
ทวงรักเมียแต่ง
ตอน 3
วันนี้เป็นวันย้ายเข้าคอนโดใหม่ของฉันหลังจากที่ตกลงยื่นข้อเสนอกับป๊าไปเมื่อคืน คอนโดที่ย้ายเข้ามาเป็นคอนโดที่ฉันดูไว้นานมากแล้วเหลือแต่เพียงคำอนุมัติเท่านั้นและแล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้
“ขอบคุณมากนะคะป๊า” ฉันเดินเข้ากอดป๊าและม๊าพลัดกันอย่างออดอ้อนตามประสาลูกสาวเพียงคนเดียวที่วันนี้มาดูความเรียบร้อยของคอนโดและความเป็นอยู่ให้ฉันในวันแรกที่ย้ายเข้า
“สัญญากับม๊าก่อนว่าจะดูแลตัวเองดีๆ” เสียงเข้มของม๊าพูดขึ้น
“ค่าาา มิรินจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเลย” ใครกันจะกล้ายุ่งกับฉัน ลำพังแค่คนเข้ามาจีบยังคิดแล้วคิดอีก ไม่ใช่ว่าหน้าตาฉันเป็นอุปสรรคแต่ทุกคนที่เข้ามาต่างรู้ดีว่าฉันเป็นลูกสาวของใครมากกว่า
“เรียบร้อยแล้วครับท่าน” บอดี้การ์ดพูดขึ้นรายงานเจ้านายหลังจากที่สำรวจภายในห้องเรียบร้อยแล้ว
“มิรินอยู่ได้จริงๆ ใช่ไหมลูก? ที่นี่มันเล็กกว่าบ้านเราเยอะเลยนะ” เธอเพียงเป็นห่วงลูกสาวเท่านั้น
“สบายค่ะม๊า ม๊ากับป๊าไม่ต้องเป็นห่วงมิรินนะคะ อีกอย่างที่นี่ไม่ได้เล็กเลยนะคะม๊าตั้ง 75 ตร.ม. แหน่ะ” ห้องนี้กว้างมากพอสำหรับสองคนเลยด้วยซ้ำ ลำพังแค่เธอคนเดียวยังไงที่นี่ก็อยู่ได้แบบสบาย
“ถ้าอยู่ไม่ได้บอกป๊านะ ป๊าจะให้คนมาพากลับบ้าน” ป๊าพูดบอกกับฉันอีกรอบพร้อมกับท่าทีเป็นห่วงไม่หาย
“มิรินอยู่ได้จริง ๆ ค่ะ”
“แต่...”
“ป๊าคะ...”
“โอเค แล้วก็อย่าลืมข้อเสนอของเราด้วย” หลังจากที่ป๊าได้ทวงข้อเสนอแล้วทั้งคู่ก็กลับไปทำงานต่อที่บริษัทพร้อมบอดี้การ์ที่ติดตามมาด้วย
ม๊ายังทำใจไม่ได้ที่ฉันออกมาใช้ชีวิตคนเดียว ฉันเลยสัญญาไปว่าจะพยายามกลับบ้านให้บ่อยเท่าที่จะทำได้แต่ถึงจะบอกแบบนั้นไปท่านทั้งสองก็ยังดูไม่สบายใจขึ้นมาอยู่ดี
ครืดดดด
ไม่ทันที่ฉันจะได้นั่งชมคอนโดใหม่นานเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋าใบแพงก็ดังขึ้นจนต้องลุกขึ้นไปเอามารับสายอย่างตัดความรำคาญ
“ว่าไงริต้า” ฉันพูดขึ้นอย่างไม่ลังเลเมื่อคนที่โทรเข้ามาเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มของฉันเอง
(มึงอยู่ไหนเนี่ย?) ยัยริต้าพูดตอบมาอย่างเป็นกันเอง
“อยู่คอนโด เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อกี้เอง มึงจะมาหากูไหม?” เราสนิทกันมากจริงๆ ถึงได้พูดกันแบบนี้ตอนนี้ก็เข้าปีที่ 2 แล้วที่เรารู้จักกันและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง
(เออไปดิ เดี๋ยวคืนนี้ตอนพวกกูไปรับมึงจะได้ดูคอนโดหนูของคุณหนูอย่างมึงด้วยว่าจะสวยหรูมากขนาดไหน)
“มึงหมายความว่ายังไง?”
