ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี

เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3 : ถูกลักพาตัวไปขาย

หลินลู่ฉีรักษาอาการอยู่ในโรงหมอต่ออีกสองวัน จากนั้นมีคนของทางการมารับตัวนางไป พวกเขาสอบถามถึงที่มาที่ไปของนาง นางจึงบอกพวกเขาว่า ครอบครัวของนางเป็นคนในเมืองหลวง แต่คงพลั้งเผลอลืมนางไว้ระหว่างทาง หากจะส่งนางกลับไปหาครอบครัว ต้องส่งไปยังเมืองหลวง

นั่นเพราะนางรู้ว่า ตระกูลบิดามารดาย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงกันหมด น่าแปลกยิ่งนักที่บุตรหลานของพวกเขาได้รับตำแหน่งในเมืองหลวง เลยต้องย้ายไปอยู่ที่นั่นทั้งสองตระกูล แม้ว่าจะห่างกันคนละปีก็เถอะ ช่างเป็นเวรเป็นกรรม ตัดกันไม่ขาดจริง ๆ

หลินลู่ฉีรู้เพราะบังเอิญได้ยินนักพรตเฒ่าพูดคุยกับหญิงชราผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือท่านย่าในสายเลือดของนางนั่นเอง พวกเขาคงคิดว่า เด็กน้อยอายุขวบสองขวบที่เล่นเขี่ยดินอยู่ข้าง ๆ คงไม่รู้เรื่องราวอันใด แต่เพราะหลินลู่ฉีที่มาสวมร่างของหยางท่ง กลับสามารถซึมซับทุกเหตุการณ์ ที่หูและตารวมถึงความรู้สึกของเจ้าของร่าง สัมผัสผ่านมาได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่นางรับรู้เพิ่มก็คือ ท่านย่าผู้นี้เป็นคนมอบเงินให้นักพรตเฒ่าในการเลี้ยงดูนาง

เดิมทีนางคิดว่าพวกเขา จะส่งนางไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือไม่ก็ส่งตัวไปยังเมืองหลวง แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าหน้าที่พวกนี้ กลับชั่วร้ายกว่านั้นเ วางยาสลบนางแล้วพาไปขายให้กับพวกค้ามนุษย์ พวกเขาไม่เชื่อคำพูดของเด็กน้อยสามขวบ คิดว่านางคงถูกครอบครัวทิ้งไว้กลางทาง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องจริง

หลินลู่ฉีลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็พบว่าตัวเองอยู่ในรถม้าคันมืด ๆ ด้านข้างมีเด็กอีกสามคนนั่งอยู่ด้วย เด็กชายอายุราวห้าปีสองคนและเด็กสาวอายุราวสิบปีอีกหนึ่งคน แต่ละคนมีท่าทางหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ดูไปแล้วนางน่าจะอายุน้อยสุดในที่นี้

“น้องสาวเจ้าฟื้นแล้ว” เด็กสาวคนด้านข้างพยุงนางขึ้นมานั่ง แล้วโอบกอดนางเอาไว้ ทั้งที่ตัวของนางเองก็สั่นกลัวไม่ยอมหยุด

“พี่สาวพวกท่านถูกจับมานานหรือยัง”

“ข้าถูกจับมาหลายวันแล้ว พวกเขาก็ด้วยถูกจับมาจากอีกเมือง” เอ่ยแล้วนางก็ร้องไห้ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“พี่สาวอย่าร้อง ๆ พวกท่านรู้หรือไม่ว่าพวกนั้นจะพาพวกเราไปที่ไหน”

“ข้ารู้ ๆ” เด็กผู้ชายผอมเพรียวรีบเอ่ย “ข้าแอบได้ยินพวกมันพูดว่าจะพาไปส่งที่ชายแดน”

“ชายแดน !” เจ้าอ้วนอีกคนร้องไห้หาแม่ทันที

หลินลู่ฉีไม่รู้ว่าชายแดนคือที่ไหน “ชายแดนที่ว่าอยู่ไกลไหม”

“น้องสาวพวกเราไม่รู้เหมือนกัน” เด็กสาวด้านข้างส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง

หลินลู่ฉีได้แต่ทอดถอนหายใจออกมา รถม้ามีหน้าต่างปิดทึบมองไม่เห็นด้านนอก ได้เห็นข้างนอกแค่เวลาต้องพักเพื่อทำธุระข้างทาง ระหว่างนั้นจะมีคนเดินตามไปเฝ้าด้วย ให้หนีอย่างไรก็คงไม่พ้น

ดูไปแล้วไม่ได้มีแค่รถม้าคันที่เด็กนั่งอยู่ ยังมีอีกคันด้านหน้า พวกเขาเป็นเด็กสาวแรกรุ่น แต่ละคนใบหน้างดงามทั้งนั้น ในใจของหลินลู่ฉีรู้สึกไม่สู้ดีนัก คนร้ายมีกันเกือบยี่สิบคนจะหนียังไงพ้น นางก้มลงมองขาของตัวเอง แล้วส่ายหน้าไปมา ดาวมงคลของนางใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างใจนึก คราวคุณชายน้อยผู้นั้น นางมองเห็นไอหมอกได้ชัดเจน แต่กับเด็กที่อยู่ในรถคันเดียวกัน นางกลับมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเจออันตรายหรือไม่

เฮ้อ แล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วกัน

การเดินทางผ่านไปสิบเอ็ดวัน เด็ก ๆ เหนื่อยล้าจนหมดเรี่ยวแรงไปหมด หลินลู่ฉีสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ระหว่างที่จอดพักทำธุระข้างทาง นางพบเห็นผู้คนมากมายเดินกันตามข้างทาง แต่ละคนสภาพผอมแห้งคล้ายกินไม่อิ่มท้อง

“พี่ใหญ่ไม่ดีแล้ว อีกตั้งสองเมืองกว่าจะถึงชายแดน ถ้ายังเจอผู้ลี้ภัยตลอดทางเช่นนี้อีก ข้าว่ายุ่งยากแล้ว”

“จะยุ่งยากอะไร พวกเรามีกันทั้งยี่สิบกว่าคน มีอาวุธครบมืออีก ใครมันจะกล้ามาบุกรถม้าพวกเรา” คนเป็นหัวหน้าใหญ่ เอ่ยออกมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด

“จริงอย่างพี่ใหญ่ว่า พี่ซ่งท่านก็อย่าได้วิตกเกินกว่าเหตุนักเลย”

“เออ ๆ ข้าคงคิดมากไป ข้าฟังพี่ใหญ่” แม้ในใจของหลี่ซ่งไม่เห็นด้วย เพราะเขาเคยเจอขบวนผู้ลี้ภัยมาก่อน คนพวกนั้นสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด แต่เมื่อหัวหน้าของเขาไม่กลัว ลูกน้องอย่างเขาก็ต้องทำตาม

ทว่าเรื่องที่หลี่ซ่งกลัวนั้นย่อมมีมูลเหตุ หลายเมืองข้างหน้าเกิดภัยแล้งขึ้น เท่านั้นยังไม่พอเจ้าเมืองยังชั่วร้าย ไม่เปิดคลังเสบียงช่วยเหลือ

จึงเกิดการก่อจลาจลขึ้น บุกเข้าไปที่คลังเสบียง พบว่าคลังเสบียงนั้นว่างเปล่า เพราะเจ้าเมืองลักลอบนำข้าวสารที่เมืองหลวงส่งมาให้ ออกไปขายต่อให้พ่อค้าหน้าเลือด

ด้วยความเคียดแค้นของชาวเมือง จึงพากันจุดไฟเผาจวนเจ้าเมือง และที่ว่าการจนมอดไหม้ เมื่อเสบียงไม่เหลือผลผลิตไม่มี แม้แต่น้ำยังขาดแคลน ชาวบ้านจึงต้องพากันอพยพออกไปยังเมืองอื่น

เพื่อหาหนทางอยู่รอดของตัวเอง กระทั่งมาเจอเข้ากับขบวนรถม้าสองคันพร้อมคนคุ้มกัน พวกเขาคิดว่าคนคุ้มกันมากขนาดนี้ ด้านในรถม้าต้องเป็นของมีค่าอย่างแน่นอน

หากแค่สิบยี่สิบคนคงบุกเข้าไปไม่ได้ แต่ผู้ลี้ภัยมีนับร้อยคน เจ้าบุกข้าบุก อาวุธไหนเลยจะสู้แรงคนเยอะกว่า ไม่ช้าคนร้ายก็ทิ้งรถม้าของตนวิ่งหนีไป

เสียงกรีดร้องของเด็กสตรีดังลั่น แต่ละคนถูกกระชากลงจากรถม้า เพื่อหาเสบียงของมีค่า ไหนเลยจะสนใจเด็กสตรีที่ถูกจับมา

หลินลู่ฉีดวงไม่ดีนัก นางถูกบุรุษร่างใหญ่เหวี่ยงลงจากรถม้า หัวไปกระแทกเข้ากับต้นไม้จนสลบเหมือดคาที่ ส่วนเด็กคนอื่น ๆ ไม่มีใครสนใจใคร พากันวิ่งหนีไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต

ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม

“เด็กนี่ตายแล้วมั้งน่าสงสารจริง ๆ”

“เจ้าอย่าไปเข้าใกล้นาง นางป่วยหรือเปล่าครอบครัวถึงทิ้งไว้แบบนั้น”

“อย่าไปสนใจนางเลย”

“เฮ้อ ปาบกรรม ๆ”

เสียงฝีเท้าคนแล้วคนเล่า แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวของนางแม้แต่คนเดียว หลินลู่ฉีฟื้นมาได้สักพัก แต่นางไม่มีแรงจะยันตัวลุกขึ้น นางได้ยินคำพูดเหล่านั้น ในใจรู้สึกปล่อยวาง หากจะตายอีกก็ตายเถอะ คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว

ก่อนหน้านางใช้ชีวิตอย่างสงบสบาย หญิงสาวในวัยยี่สิบสองปี ประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างมาก แม้ต้องสูญเสียบิดามารดา จากอุบัติเหตุทางน้ำไปตอนอายุได้สิบปี แต่ญาติที่เหลือก็รักและดูแลนางเป็นอย่างดี

หากถามว่าเธอทำอาชีพอะไรในยุคปัจจุบัน คงต้องบอกว่าแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ซื้อสลากก็ถูกรางวัลที่หนึ่ง ซื้อหุ้นก็ได้กำไร เก็งกำไรด้านไหนก็ทำรายได้มหาศาล อายุแค่ยี่สิบห้าปีมีเงินเก็บนับหมื่นล้าน สามารถใช้ชีวิตท่องเที่ยวรอบโลกได้แล้ว ทว่าชีวิตในโลกนี้นั้นช่างแตกต่าง คาดว่าดาวมงคลเช่นเธอ ยังต้องผ่านด่านเคราะห์อีกมากมาย

“ฉินซื่อเจ้าอย่าไปยุ่งกับเด็กคนนั้น !”

“ท่านแม่ข้าว่านางยังไม่ตายนะเจ้าคะ” ฉินซื่อหรือชื่อเดิมนั้นคือฉินอี้เป็นลูกสะใภ้สามของนางเจียง

“ยังไม่ตายแล้วเกี่ยวอะไรกับบ้านเรา น้องสามข้าว่าเจ้าคุมเมียตัวเองหน่อยเถอะ อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวนักเลย”

จ้าวซื่อเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลหวง เดิมทีนางชื่อจ้าวหมิง รู้สึกไม่พอใจน้องสะใภ้สามผู้นี้ ช่างใจดีไม่ดูเวล่ำเวลา ตัวเองจะอดตายอยู่แล้ว ยังมีแก่ใจไปสงสารผู้อื่นอีก

“พี่ชางนางยังไม่ตายจริง ๆ” ฉินซื่ออุ้มเด็กน้อยขึ้นมาให้หวงชางผู้เป็นสามีดู

หลินลู่ฉียังไม่ลืมตาขึ้น นางอยากรู้ว่าคนเหล่านี้มีนิสัยใจคอเช่นไร พอจะฝากชีวิตเด็กน้อยไว้ด้วยได้ไหม หากเป็นคนไม่ดี นางจะไม่ไปกับพวกเขาเด็ดขาด

“ท่านพ่อท่านแม่เด็กคนนี้ยังไม่ตายจริง ๆ ขอรับ” หวงชางรีบบอกบิดามารดา แววตาของเขาประหม่าขาดความมั่นใจ

หวงจงส่ายหน้าอย่างระอาใจ หันไปมองภรรยาเล็กน้อย ส่งสายตาให้นางจัดการกับบุตรชายแสนโง่เขลาคนนี้

“เจ้าสามโยนนังเด็กเหลือขอนั่น ทิ้งไปเดี๋ยวนี้ !” นางเจียงสั่งเสียงเด็ดขาด

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
7.9
หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย