
Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก(Yaoi)
ตอน 3
3.แอร์และกระเป๋าเคลื่อนที่
ผ่านไปหนึ่งคืนหลังจากเกิดเรื่อง ในตอนนี้นับว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจเป็นอย่างมาก นอกตัวบ้านเช่ามีเสียงครืดคราดในลำคอของพวกศพเดินได้เป็นครั้งคราว รวมไปถึงเสียงลากเท้าที่แสนแข็งทื่อของพวกมันคลอไปกับเสียงคนที่ยังคงรอดชีวิตและพยายามตะเกียกตะกายหนีเอาวีชิตรอดอย่างยากลำบาก
บางครั้งก็มีเสียงเห่าหอนของเหล่าสุนัขจรจัดบ้าง แต่ไร้เงาความเคลื่อนไหวของไซเรนจากรถเจ้าหน้าที่โดยสิ้นเชิง
ตลอดคืนที่ผ่านมาชายสองคนก็ยังคงมีไข้ขึ้นสูงผลจากการกลายพันธุ์จนลินดาและเล้งต้องสลับกันนำผ้าชุบน้ำมาเปลี่ยนบ่อยๆ โชคดีที่บ้านนี้มีเด็กเล็กอย่างเล้งอยู่ ผู้เป็นแม่ที่มีนิสัยคิดอะไรล่วงหน้ามักจะซื้อทุกสิ่งอย่างเก็บไว้เผื่อฉุกเฉินเสมอ หนึ่งในของเหล่านั้นคือแผ่นเจลลดไข้ ถึงจะเป็นแค่สำหรับเด็กแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย หลังเที่ยงคืนหญิงสาวจึงเอาแผ่นเจลที่มีอยู่มากมายแบ่งมาแปะทั้งสามีและเด็กหนุ่มแปลกหน้า ถึงเธอจะป้อนยาลดไข้ไปแต่เล้งรู้ดีว่ายาไม่ได้ช่วยอะไร กระนั้นเขาก็ไม่ต้องการตัดความหวังของแม่ไป
ทั้งคืนเล้งพูดแบบเด็กๆ ว่าห้ามให้แม่เปิดไฟ ไม่ใช่เพราะดึงดูดศพพวกนั้น แต่ตัดปัญหาน่ารำคาญจากคนเป็นด้วยกันเองต่างหาก เขารู้ดีว่ามนุษย์นี่แหละคือตัวบัดซบของแท้ในสถานการณ์ลักษณะนี้ ในตอนนี้มีแค่ผู้หญิงอ่อนแอกับเด็กเล็ก หากเกิดอะไรขึ้นจะซวยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดังนั้นการไม่เปิดเผยว่ามีคนอยู่ข้างในดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ส่วนกลิ่นมนุษย์สี่คนในบ้านที่อาจเป็นปัญหาในการล่อซอมบี้เข้ามา เด็กชายจัดการฉีดสเปรย์กันยุงกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เจอภายในบ้านให้กลิ่นคลุ้งเข้าไว้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ประสาทสัมผัสต่อกลิ่นสิ่งมีชีวิตที่ยังคงมีเลือดเนื้อและชีพจรของศพเดินได้พวกนี้ไวมาก หากไม่มีอะไรมากลบป้องกันไว้ถ้าเจอพวกมันบุกเข้ามา ถ้าเกิดขึ้นจริงสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้มีแต่ตายกับตาย
เอาจริงๆ เขาเพิ่งเคยเห็นสเปรย์กันยุงกับน้ำยาล้างจานครั้งแรกนะเนี่ย ไม่นึกว่ามันจะทั้งหอมและฉุนขนาดนี้ วิทยาการทุกอย่างของมนุษย์สิ้นสุดลงในปีนี้ อนาคตไม่มีแม้แต่โรงงานผลิตด้วยซ้ำ เด็กที่โตหลังจากยุควันสิ้นโลกได้แต่จินตนาการสิ่งของในอดีตผ่านบรรจุภัณฑ์เก่าๆ ที่กองเป็นขยะตามสถานที่รกร้างทั่วไปเท่านั้น
รอจนเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สอดส่องจากฟากฟ้า ไข้ของสองหนุ่มต่างวัยก็ทุเลาลงและดีขึ้นตามลำดับ ทว่าดูเหมือนอาการของเอกจะดีขึ้นเป็นคนแรก ชายหนุ่มสะลืมสะลือลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงงก่อนจะร้องหาภรรยาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอ่อนล้า
“เกิดอะไรขึ้น?”
