
Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
ตอน 2
2.จะเจาะคอให้ตายเยย!
ลินดาพยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เธอพยายามอย่างมากที่จะไม่สำรอกเอามื้อที่กินไประหว่างวันออกมาเพราะความเครียดและความหวาดกลัว ห้องน้ำอยู่ใกล้กับห้องนอนเพียงแค่ออกจากประตูจึงวางใจให้ลูกเดินไปทำธุระด้วยตัวเองเพราะทั้งลินดาและเอกฝึกลูกใช้ห้องน้ำมาก่อนที่เล้งจะอายุ 5 ขวบแล้ว
ถึงจะทำเพียงแค่ให้เด็กชายนั่งยองๆ ฉี่บนพื้นห้องน้ำแทนชักโครกก็ตาม
เธอมือไม้สั่นไปหมด ยิ่งแล้วใหญ่เมื่อสามีซึ่งเป็นเสาหลักของทุกการตัดสินใจล้มกะทันหันโดยไร้สัญญาณเตือนใดๆ ….
เด็กชายละสายตาจากพ่อแม่ก่อนสับขาออกจากห้องนอนเพื่อสำรวจบ้านเก่าที่ไม่เคยอยู่ในความทรงจำเลย เมินเฉยทุกความวุ่นวายด้านนอก บ้านเช่านี้ไม่กว้างมาก มีส่วนที่เป็นโซนนั่งเล่นแคบๆ ด้านหน้า มีทีวีเก่าๆ วางไว้บนโต๊ะไม้ที่ดูก็พอเดาได้ว่าพ่อคงเป็นคนทำขึ้นมา หน้าทีวีปูเสื่อกกสีเทาพอให้นอนเอกขเนกได้ พร้อมกับรถจักรยานยนต์กลางเก่ากลางใหม่จอดค้ำหัวเสื่อหนึ่งคัน เดินมาไม่ถึงหกก้าว (เด็ก) ก็เป็นทางเดินเล็กๆ ไปสู่ห้องครัว ตรงกลางเป็นห้องน้ำและห้องนอน
ถ้าเป็นปกติที่นี่ถือว่าฐานะยากจน ทว่าในวันแบบนี้ใครมีห้องเป็นที่พักพิงได้ถือว่ารวย!
เราไม่ควรย้ายออกไป! เพราะเมื่อทหารเก็บกวาดมาเคลียร์พื้นที่ สถานที่ไหนไร้เจ้าของพวกเขาจะยึดเป็นส่วนกลางไปหมด
หากจำไม่ผิดป้าที่อุปการะเขามาเล่าว่าห้องเธออยู่ถัดจากห้องของเขาเพียงแค่สองห้องกั้น พื้นที่นี้คือชานเมืองของจังหวัดการบูรณ์ ภาคเหนือของประเทศไทนัน เขตที่ 3 ซึ่งเป็นเขตบ้านเช่าของพลเมืองหาเช้ากินค่ำทั่วไปอย่างพวกวินมอเตอร์ไซค์ไม่ก็หนุ่มสาวโรงงาน ทหารจะเข้ามาเคลียร์พื้นที่ภายใน 9 วันนับจากเหตุการณ์วุ่นวาย ซึ่งในอดีตพวกคนแถวนี้หนีตายตั้งแต่วันแรก ห้องจึงโล่งว่างโดนยึดไปหมด จะกลับมาทวงคืนย่อมเป็นไปไม่ได้
“ในครัวมีอะไรบ้างนะ?”
ร่างเล็กๆ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปในเขตครัว ผ่านห้องนอนเห็นแม่กำลังถอดเสื้อผ้าที่พ่อใส่อยู่เพื่อเช็ดเหงื่อไคลที่ออกมามากกว่าปกติด้วยสีหน้ากังวลไม่คลาย พวกกลายพันธุ์แรกๆ จะเจ็บปวดฉับพลันเพราะรังสีรุนแรงเข้าไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายกะทันหัน พวกเขาจะอ่อนแรง อ่อนแอ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอนไม่ได้สติไปหลายวัน อาจจะหลายสัปดาห์ ยิ่งซมไปหลายวันมากเท่าไหร่ พลังตั้งต้นที่ได้ก็จะแข็งแกร่งมากกว่าใครๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่พลังอ่อนแอในช่วงแรกจะพัฒนาไม่ได้
โชคร้ายเขาเป็นคนจำพวกมีภูมิคุ้มกันรังสี จึงไม่กลายพันธุ์แต่อย่างใด.....
