ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่

เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“เหตุใดต้องรีบร้อนกันถึงเพียงนี้ด้วยนะ นายท่านคิดจะส่งตัวคุณหนูออกจากจวนภายในวันนี้เลยหรือไร”

“หากคนจากวังหลวงมาถึงเมื่อใดนายท่านต้องแสร้งแสดงความเสียใจอย่างหนักที่คุณหนูต้องกลายเป็นสตรีที่ถูกยุติการแต่งงานกลางคัน จากนั้นองค์ชายรองก็จะแสดงพระเมตตารับคุณหนูไปเป็นพระสนมเพื่อปกป้องชื่อเสียง นี่เป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว จะรอให้ข้ามวันแล้วปล่อยให้คนนินทาคุณหนูของเราว่าเป็นหญิงหม้ายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าจวนว่าที่สามีเช่นนั้นหรือ”

“แต่คุณหนูก็ไม่ได้เต็มใจไปเป็นพระสนมผู้ใดนี่นา"

“คุณหนูก็ไม่ได้อยากแต่งเข้าจวนสกุลเย่ด้วยเช่นกันมิใช่หรือ เป็นพระสนมองค์ชายรองอย่างน้อยก็มีพระชายาลี่หม่าน พี่สาวแท้ๆ ของคุณหนูดูแลอยู่ทั้งคน นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”

กู้ลี่ถิงสะลึมสะลือพยายามจับใจความเรื่องที่สตรีนามม่านลู่กับม่านอวี้พูดคุยกันอยู่นานสองนาน รู้สึกว่าเรื่องราวที่คนทั้งคู่กำลังพูดถึงอยู่มันช่างคล้ายคลึงกับเนื้อเรื่องในนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบมาไม่นานอย่างไรอย่างนั้น

องค์ชายรอง พระชายาลี่หม่าน จวนสกุลเย่ การแต่งงานที่ถูกยุติกลางคัน ทุกอย่างเหมือนจุดเริ่มต้นในนิยายเรื่องลิขิตสวรรค์ไม่มีผิด สิ่งเดียวที่ไม่สอดคล้องกับนิยายก็คือกู้ลี่ถิงหรือตัวนางในเวลานี้ เข้ามารับรู้รับฟังเหตุการณ์ที่เหมือนจะเป็นเรื่องจริงนี้ได้อย่างไร?

หรือเป็นเพราะนางตั้งใจจะอ่านนิยายอีกครั้งก่อนที่จะหมดสติ จึงได้เก็บเอาไปฝันจนเป็นตุเป็นตะ!!

ผ่านไปครู่ใหญ่เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ทำให้หญิงสาวต้องพยายามฝืนลืมตาขึ้นมามองอีกครั้ง

ผู้มาใหม่เป็นสตรีสูงวัยสองคนกับหญิงสาวแรกรุ่นอีกสองคน ทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบคนยุคโบราณอีกแล้ว!

“นางรู้สึกตัวแล้วหรือ? ให้นางดื่มยานี่ก่อนจะได้คืนสติได้เร็วขึ้น” สตรีร่างท้วมสวมเครื่องประดับวิบวับส่องประกายไปทั้งร่างเป็นคนเอ่ยปาก

สตรีที่มากับสุภาพสตรีร่างท้วมอีกสามคนรีบเข้ามาช่วยม่านอวี้กับม่านลู่จัดเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนศีรษะให้กู้ลี่ถิงใหม่ คนหนึ่งยังส่งถ้วยยาที่เย็นชืดสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียนเข้าปากนางมาอย่างต่อเนื่อง

“เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเจ้าพักอีกสักครู่ก็แล้วกัน เจ้ากินยานอนหลับมากเกินไปหน่อยดื่มยาแก้แล้วอีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้น” สตรีร่างท้วมเดินตามมานั่งเคียงข้างกู้ลี่ถิงบนเตียงนอน ใช้มือลูบเส้นผมและใบหน้าของหญิงสาวแผ่วเบา

กู้ลี่ถิงลืมตาค้างขึ้นมาสบตากับสตรีร่างท้วมอย่างค้นหาคำตอบ นางมั่นใจว่ายามนี้นางไม่ได้ฝันไป รสชาติและกลิ่นของยายังคงติดค้างอยู่ในลำคอ ไออุ่นจากปลายนิ้วมือที่ลูบไล้ข้างแก้มก็เห็นได้ชัดว่านี่เป็นร่างกายคนที่มีชีวิต มิใช่ความฝัน