ร่างใหญ่ค่อยๆ ลุกขึ้นตามการพยุงของภรรยาสาว ลินดายิ้มน้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมถอนหายใจโล่งอกในขณะที่เล้งถูกผู้เป็นพ่อคว้าอุ้มมาไว้บนตักอย่างรวดเร็วเหมือนหิ้วตุ๊กตา
“.....” เล้ง
“มันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ด้านนอกมีแต่สัตว์ประหลาด ไล่กินคนเยอะแยะเต็มไปหมด ละแวกนี้ดาไม่ได้ยินเสียงเพื่อนบ้านคนไหนเลย คงจะหนีกันไปหมด ตอนนั้นจู่ๆ พี่ก็ล้มลงไปแล้วเป็นไข้ฉับพลันจนหนูต้องคอยดูแล อ่อ ยังมีเด็กวัยรุ่นอีกคนอยู่ด้านนอก....”
หญิงสาวเล่าทุกอย่างโดยที่ไม่ปิดบัง ก่อนที่เธอจะตาแดงเรื่อแล้วร้องไห้โฮโผเข้ากอดสามี ปลดปล่อยแรงกดดันที่แบกรับทั้งคืนออกมาจนหมด เล้งยกมือป้อมๆ ลูบหลังแม่เบาๆ เพื่อปลอบใจ
“เอาน้ำให้พี่หน่อย”
เอกยิ้มด้วยริมฝีปากซีดเซียวแห้งเป็นขุยเนื่องจากเพิ่งฟื้นไข้ และเพราะร่างกายเสียน้ำระหว่างกลายพันธุ์ค่อนข้างหนัก เขาจึงกระหายน้ำเป็นพิเศษ ภรรยาสาวรับคำแล้วผละออกไป เธอเดินเข้าครัวไปรินน้ำให้คนรัก ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องแล้วอีกครั้ง พอชายหนุ่มจับแก้วปุ๊บ แก้วใบนั้นก็หายวับไปกับตาอย่างน่าตกใจ....
“ว้าย!!”
“เห้ย!”
สองสามีภรรยาอุทานเสียงดังอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่เล้งดวงตาเป็นประกาย พ่อของเขาปลุกพลังจิตสายมิติขึ้นมาละ!!เด็กชายไม่รอช้า รีบลุกขึ้นดึงผ้าห่มขนาดใหญ่ของพ่อมาไว้ในมือ ใช้จังหวะที่บุพการีทั้งสองกำลังมึนงงและตกใจผงะกับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ฉวยแขนใหญ่อันเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเอกไว้ ยื่นผ่าห่มแตะที่ปลายนิ้ว
ฟุ่บ!
ผ้าห่มผืนนั้นก็หายไป เล้งปรบมือหัวเราะชอบใจใหญ่ ถ้าเป็นในอนาคตเขาคงทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ทว่าด้วยตอนนี้อยู่ในร่างเด็ก อารมณ์ความรู้สึกที่แรงกล้ามากๆ ก็จะควบคุมไม่ได้ กลายเป็นการแสดงแบบเด็กๆ อย่างบริสุทธิใจจนเจ้าตัวได้แต่ถอนหายใจปลดปลงกับมัน
“ปะป๋าเก็บของดั้ย!!”
สองผัวเมียยังคงไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กชายคิดว่าหากให้เขาอธิบายคงป่วยการเพราะลิ้นสั้นๆ ของตัวเอง เล้งจึงทำการแสดงให้ดู ด้วยผู้มีพลังช่วงแรกๆ จะยังไม่สามารถควบคุมพลังได้อย่างใจนึก ดังนั้นการเอานิ้วพ่อจิ้มกับสิ่งของต่างๆ ที่เป็นเงื่อนไขของมิติเป็นการโชว์ให้เห็นได้ดีกว่าคำพูด เขายัดทุกอย่างเข้าไปในมิติของเอก ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีคนพ่อก็เวียนหัวจนต้องยกมือกุมขมับ แผ่นหลังเอียงพิงกับกำแพงบ้าน หน้าตามึนงงเหลอหลาจนเจ้าตัวแสบอ้วนกลมยกมือกลั้นขำคิกคักคนเดียว
นี่ละ...ขีดจำกัดของพลังพ่อในตอนนี้!!
“รู้สึก... อา หนักหัวไปหมดเลย ของเต็มหัวไปหมด”
ด้วยสัญชาตญาณในที่สุดเอกก็รู้ว่าที่ของหายไปเป็นเพราะตัวเขา ในตอนนี้มโนภาพในหัวของเอกคือมีสิ่งของที่ลูกชายยัดไว้ให้เต็มไปหมด คล้ายๆ กล่องใบหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งของมากมายจนแทบบี้กันจนกล่องแทบปริ แต่กล่องที่กำลังจะปริใบนั้นดันอยู่ในหัวของเขา
“ปะป๋าเอาออก เอาออกเยย!”
เสียงเชียร์ของลูกชายทำให้ชายหนุ่มได้สติ ความรู้สึกและสัญชาตญาณนำพาทำให้เขาสามารถเอาของออกจากมิติของตัวเองได้อย่างราบรื่นจนเจ้าตัวยังแปลกใจ แต่ด้วยยังไม่รู้จักพลังดีพอ เอกกลับพ่นของทั้งหมดออกมาในคราวเดียว หมอนมุ้งผ้าห่มที่นอนแก้วน้ำและอื่นๆ ทับถมพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกเสียจนกองพะเนิน
“ว้าย!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย! พี่ทำแบบนี้ได้ไง!?”
ลินดาเป็นอีกคนที่ยังตกใจและหวาดกลัวไม่หาย เล้งคิดว่าจะโทษใครได้ มนุษย์ยุคแรกแห่งวันสิ้นโลกใครบ้างไม่สติแตกเมื่อเจอกับอะไรเหนือสามัญสำนึกแบบนี้ เคยได้ยินเรื่องเล่าขำขันว่ามนุษย์ยุคแรกวันสิ้นโลกยังนึกว่าพลังพิเศษที่ได้มาเป็นอะไรที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ความเชื่อลี้ลับหรือพรของพระเจ้าตามความเชื่อศาสนาที่ตัวเองนับถือ ทำให้ยุค 5 ปีแรกของยุคหายนะเต็มไปด้วยลัทธิงมงายปัญญาอ่อนสมองไหลเต็มไปหมดจนนำไปสู่เรื่องเล่าขำขันในวงรอบกองไฟของอนาคต กว่า
จะตาสว่าง กว่าจะตื่นรู้ โดนเหล่าลัทธิเหล่านั้นล้างสมองเอาเปรียบก็ตั้งหลายปี
“ปะป๋าไม่ฉะบัย แล้วมีพะยังวิเสด (พลังวิเศษ) ”
เอกมองบุตรชายก่อนจะอุ้มร่างเล็กกลมมาไว้บนตักอีกครั้ง สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน แต่เมื่อเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทุกอย่างจึงดูอ่อนโยนและพร้อมจะเชื่อใจอย่างไม่มีข้อแม้
“ไหนบอกป๋ามาสิลูกรู้ได้ไงครับ”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เต็มไปด้วยความรักของเอกทำให้เล้งตาพร่า ความโหยหาบางอย่างที่เขาฝันมาตลอดจุกตื้นในลำคอ และเพราะเป็นเด็กถึงไส้ในจะแก่แค่ไหนก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทางสีหน้าได้ เด็กอ้วนเบะปากเตรียมร้องไห้อย่างไร้สาเหตุ คนพ่อจึงจับมากอดปลอบด้วยเสียงนุ่มนวลน่าฟัง
“โอ๋ๆ ไม่ร้องครับคนดี ปะป๋าไม่ได้ว่าอะไรเราสักหน่อย”
แรกๆ ตอนเอกไม่ได้สติเล้งแทนตัวปะป๋ากับแม่ว่าพ่อ เพราะเขาจำไม่ได้ว่าเรียกบิดาในอดีตยังไง เพิ่งมานึกได้ถึงคำพูดของคุณป้า ว่าตอนเด็กเขาเรียกปะป๋าว่าปะป๋า จึงพอตีเนียนเปลี่ยนสรรพนามได้ทันก่อนที่เอกจะสงสัยหรือเอะใจอะไรบางอย่างขึ้นมาเสียก่อน
“ฮึกๆ เล้งไม่ลู้”
คำตอบง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่ทุกคนไม่สามารถทำอะไรได้....
หลังจากนั้นลินดาที่ตั้งสติได้ก็เล่าว่ายังมีเด็กอีกคนที่มีอาการเดียวกับเอก ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะรับอาหารมื้อเช้าที่ภรรยาทำไว้ให้จนอิ่มหนำพอมีแรงขึ้นมาบ้าง และซดน้ำดื่มดับกระหายอย่างเมามันเพราะก่อนหน้านี้ไม่ทันกระดกก็เกิดเหตุการณ์ชวนระทึกขึ้นเสียก่อน หลังจากจัดการตัวเองจนมีเรี่ยวแรงพอเขาจึงลุกไปดูเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยตนเอง
“เย็นๆ น้ำแก้ง!”
เจ้าตัวน้อยที่นั่งเฝ้าเมื่อครู่ชี้ไปยังเด็กหนุ่มซึ่งยังไม่ได้สตินอนท่าเดิมบนเสื่อกกหน้าทีวี ร่างกายของเขาไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่ร่างกายคนอื่นต่างหากที่มีปฏิกิริยา เล้งไม่เคยเห็นพลังจิตในรูปแบบนี้มาก่อนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เป็นไปได้ว่าเด็กคนนี้น่าจะตายตอนวันสิ้นโลกในช่วงแรกแน่ๆ
พลังจิตสายพิเศษที่สามารถแช่แข็งของเหลวนอกร่างกายได้ทุกชนิด ที่สามารถเดาได้เพราะในชีวิตก่อนมีพลังจิตใกล้เคียงพอเป็นบรรทัดฐานในการคาดเดาได้บ้าง เล้งวิ่งไปยังห้องครัว หยิบขวดน้ำดื่มในมือ ไม่ได้สนใจบิดาที่ยืนมองด้วยความสงสัย เด็กชายเปิดฝาขวดแล้วเทน้ำสะอาดลงบนพื้นใกล้ๆ กับเด็กหนุ่มแปลกหน้า
ซู่~~~~~~
น้ำเจิงนองบนพื้นค่อยๆ ถูกแช่เย็นเป็นเกล็ดน้ำแข็งแผ่นบางไล่ไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ แถมเหงื่อที่ไหลตามร่างกายของเด็กชายและพ่อซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ กันก็กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ เกาะตามตัวไปหมดอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
นี่ไม่ต่างจากแอร์เคลื่อนที่! ส่วนพ่อของเขาก็กระเป๋าเคลื่อนที่!
“เขาก็มีพลังเหมือนพ่อเหรอ?”
เอกคุกเข่าถามลูกชายเสียงค่อย ดูเหมือนชายหนุ่มจะสังเกตอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับบุตรชายได้บ้างหลังจากตื่นขึ้นมา เล้งลูกชายของเขายังคงเหมือนเดิมทั้งนิสัยและบุคลิกโดยรวม แต่ที่ต่างออกไปคือดูเหมือนเขาจะรู้ทุกอย่างที่ตาเห็น ไม่แน่ว่าเล้งอาจจะมีพลังด้วยเหมือนกัน?!
“อื้อ แช่แก้งๆ เย็นๆ”
เจ้าตัวกลมพยายามที่จะอธิบายถึงคุณลักษณะของพลังนั้นๆ แต่ก็ต้องนึกคำให้สั้นที่สุด เพราะหากเล้งนึกคำยาวๆ เพื่อพูด ลิ้นเขาคงจะไม่เอื้ออำนวยให้ความร่วมมือด้วย เด็กอะไรวะอายุตั้ง 5 ขวบพูดติดๆ ขัดๆ อยู่อีก!!
“พ่อเข้าใจแล้วครับ เราออกห่างจากเขาก่อนเนอะ เดี๋ยวโดนแช่แข็งหนาวพอดี”
พื้นฐานประสบการณ์ของเอกคือเคยเป็นทั้งนักเลงตอนวัยรุ่นและเป็นอดีตสายให้ตำรวจตอนก่อนแต่งงาน แถมเป็นสายลับให้กับตำรวจปราบปรามพิเศษที่คลุกคลีกับวงการยาเสพติดที่เขาเคยหลงระเริงเมื่อตอนอายุน้อยอีกด้วย ถึงจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่จริงๆ แต่เขาก็คลุกคลีกับวงการนี้ผ่านงานที่ทางตำรวจไว้วานให้ไปทำบ่อยๆ ด้วยรูปลักษณ์ราวกับมาเฟียเจ้าอารมณ์ของเขา เอกจึงสามารถเข้ากลมกลืนกับวงการอาชญากรได้อย่างแนบเนียน ที่มารับจ้างเป็นสายให้ตำรวจไม่ใช่รักชาติหรือสำนึกรักในบ้านเกิดอะไรหรอก
เงินมันดีเฉยๆ ไอ้หนุ่มตัวใหญ่เป็นเปรตบางครั้งไปตกหลุมรักสาวสวยจะเดินมอซอไปขอเขาเป็นเมียใครจะอยากเอาละ
ด้วยเหตุแห่งประสบการณ์ในอดีตนี้เองชายหนุ่มจึงค่อนข้างเป็นคนมีสติ อารมณ์เย็นผิดกับรูปลักษณ์ จิตใจนิ่งสงบ และช่างสังเกต
ถึงยังไม่เข้าใจว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมมีอะไรแปลกๆ อย่างพลังพิเศษเข้ามา เขาก็ไม่ได้ชะล่าใจให้ทุกอย่างเกินแก้ไขสำหรับตัวเองและครอบครัว
ปึงๆๆ!!
“มีใครอยู่ในนี้ไหม? ชะ...ช่วยด้วย เปิดประตูให้เราหน่อย สัตว์ประหลาดจะมาแล้ว!”
ปึงๆๆ!!
“แม่งไม่ทันแล้ว ไปที่อื่นเถอะ พวกมันตามมาเป็นขบวนเลย!”
คนทั้งหมดภายในบ้านสะดุ้งโหยงเมื่อเมื่อมีคนด้านนอกจากฝีเท้าประมาณสี่หรือห้าคนเข้ามาทุบประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้ชายที่ยังมีสติคนเดียวในที่นี้ยกนิ้วชี้จุปากเป็นสัญญาณ เด็กชายเงียบกริบอย่างรู้ความ ในขณะที่ลินดาปิดปากดวงตาตระหนกตกใจ ตลอดชีวิตของเธอเรื่องน่ากลัวที่สุดเรื่องแรกคือการที่สามีเข้ามาจีบครั้งแรกตอนยังสาว และเรื่องที่สองคือการคลอดลูกชายออกมา หลังจากนั้นก็ราบรื่นมาตลอด
ไม่เคยเจอเรื่องอะไรระทึกจนหัวใจแทบกระดอนออกจากอกแบบนี้อีก เอกไม่เหมือนภรรยาของเขา ชายหนุ่มผ่านอะไรมาเยอะ ความเด็ดขาดและการตัดสินใจที่มั่นคงไม่เหมือนในตอนแรกก่อนจะปลุกพลังได้ เนื่องจากตอนนั้นชายหนุ่มยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนักจึงรวนไปบ้าง การกระทำนั้นทำให้เล้งประทับใจ ไม่แปลกในชีวิตก่อนพ่อของเขาถึงตัดสินใจล่อผีดิบพวกนั้นปล่อยให้แม่กับเขารอด
เพราะผู้ชายคนนี้เป็นคนที่พึ่งพาได้!
คนด้านนอกเมื่อไม่มีวี่แววของคนให้ความช่วยเหลือก็โหวกเหวกเพียงครู่ก่อนจะวิ่งหาทางอื่นอย่างอุตลุด ซอมบี้ช่วงแรกไม่น่ากลัวหรอก แค่วิ่งเร็วๆ ก็พ้นแล้ว แต่คนมัวแต่กลัวขาสั่นสติแตก จึงถึงมือมันได้โดยง่ายดายกลายเป็นอาหารของพวกมันอย่างน่าอนาถ
“เดี๋ยวพ่อจะย้ายพี่เขาไปนอนในห้องนะ ลูกเปิดทางให้พ่อหน่อย”
เมื่อพ้นเหตุการณ์ลุ้นระทึกนี้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านจึงเข้าไปพยุงเด็กหนุ่มวัยรุ่นอย่างคนตัดสินใจได้ เหงื่อจากตัวเอกถูกพลังของคนไม่ได้สติแช่เย็นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเคลือบทั่วผิวหนังอย่างช้าๆ ระหว่างการย้ายร่างที่หมดสติของเขา ลมหายใจคนแบกปรากฏควันสีขาวอย่างกับอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวติดลบ
เด็กอ้วนที่มองพ่อประคองวัยรุ่นแปลกหน้ายกยิ้มออกมาบางๆ ในวันสิ้นโลกนี้ฤดูร้อนจะร้อนกว่าประเทศไทนันที่เป็นอยู่ ถ้าคนไม่ตายเพราะซอมบี้หรือพวกสัตว์กลายพันธุ์ ก็อาจจะช็อคตายเพราะความร้อน มันร้อนเกือบ 70 องศาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาจำได้ว่าในตอนนั้นผู้ที่รอดชีวิตเกือบทุกคนคือมนุษย์ที่อยู่ใกล้กับคนมีพลังพิเศษแทบทั้งนั้น เพราะคลื่นพลังประหลาดๆ ของผู้มีพลังช่วยประคองร่างกายคนธรรมดาได้
แล้วยิ่งมีแอร์เดินได้ หน้าร้อนนี้น่าจะรอดแล้ว!
แถมหมอนั่นยังไม่ตื่นอีก งั้นก็แสดงว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งสินะ ยิ่งหลับด้วยพิษไข้นานเท่าไหร่ พลังเริ่มต้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!
เล้งคิดในใจ แน่นอนคนที่หลับนานสุดไม่มีใครเกินสามวัน ใครที่ตื่นหลังจากสองวันก็เตรียมตัวเตรียมใจเป็นผู้แข็งแกร่งในวันสิ้นโลกได้เลย!
เด็กหนุ่มวัยรุ่นปริศนาหลับหลังจากไข้ลดในคืนแรกล่วงเลยไปคืนที่สอง ในคืนที่สองนี้เองเอกเอาเขาไปขังในห้อง แล้วสามพ่อแม่ลูกก็ระเห็จกันมานอนในห้องครัวแทน เด็กอ้วนแอบไปดูในห้องนอนที่คนๆ นั้นหลับอยู่ ปรากฏว่าในนั้นกลายเป็นตู้เย็นแช่เนื้อไปแล้ว! ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยไอเย็นที่เกิดจากไอน้ำหรือความชื้นในตอนกลางคืนทำปฏิกิริยากับพลังซึ่งยังควบคุมไม่ได้ของเขา ดวงตากลมของเล้งหันไปมองพ่อตัวเองที่กำลังคุยกับแม่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ชายคนนี้ตัดสินใจดีมาก แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพลังนี้จะเป็นปัญหาในตอนนี้ จึงจับเจ้าเด็กนั้นยัดเข้าห้องเพื่อไม่ให้สร้างความลำบากให้กับพวกเขา แถมถ้าเอามืออังกำแพงห้องจากด้านนอก ฝามือแทบชาหนึบติดกับกำแพงแหน่ะเพราะมันเย็นมากจริงๆ!
ครืดดด......ฮืออออ
เสียงครางต่ำราวกับคนรวมตัวกันขากเสล็ดทำให้บรรยากาศในตอนกลางคืนทวีความน่ากลัวมากกว่าเดิม
“ใจเย็นๆ กินให้อิ่ม ทำตัวเองให้แข็งแรงก่อน ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาระหว่างนี้อาจจะแย่จริงๆ” สามคนพ่อแม่ลูกนั่งกินมื้อค่ำอย่างเงียบๆ ภายใต้แสงเทียนภายในห้องครัว คำอธิบายของลินดาที่บอกว่าลูกไม่อยากให้เปิดไฟในตอนกลางคืนทำให้เอกต้องมองลูกชายอย่างแปลกใจอีกรอบ
“ชู่ๆๆ จะปอดพัย!” เจ้าตัวกลมเหมือนกระสอบข้าวเหนียวยกมือทำปากจุๆ แก้มพองได้ยินเสียงงุมงำขณะกำลังเคี้ยวขนมปังทาเนยถั่วซึ่งเป็นเสบียงในบ้านอย่างเอร็ดอร่อย
ล้อเล่นหรือเปล่า!? นี่มันสวรรค์ชัดๆ! เกิดมาเล้งก็เพิ่งเคยกินขนมปังที่นุ่มเหมือนพื้นเหยียบร้องเท้ากับเนยถั่วหวานๆ มันๆ ที่เหลวย้อยมองครั้งแรกนึกว่าอึนกใส่ขวดแก้ว
อา ไม่พูดแล้ว!
---------------------------------------------------------------------------
คุณอาจจะชอบ





