ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย  Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)

Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)

หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์วันสิ้นโลกมานานถึงสี่สิบปี มนุษยชาติได้วิวัฒนาการจนสามารถเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่แสนโหดร้ายได้สำเร็จ ทว่าจู่ๆ ชายผู้หนึ่งกลับได้รับโอกาสที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาสู่จุดเริ่มต้นของหายนะอีกครั้ง ในร่างของเด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบเท่านั้น เขาต้องเผชิญกับจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นซ้ำรอยเดิมด้วยความทรงจำจากอนาคตที่ติดตัวมา
ตอน
แชร์

ตอน 3

3.แอร์และกระเป๋าเคลื่อนที่

ผ่านไปหนึ่งคืนหลังจากเกิดเรื่อง ในตอนนี้นับว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างมาก นอกตัวบ้านเช่ามีเสียงครืดคราดในลำคอของพวกศพเดินได้เป็นครั้งคราว รวมไปถึงเสียงลากเท้าที่แสนแข็งทื่อของพวกมันคลอไปกับเสียงคนที่ยังคงรอดชีวิตและพยายามตะเกียกตะกายหนีเอาวีชิตรอดอย่างยากลำบาก

บางครั้งก็มีเสียงเห่าหอนของเหล่าสุนัขจรจัดบ้าง แต่ไร้เงาความเคลื่อนไหวของไซเรนจากรถเจ้าหน้าที่โดยสิ้นเชิง

ตลอดคืนที่ผ่านมาชายสองคนก็ยังคงมีไข้ขึ้นสูงผลจากการกลายพันธุ์จนลินดาและเล้งต้องสลับกันนำผ้าชุบน้ำมาเปลี่ยนบ่อยๆ โชคดีที่บ้านนี้มีเด็กเล็กอย่างเล้งอยู่ ผู้เป็นแม่ที่มีนิสัยคิดอะไรล่วงหน้ามักจะซื้อทุกสิ่งอย่างเก็บไว้เผื่อฉุกเฉินเสมอ หนึ่งในของเหล่านั้นคือแผ่นเจลลดไข้ ถึงจะเป็นแค่สำหรับเด็กแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย หลังเที่ยงคืนหญิงสาวจึงเอาแผ่นเจลที่มีอยู่มากมายแบ่งมาแปะทั้งสามีและเด็กหนุ่มแปลกหน้า ถึงเธอจะป้อนยาลดไข้ไปแต่เล้งรู้ดีว่ายาไม่ได้ช่วยอะไร กระนั้นเขาก็ไม่ต้องการตัดความหวังของแม่ไป

ทั้งคืนเล้งพูดแบบเด็กๆ ว่าห้ามให้แม่เปิดไฟ ไม่ใช่เพราะดึงดูดศพพวกนั้น แต่ตัดปัญหาน่ารำคาญจากคนเป็นด้วยกันเองต่างหาก เขารู้ดีว่ามนุษย์นี่แหละคือตัวบัดซบของแท้ในสถานการณ์ลักษณะนี้ ในตอนนี้มีแค่ผู้หญิงอ่อนแอกับเด็กเล็ก หากเกิดอะไรขึ้นจะซวยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดังนั้นการไม่เปิดเผยว่ามีคนอยู่ข้างในดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ส่วนกลิ่นมนุษย์สี่คนในบ้านที่อาจเป็นปัญหาในการล่อซอมบี้เข้ามา เด็กชายจัดการฉีดสเปรย์กันยุงกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เจอภายในบ้านให้กลิ่นคลุ้งเข้าไว้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ประสาทสัมผัสต่อกลิ่นสิ่งมีชีวิตที่ยังคงมีเลือดเนื้อและชีพจรของศพเดินได้พวกนี้ไวมาก หากไม่มีอะไรมากลบป้องกันไว้ถ้าเจอพวกมันบุกเข้ามา ถ้าเกิดขึ้นจริงสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้มีแต่ตายกับตาย

เอาจริงๆ เขาเพิ่งเคยเห็นสเปรย์กันยุงกับน้ำยาล้างจานครั้งแรกนะเนี่ย ไม่นึกว่ามันจะทั้งหอมและฉุนขนาดนี้ วิทยาการทุกอย่างของมนุษย์สิ้นสุดลงในปีนี้ อนาคตไม่มีแม้แต่โรงงานผลิตด้วยซ้ำ เด็กที่โตหลังจากยุควันสิ้นโลกได้แต่จินตนาการสิ่งของในอดีตผ่านบรรจุภัณฑ์เก่าๆ ที่กองเป็นขยะตามสถานที่รกร้างทั่วไปเท่านั้น

รอจนเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สอดส่องจากฟากฟ้า ไข้ของสองหนุ่มต่างวัยก็ทุเลาลงและดีขึ้นตามลำดับ ทว่าดูเหมือนอาการของเอกจะดีขึ้นเป็นคนแรก ชายหนุ่มสะลืมสะลือลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงงก่อนจะร้องหาภรรยาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอ่อนล้า

“เกิดอะไรขึ้น?”

ร่างใหญ่ค่อยๆ ลุกขึ้นตามการพยุงของภรรยาสาว ลินดายิ้มน้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมถอนหายใจโล่งอกในขณะที่เล้งถูกผู้เป็นพ่อคว้าอุ้มมาไว้บนตักอย่างรวดเร็วเหมือนหิ้วตุ๊กตา

“.....” เล้ง

“มันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ด้านนอกมีแต่สัตว์ประหลาด ไล่กินคนเยอะแยะเต็มไปหมด ละแวกนี้ดาไม่ได้ยินเสียงเพื่อนบ้านคนไหนเลย คงจะหนีกันไปหมด ตอนนั้นจู่ๆ พี่ก็ล้มลงไปแล้วเป็นไข้ฉับพลันจนหนูต้องคอยดูแล อ่อ ยังมีเด็กวัยรุ่นอีกคนอยู่ด้านนอก....”

หญิงสาวเล่าทุกอย่างโดยที่ไม่ปิดบัง ก่อนที่เธอจะตาแดงเรื่อแล้วร้องไห้โฮโผเข้ากอดสามี ปลดปล่อยแรงกดดันที่แบกรับทั้งคืนออกมาจนหมด เล้งยกมือป้อมๆ ลูบหลังแม่เบาๆ เพื่อปลอบใจ

“เอาน้ำให้พี่หน่อย”

เอกยิ้มด้วยริมฝีปากซีดเซียวแห้งเป็นขุยเนื่องจากเพิ่งฟื้นไข้ และเพราะร่างกายเสียน้ำระหว่างกลายพันธุ์ค่อนข้างหนัก เขาจึงกระหายน้ำเป็นพิเศษ ภรรยาสาวรับคำแล้วผละออกไป เธอเดินเข้าครัวไปรินน้ำให้คนรัก ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องแล้วอีกครั้ง พอชายหนุ่มจับแก้วปุ๊บ แก้วใบนั้นก็หายวับไปกับตาอย่างน่าตกใจ....

“ว้าย!!”

“เห้ย!”

สองสามีภรรยาอุทานเสียงดังอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่เล้งดวงตาเป็นประกาย พ่อของเขาปลุกพลังจิตสายมิติขึ้นมาละ!!เด็กชายไม่รอช้า รีบลุกขึ้นดึงผ้าห่มขนาดใหญ่ของพ่อมาไว้ในมือ ใช้จังหวะที่บุพการีทั้งสองกำลังมึนงงและตกใจผงะกับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ฉวยแขนใหญ่อันเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเอกไว้ ยื่นผ่าห่มแตะที่ปลายนิ้ว

ฟุ่บ!

ผ้าห่มผืนนั้นก็หายไป เล้งปรบมือหัวเราะชอบใจใหญ่ ถ้าเป็นในอนาคตเขาคงทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ทว่าด้วยตอนนี้อยู่ในร่างเด็ก อารมณ์ความรู้สึกที่แรงกล้ามากๆ ก็จะควบคุมไม่ได้ กลายเป็นการแสดงแบบเด็กๆ อย่างบริสุทธิใจจนเจ้าตัวได้แต่ถอนหายใจปลดปลงกับมัน

“ปะป๋าเก็บของดั้ย!!”

สองผัวเมียยังคงไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กชายคิดว่าหากให้เขาอธิบายคงป่วยการเพราะลิ้นสั้นๆ ของตัวเอง เล้งจึงทำการแสดงให้ดู ด้วยผู้มีพลังช่วงแรกๆ จะยังไม่สามารถควบคุมพลังได้อย่างใจนึก ดังนั้นการเอานิ้วพ่อจิ้มกับสิ่งของต่างๆ ที่เป็นเงื่อนไขของมิติเป็นการโชว์ให้เห็นได้ดีกว่าคำพูด เขายัดทุกอย่างเข้าไปในมิติของเอก ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีคนพ่อก็เวียนหัวจนต้องยกมือกุมขมับ แผ่นหลังเอียงพิงกับกำแพงบ้าน หน้าตามึนงงเหลอหลาจนเจ้าตัวแสบอ้วนกลมยกมือกลั้นขำคิกคักคนเดียว

นี่ละ...ขีดจำกัดของพลังพ่อในตอนนี้!!

“รู้สึก... อา หนักหัวไปหมดเลย ของเต็มหัวไปหมด”

ด้วยสัญชาตญาณในที่สุดเอกก็รู้ว่าที่ของหายไปเป็นเพราะตัวเขา ในตอนนี้มโนภาพในหัวของเอกคือมีสิ่งของที่ลูกชายยัดไว้ให้เต็มไปหมด คล้ายๆ กล่องใบหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งของมากมายจนแทบบี้กันจนกล่องแทบปริ แต่กล่องที่กำลังจะปริใบนั้นดันอยู่ในหัวของเขา

“ปะป๋าเอาออก เอาออกเยย!”

เสียงเชียร์ของลูกชายทำให้ชายหนุ่มได้สติ ความรู้สึกและสัญชาตญาณนำพาทำให้เขาสามารถเอาของออกจากมิติของตัวเองได้อย่างราบรื่นจนเจ้าตัวยังแปลกใจ แต่ด้วยยังไม่รู้จักพลังดีพอ เอกกลับพ่นของทั้งหมดออกมาในคราวเดียว หมอนมุ้งผ้าห่มที่นอนแก้วน้ำและอื่นๆ ทับถมพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกเสียจนกองพะเนิน

“ว้าย!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย! พี่ทำแบบนี้ได้ไง!?”

ลินดาเป็นอีกคนที่ยังตกใจและหวาดกลัวไม่หาย เล้งคิดว่าจะโทษใครได้ มนุษย์ยุคแรกแห่งวันสิ้นโลกใครบ้างไม่สติแตกเมื่อเจอกับอะไรเหนือสามัญสำนึกแบบนี้ เคยได้ยินเรื่องเล่าขำขันว่ามนุษย์ยุคแรกวันสิ้นโลกยังนึกว่าพลังพิเศษที่ได้มาเป็นอะไรที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ความเชื่อลี้ลับหรือพรของพระเจ้าตามความเชื่อศาสนาที่ตัวเองนับถือ ทำให้ยุค 5 ปีแรกของยุคหายนะเต็มไปด้วยลัทธิงมงายปัญญาอ่อนสมองไหลเต็มไปหมดจนนำไปสู่เรื่องเล่าขำขันในวงรอบกองไฟของอนาคต กว่า

จะตาสว่าง กว่าจะตื่นรู้ โดนเหล่าลัทธิเหล่านั้นล้างสมองเอาเปรียบก็ตั้งหลายปี

“ปะป๋าไม่ฉะบัย แล้วมีพะยังวิเสด (พลังวิเศษ) ”

เอกมองบุตรชายก่อนจะอุ้มร่างเล็กกลมมาไว้บนตักอีกครั้ง สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน แต่เมื่อเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทุกอย่างจึงดูอ่อนโยนและพร้อมจะเชื่อใจอย่างไม่มีข้อแม้

“ไหนบอกป๋ามาสิลูกรู้ได้ไงครับ”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เต็มไปด้วยความรักของเอกทำให้เล้งตาพร่า ความโหยหาบางอย่างที่เขาฝันมาตลอดจุกตื้นในลำคอ และเพราะเป็นเด็กถึงไส้ในจะแก่แค่ไหนก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทางสีหน้าได้ เด็กอ้วนเบะปากเตรียมร้องไห้อย่างไร้สาเหตุ คนพ่อจึงจับมากอดปลอบด้วยเสียงนุ่มนวลน่าฟัง

“โอ๋ๆ ไม่ร้องครับคนดี ปะป๋าไม่ได้ว่าอะไรเราสักหน่อย”

แรกๆ ตอนเอกไม่ได้สติเล้งแทนตัวปะป๋ากับแม่ว่าพ่อ เพราะเขาจำไม่ได้ว่าเรียกบิดาในอดีตยังไง เพิ่งมานึกได้ถึงคำพูดของคุณป้า ว่าตอนเด็กเขาเรียกปะป๋าว่าปะป๋า จึงพอตีเนียนเปลี่ยนสรรพนามได้ทันก่อนที่เอกจะสงสัยหรือเอะใจอะไรบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน

“ฮึกๆ เล้งไม่ลู้”

คำตอบง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่ทุกคนไม่สามารถทำอะไรได้....

หลังจากนั้นลินดาที่ตั้งสติได้ก็เล่าว่ายังมีเด็กอีกคนที่มีอาการเดียวกับเอก ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะรับอาหารมื้อเช้าที่ภรรยาทำไว้ให้จนอิ่มหนำพอมีแรงขึ้นมาบ้าง และซดน้ำดื่มดับกระหายอย่างเมามันเพราะก่อนหน้านี้ไม่ทันกระดกก็เกิดเหตุการณ์ชวนระทึกขึ้นเสียก่อน หลังจากจัดการตัวเองจนมีเรี่ยวแรงพอเขาจึงลุกไปดูเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยตนเอง

“เย็นๆ น้ำแก้ง!”

เจ้าตัวน้อยที่นั่งเฝ้าเมื่อครู่ชี้ไปยังเด็กหนุ่มซึ่งยังไม่ได้สตินอนท่าเดิมบนเสื่อกกหน้าทีวี ร่างกายของเขาไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่ร่างกายคนอื่นต่างหากที่มีปฏิกิริยา เล้งไม่เคยเห็นพลังจิตในรูปแบบนี้มาก่อนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เป็นไปได้ว่าเด็กคนนี้น่าจะตายตอนวันสิ้นโลกในช่วงแรกแน่ๆ

พลังจิตสายพิเศษที่สามารถแช่แข็งของเหลวนอกร่างกายได้ทุกชนิด ที่สามารถเดาได้เพราะในชีวิตก่อนมีพลังจิตใกล้เคียงพอเป็นบรรทัดฐานในการคาดเดาได้บ้าง เล้งวิ่งไปยังห้องครัว หยิบขวดน้ำดื่มในมือ ไม่ได้สนใจบิดาที่ยืนมองด้วยความสงสัย เด็กชายเปิดฝาขวดแล้วเทน้ำสะอาดลงบนพื้นใกล้ๆ กับเด็กหนุ่มแปลกหน้า

ซู่~~~~~~

น้ำเจิงนองบนพื้นค่อยๆ ถูกแช่เย็นเป็นเกล็ดน้ำแข็งแผ่นบางไล่ไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ แถมเหงื่อที่ไหลตามร่างกายของเด็กชายและพ่อซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ กันก็กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ เกาะตามตัวไปหมดอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

นี่ไม่ต่างจากแอร์เคลื่อนที่! ส่วนพ่อของเขาก็กระเป๋าเคลื่อนที่!

“เขาก็มีพลังเหมือนพ่อเหรอ?”

เอกคุกเข่าถามลูกชายเสียงค่อย ดูเหมือนชายหนุ่มจะสังเกตอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับบุตรชายได้บ้างหลังจากตื่นขึ้นมา เล้งลูกชายของเขายังคงเหมือนเดิมทั้งนิสัยและบุคลิกโดยรวม แต่ที่ต่างออกไปคือดูเหมือนเขาจะรู้ทุกอย่างที่ตาเห็น ไม่แน่ว่าเล้งอาจจะมีพลังด้วยเหมือนกัน?!

“อื้อ แช่แก้งๆ เย็นๆ”

เจ้าตัวกลมพยายามที่จะอธิบายถึงคุณลักษณะของพลังนั้นๆ แต่ก็ต้องนึกคำให้สั้นที่สุด เพราะหากเล้งนึกคำยาวๆ เพื่อพูด ลิ้นเขาคงจะไม่เอื้ออำนวยให้ความร่วมมือด้วย เด็กอะไรวะอายุตั้ง 5 ขวบพูดติดๆ ขัดๆ อยู่อีก!!

“พ่อเข้าใจแล้วครับ เราออกห่างจากเขาก่อนเนอะ เดี๋ยวโดนแช่แข็งหนาวพอดี”

พื้นฐานประสบการณ์ของเอกคือเคยเป็นทั้งนักเลงตอนวัยรุ่นและเป็นอดีตสายให้ตำรวจตอนก่อนแต่งงาน แถมเป็นสายลับให้กับตำรวจปราบปรามพิเศษที่คลุกคลีกับวงการยาเสพติดที่เขาเคยหลงระเริงเมื่อตอนอายุน้อยอีกด้วย ถึงจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่จริงๆ แต่เขาก็คลุกคลีกับวงการนี้ผ่านงานที่ทางตำรวจไว้วานให้ไปทำบ่อยๆ ด้วยรูปลักษณ์ราวกับมาเฟียเจ้าอารมณ์ของเขา เอกจึงสามารถเข้ากลมกลืนกับวงการอาชญากรได้อย่างแนบเนียน ที่มารับจ้างเป็นสายให้ตำรวจไม่ใช่รักชาติหรือสำนึกรักในบ้านเกิดอะไรหรอก

เงินมันดีเฉยๆ ไอ้หนุ่มตัวใหญ่เป็นเปรตบางครั้งไปตกหลุมรักสาวสวยจะเดินมอซอไปขอเขาเป็นเมียใครจะอยากเอาละ

ด้วยเหตุแห่งประสบการณ์ในอดีตนี้เองชายหนุ่มจึงค่อนข้างเป็นคนมีสติ อารมณ์เย็นผิดกับรูปลักษณ์ จิตใจนิ่งสงบ และช่างสังเกต

ถึงยังไม่เข้าใจว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมมีอะไรแปลกๆ อย่างพลังพิเศษเข้ามา เขาก็ไม่ได้ชะล่าใจให้ทุกอย่างเกินแก้ไขสำหรับตัวเองและครอบครัว

ปึงๆๆ!!

“มีใครอยู่ในนี้ไหม? ชะ...ช่วยด้วย เปิดประตูให้เราหน่อย สัตว์ประหลาดจะมาแล้ว!”

ปึงๆๆ!!

“แม่งไม่ทันแล้ว ไปที่อื่นเถอะ พวกมันตามมาเป็นขบวนเลย!”

คนทั้งหมดภายในบ้านสะดุ้งโหยงเมื่อเมื่อมีคนด้านนอกจากฝีเท้าประมาณสี่หรือห้าคนเข้ามาทุบประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้ชายที่ยังมีสติคนเดียวในที่นี้ยกนิ้วชี้จุปากเป็นสัญญาณ เด็กชายเงียบกริบอย่างรู้ความ ในขณะที่ลินดาปิดปากดวงตาตระหนกตกใจ ตลอดชีวิตของเธอเรื่องน่ากลัวที่สุดเรื่องแรกคือการที่สามีเข้ามาจีบครั้งแรกตอนยังสาว และเรื่องที่สองคือการคลอดลูกชายออกมา หลังจากนั้นก็ราบรื่นมาตลอด

ไม่เคยเจอเรื่องอะไรระทึกจนหัวใจแทบกระดอนออกจากอกแบบนี้อีก เอกไม่เหมือนภรรยาของเขา ชายหนุ่มผ่านอะไรมาเยอะ ความเด็ดขาดและการตัดสินใจที่มั่นคงไม่เหมือนในตอนแรกก่อนจะปลุกพลังได้ เนื่องจากตอนนั้นชายหนุ่มยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนักจึงรวนไปบ้าง การกระทำนั้นทำให้เล้งประทับใจ ไม่แปลกในชีวิตก่อนพ่อของเขาถึงตัดสินใจล่อผีดิบพวกนั้นปล่อยให้แม่กับเขารอด

เพราะผู้ชายคนนี้เป็นคนที่พึ่งพาได้!

คนด้านนอกเมื่อไม่มีวี่แววของคนให้ความช่วยเหลือก็โหวกเหวกเพียงครู่ก่อนจะวิ่งหาทางอื่นอย่างอุตลุด ซอมบี้ช่วงแรกไม่น่ากลัวหรอก แค่วิ่งเร็วๆ ก็พ้นแล้ว แต่คนมัวแต่กลัวขาสั่นสติแตก จึงถึงมือมันได้โดยง่ายดายกลายเป็นอาหารของพวกมันอย่างน่าอนาถ

“เดี๋ยวพ่อจะย้ายพี่เขาไปนอนในห้องนะ ลูกเปิดทางให้พ่อหน่อย”

เมื่อพ้นเหตุการณ์ลุ้นระทึกนี้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านจึงเข้าไปพยุงเด็กหนุ่มวัยรุ่นอย่างคนตัดสินใจได้ เหงื่อจากตัวเอกถูกพลังของคนไม่ได้สติแช่เย็นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเคลือบทั่วผิวหนังอย่างช้าๆ ระหว่างการย้ายร่างที่หมดสติของเขา ลมหายใจคนแบกปรากฏควันสีขาวอย่างกับอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวติดลบ

เด็กอ้วนที่มองพ่อประคองวัยรุ่นแปลกหน้ายกยิ้มออกมาบางๆ ในวันสิ้นโลกนี้ฤดูร้อนจะร้อนกว่าประเทศไทนันที่เป็นอยู่ ถ้าคนไม่ตายเพราะซอมบี้หรือพวกสัตว์กลายพันธุ์ ก็อาจจะช็อคตายเพราะความร้อน มันร้อนเกือบ 70 องศาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาจำได้ว่าในตอนนั้นผู้ที่รอดชีวิตเกือบทุกคนคือมนุษย์ที่อยู่ใกล้กับคนมีพลังพิเศษแทบทั้งนั้น เพราะคลื่นพลังประหลาดๆ ของผู้มีพลังช่วยประคองร่างกายคนธรรมดาได้

แล้วยิ่งมีแอร์เดินได้ หน้าร้อนนี้น่าจะรอดแล้ว!

แถมหมอนั่นยังไม่ตื่นอีก งั้นก็แสดงว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งสินะ ยิ่งหลับด้วยพิษไข้นานเท่าไหร่ พลังเริ่มต้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!

เล้งคิดในใจ แน่นอนคนที่หลับนานสุดไม่มีใครเกินสามวัน ใครที่ตื่นหลังจากสองวันก็เตรียมตัวเตรียมใจเป็นผู้แข็งแกร่งในวันสิ้นโลกได้เลย!

เด็กหนุ่มวัยรุ่นปริศนาหลับหลังจากไข้ลดในคืนแรกล่วงเลยไปคืนที่สอง ในคืนที่สองนี้เองเอกเอาเขาไปขังในห้อง แล้วสามพ่อแม่ลูกก็ระเห็จกันมานอนในห้องครัวแทน เด็กอ้วนแอบไปดูในห้องนอนที่คนๆ นั้นหลับอยู่ ปรากฏว่าในนั้นกลายเป็นตู้เย็นแช่เนื้อไปแล้ว! ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยไอเย็นที่เกิดจากไอน้ำหรือความชื้นในตอนกลางคืนทำปฏิกิริยากับพลังซึ่งยังควบคุมไม่ได้ของเขา ดวงตากลมของเล้งหันไปมองพ่อตัวเองที่กำลังคุยกับแม่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ชายคนนี้ตัดสินใจดีมาก แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพลังนี้จะเป็นปัญหาในตอนนี้ จึงจับเจ้าเด็กนั้นยัดเข้าห้องเพื่อไม่ให้สร้างความลำบากให้กับพวกเขา แถมถ้าเอามืออังกำแพงห้องจากด้านนอก ฝามือแทบชาหนึบติดกับกำแพงแหน่ะเพราะมันเย็นมากจริงๆ!

ครืดดด......ฮืออออ

เสียงครางต่ำราวกับคนรวมตัวกันขากเสล็ดทำให้บรรยากาศในตอนกลางคืนทวีความน่ากลัวมากกว่าเดิม

“ใจเย็นๆ กินให้อิ่ม ทำตัวเองให้แข็งแรงก่อน ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาระหว่างนี้อาจจะแย่จริงๆ” สามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินมื้อค่ำอย่างเงียบๆ ภายใต้แสงเทียนภายในห้องครัว คำอธิบายของลินดาที่บอกว่าลูกไม่อยากให้เปิดไฟในตอนกลางคืนทำให้เอกต้องมองลูกชายอย่างแปลกใจอีกรอบ

“ชู่ๆๆ จะปอดพัย!” เจ้าตัวกลมเหมือนกระสอบข้าวเหนียวยกมือทำปากจุๆ แก้มพองได้ยินเสียงงุมงำขณะกำลังเคี้ยวขนมปังทาเนยถั่วซึ่งเป็นเสบียงในบ้านอย่างเอร็ดอร่อย

ล้อเล่นหรือเปล่า!? นี่มันสวรรค์ชัดๆ! เกิดมาเล้งก็เพิ่งเคยกินขนมปังที่นุ่มเหมือนพื้นเหยียบร้องเท้ากับเนยถั่วหวานๆ มันๆ ที่เหลวย้อยมองครั้งแรกนึกว่าอึนกใส่ขวดแก้ว

อา ไม่พูดแล้ว!

---------------------------------------------------------------------------

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้านแพรลับของคุณหนูสาม เล่ม 2 (จบ)
8.2
ชีวิตใหม่ของดาราสาวในร่างคุณหนูสามตระกูลเว่ยเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งภารกิจหาเลี้ยงชีพที่แสนหนักหน่วง การรับมือกับคนริษยาที่จ้องทำลาย และวีรกรรมสุดแสบของน้องชายตัวดีที่คอยสร้างปัญหาให้ตามแก้ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ ยอดบัณฑิตแห่งต้าซานยังตามรุกจีบหวังพิชิตใจนางอีกด้วย แม้เส้นทางการเป็นเว่ยหย่งฮวาจะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่นางก็พร้อมจะฝ่าฟันทุกวิกฤตเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย ต้องทำเช่นใดให้พวกท่านลุ่มหลง
8.5
เมื่อน้องชายวัยสี่ขวบขึ้นครองบัลลังก์ องค์หญิงรั่วเสียนจึงต้องรับภาระปกป้องอำนาจจากศัตรูรอบทิศ หนทางเดียวคือการผูกมัดใจเสนาบดีกัวผู้ทรงอิทธิพล ทว่าเขากลับปฏิเสธการแต่งงานและพยายามหาชายอื่นมาให้แทน นางจึงต้องงัดกลเม็ดการยั่วยวนทุกวิถีทางเพื่อสยบเขาให้ได้ แต่แล้วรั่วเสียนกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเสนาบดีกัวไม่ได้มีเพียงคนเดียว! เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนในรั้ววังที่ต้องใช้เสน่ห์แลกกับการรักษาบัลลังก์ท่ามกลางความลับที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
8.7
หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน