ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เส้นทางของแฟนเก่า

เส้นทางของแฟนเก่า

ลลินาตัดสินใจทิ้งอดีตอันเจ็บปวดและหนีจากนัยน์ไปเมื่อสามปีก่อน ทว่าโชคชะตากลับเหวี่ยงให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งในฐานะลูกน้องใต้บังคับบัญชา ความสัมพันธ์เก่าเริ่มปะทุขึ้นพร้อมคำถามถึงสถานะที่แท้จริง เมื่อเธอรู้ซึ้งว่าสำหรับมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเขา เธออาจเป็นเพียงความบันเทิงชั่วคราวเพื่อคลายเหงาเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ตอกย้ำความต่างชั้น ลลินาต้องเลือกระหว่างการยอมเป็นเพียงของเล่นในกำมือเจ้านาย หรือจะปกป้องหัวใจที่กำลังจะแตกสลายเป็นครั้งที่สอง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่อยากตอบเธอก็ไม่บังคับ ในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกับเขาแล้วก็ไม่ควรไปอยากรู้ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอดีตอย่างที่มันควรจะเป็น

ลลินาเบือนหน้าไปอีกทาง มองสายฝนผ่านกระจกใสที่กำลังลงเม็ดหนา ฝนน่าจะตกอยู่อย่างนี้ทั้งวัน เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนคิดว่าซาลงไปบ้างแล้ว แต่จู่ ๆ ก็เทลงมาอีกครั้งจนได้ วันนี้บรรยากาศช่างเป็นใจ แต่ระยะห่างของคนสองคนเหมือนไกลทั้งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน

"ตกลงค่ะ ถ้าฉันเอางานนี้กลับมาให้มีดีจริงกรุ๊ปไม่สำเร็จฉันจะลาออก"

เธอพูดด้วยโทนเสียงที่ราบเรียบ ถ้าเขาอยากยื่นบททดสอบให้ก็จะรับไว้ ลลินาไม่ได้มั่นใจว่าจะทำได้ขนาดนั้น แค่เริ่มรู้ตัวว่าตนเองอยู่ในที่ที่ไม่สมควรจะอยู่ ฝืนทนต่อไปต่างฝ่ายต่างอึดอัดใจกันทั้งคู่

ขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย นัยน์ก็กดเปิดเพลงทำลายความเงียบ ทว่ามีแต่เพลงเศร้า ๆ ทั้งนั้น ในเมื่อไม่มีอย่างอื่นให้เลือกฟังเขาจึงจำใจปล่อยให้มันบรรเลงต่อไป ไม่รู้กระทบกระเทือนใจลลินาบ้างหรือเปล่า

...แต่ที่รู้ ๆ กระทบใจเขาเต็ม ๆ ทำไมมันถึงได้โคตรโศกโคตรเศร้า

ทั้งที่บอกตัวเองตลอดว่าอย่าไปคิดถึง แต่ความทรงจำเจ้ากรรมก็กลับมาวนลูปอยู่ได้

สามปีที่แล้ว

"คุณคะ หนูจะช่วยคุณค่ะ"

เป็นเสียงกังวานใสของหญิงสาว หลังจากนัยน์เปิดประตูออกมาก็พบกับใบหน้าไร้เดียงสา ทว่าน้ำเสียงของเธอหนักแน่นกว่าทุกครั้ง ที่ลลินามาคอนโดเขาถูกเพราะวันหยุดที่ผ่านมานัยน์ได้ทักไปหาบอกให้มาช่วยทำความสะอาดห้องแทนแม่บ้านที่เพิ่งลาออก ส่วนลลินาก็รีบรับปากโดยไม่เกี่ยง ค่าแรงหักลบไปได้ไม่กี่ร้อย แต่ถ้ามาบ่อย ๆ ก็คงจะลดหนี้ส่วนนั้นไปได้เยอะ นอกจากนี้เธอยังเสนอตัวว่าจะมาทำความสะอาดห้องให้เขาทุกวันหยุด ในหนึ่งเดือนก็อาจจะได้ทำประมาณสี่ถึงห้าวัน คงจะสามารถลดหย่อนค่าหนี้ไปได้หลายพัน

"ทำไมอยู่ ๆ เปลี่ยนใจ"

"หนูเห็น...เอ่อ เห็น..."

เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างสั่นเครือ เหมือนลังเลอยู่ว่าควรพูดต่อดีหรือไม่

"เห็นเขาอยู่กับคนอื่น"

เป็นนัยน์ที่พูดแทน เรื่องที่พิมพ์ชนกมีคู่ขาเขารู้มานานแล้ว เขาเองก็ไม่ได้พิศวาสอะไรพิมพ์ชนกนักหรอก ไม่เคยคบไม่เคยผูกพัน รู้เพียงว่าต้องแต่งกับคนนี้เพราะแม่ชอบและมีสัญญาหมั้นหมายรออยู่ข้างหน้า เขาจึงไม่อยากเปิดโปงเธอให้ญาติผู้ใหญ่สองฝ่ายรับรู้ กลัวว่าจะกระทบต่อบริษัทที่คุณปู่บริหารอยู่ อีกอย่างนัยน์ก็ไม่มีหลักฐานไปยืนยันกับคุณปู่ชยุต

"คุณ...คุณเจ็บไหมคะ"

เจ็บอะไรวะ?

คิดไม่ถึงว่ามือเล็กจะยืนออกมาสัมผัสต้นแขนเขาเบา ๆ เธอทำเพื่อปลอบใจเขาอยู่ เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยเพราะไม่ได้รักพิมพ์ชนก แต่คนที่เข้าใจผิดและคิดไปไกลคือลลินา เธอคิดว่าหากทำแบบนี้แล้วจะเยียวยารักษาหัวใจอันบอบช้ำของเขาได้ โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเผลอมองเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยนราวกับว่าเธอเป็นลูกแมวตัวน้อยที่เพิ่งเผชิญโลกได้ไม่นาน

"คุณนัยน์ต้องเจ็บปวดแค่ไหน คุณนัยน์รู้อยู่แล้วเหรอคะว่าถูกนอกใจ รู้นานแล้วใช่มั้ยคะ เจ็บปวดขนาดนี้ทำไมถึงยังเก็บไว้คนเดียว ทำไมไม่บอกหนูตั้งแต่วันนั้น"

"ถ้าบอกแล้วจะไปเอาคืนให้เหรอ"

"ไม่กล้า..."

ลลินาตอบพลางก้มหน้าลง น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาและไร้เดียงสามาก ใครจะกล้าไปยั่วโมโหพิมพ์ชนก วันที่อยู่บนเรือหากไม่ได้นัยน์ช่วยไว้ก็คงจะเอาตัวไม่รอด ลลินาไม่มีความสามารถมากพอจะปกป้องเขาได้เธอรู้ตัวดี แต่ที่พูดแบบนั้นออกไปก็แค่อยากแบ่งเบาความเจ็บปวดของเขา เธอคิดไปอย่างใสซื่อว่าบางทีหากเธอเป็นผู้ฟังที่ดี นั่งฟังเขาระบายความในใจก็จะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้

"ยังอยากเลิกกับคนนั้นอยู่มั้ยคะ"

เขาพยักหน้า ถึงเธอจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเขามีใจให้พิมพ์ชนกแต่เขาก็ไม่คิดว่านี่เป็นการหลอกใช้ลลินา คนที่ผิดไม่ใช่เขาพิมพ์ชนกต่างหากที่ผิด ผิดที่ทำอะไรประเจิดประเจ้อจนมีคนเห็น โชคร้ายหน่อยตรงที่คนเห็นคือลลินา

ย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่การหลอกใช้ นัยน์คิดแล้วก็หัวเราะในใจ

"แล้วหนูจะช่วยยังไงคะ"

เขาพูดคะขาฟังแล้วเพราะเป็นพิเศษ จังหวะนี้ลลินาหายใจติดขัดไปชั่วขณะ จู่ ๆ ก็หน้าแดงก่ำขึ้นมาดื้อ ๆ เธอรีบชักมือที่ลูบต้นแขนเขาเพื่อปลอบประโลมกลับคืนมา แล้วเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาในห้อง

"คุณพิมพ์ไม่ยอมเลิกเพราะคุณนัยน์ไม่มีหลักฐาน ถ้าหนูหาหลักฐานมาได้ล่ะคะ"

"ดีเลย"

"หนูจะคอยจับตาดูแล้วหาหลักฐานมาให้คุณนัยน์ค่ะ"

นัยน์ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วนั่งลงที่โซฟาข้าง ๆ เธอ มองขนตางอนยาว ดวงตากลมโต ริมฝีปากเล็กสีแดงระเรื่อ แล้วอมยิ้มบาง ๆ หากแต่งนิยายให้เธอฟังอีกสองสามเรื่อง หวังว่าเธอจะอินมากกว่าเดิม ชายหนุ่มตีหน้าเศร้าสร้อยโน้มตัวลงนั่งในท่าวางศอกกับเข่า ถอนหายใจยาวเหยียดพูดน้ำเสียงเบาหวิว

