
ทวงรักเมียแต่ง
ตอน 2
พรึบ
เสียงทิ้งตัวหนักของเรย์ดังขึ้นกลางห้องคอนโดหรูที่ตนเป็นเจ้าของ วันนี้มันช่างเป็นวันที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดในรอบเดือนที่เขาจะต้องไปกินข้าวที่บ้านใหญ่เพราะน้องสาวขอร้อง
‘คุณพ่อทำอะไรเมียผมครับ!?’ เสียงโวยวายพูดขึ้นดังในห้องทำงานใหญ่ภายในบ้าน
‘ฉันก็ช่วยทำให้แกหลุดพ้น’ เสียงนิ่งเรียบเย็นชาพูดขึ้นตอบอย่างไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
‘แล้วลูกของผมจะอยู่ยังไงครับพ่อ ฮืออ’ นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กชายเรย์ในวัยสี่ขวบได้เห็นน้ำตาของผู้เป็นพ่อ
“ไม่มีวัน” ที่เขาจะให้อภัยคนชั่วคนนั้นเด็ดขาด ลาคอสจะต้องได้รับผิดในสิ่งที่ตัวเองทำกับแม่ของเขา ถ้ากฎหมายช่วยอะไรไม่ได้เขาก็พร้อมจะเป็นมัจจุราชในคดีนี้เอง
ครืดดดด~
‘ติ้ด’
หน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นโชว์รายชื่อของเพื่อนสนิทในกลุ่มที่โทรเข้ามาก่อนที่เขาจะกดรับสายอย่างไม่ลังเล
“อืม”
(มึงอยู่ไหนวะ?) ซีโน่ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนพูดขึ้นถาม
“คอนโด”
(คืนนี้ที่เดิม?)
“อืม”
(เวลาเดิม?)
“อืม” หลายคนต่างสงสัยว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันได้ยังไงแทบจะพูดกับน้อยคำขนาดนี้ แต่ความที่พูดกันน้อยนี่แหละที่ทำให้พวกเขาอยู่ด้วยกันได้
หลังจากสิ้นเสียงปลายสายก็ตัดไปโดยคนตัวโตก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินออกไปที่ระเบียงห้องพร้อมกับซองบุหรี่นอกราคาแพง
เรย์เป็นนักสิงห์อมควันมาตั้งแต่อายุราว 18 ปี เพียงเพราะได้ยินคนบอกว่าถ้าเครียดมาก ๆ ของพวกนี้ช่วยได้และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่สามารถทิ้งมันได้เลย
ควันขาวขุ่นสีเทาพ่นออกจากปากหนาหยักของเรย์เหมือนเป็นเรื่องปกติพร้อมกับความคิดในหัวของเขามากมาย
ครืดดดด~
เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นอีกรอบในห้อง เขาได้ยินแต่ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะยังจัดการบุหรี่ม้วนในมือไม่หมดจนสายตัดไปในที่สุด
ครืดดดด~
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้งสร้างความรำคาญให้กับเขาเป็นอย่างมากจนต้องรีบจัดการกับม้วนบุหรี่ในมือให้หมดก่อนเดินเข้าห้องไปรับสาย
‘ฟุ่ววว’ เสียงพ่นควันเทาดังขึ้นเป็นรอบสุดท้ายก่อนทิ้งก้นบุหรี่ในที่ของมัน ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องเลื่อนสายตามองโทรศัพท์เครื่องหรูที่ยังดังขึ้นมาไม่หยุด
‘ติ้ด’
(พี่เรย์ ทำไมไม่รับสายเอวา) เสียงใสของน้องสาวเพียงคนเดียวดังขึ้นแหวใส่ผู้เป็นพี่ทันทีที่เขารับสาย
“ก็รับแล้ว ว่าไง” เขาตอบกลับพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหรูตัวเดิม
(ก็พี่เรย์รับช้า) เสียงปลายเสียงพูดขึ้นอย่างงอนๆ ก็ใครจะไปคิดว่าน้องสาวตัวแสบของเขาจะโทรมา ถ้ารู้เขาคงรียมารับให้เร็วกว่านี้
“โอเคพี่ขอโทษ เอวามีอะไรถึงโทรมาหาพี่" คงมีเพียงคนเดียวที่เขารักและยอมได้มากขนาดนี้
(ตอนเย็นคุณปู่โกรธมากเลย) พอได้ยินชื่อว่าเป็นเรื่องของปู่ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
(คุณปู่บอกว่าจะตัดขาดกันกับคุณพ่อถ้าพี่ไม่ยอมแต่งงาน) น้ำใสของหญิงสาวดูเศร้าลงเมื่อต้องพูดประโยคนี้ออกมา
“แล้วเขาได้พูดอะไรอีก?” เสียงนิ่งพูดขึ้นถาม
(คุณปู่บอกว่าถ้าไม่อย่างนั้นเอวาต้องแต่งงานกับอีกตระกูลแทนแลกกับการที่พี่เรย์ไม่ต้องแต่งงาน)
มือหนากำเข้าหากันอย่างโกรธเคืองกับคำสั่งที่เห็นแก่ตัวของคนเป็นปู่ หวังจะถวายลูกหลานให้คนอื่นเพื่อหวังผลประโยชน์ เห็นแก่ตัวไม่มีเปลี่ยน
“ไม่เป็นไรพี่จะแต่งงานเอง” เอวายังเด็กไปกับเรื่องแต่งงานและถ้ามีคนที่ต้องเสียสละคนคนนั้นก็จะเป็นเขาเอง
(พี่เรย์โอเคจริงๆ เหรอ?) เสียงใสดูเศร้าลงอย่างไม่มีท่าทีกลับมาสดใสเหมือนเดิม
“อืม” สีหน้านิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความกังวลใจของเขามันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเสียอีก
(งั้นฝันดีนะคะพี่เรย์ เอวารักพี่เรย์นะ) เอวารู้ดีว่าพี่ชายของตนต้องการอิสระมาโดยตลอดแต่รอบนี้กลับต้องโดนคุมถุงชน เธออยากช่วยพี่ให้ได้มากกว่านี้แต่สุดท้ายแล้วเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้มากอยู่ดี
“ฝันดีเอวา พี่ก็รักเรา” สิ้นเสียงสนทนาสายก็ถูกตัดไปก่อนที่โทรศัพท์เครื่องหรูจะถูกโยนลงบนนุ่มคิงไซส์ก่อนที่เจ้าของจะเดินเข้าห้องไปหวังชำระร่างกายตามที่บอกไปก่อนหน้า
@ผับ XX
“จริงเหรอวะ เดี๋ยวนี้แม่งยังมีคุมถุงชนอีก?” เอเดนเพื่อนหนึ่งในสามของกลุ่มพูดขึ้นหลังจากที่เรย์เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นให้ฟัง
“อืม” เรย์พูดตอบก่อนจะยกวิสกี้สีใสขึ้นดื่มจนหมดแก้วด้วยสีหน้าไม่รู้สึกอะไร
“ความจริงมึงไม่เห็นต้องยอม เงินแม่งก็ไม่ได้ขอสักบาท” ซีโน่พูดขึ้นเสริมก่อนที่แขนแกร่งจะรั้งเอาร่างบางของเด็กดริ้งในผับเข้ามาโอบไหล่
“ถ้ากูไม่แต่งน้องกูก็ต้องแต่ง”
“ความจริงมันก็ล่าสมัยเกินไปกับการที่ต้องจับลูกหลานเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตระกูล” เสียงธาราหรือธารเพื่อนคนสุดท้ายในกลุ่มดังขึ้นสมทบหลังจากที่เจ้าตัวยกแอลกอฮอล์ในแก้วดื่มหมดแล้ว
“ก็ลองดูว่าใครจะมีความอดทนได้มากกว่ากัน” ถ้าเราปฏิเสธฝั่งของเราเองไม่ได้งั้นก็คงต้องยืมมืออีกฝั่งมาทำแทน
“มึงหมายความว่าไง” เสียงเรียบนิ่งของธาราพูดขึ้นถามอีกรอบ
“ช่างเถอะ” เรย์พูดบอกก่อนที่ทั้งหมดจะคุยเรื่องงานกันต่อ
วัตถุประสงค์ของการนัดรวมตัวไม่ให้แค่ดื่มสังสรรค์อย่างเดียวเป็นแน่ ธุรกิจล่าสุดที่พวกเขากำลังทำร่วมกันเริ่มมีปัญหาเข้ามาให้จัดการช่วงนี้นักศึกษาปีสี่ที่ใกล้จบแบบพวกเขาเลยไม่มีเวลามานั่งเรียน ส่วนใหญ่เลยอยู่ที่คลังสินค้าสำหรับการส่งออกเสียมากกว่า
“ออกไปก่อน” เอเดนพูดบอกเด็กดริ้งข้างกายซีโน่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไปตามคำสั่งของเขา
“กูรู้ตัวคนทำแล้ว” เสียงนิ่งเฉยของซีโน่พูดขึ้นเรียกความสนใจของกลุ่มเพื่อนได้เป็นอย่างดี
“ใคร” สินค้าที่ส่งออกไปหายไปจำนวนมากในทุกล็อต รู้ได้เพราะการคอมแพลนของลูกค้าที่ตอบกลับมาในทุก ๆ ซีซั่นของการส่งออก
“ไอ้พอส มันเป็นลูกน้องอันดับท้ายๆ ของเรา มันติดยา มันบอกว่ามันขโมยของออกไปขายทุกรอบเพื่อเอาเงินไปซื้อยา”
“มึงแน่ใจไหมว่ามันทำคนเดียว” เพราะอาวุธที่หายไปแต่ละรอบจำนวนมันมหาศาลเกินกว่าที่คน ๆ เดียวจะทำเองไหว
“อืม มันบอกว่ามีอยู่เบื้องหลังของมันแต่มันไม่ยอมบอกว่าใคร” ซีโน่พูดบอกในประโยคสุดท้ายก่อนที่ความเงียบจะเข้าครอบงำบรรยากาศภายในห้องมีเพียงเสียงดนตรีเบาๆ จากด้านนอกโชยรอดเข้ามาให้ได้ยินเป็นช่วง
•••
อีกด้านของมิริน
“มิรินโตแล้วนะคะป๊า ทำไมป๊าถึงทำแบบนี้ล่ะคะ?” ฉันพูดขึ้นอย่างโวยวายเมื่ออยู่ ๆ ป๊าของตัวเองก็มีเซอร์ไพรมาให้ได้รับรู้ในมื้อเย็นของวัน
“เราปฏิเสธเขาไม่ได้มิริน”
“ทำไมเราถึงปฏิเสธเขาไม่ได้ล่ะคะป๊า มิรินไม่อยากแต่งงาน มิรินยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ คนอื่นจะมองลูกป๊าเป็นยังไงคะ มิรินยังอายุแค่สิบเก้าปีเองนะคะป๊า” คนตัวเล็กเอาแต่หน้ายู่อยู่บนโต๊ะอาหาร หญิงสาววัยสิบเก้าปีต้องคิดอยู่แต่การกับเรียนมหาลัยที่ใฝ่ฝันสิไม่ใช่เรื่องแต่งงานแบบนี้
“มิริน...” เสียงหวานของม๊าพูดขึ้นห้ามปราบฉัน เรื่องอื่นมิรินยอมได้นะคะม๊า แต่เรื่องนี้มันเกินไป!
“เรายังต้องทำธุรกิจกับทางนั้นอีกเยอะ” ป๊าพูดขึ้นเสียงแข็งบ่งบอกว่ายังไงฉันก็ต้องแต่งงานให้ได้ตามคำสั่ง
“บ้านเราก็รวยแล้ว ทำไมเราต้องไปพึ่งทางโน่นอีกล่ะคะป๊า” ฉันไม่ได้ดูถูกค่าของเงินแต่ว่าที่บอกว่าบ้านฉันรวยและพร้อมไปทุกอย่างมันถือเรื่องจริง
“มันไม่เกี่ยวกับรวยหรือไม่รวยนะมิริน ที่ป๊าอยากให้มิรินแต่งงานกับเรย์ก็เพราะว่าป๊าอยากให้มิรินมีคนดูแลในวันที่ป๊ากับม๊าไม่อยู่” คนคนนั้นชื่อเรย์สินะ
“ทำไมป๊าจะต้องพูดบอกนั้นด้วย ป๊ากับม๊าก็อยู่กับมิรินนี่ไงคะ ยังไม่ไปไหนซะหน่อย” เสียงของฉันอ่อนลงเมื่อป๊าพูดขึ้นเรื่องนี้อีกแล้ว
ป๊าจะชอบพูดตลอดเลยว่าวงการที่ป๊าอยู่มันอันตราย ป๊าไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นนอกจากคนที่ป๊าคิดว่าจะดูแลฉันได้ แล้วคนคนนั้นดันมาเป็นคนที่ชื่อเรย์อะไรนั้น
“เอาเป็นว่าป๊าขอ ถ้ามิรินตกลงป๊าจะยอมให้ย้ายไปอยู่คอนโดตามที่เคยขอไว้เมื่อต้นปี” ทำไมป๊าต้องเอาอิสระกับการย้ายไปอยู่คอนโดมาแลกกับการแต่งงานด้วย มันไม่เห็นจะคุ้มกันตรงไหนเลย
“ไม่ค่ะ มิรินไม่อยากแต่งงาน” ฉันยังยืนกร้านเสียงแข็ง
‘เฮ้อออ’ เสียงถอนหายใจของป๊าดังขึ้นจากหัวโต๊ะ นี่ฉันกำลังจะทำให้ป๊าหนักใจเหรอ ปกติป๊าไม่เคยทำหน้าเครียดขนาดนี้มาก่อนเลยนะ
“โอเคค่ะ มิรินแต่งงานกับเขาก็ได้ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร?” สีหน้าของป๊าเริ่มมีความหวังอีกครั้ง
“มิรินขอเวลา 3 เดือนหลังจากแต่งงาน ถ้ามิรินรักเขาไม่ได้ มิรินขอหย่าค่ะ” เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของป๊าและม๊าอีกครั้ง
ยังไงคนเราเป็นสามีภรรยากันมันก็ต้องรักสิ ถ้าไม่รักกันเราจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง
“โอเค ป๊ารับข้อเสนอ”
“ค่ะ มิรินก็รับข้อเสนอ งั้นพรุ่งนี้มิรินก็ย้ายเข้าคอนโดแล้วใช่ไหมคะ”
คุณอาจจะชอบ





