ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

พราวนารีเคยเผชิญกับชีวิตที่แสนลำบากในอดีตชาติ ทั้งความยากจน การพลัดพรากจากครอบครัว และการต้องทิ้งอนาคตทางการศึกษาเพราะตั้งครรภ์ในวัยเรียนจนนำไปสู่ชีวิตคู่ที่ล้มเหลว เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในตระกูลที่ร่ำรวยและเพียบพร้อม เธอจึงตั้งใจใช้ความทรงจำจากชาติก่อนเป็นบทเรียนเพื่อลิขิตชะตาตนเองใหม่ พราวนารีมุ่งมั่นกับการเรียนและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เคยผิดพลาดในอดีต เพื่อสร้างชีวิตที่มั่นคงและไม่กลับไปซ้ำรอยเดิมอีกครั้งในชาตินี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ปีพุทธศักราช 2520

พราวนารี เด็กหญิงผู้มีชื่อไพเราะเพราะพริ้งราวกับว่าเธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวของพวกผู้ดีมีสกุล แต่กลับกัน เธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน บิดาและมารดาของเธอเป็นเพียงชาวนาเท่านั้น แต่ทว่าการกำเนิดเกิดมาของเด็กหญิงในครั้งนี้กลับสร้างความยินดีให้กับครอบครัวยิ่งนัก เพราะถึงแม้จะจนแต่ถ้ามีบุตรสักคนไว้ส่งเสริม ฝากผีฝากไข้ในยามแก่ยามเฒ่าก็คงจะดีไม่น้อย

“อุแว๊…..อุแว๊……”

เสียงเด็กน้อยร้องจ้าอยู่ในผ้าอ้อมที่หมอตำแยเพิ่งจะทำคลอดให้ เนื่องจากบ้านของดำรงนั้นอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ถึงแม้การเดินทางจะสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ทว่าการให้คนแก่ที่เคยทำคลอดมาทำให้ก็น่าจะปลอดภัยเช่นกัน

“โอ๋ๆๆ ลูกพ่อไม่ร้องนะคะ แม่เค้าเจ็บแผลอยู่นะลูก” เสียงทุ้มของผู้เป็นบิดาปลอบโยนบุตรสาวที่อ้อมแขน

“อุแว๊….อุแว๊……”

เด็กหญิงพราวนารียังคงร้องไห้ไม่หยุด เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าเธอน่ะกำลังหิวโดยที่บิดาที่เพิ่งเคยมีลูกยังไม่เข้าใจนั่นเอง ปากน้อยๆ ขมุบขมิบเข้าหาอกหนั่นแน่นของบิดาเขาถึงเข้าใจว่าลูกหิวนม

“เมียพี่….ลูกของเราหิวนมแล้วจ้ะ”

เขาบอกภรรยาเสียงนุ่มพร้อมทั้งพาทารกน้อยไปใกล้กับมารดาที่นอนหมดเรี่ยวหมดแรงจากการเบ่งอยู่ สัญชาตญาณของความเป็นแม่รีบเปิดเต้าให้ลูกน้อยได้ดูดนมของเธอทันที ปากน้อยพอรับรู้ถึงแหล่งอาหารก็ไม่รอช้าอ้างับลงบนฐานถันสีชมพูของผู้เป็นมารดาทันที ครั้งแรกอารีรู้สึกไม่ชินกับการให้ลูกดูดนม แต่พอลูกดูดจนน้ำนมไหลออกมาคนเป็นแม่ก็น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม วันนี้เธอได้สัมผัสและรู้ซึ้งถึงความเป็นแม่แล้ว

ดำรงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ภรรยาสาว เขารู้ว่าเขาเป็นสามีที่ไม่เอาไหน แต่หลังจากนี้เขาจะเป็นพ่อที่ดีให้ลูกสาวคนเดียว สองสามีภรรยาตกลงกันเอาไว้ว่าจะมีทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้นด้วยฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน การที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนที่จะมีบุตรสาวคนนี้ เขากับภรรยาก็ต้องพูดคุยและตกลงกันอยู่นานจนได้ข้อสรุป