“มีม่าม่าโหะแพะ (หกแพ็ค) ”
ไอ้ลิ้นชิบหาย แม่ง!
ภายในครัวมีบะหมี่สำเร็จรูปรสเนื้อเป็ดหกแพ็ค แพ็คละ6ซอง น้ำดื่มสามถังใหญ่ เครื่องปรุงอีกมากมายเป็นโหลหลากหลายยี่ห้อ ข้าวสารหนึ่งกระสอบซึ่งด้านในกระสอบมีข้าวประมาณ 8/10 ส่วนแล้ว คาดว่าน่าจะเพิ่งซื้อมาไม่นาน กับข้าวในถุงแกงที่ยังไม่ได้แกะอีกสองถุง เป็นแกงเนื้อกับต้มผักอะไรสักอย่าง ขนมขบเคี้ยวโง่ๆ หนึ่งแพ็คใหญ่ซึ่งมันใหญ่มาก นมกล่องเป็นลัง นับได้ 4 ลังซ้อนกัน เป็นนมรสจืดผสมกับนมเปรี้ยวอีกนิดหน่อย ขนมปังอีกหนึ่งตะกร้า เป็นขนมปังแผ่น แยมหลากรส บิสกิตในโถพลาสติกอีกครึ่งและวัตถุดิบพร้อมอุปกรณ์ทำขนมอีกจำนวนหนึ่ง อย่างหลังน่าจะเป็นของแม่ เธออาจจะมีอาชีพทำขนมขายในช่วงก่อนเหตุการณ์ความวุ่นวายจะเกิด
อดีตครอบครัวของเขาป้าไม่เคยลงลึกมากนัก บอกแค่ว่าพ่อแม่เพิ่งย้ายมาไม่นานเลยยังไม่เคยได้ทำความรู้จักจริงจังเท่าไหร่
สายตาของเล้งจ้องมองขนมมากมาย มากเกินความจำเป็นที่ผู้ใหญ่เช่นพ่อกับแม่ของเขาจะกินได้
นี่เราโดนพ่อแม่เลี้ยงดีขนาดนี้เชียวเหรอ?
เด็กชายคิดพลางก้มมองพุงตัวเองที่ยื่นแพลมกินยางกางเกงจมไปกับหนังหน้าท้องด้วยสีหน้าแหยๆ เด็กบ้าอะไรตัวอย่างกับลูกโป่งอัดแก๊ส พ่อเป็นหมี แม่เป็นนางฟ้า คลอดมาลูกเป็นบอลลูน เป็นหมู เป็นปล้องอ้อย เป็นทุกอย่างที่ไม่ใช่ลูกหมีกับลูกนางฟ้า!
แต่นั้นก็เราเองนี่หว่า เหอะๆ
อดไม่ได้ที่จะสายหัวสลัดความคิดไร้สาระออกไป ลากเก้าอี้พลาสติกสีชมพูหวานแหววตัวเล็กซึ่งพ่อซื้อไว้ให้เขาเหยียบเผื่อต้องการอะไรบนที่สูงๆ เล้งหยิบมีด ก้มๆ เงยๆ หาค้อนใต้ซิงค์ล้างจาน ช้อนส้อมบนโต๊ะ ตะปูที่ยังไม่ได้แกะออกจากถุง
ไม่รู้จะได้ใช้ไหม ไว้ป้องกันตัว ดีกว่าไม่มีอะไร!
ร่างกลมวิ่งสำรวจไปทั่วหาสิ่งของที่จำเป็นก่อนจะสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงทุบกระจกบานเกล็ดซึ่งเป็นหน้าต่างหนึ่งเดียวที่มีอยู่หน้าบ้านของตัวเองดังสนั่น
เพล้ง!
ลินดาที่อยู่ในห้องหวีดร้องเเสียงค่อนข้างดังก่อนจะตะโกนหาลูกชายด้วยความตื่นตระหนก
เด็กชายถือมีดสับขาวิ่งไปทางส่วนโซนนั่งเล่นหน้าทีวีซึ่งมีบานเกล็ดปิดด้วยม่านตรงนั้น เห็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุประมาณ 15-17 ปี บาดแผลเต็มตัว กระโดดเข้ามาทางหน้าต่าง มือขวาถือไม้หน้าสามใช้ทุบบานเกล็ดไปเมื่อครู่ เขาหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อซกผมปรกหน้า พอขาถึงพื้นภายในห้องก็ทรุดตัวหลังพิงกำแพง
“กรี๊ด!! เล้งออกมาจากตรงนั้นนะ มาหาแม่ลูก วางมีดลงมันอันตราย!”
