ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

ยอดคุณหมอสกุลเฉิน

จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 หยุดร้องไห้ได้แล้ว

โจรหนุ่มกระหน่ำแทงมีดสั้นในมือลงไปที่ท้องน้อยของฉีเล่ยครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ฉีเล่ยก็อาศัยเรี่ยวแรงสุดท้ายที่มี คว้าข้อมือข้างซ้ายของโจรหนุ่มที่กำจี้หยกไว้ พร้อมกับออกแรงง้างฝ่ามือของมันอย่างแรง

และในที่สุด เขาก็สามารถช่วงชิงจี้หยกออกมาจากมือของโจรหนุ่มได้ จากนั้น โจรหนุ่มก็ได้วิ่งหนีไปในทันที!

หลังจากได้สติ เฉินอวี้หลัวก็รีบวิ่งเข้าไปดูฉีเล่ยที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นทันที เวลานี้ ชายหนุ่มดูเหมือนจะหมดเรี่ยวหมดแรง พร้อมกับใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างปิดแบบแผลที่ท้องของตนไว้ และกำลังรอให้ใครสักคนมาช่วยห้ามเลือดให้กับเขา

ในระหว่างนั้น ฉีเล่ยรู้สึกคล้ายกับว่า ร่างของตนเองเปลี่ยนเป็นเบาหวิววราวกับปุยนุ่น และกำลังล่องลอยไปมาอยู่กลางอากาศ

“อย่าตายนะ! นายต้องไม่เป็นอะไร? ฉันยังไม่อนุญาตให้นายตาย!”

เสียงร้องห่มร้องไห้ บวกกับเสียงร้องตะโกนของเฉินอวี้หลัวดังเข้ามาในโสตประสาทของฉีเล่ย น้ำตาของหญิงสาวไหลนองหน้า

เวลาผ่านมานานมากกว่าแปดปี นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวได้เห็นฉีเล่ยทำอะไรเช่นนี้ แม้ว่าภายในใจของเธอจะยังคงโกรธแค้นฉีเล่ยอยู่ แต่เมื่อเห็นเขากำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เฉินอวี้หลัวก็อดไม่ได้ที่จะร้องห่มร้องไห้ออกมา และรู้สึกเจ็บปวดคล้ายกับว่าหัวใจจะแหลกสลาย

ฉีเล่ยไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากเพียงแค่ยิ้มให้กับเฉินอวี้หลัวเท่านั้น!

ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉีเล่ยรู้สึกว่า ตนเองได้ยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย และเป็นอิสระที่สุด!

‘เถ้าแก่เฉิน! ครั้งก่อนคุณสละชีวิตเพื่อช่วยผม แต่ครั้งนี้ ผมได้สละชีวิตของตัวเอง เพื่อช่วยชีวิตของลูกสาวคุณแล้ว..’

‘หนี้ชีวิตที่ผมติดค้างคุณ ผมได้ชดใช้คืนให้จนหมดแล้ว..’

‘เวลานี้.. ผมเป็นอิสระแล้ว!’

หลังจากนั้น ฉีเล่ยก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ

ไม่มีผู้ใดได้เห็นว่า เวลานี้วิญญาณของฉีเล่ยได้ล่องลอยออกจากร่าง ที่กำลังนอนกองอยู่กับพื้นอย่างช้าๆ และค่อยๆล่องลอยขึ้นไปในอากาศ สูงขึ้น และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันนั้น จี้หยกที่เขากำอยู่ในมือก็ค่อยๆ เปล่งแสงสีทองจางๆออกมา!

วิญญาณที่ล่องลอยออกจากร่างของฉีเล่ยนั้น เวลานี้ได้ถูกแสงสีทองสุกสว่างนั้นดึงดูดเอาไว้ และไม่นานนักแสงสีทองนั้นก็ได้อันตรธานหายไป 

เวลานี้ วิญญาณของฉีเล่ยได้ยืนอยู่บนอากาศ และด้านหน้าของเขานั้น ก็มีชายชราผมขาวผู้หนึ่งยืนนิ่งอยู่

“คุณ.. คุณเป็นใครเหรอครับ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ฉีเล่ยร้องถามออกมาด้วยสีหน้า และแววตาตื่นตระหนก

“ข้าคือดวงจิตของบรรพชนตระกูลเฉินที่สิงสถิตอยู่ในจี้หยก ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของตระกูลเฉิน..”

“ฉีเล่ย.. เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของเจ้าที่มีต่อตระกูลเฉินของข้า อีกทั้งเจ้าเองก็แต่งเข้าเป็นบุตรเขยตระกูลเฉินแล้ว จึงเสมือนทายาทคนหนึ่งของตระกูลเฉินเช่นกัน..”

ชายชราผมขาวโพลนจ้องมองฉีเล่ย พร้อมกับยิ้มให้เขาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า..

“เพื่อเป็นการตอบแทนความทุกข์กายทุกข์ใจตลอดระยะเวลาแปดปีที่เจ้าได้รับ ข้าจะมอบทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศให้แก่เจ้า และจะขอให้เจ้าช่วยนำพาตระกูลเฉินของข้า ให้กลับมายิ่งใหญ่ และสง่างามดังเช่นอดีตอีกครั้ง..”

“แต่เจ้าจะต้องจำให้ขึ้นใจว่า ทักษะวิชาที่ข้าถ่ายทอดให้กับเจ้านั้น หาใช่เพียงเพื่อช่วยกู้ศักดิ์ศรีตระกูลเฉิน แต่ยังเพื่อช่วยเหลือ และสร้างประโยชน์ให้กับโลกใบนี้อีกด้วย!”

หลังจากที่ชายชราผมขาวพูดจบแล้ว ร่างของเขาก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเจิดจ้า พุ่งเข้าสู่จุดกึ่งกลางหว่างคิ้วของฉีเล่ยทันที

ฉีเล่ยรู้สึกราวกับว่าศรีษะของเขานั้นกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง จากนั้น ภาพตรงหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นมืดสนิทขึ้นในทันที

……….

สามชั่วโมงต่อไป ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองหนานหยาง..

เฉินอวี้หลัวสวมเสื้อกาวน์สีขาวยืนอยู่นอกห้อง และกำลังจ้องมองไปทางร่างของฉีเล่ย ที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง

แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป แต่ในมือของฉีเล่ยก็ยังคงกำจี้หยกนั้นไว้แน่น กระทั่งแพทย์ที่ทำการรักษาพยายามจะแกะจี้หยกออกจากมือของเขา ก็ยังไม่สามารถทำได้

เฉินอวี้หลัวรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก ระหว่างที่พักกลางวัน เธอจึงได้พยายามเดินออกไปนอกโรงพยาบาล เพื่อหาซื้อของให้จิตใจสงบ

แต่กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะจิตใจของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับชายหนุ่มที่เธอโกรธแค้น และเฝ้าข่มเหงรังแกเขามาตลอดระยะเวลาแปดปีว่า จะตายอย่างน่าเวทนาหรือไม่?

เพราะเหตุใดเธอถึงได้รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง แล้วก็โศกเศร้าขนาดนี้ เมื่อคิดว่าเขาจะต้องตายไปจริงๆ?

เฉินอวี้หลัวได้แต่ได้แต่สูดลมหายใจเข้า เพื่อให้ความรู้สึกว้าวุ่นสับสนต่างๆ ภายในใจสงบลง แล้วจึงเดินกลับไปที่ห้องตรวจของตนเอง

พยาบาลสาวที่เดินผ่านมาพอดี จึงได้เดินเข้าไปกระซิบถามเฉินอวี้หลัวว่า “คุณหมอคะ นี่สามีของคุณเป็นคนเก็บเศษขยะจริงๆเหรอคะ?”

แม้เพื่อนๆที่ทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน จะรู้ว่าเฉินอวี้หลัวแต่งงานแล้ว แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าสามีของเธอเป็นใคร และทำงานทำการอะไร?

ฉะนั้น เมื่อทุกคนได้รู้ว่า สามีของเฉินอวี้หลัวนั้น แท้จริงเป็นเพียงแค่คนเก็บเศษขยะตามท้องถนน เพื่อนร่วมงานต่างก็พากันตกอกตกใจไม่น้อย

หลังจากที่เฉินอวี้หลัวเดินจากไปได้ไม่นานนัก ฉีเล่ยก็เริ่มรู้สึกตัว คิ้วทั้งสองบนใบหน้าซีดขาวของเขาขมวดเข้าหากันแน่น หลังจากรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตามบาดแผล

แต่แล้วจู่ๆ ฉีเล่ยก็ลุกขึ้นนั่งอย่างกะทันหัน พร้อมกับลืมตาขึ้นในทันที แต่แล้วแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของเขา

ฉีเล่ยหายใจหอบเล็กน้อย ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้น และกดลงไปบนจุดฝังเข็มสองสามแห่งกลางศรีษะของตนเอง ก่อนจะค่อยๆลูบไล้ไปมา จากนั้นอาการวิงเวียนศรีษะรุนแรงของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้งทันที

ภาพของชายชราผมขาวโพลน และภาพการแพทย์ที่ล้ำลึกพลันปรากฏขึ้นในห้วงมโนของฉีเล่ย เขาเริ่มรู้สึกว่า เรื่องราวที่คล้ายกับความฝันก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ

ฉีเล่ยเข้าใจได้ทันทีว่า นับแต่นี้ต่อไป เขาและสกุลเฉินจะไม่สามารถแยกขาดจากกันได้อีกแล้ว การปกป้องสกุลเฉินเป็นความปรารถนาสุดท้ายของบรรพชนตระกูลเฉิน และได้กลายมาเป็นภารกิจของเขาเช่นกัน!

ดวงจิตนั้นได้บรรจุความทรงจำ และทักษะทั้งหมดตลอดชีวิตของบรรพชนสกุลเฉินท่านนั้นไว้ ฉีเล่ยรู้สึกราวกับว่า เขากำลังเฝ้ามองบรรพชนสกุลเฉินท่านนั้น กำลังค่อยๆฝึกฝนไต่เต้าขึ้นไปทีละขั้น จากจุดที่อ่อนแอสุด ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่ง จนกระทั่งไปถึงจุดสูงสุดได้

ฉีเล่ยสัมผัสได้ว่า สภาพจิตใจของเขาในเวลานี้ แตกต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง!

เขารับรู้ได้ว่า บาดแผลที่ถูกแทงบริเวณท้องน้อยนั้น ค่อยๆได้รับการรักษาจากวิชาการแพทย์ที่ลี้ลับอยู่อย่างเงียบๆ พร้อมๆกับการที่เขาค่อยๆซึมซับมรดกของบรรพชนสกุลเฉินเข้าไปในร่างด้วย

ไม่เพียงแค่จิตใจเท่านั้นที่เปลี่ยนไป เวลานี้ ฉีเล่ยยังสัมผัสได้ถึงร่างกายของตนที่เริ่มเปลี่ยนไป และแตกต่างจากเดิมมาก เวลานี้ เขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นไม่เพียงแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก แต่ดูเหมือนจะสง่างามขึ้นด้วย

ฉีเล่ยก้าวลงจากเตียงรักษาคนไข้ และเดินออกไปจากห้องด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคง..

‘สิ่งใดที่บรรพชนสกุลเฉินสามารถทำได้ เวลานี้ฉันเองก็สามารถทำได้เหมือนกัน!’

“หลีกทาง! หลีกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!”

ในระหว่างนั้น เสียงร้องตะโกนก็ดังมาจากด้านหลังของฉีเล่ย ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึงตัง พร้อมกับเปลคนไข้ที่ถูกเข็นเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ฉีเล่ยซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ กับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาล ซึ่งกำลังช่วยกันเข็นเปลผู้ป่วยเข้ามานั้น จึงได้แต่หันไปดู พร้อมกับหรี่ตามองอย่างลืมตัว

ดวงไฟสีแดงหน้าห้องฉุกเฉินสว่างขึ้น ทั้งหัวหน้าแพทย์ และหมออีกหลายๆคนในแผนกต่างๆของโรงพยาบาล ต่างก็พากันมายืนล้อมร่างของชายวัยกลางคน ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมที่กำลังยืนอยู่ข้างผู้ป่วยในเปล และใบหน้าของคนอื่นๆ ต่างก็บ่งบอกถึงความกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด

ฉีเล่ยเองที่ยังคงอยู่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล ได้แต่ยืนฟังบุคลากรทางการแพทย์สนทนากัน และในที่สุดก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ผู้ป่วยที่เพิ่งถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินเวลานี้ ก็คืออาวุโสหวู่ เป็นพ่อของผู้ที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในเมืองหนานหยาง ซึ่งก็คือหวู่เฉินเทียนนั่นเอง และก่อนหน้านี้ครึ่งชั่วโมง ชายชราก็ได้เป็นลมหมดสติไปโดยไม่รู้สาเหตุ..

ชายวัยกลางคนหน้าสี่เหลี่ยมที่ทุกคนต่างก็พากันรุมล้อมอยู่ในเวลานี้ ก็คือเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหนานหยาง ที่ชื่อว่าหวู่เฉินเทียนนั่นเอง!

“คุณหวู่ครับ ไม่ต้องกังวลใจไปครับ! มีคุณหมอหลิวดูแลรักษาให้แบบนี้ รับรองได้ว่าไม่มีอันตรายแน่นอนครับ!”

คนที่กำลังปลอบประโลมหวู่เฉินเทียน ให้คลายความกระวนกระวายร้อนใจอยู่นี้ ก็คือรองประธานหวังนั่นเอง

เวลานี้ประธานของโรงพยาบาลไม่อยู่ เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นภายในโรงพยาบาลเช่นนี้ ในฐานะที่เป็นรองประธานของโรงพยาบาล แน่นอนว่าเขาย่อมต้องออกมารับหน้าแทน

หวู่เฉินเทียนเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป..

…………

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปราวยี่สิบนาทีได้ ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก คุณหมอหลิวเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง และเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก

“คุณหมอหลิว พ่อของผมเป็นยังไงบ้าง?” หวู่เฉินเทียนพุ่งเข้าไปจับมือคุณหมอหลิวไว้ พร้อมกับร้องถามด้วยสีหน้า และน้ำเสียงกระวนกระวายใจอย่างมาก

“คุณหวู่ครับ.. ผม.. ขอโทษด้วย คือพวกเรา.. พวกเราได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว!”

แต่ยังไม่ทันที่คุณหมอหลิวจะพูดจบประโยคดี หวู่เฉินเทียนก็ได้ผลักร่างของหมอหลิวออก แล้ววิ่งตรงเข้าไปในห้องฉุกเฉินทันที!

รองประธานหวังได้แต่ส่ายหน้าไปมา เขาเกือบจะเข่าทรุด และล้มลงไปกองกับพื้น นั่นเพราะหากทางโรงพยาบาลไม่สามารถช่วยชีวิตอาวุโสหวู่ได้ เขาคงจะไม่สามารถแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่จะตามมาได้

ไม่ใช่เพียงเพราะว่าหวู่เฉินเทียนเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหนานหยางเท่านั้น แต่ฐานะของอาวุโสหวู่นั้น ใช่ว่าจะมีใครยอมให้เป็นอะไรไปได้ง่ายๆ

“รองประธานครับ ผม.. ผมได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก่อนที่อาวุโสหวู่จะมาถึงโรงพยาบาล ท่าน.. ท่านได้สิ้นลมไปก่อนหน้านั้นแล้ว..” คุณหมอหลิวระล่ำระลักอธิบายให้รองประธาน ที่ยืนหน้าซีดเผือดฟังทันที

“พ่อ…” เสียงกรีดร้องด้วยความเสียอกเสียใจ ดังออกมาจากห้องฉุกเฉิน

หวู่เฉินเทียนคุกเข่าลงข้างเตียงของอาวุโสหวู่ พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใคร

รองประธานหวังเองก็ได้แต่ยืนส่ายหน้าไปมาพร้อมกับถอนหายใจ เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี หลังจากหันไปมองหน้าหมอหลิว ทั้งคู่ก็ถอนหายใจใส่กันอีกครั้ง

“เอาล่ะ! หยุดร้องไห้ได้แล้ว ขืนคุณยังเอาแต่ร้องไห้อยู่แบบนี้ ชายชราตรงหน้าคงจะต้องตายจริงๆแน่!”

ฉีเล่ยเดินเข้ามาเข้าไปยืนข้างเตียงผู้ป่วย พร้อมกับใช้ปลายนิ้วสัมผัสข้อมือของชายชราที่กำลังนอนแน่นิ่ง ในขณะเดียวกันก็ร้องบอกหวู่เฉินเทียนให้หยุดร้องไห้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าคุณ (Series of my bad boy)
9.0
ลูกศรตกอยู่ในสภาวะวิกฤตหลังถูกวางยาจนร่างกายร้อนรุ่มสลับหนาวสั่น เธอโกรธแค้นชาร์คที่วางแผนร้ายแต่ยังโชคดีที่รอดมาได้ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับเจ้าคุณที่พยายามคาดคั้นความจริงพร้อมช่วยดับความร้อนด้วยสายน้ำจากฝักบัว ท่ามกลางการขัดขืนจนผ้าพันกายหลุดร่วง ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นทันที เมื่อความลับยังถูกปิดบังและคำท้าทายกระตุ้นอารมณ์ดิบของเจ้าคุณให้ยากจะควบคุม เขาจึงพร้อมจะสั่งสอนเธอให้รู้สำนึกในบทเรียนนี้
หน้าปกนวนิยาย KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
8.5
เมื่อความเจ็บปวดจากการเห็นคนสำคัญต้องทนทุกข์ทรมานกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความโกรธแค้น ชายหนุ่มผู้เย็นชามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการทวงคืนความยุติธรรม เขาพร้อมจะมอบบทเรียนที่ยากจะลืมเลือนให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด บาปที่อีกฝ่ายจงใจก่อขึ้นจะต้องถูกสะสางด้วยน้ำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความแค้นที่ฝังรากลึก เขาจะพิพากษาและชำระล้างความผิดนี้ให้จบสิ้นด้วยวิธีการของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยในหมู่บ้านหนานชุน
9.4
ลู่จื้อ หญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรคาสิโนยักษ์ใหญ่ในไต้หวัน ตัดสินใจละทิ้งวงการธุรกิจสีเทาที่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อบุญธรรมผู้ล่วงลับ เธอหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการส่งมอบอำนาจทั้งหมดคืนให้แก่เครือญาติของเขา ทว่าความใจกว้างของเธอกลับถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลัง เมื่อเหล่าญาติที่โลภโมโทสันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ทรัพย์สิน แต่ยังวางแผนกำจัดเธอให้สิ้นซากเพื่อดับไฟแค้นและปิดปากเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต
8.9
จากอดีตฮองเฮาผู้ทะเยอทะยานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏจากน้ำมือสวามีตนเองอย่างไม่เป็นธรรม จิตวิญญาณของนางได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลาย ในชาตินี้นางขอสาบานว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางเดิมเพื่อเป็นหงส์คู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ใจอำมหิตผู้นั้นอีกต่อไป แต่จะขอใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเป็นผู้กำหนดทิศทางและลิขิตความเป็นไปในอนาคตของตนเองด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสวาทเจ้ามาเฟีย
8.3
วิคเตอร์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียยึดถือคติการครอบครองเป็นที่ตั้ง เขาไม่มีวันยอมเสียสละหญิงคนรักให้ใคร แม้ฑิฆัมพรจะเคยให้ใจเขาเป็นรักแรก แต่เธอกลับเลือกเดินจากไปเพราะความอันตรายที่เกินจะรับไหว ทว่ากาลเวลาไม่อาจทำให้เขาลืมเลือน เมื่อความรักกลายเป็นความบ้าคลั่ง มาเฟียหนุ่มจึงตัดสินใจใช้กำลังฉุดคร่าเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้แนบกาย แม้โลกจะตราหน้าว่าเขาเลวทราม แต่เขาก็พร้อมทำทุกทางเพื่อรักษาเจ้าดวงใจเพียงคนเดียวนี้ไว้ตลอดกาล