"เจ็บแต่จบมันดีกว่าเจ็บไปเรื่อย ๆ ถูกมั้ยครับ ช่วยทำให้เรื่องมันจบทีเถอะนะ ผมไม่อยากจมปลักอยู่กับความสัมพันธ์คลุมเครือแบบนี้อีกแล้ว ถ้ารักจริงเขาก็คงไม่มีคนอื่น"

"...คุณนัยน์ หนูเข้าใจคุณนัยน์นะคะ"

"คนอกหักกว่าจะผ่านไปได้แต่ละคืนมันทรมานมากเลยนะ มองแต่นาฬิการอเวลาว่าเมื่อไหร่จะเช้า ถ้าคืนนี้มีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อนก็คงจะดี แต่ก็รู้อยู่ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะขอกันง่าย ๆ"

นี่ขนาดไม่กล้าขอ ถ้ากล้าขึ้นมาจะขนาดไหน คุณนัยน์เริ่มแสดงละครต่อหน้าลลินา ส่วนเธอก็ใสซื่อเชื่อเขาสนิทใจ

ลลินานิ่งเงียบไปหลายอึดใจ เธอไม่ได้ไว้ใจเขาขนาดนั้น ถึงแม้ว่าจะเคยมาที่นี่หลายครั้งแต่ก็ยังระวังตัวอยู่ นัยน์ไม่เคยทำอะไรเกินเลยให้ต้องอึดอัดใจหรือรู้สึกว่าเป็นการคุกคาม แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าเขาซุ่มเงียบเพราะอยากจะกินเธอหรือเปล่า ลลินาในวัยยี่สิบสองไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น เธอเห็นเขาเป็นคนใจดีที่เข้ามาช่วยเหลือเธอ และไม่รู้ตัวเลยว่าเขาหวังผลอะไรจากเธอบ้าง หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับไปอย่างเข้าอกเข้าใจ

"หนูเป็นกำลังใจให้คุณนัยน์นะคะ หนูรับรู้ความเจ็บปวดของคุณนัยน์ถึงแม้ว่าหนูจะไม่เคยมีความรักก็ตาม เอ่อ...แต่หนูคงอยู่เป็นเพื่อนคุณนัยน์ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคืนนี้หนูไม่กลับไปนอนบ้านแม่ต้องฆ่าหนูแน่ ๆ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ มีธุระสำคัญต้องไปทำต่อ"

ไม่เคยมีความรักก็เท่ากับว่ายังไม่เคยมีแฟน นัยน์รู้สึกดีกับคำพูดนี้ ถึงจะถูกปฏิเสธก็ไม่เป็นไร อันที่จริงเขาก็ไม่ได้คาดหวัง รู้อยู่แล้วว่าเธอยังไม่ได้ไว้ใจเขาเต็มร้อย เพิ่งรู้จักกันไม่นานใครจะเชื่อใจง่าย ๆ แค่ลลินายอมมาทำความสะอาดห้องให้ก็แสดงว่าเธอไว้ใจเขาแล้วระดับหนึ่ง

สาวน้อยลุกขึ้นยืนหยิบเอากระเป๋ามาสะพายข้าง กระโปรงพลีทที่เธอสวมใส่อยู่ยาวพอดีเข่าเผยให้เห็นท่อนขาเรียวชวนมอง เมื่อเธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งเขาก็รีบเบือนหน้าหนี กลัวเธอจะคิดว่าเขาเป็นไอ้บ้าลามก

"หนูขอตัวกลับก่อนค่ะ วันหยุดหน้าหนูขอมาทำความสะอาดห้องให้คุณนัยน์อีกนะคะ ถึงยังไงคุณนัยน์ก็ยังหาแม่บ้านไม่ได้"

"มาได้เลย มาทุกวันหยุดนั่นแหละ"

ถ้าไม่มากเกินไปจนกระทบการเรียนจะบอกให้เธอมาทุกวันหลังเลิกเรียนด้วยซ้ำ เธอยกมือไหว้เขาเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่าอีกฝ่ายกลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นลุงแก่ ๆ ที่กำลังรับไหว้เด็กสาว ทั้ง ๆ ที่ถูกปฏิเสธเขาควรจะเก็บอาการไว้สักหน่อย แต่ปากเจ้ากรรมดันไวเสียเหลือเกิน

"เดี๋ยวก่อน"

ขณะที่ลลินากำลังจะดึงประตูเปิดเสียงของนัยน์ดังขึ้น ทำให้ต้องหันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง

"มีอะไรเหรอคะ"

"มีค่าเทอมรึยังคะ"

เต็มใจให้ปอกลอกมาก!