คนเป็นแม่ตระหนกสุดขีดเมื่อมองภาพลูกชายวัย 5 ขวบถือมีดหั่นผักด้ามสีเหลืองปลายแหลมจ่อคอเด็กวัยรุ่นแปลกหน้านิ่งงัน มือหนึ่งถือมีด อีกข้างใช้ฝามือดันปลายด้ามมีดเตรียมกดโดยใช้แรงส่งจากตัวเองทุ่มลงไป เชื่อว่าถึงเขาจะเป็นเด็ก แต่ด้วยสภาพที่อีกคนนั่งพิงกำแพงอยู่ เล้งแค่ทิ้งตัวไปด้านหน้า ไม่บาดเจ็บก็ให้มันรู้ไป!
อึก…
คนมาใหม่ตกใจไม่แพ้กัน ตอนนี้เขารู้สึกเสียดหน้าอกแทบจะขยับตัวไม่ไหว ความรู้สึกชาด้านลุกลามไปทั่วร่าง หัวสมองมึนเบลอ ที่แปลกไม่แพ้กันคือโดนไอ้เด็กตัวกลมแปลกหน้าจากไหนไม่รู้มาจ่อมีดใส่ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“ฉัน อึก! ฉันไม่ใช่คนร้าย!”
เขาเค้นเรี่ยวแรงที่กำลังจะหมดลงตอบออกไปเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ถึงจะรู้ว่าเด็กตัวแค่นี้ไม่เข้าใจก็ตาม
“สัญญานะ?”
???
“สัญญากาบเล้งน้า ว่าพีชายจะม่ายชั่ยคนล้าย!”
ดวงตาเด็กหนุ่มปรากฏความไม่เข้าใจ ปลายมีดจ่อเนื้อคอมากขึ้นจนเลือดซิบ พร้อมกับน้ำเสียงเริงร่าของเด็กชายตัวน้อย
“หากพิชายเป็น เล้งจะเจาะคอให้ตายเยย!”
จบประโยคนี้สติของผู้บุกรุกก็ดับวูบลงตรงนั้น ลินดาย่องเดินเข้ามาหาลูกชายพร้อมแย่งมีดมาไว้ในมือก่อนปาออกไปให้ห่างจากตัวสุดแรง เธอดึงลูกชายเข้ามากอดพร้อมร้องไห้โฮอย่างโล่งอก
“ฮือๆๆ ทีหลังอย่าเอามีดมาเล่นแบบนี้อีกนะลูก มันอันตรายรู้ไหม!”
หลังจากปลอบใจแม่อยู่นานจนเธอตัดสินใจเข้าไปดูแลพ่อต่อ เล้งจึงหันมาพิจารณาคนมาใหม่อย่างละเอียดถี่ถ้วน หน้าตาหล่อเหลา ผิวพันธ์ดูดี ออร่าคุณชายผู้มีอันจะกินแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เขาสามารถเชื่อใจคนๆ นี้ได้
เล้งในอดีตมีชีวิตรอดมา 40 ปี ลำบากมาตั้งแต่ 5 ขวบ เขาเผชิญทุกเหตุการณ์ที่ไม่ดีมามากมาย เล่ห์เหลี่ยม การหักหลัง การเข็นฆ่า การปล้นชิง มีแค่อย่างเดียวที่เคยถูกป้าผู้มีบุญคุณสอนไม่ให้ทำและตัวเขาเองไม่คิดจะทำ คือการฉุดคร่าข่มขืนคนอื่น เพราะเล้งฝังใจกับการที่แม่โดนเอาตัวไปและหายไปจากชีวิตเขา เธออาจโดนข่มเหงจนตาย และไม่แปลกใจที่เธอจะตาย ด้วยร่างกายเล็กบอบบางแค่นี้ อารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย หัวอ่อน ไม่กล้าตัดสินใจเอง ลินดามีแค่เอกที่เป็นที่พึ่งพิงและเสาหลัก มีเขาเป็นแสงสว่างของจิตใจ เมื่อเอกตายเธอจึงเสียศูนย์ เมื่อเล้งห่างอกเธอก็ยิ่งดำดิ่ง หากผู้เป็นแม่ของเขาจะคิดสั้นฆ่าตัวตายหลังจากโดนยัดเยียดความเลวร้ายมากมายเหล่านั้นเล้งก็ไม่แปลกใจ