(ไหนๆ มึงก็เป็นอิสระแล้ว วันนี้เราไปฉลองกัน) ฉันคิดแล้วว่าจะต้องไม่พ้นเรื่องฉลองแต่ถึงแม้จะไม่มีวันสำคัญอะไรพวกเราก็ฉลองบ่อย ๆ อยู่ดี
“อืม เอาดิ ใบพลูไปด้วยใช่ไหม?” ไม่ลืมที่จะถามถึงเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มด้วยและเดาว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังอยู่ด้วยกัน
(แน่นอน)
“โอเค เจอกัน เดี๋ยวส่งโลเคชั่นคอนโดใหม่ให้”
(เออได้ดิ) พูดจบฉันจะเอาหูออกเพื่อหารายชื่อเพื่อนในไลน์เพื่อส่งโลเคชั่น จนกระทั่ง...
ครืดๆ
“เอ๊ะ?” เป็นเสียงแจ้งเตือนของไลน์ที่มีคนเพิ่มเพื่อนเข้ามาจากเบอร์โทรศัพท์มือถือและฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร ไม่มีบทสนทนาเก่า ไม่มีรูปโปร ไม่มีแม้แต่ชื่อไลน์เพราะมีเพียงอิโมจิตัวเดียวเท่านั้น
(เป็นไรวะ?) ปลายสายพูดถามเมื่อได้ยินเสียงแปลกใจของฉันเมื่อครู่
“เปล่า เดี๋ยวกูส่งให้”
(เออ เจอกันสองทุ่ม) หลังจากนั้นเราก็วางสายกันไปก่อนที่ฉันจะกดเข้าไอคอนเพื่อส่งโลเคชั่นให้เพื่อนตามที่บอกไว้ก่อนหน้า
‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’
แต่ไม่ทันได้กดส่งอะไรทั้งนั้นแหละเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอีกแล้ว วันนี้มิรินจะได้ย้ายเข้าคอนโดแบบสงบสุขสักวันเลยไม่ได้หรือไงกัน แต่ถึงแบบนั้นฉันรีบกดส่งโลเคชั่นให้เพื่อนรักก่อนไม่งั้นคงจะโดนบ่นเอง
คุณได้ส่งตำแหน่งปัจจุบัน : มิริน.
อ่านแล้ว
มือถือเครื่องหรูถูกวางลงบนโซฟากลางห้องก่อนที่ร่างบางของฉันจะเดินไปมองหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กหลังประตูบานใหญ่เพื่อดูผู้ที่มาเยือน
“บอดี้การ์ดของป๊าหนิ?” ฉันเปิดประตูออกให้เขา ที่กล้าเปิดเพราะว่าป๊าไว้ใจลุงคนนี้มากดังนั้นไว้ใจได้แน่นอน
“คุณหนูลืมแมคบุคในรถคุณท่านครับ” เขาพูดบอกก่อนจะยื่นเอาแมคบุคในมือส่งต่อมาให้ฉัน
“มิรินลืมสนิทไปเลย ขอบคุณมากนะคะ เสียเวลาวนรถกลับมาแย่เลย” ฉันพูดบอกก่อนจะรับเอาแมคบุคมาถือไว้
“คุณท่านถึงบริษัทปลอดภัยแล้วครับ ผมตามเอามาให้คุณหนูทีหลัง” นั่นแหละฉันยิ่งรู้สึกเกรงใจเข้าไปใหญ่เลยแต่ยังไงก็ขอบคุณจริง ๆ ไม่งั้นฉันคงไม่มีอะไรทำงานส่งอาจารย์ไปอีกหลายวัน
“ขอบคุณอีกรอบนะคะ ยังไงฝากดูแลป๊ากับม๊าแทนมิรินด้วยนะ”
“ครับคุณหนู คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คุณท่านมีบุญคุณกับผมมากผมจะดูแลคุณท่านให้ดีที่สุดครับ” บอดี้การ์ดรับปากฉันด้วยเสียงหนักแน่นก่อนที่เราจะแยกย้ายกันตรงนั้นและฉันที่เดินถือแมคบุคเข้ามาในห้อง
เหลือเวลาอีกมาก กว่าจะถึงเวลานัดก่อนที่ฉันจะตัดสินใจจัดของส่วนตัวที่เตรียมมาให้เข้าที่เข้าทางก่อน หลังจากนั้นก็จะได้อาบน้ำเตรียมตัวสำหรับนัดเย็นนี้ ว่าเลยก็เริ่มเลยดีกว่า
19.10 น.
การเก็บของของฉันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ถึงแม้ว่าของจะมีไม่เยอะแต่เวลาทั้งหมดกลับยกให้การนั่งระลึกความหลังสิ่งของชิ้นนั้นกว่าจะได้อาบน้ำเวลาก็กระชั้นชิดเวลานัดอยู่ไม่ถึงชั่วโมง
ฉันใช้วิชานินจาที่ตัวเองมีรีบพาสังขาลเข้าไปอาบน้ำทันทีด้วยความเร็วสูงเพราะรู้นิสัยแก๊งตัวเองดีว่าตรงต่อเวลากันมากขนาดไหนกับเรื่องเที่ยว มันน่าภูมิใจตรงนี้แหละ
ร่างเปลือยโพกผ้าขนหนูรอบอกเพียงชิ้นเดียวเดินออกจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ พอได้อาบน้ำก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีเลย ฉันพาตัวเองเดินมาถึงเตียงนอนหวังนั่งพักเหนื่อยที่ยังเหลืออยู่อีกนิดหน่อย
“อ่าว ยัยริต้าโทรมาหนิ” เมื่อฉันเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เจอว่ายัยริต้าโทรมาแต่ฉันไม่ได้รับสายถึงสามสายเลย โทรกลับไปคงโดนบ่นเป็นแน่
‘ตึ๊ด ตึ๊ด’ เสียงต่อสายดังได้ไม่นานปลายสายอย่างริต้าก็กดรับทันทีเหมือนรออยู่ก่อนแล้ว
“ออกมาแล้วเหรอ?” ฉันถามขึ้น
(ถึงกับผีมึงดิ ไหนโลเคชั่นที่บอกจะส่งให้?) สิ้นเสียงของริต้าฉันเองก็ถึงกับขมวดคิ้วยุ่งเหมือนกัน ฉันจำได้ว่ากดส่งไปแล้วหนิ?
“กูส่งไปแล้ว” ฉันยังยืนยันเสียงแข็ง ไม่มีทางที่จะลืมเพราะกดส่งไปหลังจากที่วางสายรอบก่อนทันทีเลยนะ อีกอย่างริต้าเองก็กดอ่านเรียบร้อยแล้วด้วย จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง
(ก็มันไม่มี ลองดูในแชทกูสิถ้าไม่เชื่อ) ยัยริต้าเองก็ยืนยันเสียงแข็งไม่แพ้กันว่ายังไม่ได้รับโลเคชั่นจากฉัน
ฉันรีบกดเข้าแชทข้อความของตัวเองที่ส่งโลเคชั่นไปเพื่อแคปหน้าจอช่วยยืนยันคำพูดของตัวเองกับเพื่อนสาวแต่เรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของฉันก็เกิดขึ้นเมื่อ..
“เฮ้ย!” ฉันกดส่งโลเคชั่นให้ใครก็ไม่รู้ เป็นคนนั้นที่เพิ่งแอดเฟรนด์เข้ามาล่าสุดในขณะที่ฉันคุยกับยัยริต้าเมื่อตอนบ่าย
(เป็นยังไง สรุปมึงไปส่งให้ใคร?) ริต้าเหมือนกับมีตาทิพย์มองเห็นการกระทำของฉันไม่มีผิด
“มึง..กูส่งให้ใครไม่รู้ เดี๋ยวกูอันเซนก่อน”
คุณยกเลิกส่งข้อความ : มิริน.
คุณอาจจะชอบ