ห้าปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีในวัยห้าขวบเริ่มหัดอ่านหัดเขียน และมีแววในด้านภาษาต่างประเทศ เธอสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องภาษาได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าครอบครัวมีฐานะยากจน แพรวนารีตอนเป็นเด็กนั้นมักจะมีบุคลิกทโมนเหมือนกับเด็กผู้ชาย และเพื่อนที่เธอเล่นด้วยก็มีแต่พวกผู้ชาย ดำรงและอารี สองสามีภรรยามีอาชีพทำนา ทุกเช้าหลังจากส่งเด็กหญิงไปโรงเรียนอนุบาลที่อยู่ใกล้บ้านเสร็จ อารีจะเข้าไปช่วยสามีทำนา และกิจวัตรประจำวันของสองสามีภรรยาก็วนลูบเป็นแบบนี้ไปทุกวัน

“แม่จ๋า…… เพื่อนที่โรงเรียนมีขนมไปกินตอนเช้าทุกวันเลย หนูอยากมีไปกินเหมือนเพื่อนบ้าง”

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่อารีไปรับลูกสาวตัวน้อยกลับมาจากโรงเรียนเธอก็ได้ยินคำพูดของลูกที่ฟังแล้วจุกอก

“น้องพราวคะ ช่วงนี้ที่บ้านเราไม่ค่อยมีเงินใช้นะลูก พวกแมลงก็ลงข้าว พ่อเขาต้องซื้อยาฆ่าแมลงกับปุ๋ยมาบำรุงต้นข้าว เวลาเก็บเกี่ยวแล้วเราจะได้มีเงินมาซื้อกินซื้อใช้กันเยอะๆ ยังไงล่ะจ๊ะ”

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งฟังมารดาอธิบายตาแป๋ว เธอที่วัยเพียงห้าขวบยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ทว่าเธอก็รู้ดีว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท บิดามารดาของเธอต้องออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะกลับก็เกือบค่ำมืด

“น้องพราวเข้าใจค่ะ น้องพราวจะพยายามไม่มองเวลาที่เพื่อนกินขนมก็แล้วกันค่ะ”

ความไร้เดียงสาของบุตรสาวทำให้คนเป็นมารดาอดที่จะสงสารลูกน้อยไม่ได้ มีลูกคนเดียวแท้ๆ แต่กลับมอบความสุขให้ลูกไม่ได้เลย มือบางที่หยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานหนักมาตั้งแต่สมัยเป็นสาวๆ ยื่นไปลูบผมยาวสลวยของบุตรสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู

สามปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีเป็นนักดนตรีของโรงเรียนตั้งแต่ขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ในวัยแปดปีเด็กหญิงได้ไปร่วมแสดงดนตรีหลายต่อหลายงาน พรสวรรค์ที่เด็กหญิงตัวน้อยมีทำให้บิดาและมารดาภูมิใจในตัวเธอ

เด็กหญิงแพรวนารีเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่บิดาที่เคยแสนดีกลับติดเหล้าเพราะความเครียดจากการทำนาแล้วไม่ได้ผลผลิตตามที่ควร ทุกๆ เย็นเด็กหญิงตัวน้อยจะได้ยินคำด่าทอของบิดาที่มีต่อมารดาไม่ขาดปาก เธอรู้สึกไม่มีความสุข ยิ่งวันไหนที่บิดาลงไม้ลงมือกับมารดา วันนั้นจะเป็นวันที่เด็กหญิงร้องไห้เสียใจเป็นที่สุด

และแล้วเด็กหญิงพราวนารีในวัยแปดขวบต้องเศร้าเสียใจอีกครั้ง เพราะบิดามารดาตัดสินใจไปหางานทำที่กรุงเทพฯโดยจะฝากเธอไว้กับผู้เป็นอา น้องสาวของบิดา การจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ทำให้เด็กหญิงรู้สึกเศร้าสร้อย ก่อนมารดาจะไปเด็กหญิงจึงพยายามโน้มน้าวให้มารดาเปลี่ยนใจ

"แม่จ๋า... แม่ไม่ไปได้ไหมจ๊ะ" เด็กหญิงเอ่ยถามมารดาอีกครั้ง

"แม่ต้องไปหาเงินมาใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายาที่เราไปติดเขามาตอนทำนายังไงล่ะลูก ที่สำคัญแม่กับพ่อต้องไปหาเงินมาส่งหนูเรียนให้สูงๆ ยังไงล่ะจ๊ะ" นางอารีบอกกับบุตรสาว

"แล้วเมื่อไหร่แม่กับพ่อจะกลับมาอยู่กับหนูล่ะจ๊ะ" เด็กหญิงพราวนารีเอ่ยถามมารดา

"เมื่อครอบครัวเราไม่มีหนี้ และเมื่อพ่อกับแม่มีเงินมากพอที่จะเอามาลงทุนทำอะไรสักอย่างอยู่ที่บ้านเรายังไงล่ะลูก" ดำรงตอบบุตรสาวแทนภรรยาที่อ้ำอึ้งอยู่

"หนูต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และที่สำคัญอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ช่วยอาเขาทำงานบ้านบ้างนะลูก"

อารีอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวคนเดียวไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนเป็นอาจะรักหลานแต่ก็คงไม่มากไปกว่าลูกสาวที่อายุมากกว่าพราวนารีไปเพียงสองปี

"จ้ะแม่ หนูจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และจะช่วยอาทำงานบ้าน"

เด็กน้อยในวัยไร้เดียงสาตอบมารดาด้วยวาจาฉะฉาน

และจากวันนั้น ดำรงและอารีก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบุตรสาวอีกเลย เพราะงานที่ไปทำคืองานก่อสร้าง พอหัวถึงหมอนก็พากันหลับใหล เขาและเธอเลือกที่จะส่งเงินกลับมาให้ผู้เป็นน้องสาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของบุตรสาวที่ให้ไปอาศัยอยู่กับเธอแทน นานๆ ทีถึงจะโทรศัพท์มาหา

เด็กหญิงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของอามาอย่างราบรื่น แต่ก็มีบ้างบางครั้งบางคราที่เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม อย่างเช่นการทำงานบ้าน เธอช่วยผู้เป็นอาทั้งล้างจาน ทั้งกวาดบ้านถูบ้าน บางทีก็มีซักผ้าให้อีกด้วย แต่ทว่าพี่สาวซึ่งเป็นลูกสาวของอากลับไม่หยิบจับอะไรเลย บางทีเด็กหญิงก็รู้สึกน้อยใจจวบจนอายุได้เก้าขวบ

การอยู่กับครอบครัวของอาเริ่มไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน พี่สาวที่เป็นลูกสาวของอาเริ่มออกเที่ยวเตร่และติดเพื่อน บางทีเด็กหญิงวัยเก้าขวบจึงต้องติดตามผู้เป็นพี่ไปด้วย ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดในการต้องมาเห็นและรับรู้ในเรื่องที่เด็กไม่สมควรจะรู้ เธอจึงตัดสินใจโทรบอกบิดาและมารดา

ดำรงและอารีตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้เด็กหญิงพราวนารีในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า เด็กหญิงดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้หลีกหนีสถานการณ์ที่อึดอัดเต็มที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพี่สาวลูกของอาที่กำลังติดเพื่อนผู้ชายจนบางครั้งก็พาเธอไปด้วยแบบไม่เต็มใจ รวมไปถึงการที่ต้องแบกรับหน้าที่เกินวัยมันทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจมันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กอย่างเธอ

ความเสียใจเพียงอย่างเดียวของเด็กหญิงพราวนารีในการย้ายโรงเรียนนั่นก็คือเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเธอที่คบกันมาตั้งแต่วัยอนุบาล

"พราว พราวจะไปเรียนที่กรุงเทพฯจริงๆ น่ะเหรอ"

เด็กหญิงสุนารีเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เนื่องจากเมื่อก่อนบ้านทั้งสองอยู่ติดกัน จนกระทั่งบิดามารดาของเพื่อนสนิทพาไปอยู่ที่บ้านของอา ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้เจอกันนอกจากที่โรงเรียน

"จ้ะสุ พราวไปไม่นาน เดี๋ยวพราวก็กลับมา ไว้เรามาเป็นเพื่อนรักกันใหม่นะ" เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างไรก็เดียงสา

"ยัยพราวบ๊อง เราจะเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดไปนั่นแหละ"

เด็กหญิงสุนารียิ้มออกมา ซึ่งเด็กหญิงพราวนารีก็ยิ้มตอบเช่นกัน เด็กน้อยทั้งสองกอดลากันในวันสุดท้ายของภาคเรียน

คนเป็นอารู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะอนาคตของพราวนารีที่โรงเรียนแห่งนี้เธอเป็นเด็กกิจกรรม และเธอก็เป็นนักดนตรีของโรงเรียน แต่ในเมื่อหลานได้ตัดสินใจที่จะไปกับพี่ชายของเธอแล้ว เธอจึงไม่ห้ามอะไร เพราะเธอก็รู้ดีว่าเธอเองก็ไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ เหมือนกัน เพราะอาสาวก็มีอาชีพ ทำไร่ทำนาไม่ต่างจากบิดามารดาของพราวนารีในอดีต แต่ทว่าเธอทำมันได้ประสบความสำเร็จมากกว่า บวกกับมีที่นาเป็นของตนเองจึงไม่ต้องไปเช่าที่นาใครเหมือนกับครอบครัวของดำรง ผู้เป็นพี่ชาย

เด็กหญิงพราวนารีกราบลาผู้เป็นอาที่ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักอาศัยตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยลืมพระคุณและคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมีโอกาสได้กลับมาตอบแทนอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้เธออยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัด เธอไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จเด็กหญิงวัยเก้าขวบก็มุ่งสู่เมืองหลวงของไทยกับบิดามารดาเพื่อไปเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ห้าที่โรงเรียนใกล้ที่พักของบิดามารดา เด็กหญิงไม่รู้เลยว่าชีวิตวันข้างหน้าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่เธอคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องมีความสุขอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็เพราะได้อยู่กับคนที่เธอรัก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน
9.2
เมื่อความภักดีที่ไป๋ชิงมีให้ลู่เฉินถูกตอบแทนด้วยความเฉยเมยและการรับอนุเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า นางจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการหย่าขาด แม้ลู่เฉินจะยินยอมปล่อยไปอย่างง่ายดายในตอนแรก แต่ไม่นานเขากลับตามตื๊อขอคืนดีอย่างน่าประหลาดใจ ทว่าหัวใจที่บอบช้ำของไป๋ชิงไม่มีวันหวนกลับ นางตั้งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าหาคู่ชีวิตคนใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าได้เห็นว่าหญิงหม้ายเช่นนางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่ที่รุ่งโรจน์ได้โดยไม่ต้องง้ออดีตสามี
หน้าปกนวนิยาย เสี้ยวอสูร
7.8
เมื่อเหล่าแม่ทัพสวรรค์ต้องโทษถูกเนรเทศสู่โลกมนุษย์ ร่างเทพกลับถูกเพลิงเผาผลาญจนกลายเป็นเทพอสูรกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่น่าเกรงขาม ซิ่นเฉิง นักรบหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีโกรธแค้นอย่างมากเมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้เป็นภรรยาของเทียนอี้ แม่ทัพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับน้ำ เขาจึงบุกไปช่วยเธอถึงจวน แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าศัตรูคือมนุษย์หมาป่า พร้อมข้อเสนอสุดบีบคั้นที่เขาต้องเลือกว่าจะยอมสละน้องสาว หรือจะยอมเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนนี้เสียเอง
หน้าปกนวนิยาย บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
Li Mengyao is reborn into the body of a twelve-year-old girl just as her mother, a naive concubine, is framed and banished from the Li estate for causing a miscarriage. Armed with the Purgatory Jade Bracelet that followed her from death, she must navigate a new life in exile. While the Li family sacrifices them to appease a powerful clan, Mengyao’s arrival with a mystical artifact changes everything. No longer a timid child, she faces the harsh reality of her abandonment with newfound power.
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยัคฆ์ แม่ทัพตัวร้าย
7.8
ซุนเหยาผู้เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารจีนชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เธอทุ่มเททำงานหนักจนกระทั่งร่างกายรับไม่ไหวและหมดสติไปอย่างกะทันหัน ทว่าเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตนเองหลุดมาอยู่ในโลกโบราณ โดยกำลังนั่งอยู่บนเกี้ยวแปดคนหามในชุดมงคลสีแดงสะดุดตา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเธอกำลังถูกส่งตัวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับใครบางคนอย่างไม่คาดฝันในดินแดนที่ไม่รู้จักแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักข้ามกาลเวลา เจ้าสาวมังกร
8.1
นิยายรักข้ามภพที่ผสมผสานความแฟนตาซีและโรแมนติกอย่างลงตัวในเรื่อง เจ้าสาวมังกร เรื่องราวการเดินทางข้ามกาลเวลาที่นำพาหญิงสาวธรรมดาไปพบกับพรหมลิขิตอันยิ่งใหญ่ในดินแดนลี้ลับ เธอต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ให้กลายเป็นเจ้าสาวของมังกรผู้ทรงอำนาจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการผจญภัยสุดตระการตา ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นข้ามยุคสมัยจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่มั่นคงเหนือเงื่อนไขของเวลาและอุปสรรคทั้งปวงในโลกแห่งมนตรา