ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย
ตอน
แชร์

ตอน 1

“จบแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย" หญิงสาวร่างเล็กรำพันออกมาเป็นคำพูดเบาๆ ก่อนจะปิดหนังสือนิยายที่เพิ่งอ่านจบเมื่อครู่วางไว้บนตัก

ยังไม่ทันไรเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอยู่ข้างๆ

“ค่อยยังชั่วหรือ? แปลว่ายังไม่พอใจกับตอนจบล่ะสินะ"

“อุ้ย!! ขอโทษค่ะคุณตา หนูไม่ทันเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ข้างๆ ด้วย รบกวนคุณตาหรือเปล่าคะ” กู้ลี่ถิงรีบออกตัวขอโทษขอโพยเมื่อเห็นว่าในมือของอีกฝ่ายก็ถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่งเช่นกัน

สวนสาธารณะที่เธอนั่งอยู่ เป็นแหล่งชุมนุมของนักอ่านตัวยงที่หลีกหนีมลพิษทางเสียงและความวุ่นวายของผู้คนในเมือง เลือกมานั่งพักผ่อนกันเป็นประจำ บรรยากาศโดยรอบในสวนสาธารณะจึงเงียบสงบไร้เสียงพูดคุยกันราวกับเป็นห้องสมุดแบบเปิดโล่งไม่มีผิด

แต่สำหรับกู้ลี่ถิงเธอไม่ได้เป็นคนช่างอ่านขนาดนั้น บุตรสาวเพียงคนเดียวที่บิดามารดาเสียชีวิตไปหมดแล้วเหงาเหลือเกินหากต้องอุดอู้อยู่ในห้องพักเพียงลำพังในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอคว้าเอานิยายเก่าๆ ของแม่ที่มีอยู่มากมายบนชั้นหนังสือมานั่งอ่านเล่นฆ่าเวลาที่สวนสาธารณะ อย่างน้อยเมื่อพักสายตาขึ้นมาจากหนังสือเธอก็ยังได้เห็นว่ามีผู้คนอยู่รอบกายบ้าง ไม่คิดว่าเธอจะเพลิดเพลินกับการอ่านจนไม่รู้สึกตัวว่ามีคนมานั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ด้วยซ้ำ

ชายชราโบกมือเบาๆ ทำท่าว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่

“ว่าอย่างไรเล่า สรุปแล้วนิยายจบดีหรือไม่ดีกันแน่” ชายชรายิ้มถามคำถามเดิม

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าตัวเองควรไปโฟกัสตรงไหน ทุกเรื่องที่อ่านมาพระเอกนางเอกก็สมหวังกันดีหมดแหล่ะค่ะ แต่เผอิญว่าเรื่องที่หนูเพิ่งอ่านจบ ตัวร้ายมันมีจุดจบที่สมควรก็เลยรู้สึกดีหน่อย หากปล่อยให้ตัวร้ายลอยนวลไปเฉยๆ นี่มันเจ็บใจนะคะ”

ชายชรายกมือขึ้นขยับแว่น สายตามองไปที่หน้าปกหนังสือนิยายที่กู้ลี่ถิงย้ายเอามาวางไว้บนเก้าอี้ข้างตัว

“นิยายรักไม่ใช่หรือ? แต่หนูกลับไปโฟกัสเรื่องตัวร้าย ฮ่าๆๆ แปลกจริงๆ นั่นล่ะ”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สี่ที่หนูอ่านวันนี้แล้วค่ะคุณตา สามเรื่องที่ผ่านมาเป็นนิยายรักดราม่า กว่าจะสมหวังกันได้ก็มีฉากเศร้าสลดจนหนูดิ่งไปเลย เรื่องสุดท้ายนี่ค่อยยังชั่วหน่อยตัวเอกเค้าช่วยกันประคับประคองกันบรรลุเป้าหมาย ตัวร้ายก็ได้ผลคืนสนองเป็นที่น่าพอใจ”

“อ้อ แปลว่าเป็นนักอ่านสายสุขนิยมสินะ”

“ก็ไม่เชิงค่ะ อันที่จริงหนูก็ไม่ใช่นักอ่านแล้วยังอ่านข้ามไปเยอะเลย มันเอียนมาจากสามเรื่องแรกน่ะค่ะ คู่รักราบรื่นมากก็น่าเบื่อไปอีก"