พ่อเอกตัวเท่าหมีของเขาถนุถนอมลินดามาจนเขาโตมาอายุห้าขวบโดยไร้ซึ่งรอยบุพสลายนี่ก็เก่งมากแล้ว นึกภาพผู้หญิงสูงแค่ 160 ต้นๆ รับความรักจากผู้ชายสูงเลย 190 กว่าไม่ออกจริงๆ
สายตาเล้งมองเด็กหนุ่มในชุด ม .ปลายนอนพังพาบสลบที่เดิมนิ่ง
“จะช่วยละกันนะ”
ไม่ใช่เพราะใจดีอยากสร้างบุญกุศล แค่ถ้าหากเจ้าเด็กนี่สำนึกบุญคุณจริงๆ ครอบครัวเขาคงมีทางเลือกมากกว่านี้ การเล่นกับจิตใจคนในวันที่อับจนที่สุดนั่นแหละคือทางออกในตอนนี้
เด็กชายเอามีดกรีดเสื้อขาดวิ่นของแขกไม่ได้รับเชิญออกจากตัว เฉาะกางเกงออกเหลือแต่บ๊อกเซอร์ซึ่งดูดีที่สุดบนร่างกายเจ้าเด็กผู้บุกรุกออกอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน
“อืม อกฉวย ซิแพะแน่นจังน้า~”
ถึงจะขัดใจกับลิ้นด้วนๆ ที่ยังพูดไม่ชัด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าเด็กนี่หุ่นดีเรียกสายตาไม่เบา วันสิ้นโลกไม่มีใครมานั่งตั้งกฎว่าผู้หญิงคู่กับผู้ชายอีกต่อไป ใครจะนอนกับใคร ไม่ได้เดือดร้อนใครทั้งนั้น เด็กน้อยผิวขาวตัวอ้วนเลียริมฝีปากครุ่นคิด
ดูดีมากจริงๆ .....
“เฮ้อ ชีวิตอ้ายเย้ง (ไอ้เล้ง) ”
เจ้าหนูอัดแก๊สก้มมองตัวเองด้วยสายตาเซ็งจิต อายุ 5 ขวบ มองเด็กหนุ่มอายุ 17 มันจะไปมีอารมณ์พิศวาสอะไรล่ะ โตก็ยังไม่โต ปึ๋งปั๋งก็ยังไม่มี ได้แต่มองเหมือนเด็กที่มองเหล้า น่ากินแต่ยังกินไม่ได้
“เอาเต๊อะ!”
ร่างกลมวิ่งดุ๊กดิ๊กพุงสั่นกระเพื่อมหาถังเล็กๆ ใส่น้ำ นำเสื้อที่ฉีกมาขยี้ชุบแล้วบิดหมาด เช็ดตัวไปก่อน
มีผู้มีพลังสองคนในบ้าน แรกๆ จะลำบากหน่อย เพราะต้องเช็ดตัวระบายความร้อนทุกๆ ชั่วโมง แต่นี่เพื่ออนาคตที่ฉดไฉ!
จากนั้นก็ให้แม่กลิ้งเจ้าเด็กนี่ไปนอนบนเสื่อหน้าทีวี หากมีซอมบี้เข้าบ้านคงเจอปราการอาหารด่านแรกไว้พอตั้งตัวหนีได้บ้าง แล้วขอให้แม่นำสก็อตเทปโง่ๆ มาแปะติดปิดบังสายตาคนภายนอกและปิดม่านให้เรียบร้อยดังเดิม
หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดเศษกระจกที่แตกละเอียดเกลื่อนพื้น และขอให้แม่ (อีกครั้ง) ทำอาหารเที่ยงให้กินอย่างร่าเริง
นี่สถานการณ์เพิ่งเกิดขึ้นครึ่งวันเองนะ! หนักหนาขนาดนี้แล้ว เล้งนั่งมองเด็กหนุ่มที่นอนเหงื่อซกตัวมันเลื่อมบนเสื่อแล้วหวนคิดถึงป้าที่อุปการะเขามาอย่างยากลำบาก ถ้าอนาคตไม่เปลี่ยนไปเสียก่อน เราคงได้เจอกันนะครับ เพราะตอนนี้ท่านคงหนีออกจากห้องไปแล้ว ตามตอนนี้ก็เสียเวลาเปล่า
คงต้องช่วยเช็ดตัวให้กับเจ้าเด็กซิกแพ็คงามแต่กินไม่ได้นี่ก่อน!
แต่ว่านะ ร่างกลมๆ นี่ขยับลำบากชะมัดเลยวุ้ย!
“แม่ ป้อนนมปะป๋าล้วยน้า เด๋วปะป๋าหิว”
เจ้าเด็กตัวกลมเอ่ยขึ้นมาขณะที่ตัวเองวางจากการสวาปามมื้อเย็นเสร็จ มองแกงเนื้อกับต้มจืดที่เหลือในจานอย่างแสนเสียดาย ยอมรับตามตรงตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่ลิ้นของเขาเคยได้ลิ้มรสแล้วอร่อยที่สุดในชีวิตก่อนคือเนื้อตากแห้งของควายกลายพันธุ์ถึงมันจะทั้งแข็งทั้งเหนียวแทบจะเคี้ยวไม่ได้ กระนั้นก็ยังมีรสชาติให้เสพ ไม่เคยได้กินของดีๆ อย่างแกงเนื้อกับต้มผักมีรสชาติหลากหลายอะไรนี่หรอก พอมาตอนนี้ถึงอยากจะกลืนลงท้องมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้ เพราะร่างเด็กกินข้าวไปครึ่งจานก็อิ่มแปลจนท้องโย้แล้ว
“ไม่เป็นไรจ่ะ นมของลูกเก็บไว้กินเองเถอะ แม่ต้มโจ๊กให้พ่อแล้ว เดี๋ยวคงต้องป้อนเด็กคนนั้นด้วย”
ลินดาว่าด้วยน้ำเสียงโอนอ่อน ก่อนจะยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มลูกชายอย่างรักใคร่ ทว่าก็ไม่วายพึมพำเรื่องป้อนโจ๊กแขกมาใหม่เสียงเบา ซึ่งไม่พ้นหูของเล้งอยู่ดี
“ป้อนพิชาย เล้งป้อนเองนะ”
มนุษย์ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการกลายพันธุ์หากไม่มีคนคอยดูแลอาจจะตายเพราะความหิวก็มีถมเถในยุคแรกๆ ของวันสิ้นโลก พ่อของเล้งกับเด็กหนุ่มแปลกหน้าแทบจะอ้าปากเคี้ยวข้าวไม่ได้เนื่องจากภาวะหมดสติ ลินดาจึงฉีกซองโจ๊กสำเร็จรูปที่ซื้อเก็บไว้ในตู้กับข้าวมาต้มหม้อใหญ่ ถึงเธอจะผวามือสั่นตลอดเวลา แต่ก็ดูถูกผู้หญิงที่เป็นห่วงคนรักของเธอไม่ได้จริงๆ
“แม่มะต้องกัวน้า เล้งนี่ๆ แย้ว ไคทำแม่ เล้งจะปังๆ เยย!!”
โม้ไปงั้นแหละ แรงฉีกถุงขนมขบเขี้ยวยังไม่มีเลย!
เย็นวันนั้นสองแม่ลูกจึงวุ่นวายอยู่แต่กับคนป่วย เมินเฉยทุกเหตุความวุ่นวายข้างนอกที่มีให้ได้ยินไม่ขาดสาย เสียงคำรามดุร้ายของหมาจรจัดในซอย เสียงครืดคราดในคอของซอมบี้ เสียงกรีดร้องของผู้คน เสียงสับเท้าวิ่งหนีสลับกันไม่หยุดจนน่าปวดหัว แม้กระทั้งเสียงรถที่ขับผ่านไปมาอย่างเร่งรีบก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาตระหนกจนเสียสติอีก
ลินดาอ้วกไปรอบหนึ่งเพราะความกดดัน ดียังมีลูกชายให้เติมพลังใจบ้าง หญิงสาวจึงไม่เตลิดมาก
“แม่ใจเยง เล้งยุนี่น้า~”
ฝามือป้อมๆ ลูบหลังแม่เบาๆ กับเสียงฟันน้ำนมและใบหน้ากลมแก้มยุ้ยทำให้คนเป็นแม่สดชื่นกว่าเดิมขึ้นเยอะมากอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าลูกชายไม่ได้หวาดกลัวหรือกระจองอแงให้เห็น ลินดาจึงเริ่มตั้งสติได้ในที่สุด
-------------------------------------------------------------
คุณอาจจะชอบ