ตัดภาพมาสิ่งที่ลลินาคิด นี่เขาจะปล่อยเงินกู้บังคับให้เธอติดหนี้ไปเรื่อย ๆ หรือไง แค่หนี้แสนเดียวลลินายังคิดว่ามันมากจนจะหามาจ่ายคืนไม่ไหว แล้วเธอควรจะตอบว่ายังไงดี ถ้าบอกว่าไม่มีจะดูเรียกร้องเกินไปหรือเปล่า แต่ว่าเขาก็เป็นคนเสนอให้เธอเองนี่นา พร้อมเป็น My sugar daddy เสียขนาดนั้น แสดงออกนอกหน้าจนอีกฝ่ายเริ่มชักจะกลัว ลลินาคิดหนัก

"หนูทำงานพาร์ทไทม์หลังเลิกเรียนที่ร้านไอติมอาทิตย์ละสามวัน คงจะพอใช้เป็นค่าขนม ส่วนค่าเทอมผู้มอบทุนเป็นคนจ่ายให้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"

หลังจากร่างเล็กจากไปแล้ว นัยน์ก็นั่งยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวอีกนาน เขาไม่ใช่คนไม่มีการมีงานทำ แต่ทุกครั้งที่เธอบอกว่าจะเข้ามาหาก็สแตนบายรอเธอเสมอ เลื่อนธุระอื่นออกไปก่อนเพื่อเธอคนเดียว กว่าจะรู้ตัวว่ามีนัดกับคุณปู่ก็ตอนหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นหน้าจอแสดงเวลาเกือบจะเที่ยงแล้ว

นัยน์มีนัดทานข้าวเที่ยงกับชยุตที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในโรงแรมเครือชัชวาลเกียรติ์ ตอนนี้ชยุตยังไม่วางมือและบริหารเองอยู่ แต่ก็มีหลานสาวคนโตอย่างวันวิสาช่วยดูแล เธออายุห่างจากนัยน์เจ็ดปี นอกจากนั้นเขายังมีพี่สาวคนรองชื่อว่าแพรวพราว อายุห่างจากนัยน์สามปี และน้องสาวคนสุดท้องชื่อว่าโปรดปราน อายุน้อยกว่าเขาสองปี ส่วนเขาอยู่ในฐานะลูกชายคนเดียวลำดับที่สาม

ภายในร้านอาหารที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ชยุตนั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว ชายแก่ยกข้อมือขึ้นมามองดูนาฬิกาเรือนแพงอย่างจดจ่อ พอเห็นว่าผู้ที่เพิ่งจะเดินผ่านประตูกระจกเข้ามาคือหลานชายคนโปรดก็เผยรอยยิ้มกว้าง

"มาเร็วเข้า"

นอกจากนั้นที่โต๊ะยังมีใครอีกคนนั่งหันหลังอยู่ นัยน์มองเรือนผมสลวยจากทางด้านหลังรู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างมาก กระทั่งเดินมาถึงโต๊ะแล้วสบตากับเจ้าของแผ่นหลังนี้ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเล็กน้อย

ลลินา นี่เหรอธุระสำคัญที่เธอบอก โลกมันชักจะกลมเกินไปแล้ว

เธอเองก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบยกมือไหว้ ชยุตแนะนำให้หลานชายรู้จักกับลลินาในฐานะเด็กนักศึกษาทุนพิเศษที่เขากำลังส่งเสียอยู่ บอกว่าเธอแค่ขอเข้ามากราบขอบพระคุณ ก็เลยชวนมาร่วมโต๊ะอาหารเพราะอยากคุยอะไรต่ออีกหลายอย่าง ชยุตถามลลินาเกี่ยวกับการเรียนและอนาคตที่อยากจะเป็น ถ้าเรียนจบอยากเข้าทำงานที่ไหน รวมไปถึงเรื่องครอบครัว ซึ่งอย่างหลังลลินาเลี่ยงที่จะไม่พูดถึง

ชยุตเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีมาก ไม่ถือตัวและเป็นคนมีเมตตา ไม่ยึดติดว่าหากลลินาเรียนจบไปจะต้องเข้าทำงานเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น เขาเปิดโอกาสให้เธอเลือกงานที่อยากทำ แต่หากเรียนจบแล้วยังหางานไม่ได้ ถ้าต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมก็ติดต่อมาหาเขาได้ทุกเมื่อ แค่นี้ลลินาก็รู้สึกว่าเธอได้รับโอกาสมากพอแล้ว มากจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะตอบแทนไหวหรือเปล่า

ฝ่ายนัยน์ที่นั่งฟังการสนทนาของคนทั้งสองก็ยิ้มกริ่มตามไปด้วย ยกน้ำขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมแต่ไม่ยอมละสายตาจากสาวสวยที่นั่งตรงข้ามกันสักนาที แต่เมื่อคุณปู่มองมาทีไรก็รีบปรับสีหน้าและแววตาให้เป็นปกติโดยเร็ว

ลลินาอยู่คุยกับชยุตอีกสักพักก็ขอตัวลา พอเธอจากไปจนลับตาแล้วชยุตก็ได้พูดขึ้น

"เมื่อวานแม่แกมาพูดเรื่องงานหมั้นของแกกับหนูพิมพ์"

"ครับ"

"ตกลงเอาไง อีกไม่นานหนูพิมพ์ก็จะเรียนจบแล้วนะ ใกล้ถึงเวลาตามสัญญาที่ผู้ใหญ่คุยกันไว้"

"ก็ให้เป็นไปตามนั้นแหละครับ"

ไม่เลย...มันจะไม่มีวันเป็นไปตามนั้น ข้อนี้นัยน์รู้ดีแก่ใจ เขาจะต้องหาวิธีล่มงานหมั้นไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ถึงไม่มีลลินาเข้ามาเขาก็จะไม่ยอมแต่งกับพิมพ์ชนกเด็ดขาด ไม่ใช่เพราะใจไขว้เขวไปทางอื่น แต่เพราะไม่เคยรักพิมพ์ชนกเลยต่างหาก ในสายตานัยน์พิมพ์ชนกเป็นผู้หญิงที่น่ารำคาญที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมา หากไม่ใช่เพราะสิเรียมผู้เป็นแม่พยายามจับคู่ให้เขา สาบานได้เลยว่าจะไม่ยอมทำความรู้จักกับพิมพ์ชนกเป็นอันขาด

ส่วนพิมพ์ชนก นัยน์ก็รู้แก่ใจดีว่าเธอไม่ได้พิศวาสเขาขนาดนั้น เธอแค่อยากได้ชื่อว่าคบหากับหนุ่มที่มีแต่สาว ๆ หมายปอง เขาเป็นเพียงแค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ขับให้ทั้งตัวเธอดูดีขึ้นมา เน็ตไอดอลอะไรเขาไม่อยากคบ ไม่อยากแต่ง เธอไม่ใช่คนที่เขาอยากใช้ชีวิตร่วมกันจนวันตาย

เขาไม่ใช่พวกชอบตะล่อมเด็ก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลลินาถูกใจเขามาก เมื่อได้ยินเธอพูดอะไรออกมาอย่างใสซื่อไม่มีการประดิษฐ์คำหรือพูดเฉพาะสิ่งที่เขาอยากได้ยิน มันเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เขามีคนเอาใจเยอะแล้วและไม่อยากให้ใครเข้ามาประจบเพิ่มอีก แบบนั้นมันดูน่าหงุดหงิดจะตายไป

"บ้านลูกค้าอยู่อีกไกลมั้ยคะ"

เสียงของลลินาดังขึ้น ดึงสติให้นัยน์ออกจากภวังค์ในอดีต หันมาทางเธอวูบเดียวพร้อมกับคำถามหลายอย่างในใจ อยากถามแต่ก็ต้องเงียบไว้เพราะยังโกรธไม่หายที่ถูกทิ้ง แต่ดูเธอสิยังนั่งทำหน้าตาใสซื่อไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเลย ทิ้งบาดแผลไว้ในใจคนอื่นตั้งมากมายยังทำตัวไร้เดียงสาแบบนี้อยู่อีก

"อีกไม่นาน เลี้ยวข้างหน้าครับ"

นัยน์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนขับรถยังไงก็ไม่รู้ แม้น้ำเสียงที่ตอบกลับเมื่อครู่จะแข็งกระด้าง แต่ลลินาก็รู้สึกได้ว่าดีกว่าวันแรกที่วนกลับมาเจอกัน เขาพูดด้วยโทนเสียงที่อ่อนลง

"จะเป็นไรมั้ยคะ ถ้าฉันจะขอแวะร้านสะดวกซื้อ"

"ครับ"

ไม่กี่นาทีต่อมารถหรูก็ตีไฟเลี้ยวแวะปั๊ม ลลินารีบไปจัดการธุระส่วนตัวแล้วเดินมาที่ร้านสะดวกซื้อ เธอเดินเลือกขนมปังมาสองชิ้นพร้อมกับน้ำเปล่าสองขวด นั่นก็เพราะซื้อเผื่อเขาด้วย เขานั่งรอเธออยู่บนรถ กว่าลลินาจะกลับมาก็ใช้เวลาประมาณสิบนาที พอกลับมาถึงเห็นดวงตาคมคายปิดสนิท นัยน์อยู่ในท่าเอนหลังพิงเบาะพักสายตา ลลินานั่งประจำที่แล้วแต่เขายังอยู่ในท่าเดิม เธอจึงพยายามทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด คิดว่าให้เขาได้พักสายตาสักห้านาทีแล้วค่อยปลุกคงไม่เป็นไร

แต่อีกฝ่ายไม่ได้งีบหลับอย่างที่เธอคิด นัยน์เรียกชื่อเล่นของเธอโดยที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมามอง

"นีล"

"คะ?"

"ทำไมถึง..." ทำไมถึงทิ้งเขาไป เขาอยากถามสิ่งที่ค้างคา แต่จู่ ๆ ก็กลืนคำถามคำนั้นลงคอไปทั้งอย่างนั้น "ทำไมถึงช้านัก"

"ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าคุณหลับ"

พอลืมตาขึ้นมาเต็มหน่วยแล้ว ชายหนุ่มก็เหยียบคันเร่งออกจากปั๊มน้ำมันมุ่งไปยังเส้นทางเบื้องหน้า จุดหมายปลายทางคือบ้านของลูกค้า สิบนาทีต่อมาทั้งคู่ก็มาถึงบ้านหลังใหญ่ ขณะนี้ฝนหยุดตกสนิทแล้ว แม่บ้านวิ่งออกมาต้อนรับดิบดี ทว่าพอถามหาเจ้าของบ้านกลับได้รับคำตอบว่าไม่อยู่

"คุณอาทิตย์จะกลับมากี่โมงครับ"

ชายหนุ่มถามอย่างสุภาพ ฝ่ายแม่บ้านก็ทำหน้าเหมือนกำลังคิดบางอย่าง

"เอ เมื่อเช้านายบอกจะไปบ้านสวนค่ะ ปกติถ้านายไปบ้านสวนก็จะค้างที่นั่นไม่กลับมาหรอก"

"บ้านสวนอยู่ไกลมั้ยครับ"

"ไม่ไกลค่ะ ออกจากนี่เลี้ยวซ้าย เจอป้ายหาเสียงแล้วเลี้ยวขวา เจอต้นมะม่วงใหญ่ ๆ แล้วเลี้ยวซ้ายอีก หลังจากนั้นจะเห็นรูปปั้นเจ้าพ่อหมีดำ"

"แล้วก็เจอบ้านสวนใช่มั้ยครับ"

"แล้วก็เลี้ยวขวา จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายอีกค่ะ ซ้ายขวาซ้าย ซ้ายขวาซ้าย ซ้ายขวาซ้าย ซ้ายขวาซ้าย จะเห็นป้ายที่เขียนว่าบ้านสวนอาทิตย์ นั่นล่ะค่ะถึงเลย"

เยอะจัด...นี่ทางไปบ้านสวนหรือทางไปสวรรค์

ฟังป้าแม่บ้านบรรยายเส้นทางไปบ้านสวนแล้วหัวจะปวดเอา เขาจึงหยิบมือถือออกมาแล้วถามต่อ "พอจะปักหมุดให้ได้ไหมครับ"

"โอ้ย ป้าทำไม่เป็นหรอกค่ะ"

แล้วป้าแม่บ้านก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเลื่อนประตูเหล็กปิด นัยน์หันกลับมาหาลลินาด้วยใบหน้าสุดแสนจะเซ็ง เขาฟังเส้นทางที่ป้าแม่บ้านบอกไม่ทัน อีกอย่างก็ไม่ได้ชินเส้นทางแถวนี้ด้วย หากจะใช้จีพีเอสค้นหาก็ไม่รู้ว่าจะค้นหาว่าอย่างไร บ้านสวนที่ป้าแม่บ้านบอกคงหมายถึงกระท่อมเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในสวน ทำไว้สำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนวัยใกล้เกษียณ ไม่ได้มีทะเบียนราษฎร์ที่อยู่ชัดเจนให้สืบค้น

"ไปกันเถอะค่ะ"

ลลินาพูดน้ำเสียงสดใสเช่นเคย พร้อมกับชูมือถือขึ้นต่อหน้าเขา

"ฉันบันทึกเสียงป้าแม่บ้านไว้แล้ว คิดแล้วว่าคุณต้องฟังไม่ทันแน่เลย จังหวะซ้ายขวาซ้ายนี่เกือบจะเต้นใส่แล้วนะคะ"

"หึ"

เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหนาอย่างลืมตัว แต่พอคิดว่าไม่น่าหลวมตัวขำมุกฝืด ๆ ของเธอ นัยน์ก็รีบดึงหน้ากลับมาตึงดังเดิม

ถ้าจะตึงขนาดนี้ก็ไม่น่าพาเธอออกมาตั้งแต่แรก ลลินายกยิ้มมุมปากพร้อมใช้นิ้วชี้เขี่ยข้างขมับ ทำปากยื่นเหมือนกำลังอยากบ่นอะไรบางอย่าง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปนั่งตำแหน่งข้างคนขับ ตลอดทางก็เปิดเสียงที่บันทึกไว้ให้นัยน์ฟังไปด้วย จนกระทั่งมาถึงโค้งสุดท้าย ทางเบื้องหน้าเป็นทางลูกรังดินแดง ทั้งสองหันมาสบตากันครู่หนึ่ง เมื่อไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรนัยน์ก็ตัดสินใจขับต่อไป ถนนลูกรังทั้งเละและลื่น ต้องใช้ความพยายามบังคับพวงมาลัยให้ดีที่สุด กลัวเหลือเกินว่าจะติดหล่มก่อนจะถึงบ้านลูกค้า

ณ บ้านไม้หลังเล็กท่ามกลางสวนทุเรียนที่เพิ่งปลูกใหม่ได้ไม่นาน นอกจากทุเรียนยังมีผลไม้อีกหลายชนิด นัยน์ไม่คิดว่านักธุรกิจผู้มั่งคั่งอย่างอาทิตย์จะหลบมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในสถานที่แห่งนี้ แต่ความสบายใจของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เขาเองก็เคยคิดเล่น ๆ ว่าหากแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ระหว่างอยู่ในวัยทำงานก็จะทุ่มเทกับงานเต็มที่ก่อน ทำเพื่อลูก ๆ และภรรยา พอถึงวัยเกษียณก็อาจจะวางแผนชีวิตไม่ต่างจากอาทิตย์เท่าไร อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายโดยมีภรรยาที่รักข้างกาย อยู่กับธรรมชาติได้ฟังเสียงนกเสียงกาไปวัน ๆ คงสบายใจดี

อนาคตเคยวาดฝันเอาไว้มากมาย โดยมีภาพจำของลลินาเป็นส่วนร่วมในความฝันครั้งนั้น แต่ก็น่าเสียดายที่มันต้องมาพังทลายลง…

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Black Boss ร้ายนักแต่รักนะ
8.6
เขาก็แค่อยากได้หล่อนมาบำบัดความใคร่ หล่อนก็แค่อยากได้เงินเพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นความลำบาก ฉากหน้าเป็นเจ้านายกับเลขา ฉากหลังคือหน้าที่พิเศษบนเตียง โดยมีข้อตกลงสำคัญที่มีเนื้อใหญ่ใจความว่า ‘ ห้ามมีคนอื่นในระหว่างนั้น ห้ามทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ห้ามรู้สึกอะไรกับผมนอกจากอารมณ์ทางเพศ ห้ามตกหลุมรักผม ’ มันคงจะง่ายหากเขาไม่ได้เพอร์เฟคไปทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งหล่อ ล่ำ กำยำ สูงใหญ่ สายเปย์ ที่ร้ายสุดคือบทรักเร่าร้อนที่ทำให้หล่อนหลงใหล แถมเขายังเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตอีก ..งานยากแล้วคราวนี้.. ตัวอย่างจากในเล่ม : เขาลุกขึ้นยืนเหยียดเต็มความสูงเมตรแปดสิบห้า อวดเรือนร่างเปลือยเปล่ากำยำแห่งวัยฉกรรจ์อันอัดแน่นไปด้วยลอนกล้าม มันงดงามราวรูปสลักไปทุกส่วนสัด งดงามและน่าเกรงขาม ทำให้หล่อนรู้สึกชื่นชม ตื่นกลัว คอแห้งผากกระสันใคร่ใฝ่รู้ สับสนไปหมดแล้ว... โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนนั้น ตรงใจกลางระหว่างขาที่ยื่นออกมาจากหน้าขากำยำ มันช่างดูเข้มแข็ง คุกคาม ยิ่งใหญ่ และน่ากลัว แต่กลับสะกดสายตาไม่ให้หล่อนละเลยไปได้ อริสาจ้อง จ้อง และจ้องจนตาเป็นมัน... พยัคฆินเลื่อนฝ่ามือใหญ่มากำส่วนนั้นไว้แล้วขยับข้อมือสาวเข้าออกช้า ๆ นั่นมันทำให้ลมหายใจของหล่อนติดขัด “ Do you wanna be mine , Little girl ? ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าวเจือสั่นพร่าด้วยฤทธิ์ราคะ หล่อนนั่งอ้าปากค้าง ราวกับกล้ามเนื้อในเรือนกายได้ตายไปหมดแล้ว เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้อีกก้าว จนสิ่งนั้นมันห่างจากปากของหล่อนเพียงไม่ถึงฟุต แล้วปล่อยมือให้มันเป็นอิสระ ก่อนจะใช้มือข้างเดียวกันนั้นประคองใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือ ไล้นิ้วโป้งเบา ๆ บนริมฝีปากนุ่มนิ่ม แล้วเอ่ยถามอีกครั้ง “ พร้อมจะเป็นของผมหรือยัง ที่รัก ”
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา
8.6
ชีวิตรักห้าปีของเอลินากับอธิป ซีอีโอหนุ่มชื่อดังพังทลายลง เมื่อเธอพบความจริงว่าเขามีลูกลับๆ กับเน็ตไอดอลคนหนึ่ง ในงานกาล่าครั้งสำคัญ เด็กคนนั้นกลับกล่าวหาเธอจนอธิปพลั้งมือผลักเธอจนล้มลง เหตุการณ์นี้ทำให้เอลินาสูญเสียลูกในท้องไปอย่างน่าเวทนา ทว่าอธิปกลับเลือกทอดทิ้งเธอเพื่อไปดูแลครอบครัวใหม่ ซ้ำร้ายเธอยังถูกสั่งเก็บจนพลัดตกหน้าผา เอลินาตัดสินใจใช้ความตายหลอกๆ นี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสถาปนิกที่ซูริกและละทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
หลังเผชิญอดีตที่ขมขื่นและแม่ถูกทำร้าย ฉือเนี่ยนกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เมืองจิง แม้จะถูกตราหน้าว่าไร้การศึกษา แต่ลู่เหยียนสือกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอว่าคืออัจฉริยะผู้เก่งกาจ ทั้งในฐานะหมอฝีมือเยี่ยม แฮ็กเกอร์ระดับโลก และนักปรุงน้ำหอมที่ผู้คนยกย่อง ท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างที่เห็นเขาประคบประคองภรรยาเกินขอบเขต ลู่เหยียนสือยังคงยืนหยัดให้ท้ายเธออย่างเต็มที่ จนเมื่อความลับและความสามารถของเธอถูกเปิดเผย ทั้งเมืองจึงต้องหันมาศิโรราบและยกย่องในความไร้เทียมทานของเธอ
หน้าปกนวนิยาย สัญญาสวาท
7.8
แพน เด็กสาวผู้อาภัพถูกแม่เลี้ยงใจร้ายขายตัวให้กับมหาเศรษฐีเพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัวที่เธอไม่ได้ก่อ แต่โชคชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจที่คอยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน เขามองเธอเป็นเพียงสินค้าไร้ค่าที่ซื้อมาเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลน แพนต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมในฐานะนางบำเรอที่ไร้สิทธิเรียกร้องใดๆ ในชีวิตที่แสนสมเพชนี้
หน้าปกนวนิยาย นางเอกสุดโหด
9.4
เจี่ยนอู่คือหญิงแกร่งผู้กุมอำนาจทั้งในโลกธุรกิจ การแพทย์ และกองกำลังทหารรับจ้าง เธอตัดสินใจซ่อนตัวตนที่แท้จริงเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มธรรมดา ทว่าความจริงกลับพลิกผันเมื่อคู่หมั้นของเธอกลายเป็นทายาทเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง เขาบอกเลิกอย่างไม่ใยดีพร้อมดูถูกเหยียดหยามเธอสารพัด แต่เมื่อความลับเรื่องฐานะอันยิ่งใหญ่ของเธอถูกเปิดเผย อดีตคนรักกลับพยายามอ้อนวอนขอโอกาส ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงได้ก้าวเข้ามาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่าเธอคือภรรยาของเขาเพียงผู้เดียว