“เชื่อฟังพ่อเจ้าเช่นนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปได้เป็นพระสนมจวนองค์ชายรองก็มีพี่สาวเจ้าคุ้มหัว เป็นพระสนมไม่ดีตรงไหน? เงินทอง ลาภยศสรรเสริญ ตระกูลกู้ของเรามีบุตรสาวเป็นชายาเอกคนหนึ่งเป็นพระสนมคนหนึ่ง ต่อไปพี่ชายน้องชายในสกุลกู้ของเจ้าก็จะยิ่งมีโอกาสก้าวหน้ามากขึ้น เจ้าเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วล่ะถิงเอ๋อร์”

ท่าทางห่วงใยของสตรีร่างท้วมจบลงทันทีหลังจากกล่าวจบประโยค นางลุกพรวดขึ้นจากเตียงหันไปสั่งการกับสาวใช้ด้านหลังแทน

“พวกเจ้าเตรียมของเรียบร้อยแล้วหรือยัง มีหน้าที่อันใดก็ไปช่วยกันหยิบจับ คนจากในวังมาถึงเมื่อใดข้าจะให้คนมาเรียกเอง"

หญิงสาวนอนฟังเสียงฝีเท้ากลุ่มคนที่อยู่รอบตัวเมื่อครู่เดินจากไปจนหมด เสียงปิดประตูไม้ดังขึ้นเอี๊ยดอ๊าดแล้วความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง

ร่างเล็กปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำงานกับร่างกายของนางอยู่อีกนานหลายอึดใจ แต่สมองของนางกลับทำงานอย่างหนัก

ภายในห้องพักรวมทั้งเตียงนอนที่นางนอนอยู่ ข้าวของเครื่องใช้ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นรูปแบบโบราณทั้งสิ้น เมื่อรวมเข้ากับเรื่องราวที่นางได้ยินได้ฟังมาเมื่อครู่ นางก็ไม่กล้าคิดต่อว่ายามนี้นางอาจจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องลิขิตสวรรค์!!

ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ตัวประกอบวัย 16 ปีที่โผล่มาไม่กี่บรรทัดตอนช่วงต้นเรื่อง ก็รับบทหญิงสาวที่ถูกจัดฉากให้แต่งงานกับแย่เซิ่งเจียบุตรชายคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่เย่เฟิง แล้วถูกยุติการแต่งงานเหมือนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวนางในเวลานี้ไม่ผิดเพี้ยน!!

กู้ลี่ถิงรวบรวมเรี่ยวแรงที่ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมายันกายลุกขึ้นนั่ง มองหานิยายที่ถืออยู่ในมือก่อนหน้าโชคดีที่ม่านอวี้ไม่ได้หยิบนิยายเล่มนี้ออกไปจากห้อง มันยังคงวางอยู่บนหัวเตียงอย่างสงบนิ่ง

กู้ลี่ถิงเปิดนิยายขึ้นมาอ่านเพื่อค้นหารายละเอียดของเนื้อเรื่องและตัวละครอีกครั้ง 

“ไม่ผิด สกุลเย่ เย่เซิ่งเจียแบกร่างเจ้าสาวใส่เกี้ยวคืนกลับไป แต่ทำไมถึงเป็นสกุลกู้!!”

ทุกอย่างในตอนต้นของนิยายยังคงเดิม องค์ชายรองเตรียมก่อกบฏ เขาออกอุบายทำตัวเป็นสื่อกลางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเย่กับตระกูลกู้ของกู้ลี่หม่านผู้เป็นชายาเอก ด้วยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้กับเย่เซิ่งเจียกับกู้ลี่ถิง 

แม่ทัพใหญ่เย่เฟิงจำต้องลากลับเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานของบุตรชายเพียงคนเดียว เพราะงานมงคลในครั้งนี้มีองค์ชายรองเข้ามาเป็นประธานในพิธี จัดงานอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริก ผู้เป็นบิดาอย่างเย่เฟิงจึงไม่อาจเพิกเฉยอยู่ได้

ขณะเดียวกันค่ายทางชายแดนที่ท่านแม่ทัพเย่เฟิงเพิ่งลาจากมาก็ถูกตีแตก แคว้นต้าเหว่ยเสียดินแดนส่วนหนึ่งให้กับศัตรู ขุนนางในท้องพระโรงโทษกันไปโทษกันมาและสุดท้ายก็จบลงด้วยการโยนว่าเป็นความผิดของท่านแม่ทัพเย่เฟิงที่ละทิ้งหน้าที่มาสนใจเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

ฮ่องเต้ส่งคนมาจับกุมตัวแม่ทัพเย่เฟิงกลางงานแต่งของบุตรชายเพื่อนำตัวไปสอบสวน งานแต่งถูกยุติ เจ้าสาวถูกส่งตัวกลับ คนตระกูลเย่ถูกควบคุมตัวเอาไว้ในจวน

สิ่งที่ผิดแผกไปอีกนิดก็คือ ในนิยายเจ้าสาวเป็นคนสกุลเหลียน เหลียนลี่ถิงไม่ใช่กู้ลี่ถิง! ชายาเอกขององค์ชายรองเดิมทีต้องนามเหลียนลี่หม่านหาใช่กู้ลี่หม่าน! จวนที่นางอยู่ในเวลานี้ก็สมควรเป็นจวนเสนาบดีเหลียนจึงจะถูก ทำไมแซ่จึงเปลี่ยนไป?

กู้ลี่ถิงยังไม่หยุดพักสายตา นางพลิกอ่านนิยายหน้าต่อไป 

“จุดนี้ก็เปลี่ยนไปด้วย?” 

หญิงสาวจำได้ดีว่าจุดสิ้นสุดของตัวละครที่เป็นเจ้าสาวจบลงตรงที่นางถูกส่งตัวกลับจวนไป แล้วเหตุการณ์ก็จะไปบรรยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนแม่ทัพเย่

แต่ยามนี้ นิยายกลับมาบรรยายฉากที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อนของเจ้าสาว นางดื่มยานอนหลับเพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้และช่วยประวิงเวลารอให้คนจากวังหลวงมาถึงจวนสกุลเย่ ยังไม่ทันได้กราบไหว้ฟ้าดินเพราะเจ้าสาวยังไม่มีสตินางก็ถูกส่งตัวกลับมาแล้ว 

ย่อหน้าสุดท้ายในนิยายกำลังบรรยายว่า สาวใช้ในจวนสกุลกู้กำลังช่วยนางผลัดเปลี่ยนอาภรณ์รอให้คนขององค์ชายรองมารับไปเป็นพระสนมตามแผนของผู้เป็นบิดา

“ทำไมไม่มีต่อแล้วล่ะ เรื่องของกู้ลี่ถิงจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่!!”

หญิงสาวพลิกดูหน้าต่อๆ ไปของหนังสือนิยายเล่มบาง นางกลับพบว่ากระดาษแผ่นถัดไปก็เป็นเพียงหน้ากระดาษสีเหลืองหม่นว่างเปล่าไม่มีตัวอักษรใดๆ ปรากฏอยู่อย่างที่ควรจะเป็น

ความตื่นกลัวทำเอากู้ลี่ถิงต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมาชุ่มแผ่นหลัง นางรีบมองหาขวดยาพ่นตามความเคยชิน 

“หายใจได้ ฉันหายใจได้เป็นปกติ!” นางไม่พบขวดยาพ่น แล้วยังพบว่านางไม่จำเป็นต้องใช้ยาอีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ!

“ฉันต้องตกใจอะไรก่อนดี ฉันตายไปแล้วจากโลกความจริง?  ฉันทะลุมิติมาอยู่ในนิยายและยังไม่ได้เป็นคนป่วยอีกด้วย!!” 

ร่างเล็กเดินวนรอบห้องอย่างว้าวุ่นใจจนลืมสังเกตว่ายามนี้ฤทธิ์ยาได้กำจัดความอ่อนล้าและความมึนงงออกจากร่างไปหมดสิ้น

“ฉันเข้ามาเป็นกู้ลี่ถิง บุตรสาวลำดับที่สามของเสนาบดีกู้แน่นอนแล้ว แซ่ที่เปลี่ยนไปจากแซ่เหลียนเป็นแซ่กู้ก็คงเปลี่ยนตามตัวฉันเอง” กู้ลี่ถิงพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องราวอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้นางเคยอ่านเจอในนิยายของแม่มาก่อน

“แล้วฉันต้องทำอะไรล่ะ ในนิยายไม่มีเรื่องราวของเจ้าสาวนี่นา" 

หญิงสาวพยายามทบทวนความทรงจำอย่างเร่งด่วน เหลียนลี่ถิงหรือตัวประกอบตัวนี้ มีบทแค่ฉากเดียวแล้วก็หายไปเลย แล้วนางจะเอาตัวอย่างการดำเนินชีวิตของเหลียนลี่ถิงมาแก้ไขหรือจัดการกับคนรอบข้างได้อย่างไรกันเล่า!!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป