มเพิ่งมาที่นี่เองนะ กวาดทาร์ตเลมอนของป้าไปหมดเลย เขาบอกว่าหนูอยากทาน ผู้ชายคนนี้ตามใจหนูจริงๆ”
ฉันฝืนยิ้ม แต่ดวงตาร้อนผ่าว ตามใจฉันงั้นเหรอ ใช่ เขาสร้างกรงทองที่สวยงามให้ฉันแล้วบุด้วยผ้าไหมและทองคำ
น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาเป็นทางเย็นเยียบบนแก้ม
“โอ๊ย ที่รัก เป็นอะไรไปลูก” ป้านีถาม คิ้วขมวดด้วยความเป็นห่วง
ก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบ เงาหนึ่งก็ทาบทับลงบนโต๊ะของเรา
“ฉันว่านี่เป็นของคุณนะคะ คุณนิธิไพศาล”
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่กลมโตและใสซื่ออย่างเสแสร้งของเคท กุลชาติ
เธอกำลังถือเก้าอี้ตัวหนึ่ง ตัวที่มีแผ่นทองเหลืองสลักว่า “Reserved for Haven” เก้าอี้ของฉัน
เธอวางมันลงข้างๆ ตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มหวานเลี่ยน
“แค่อยากจะมาขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกอย่างนะคะ” เธอพูด น้ำเสียงชุ่มโชกไปด้วยความกตัญญูจอมปลอม “คุณอาร์มใจดีมากเลยค่ะ เขาถึงกับจ่ายค่าคอนโดใหม่ให้เคทด้วย เขาบอกว่าเป็นอย่างน้อยที่สุดที่เขาจะทำได้หลังจากที่เคทช่วยกู้โปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดของคุณไว้”
คำโกหกอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเล็กๆ แต่มันหนักอึ้งในใจฉัน
อาร์มบอกฉันว่าเขาให้โบนัสเป็นเงินสดกับเธอ เขาไม่เคยพูดถึงคอนโดเลย
เคทเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลหนาๆ มาให้ฉัน “ฉันว่าคุณควรจะได้เห็นนี่ค่ะ”
มือของฉันหนักอึ้งขณะเปิดซอง
ข้างในมีรูปถ่ายมันวาวหลายสิบใบ รูปของเธอกับอาร์ม
ในเตียงของเรา ในออฟฟิศของเขา ที่เบาะหลังรถของเขา
มันเป็นภาพที่โจ่งแจ้ง สนิทสนม และถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเจ็บปวดสูงสุด
แต่ละภาพคือการกรีดซ้ำๆ ตัดขาดสายใยแห่งอดีตของฉันไปทีละเส้น
ฉันดูทุกรูป สีหน้าเรียบเฉยจนอ่านไม่ออก
เมื่อดูเสร็จ ฉันก็รวบมันอย่างเรียบร้อยแล้วใส่กลับเข้าไปในซอง
ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ส่วนที่สามารถรู้สึกเจ็บปวดแบบนั้นได้มันตายไปแล้วเมื่อคืนนี้ ขณะที่จ้องมองมอนิเตอร์ภาพแตกๆ ในห้องควบคุมความปลอดภัยที่มืดมิด
“เขาหลงฉันหัวปักหัวปำเลยล่ะค่ะ” เคทพูด พลางโน้มตัวมาข้างหน้ากระซิบอย่างเป็นกันเอง “เขาบอกว่าเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน เขาบอกว่าคุณน่ะ... เย็นชา เหมือนรูปปั้นสวยๆ ที่น่าชื่นชม แต่รักไม่ลง” เธอแสยะยิ้ม “แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันมั่นใจว่าคุณจะเป็นอดีตภรรยาที่ยอดเยี่ยมได้แน่ๆ คุณนิธิไพศาลก็ฟังดูดีอยู่หรอก แต่ฉันว่าเดี๋ยวฉันก็คงชินกับการเป็นคุณศิริวัฒนาเอง”
“เอาไปให้หมดเลย” ฉันพูด เสียงสงบนิ่ง “ทั้งชื่อ ทั้งผู้ชาย ทั้งชีวิต เอาไปได้เลย”
รอยยิ้มของเธอจางลง ถูกแทนที่ด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว
ความสงบนิ่งของฉันกำลังทำลายชัยชนะของเธอ
เธอกำกาแฟเย็นของเธอไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน ตั้งใจจะสาดมันใส่ฉันอย่างเห็นได้ชัด
แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปที่ประตู และสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในทันที
ความโกรธเกรี้ยวหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวที่เสแสร้งอย่างเต็มที่
พร้อมกับเสียงร้องโหยหวน เธอเทกาแฟทั้งแก้วราดลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเอง
“พราว! ทำแบบนี้ได้ยังไง!” เธอหวีดร้อง น้ำตาคลอเบ้า
ประตูคาเฟ่เปิดผางออก เป็นอาร์ม
เขามองภาพตรงหน้า—ฉันที่สงบนิ่งและตัวแห้งสนิท เคทที่สะอึกสะอื้นและเปียกโชกไปด้วยของเหลวสีน้ำตาล—และใบหน้าของเขาก็แข็งกร้าวขึ้น
แต่เขาไม่ได้วิ่งไปหาเธอ เขาวิ่งมาหาฉัน
“พราว เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถาม มือวางเหนือไหล่ฉันอย่างลังเล สายตาสอดส่ายมองหาร่องรอยบาดเจ็บ “เธอทำอะไรคุณหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น”
“เธอ... เธอสาดกาแฟใส่เคท!” เคทร้องโหยหวนจากพื้น พลางกุมท้อง “เธอบอกว่าเคทพยายามจะแย่งคุณไปจากเธอ!”
อาร์มตวัดสายตาเย็นชาไปที่เธอ “ออกไปซะ เคท” เขาสั่ง เสียงต่ำอย่างน่ากลัว “อย่ามายุ่งกับภรรยาของฉันอีก”
เขาช่วยพยุงฉันขึ้น แขนโอบรอบเอวฉันอย่างมั่นคง และพาฉันออกจากคาเฟ่ ทิ้งให้เคทร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้น
เขาขับรถพาฉันกลับบ้าน คิ้วขมวดด้วยความเป็นห่วงที่แสดงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะทำแบบนั้น” เขาพึมพำ พลางพาฉันเข้าไปในห้องนั่งเล่นสีขาวสะอาดตาของเรา “ผมจะจัดการเอง พรุ่งนี้ผมจะไล่เธอออก ไม่มีใครมาคุกคามครอบครัวของผมได้”
“ฉันเหนื่อยค่ะ อาร์ม” ฉันพูด เสียงเรียบเฉย “ฉันอยากไปที่ห้องทำงานศิลปะ” มันเป็นห้องที่เขาไม่ค่อยได้เข้าไป เป็นพื้นที่ส่วนตัวของฉัน
“ได้สิที่รัก ไปพักผ่อนเถอะ”
เขาเดินตามฉันไปที่ประตู สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย จะแก้แค้นให้ฉัน
เขาถึงกับเสนอว่าจะนวดเท้าให้ฉันทีหลัง สามีผู้รักและอุทิศตน เล่นบทบาทของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว เป็นความอ่อนเพลียที่ลึกลงไปถึงกระดูก
ฉันแค่อยากจะนอน อยากจะหนีจากฝันร้ายในชีวิตจริงที่ชีวิตฉันได้กลายเป็น
เขาเอาน้ำมาให้ฉันแก้วหนึ่ง สัมผัสของเขาบนแขนฉันอ่อนโยน “ดื่มนี่สิ คุณดูขาดน้ำนะ”
ฉันดื่มมันโดยไม่คิดอะไร น้ำมีรสขมจางๆ แต่ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะใส่ใจ
ฉันเอนตัวลงบนโซฟาในห้องทำงาน และการหลับใหลที่หนักอึ้งและผิดธรรมชาติก็ดึงฉันลงไป
ฉันตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความเจ็บปวดแสบร้อนที่ช่องท้อง
มันเป็นความเจ็บปวดที่บิดเกร็งอย่างรุนแรงจนหายใจไม่ออก
ฉันร้องเรียกอาร์ม แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
ฉันโซซัดโซเซไปที่ประตูห้องทำงาน มือข้างหนึ่งกุมท้องไว้
มันถูกล็อกมาจากข้างนอก ความตื่นตระหนกแล่นริ้วในลำคอ
ฉันถูกขัง
ฉันกรีดร้องเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุบประตูไม้โอ๊กหนาๆ จนหมัดถลอกปอกเปิก
ความเจ็บปวดรุนแรงขึ้น เป็นความทรมานที่แผดเผาจนทำให้ตาพร่ามัว
ขาของฉันอ่อนแรง และฉันก็ทรุดตัวลงกับพื้น โลกละลายหายไปในวังวนแห่งความเจ็บปวด
ความคิดสุดท้ายของฉันคือการสวดภาวนาเพื่อลูกของฉัน
เมื่อฉันตื่นขึ้น กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยในโรงพยาบาลก็ลอยเข้าจมูก
ฉันอยู่ในห้องสีขาวปลอดเชื้อ มีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่แขน
ฉันได้ยินเสียงคนคุยกันจากทางเดิน เสียงต่ำและเร่งรีบ
เป็นเสียงของอาร์ม และเคท
“พอใจหรือยังล่ะทีนี้” เสียงของอาร์มเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “ผมใส่ยาในน้ำให้เธอแล้ว ตามที่คุณต้องการ เธอหลับเป็นตายทั้งคืน แค่นี้พิสูจน์ได้หรือยังว่าผมรักคุณ”
“คุณก็ต้องทำอยู่แล้ว” เสียงของเคทเป็นเสียงครางอย่างมีชัย “เธอต้องถูกสั่งสอนบ้าง จะมาทำให้อับอายขายหน้าแล้วลอยนวลไปง่ายๆ ไม่ได้”
โลกเงียบสงัด อากาศในปอดของฉันกลายเป็นน้ำแข็ง
ยา... เขาวางยาฉัน ภรรยาที่กำลังตั้งท้องของเขา
ทั้งหมดนี้เพื่อเอาใจเมียน้อยของเขา เพื่อลงโทษฉันในความผิดที่ฉันไม่ได้ก่อ
เสียงกรีดร้องดิบเถื่อนก่อตัวขึ้นในอก แต่ฉันกล้ำกลืนมันกลับลงไป
ฉันจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองจนเป็นรอยจันทร์เสี้ยวลึก
ความเจ็บแปลบนั้นช่วยให้ฉันกลับมาอยู่กับความเป็นจริง เป็นจุดรวมสมาธิในจักรวาลแห่งความเจ็บปวด
ประตูแง้มเปิดออก และอาร์มก็ก้าวเข้ามา ใบหน้าของเขาเป็นหน้ากากแห่งความห่วงใย
เขาเห็นตาที่เปิดอยู่ของฉันและรีบวิ่งมาข้างๆ
“พราว! โอ้พระเจ้า ที่รัก คุณตื่นแล้ว คุณทำให้ผมตกใจแทบแย่”
คุณอาจจะชอบ