กู้ลี่ถิงพูดมาถึงตรงนี้เธอก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนศีรษะ คุณตาท่าทางใจดีตรงหน้าพูดอะไรต่อไปอยู่อีกหลายคำเธอก็ไม่ได้ยินเพราะหูอี้อตาลาย ลมหายใจเริ่มขาดหายติดขัดเป็นช่วงๆ

“ยัยหนู เป็นอะไรไป!” ชายชรารับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เขารีบขยับร่างกายอย่างยากเย็นส่งเสียงร้องให้คนช่วย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่เมื่อครู่ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็กในระยะเวลาอันรวดเร็ว

กู้ลี่ถิงหอบหายใจถี่กระชั้น เอื้อมมือไปควานหาขวดยาเล็กๆ มาไว้ในมือ

“ฟืด!! ฟืด!!”

หญิงสาวตาเหลือกค้างหัวใจไหววูบจนแทบเสียสติ เธอหยิบขวดยาพ่นสำหรับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มาผิดขวด!! ขวดนี้เป็นยาที่หมดไปแล้วแต่เธอลืมวางมันทิ้งไว้ใกล้มือ แล้วหยิบมันใส่กระเป๋ามาอย่างไม่ระวัง

เธอรีบเขย่าขวดยาและพ่นมันเข้าปากซ้ำอีกครั้ง หวังว่าจะมีตัวยาหลงเหลือสักหยด พอให้เธอได้หายใจสะดวกขึ้นอีกนิด

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ที ผู้หญิงคนนี้เป็นภูมิแพ้ ยาเธอหมด!”

กู้ลี่ถิงได้ยินเสียงของคุณตาใจดีตะโกนขอความช่วยเหลือดังลั่น ในมือของเขาก็มีโทรศัพท์แต่ดูเหมือนสถานการณ์ของเธอจะทำให้ชายชราตกใจจนค้นหาเบอร์โทรศัพท์ไม่ถูก

สายตาของหญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ยาขวดเล็กในมือหลุดร่วงลงกับพื้นหญ้าในสวนสาธารณะ ด้านข้างเธอเห็นคนกลุ่มหนึ่งยกโทรศัพท์มาแนบกับใบหู กำลังวิ่งตรงมาที่เธอกับชายชรา

เธอกลับไปเอายาขวดใหม่ที่บ้านไม่ทันแน่ ทางเดียวคือต้องภาวนาให้รถพยาบาลมาช่วยเธอให้เร็วที่สุด หรือหากวาสนายังดี ขอให้มีสักคนในสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นโรคเดียวกับเธอ

ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด ลำคอตีบตันจนต้องอ้าปากพะงาบไขว่คว้าหาอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก มือที่สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้พยายามเปิดหน้าหนังสือนิยายออกมาอีกครั้ง ทางเดียวที่เธอจะลดความตื่นกลัวได้ในขณะนี้มีเพียงการพุ่งความสนใจไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้มากที่สุดเพื่อรอคอยรถพยาบาลอย่างมีสติที่สุด

ตัวหนังสือบนกระดาษสีขาวแกมเหลืองดูโย้ไปเย้มาจนอ่านไม่ได้สักตัวอักษร หญิงสาวร่างกระตุกเกร็งซ้ำไปซ้ำมา รอบกายมีเสียงเอะอะโวยวาย ความช่วยเหลืออย่างไม่รู้ประสีประสาจากคนรอบข้างวนเวียนอยู่รอบตัวเธอ พยายามยื้อยุดชีวิตเธอเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

เหตุการณ์ดำเนินต่อไปเช่นไรกู้ลี่ถิงไม่อาจล่วงรู้ เปลือกตาคู่งามค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงนานกว่าเดิมไปทุกที

……….

จวนเสนาบดีกู้ เมืองหลวงแคว้นต้าเหว่ย

“ตำราเล่มนี้มาอยู่ในมือคุณหนูได้อย่างไรกันนะแปลกจริง!”

“อาจเป็นแม่สื่อส่งให้คุณหนูอ่านเล่นตอนที่อยู่บนเกี้ยวเจ้าสาวกระมัง เจ้าเบามือหน่อยปล่อยให้คุณหนูนอนต่ออีกสักพักเถิด คนจากวังหลวงยังมาไม่ถึงมิใช่หรือ?”

กู้ลี่ถิงได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนกระซิบกระซาบกันอยู่ข้างหู ใจความเรื่องที่ทั้งคู่พูดอยู่เธอไม่เข้าใจเท่าใดนัก แต่แรงดึงสิ่งของบางอย่างจากมือของเธอทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นมา นิ้วมือเรียวงามขยับช้าๆ มาจับสิ่งของในมือเอาไว้มั่น

สัมผัสจากฝ่ามือรับรู้ได้ว่าสิ่งของที่มีคนพยายามดึงออกจากมือของเธอเมื่อครู่นั้นเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง

เปลือกตาหนักอึ้งจนลืมแทบไม่ขึ้น ความรู้สึกง่วงงุ่นแปลกประหลาดทำให้กู้ลี่ถิงยิ่งต้องพยายามเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ความคิดของหญิงสาวเรียบเรียงความทรงจำสุดท้ายขึ้นมาได้ ตอนที่เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย เธอกอดหนังสือนิยายประโลมโลกของแม่เอาไว้แน่นอย่างหาที่พึ่ง การที่เธอยังมีความรู้สึกยังได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน นั่นแปลว่าเธอยังไม่ตาย!!

สาวใช้คนเดิมขมวดคิ้วมุ่น นางเห็นกับตาว่าตอนที่คุณชายเย่แบกร่างหมดสติของคุณหนูขึ้นหลังออกจากเกี้ยวเจ้าสาว สองมือของคุณหนูห้อยทิ้งลงมาข้างลำตัวปราศจากสิ่งของใดๆ

จนกระทั่งทหารจากวังหลวงมาถึงจวนสกุลเย่และสั่งยุติงานมงคลไปแล้ว คุณชายเย่ที่เพิ่งแบกคุณหนูไปได้ไม่ไกลก็พานางกลับมาส่งไว้ในเกี้ยวดังเดิม ตอนไหนกันที่ตำราเล่มนี้มาอยู่ในมือคุณหนูของนาง?

“ขอ..ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ”

หญิงสาวฝืนลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า แม้จะรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวดูแปลกตาไม่เหมือนกับโรงพยาบาล แต่นางไม่มีเวลาสนใจ ลำคอที่แห้งผากราวกับมีฝุ่นดินแห้งกรังอยู่ในยามนี้เรียกร้องให้นางต้องร้องขอน้ำดื่มมาดับกระหาย

ที่มือไม่มีสายน้ำเกลือ เช่นนี้เองนางถึงยังรู้สึกอ่อนแรงมึนงงไปหมด นางคงจะถูกช่วยเหลือจากคนในสวนสาธารณะและย้ายมาอยู่ที่ใดที่หนึ่งที่ไม่ใช่โรงพยาบาลเป็นแน่ หญิงสาวคิดในใจ

“คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวเอาน้ำมาให้ ค่อยๆ ลุกขึ้นนะเจ้าคะ”

สาวใช้ที่อยู่ใกล้กู้ลี่ถิงรีบพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นมานั่ง ส่วนสาวใช้อีกคนก็รีบไปรินน้ำชามายื่นส่งให้หญิงสาว

กู้ลี่ถิงรับน้ำมาดื่มทั้งที่ตายังลืมไม่สนิทดี กลิ่นหอมและรสชาติละเมียดละไมของใบชาชั้นดีผ่านลำคอของนางไปถ้วยแล้วถ้วยเล่า รสขมฝาดเฝื่อนในลำคอเริ่มเจือจางแต่สติของหญิงสาวก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์

“ม่านอวี้ เราช่วยกันเปลี่ยนอาภรณ์ให้คุณหนูเสียก่อนจะดีกว่า" ม่านลู่สาวใช้กล่าวกับสหายของนาง

ชุดเจ้าสาวสีแดงสดงดงามถูกปลดเปลื้องออกจากร่างของกู้ลี่ถิงทีละชิ้น และเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อผ้าแบบโบราณสีเขียวอ่อนเนื้อดีอย่างรวดเร็ว

การกระทำของสตรีทั้งสองคนคล่องแคล่วแต่ทว่านุ่มนวล ไม่ได้ทำให้หญิงสาวผู้ไร้เรี่ยวแรงรู้สึกเจ็บแม้แต่นิด มีเพียงความอับอายที่ต้องให้ผู้อื่นมองเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของตนเท่านั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป