ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หลิวซือเย่

หลิวซือเย่

โศกนาฏกรรมจากการสังหารโดยแม่เลี้ยงใจโฉดพรากชีวิตของหลิวซือเย่และสามีไปพร้อมลูกในครรภ์ เพียงเพราะความโลภในมรดกที่พวกเขาเคยสละสิทธิ์เพื่อแลกกับความสงบสุขไปแล้ว เมื่อโชคชะตาพาเธอย้อนอดีตกลับมาอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงสาบานว่าจะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว เธอจะพาสามีหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายความรักและพรากชีวิตของพวกเขาได้เป็นครั้งที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลาสุดเข้มข้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

Chapter 1

ก๊อก ก๊อก

“ครับ” ฉิงหมิงขานรับเสียเคาะประตู

“คุณหนู คุณท่านให้ผมมารับครับ” ชายสูงวัยในชุดสูทเดินเข้ามา

“ลุงหลิวสวัสดีค่ะ นี่เกาฉิงหมิง เป็นคนช่วยซือเย่ไว้ตอนจมน้ำ” ซือเย่แนะนำตัวฉิงหมิง

“สวัสดีครับ ต้องขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยคุณหนูซือเย่ไว้” ลุงหลิวหันไปยิ้มขอบคุณ

“ด้วยความยินดีครับ” เกาฉิงหมิงตอบผู้สูงวัย นี่นับเป็นครั้งแรกที่ได้เจอคนในครอบครัวของซือเย่ แม้จะไม่ใช่พ่อกับแม่แต่ฉิงหมิงก็อดที่จะรู้สึกเกร็งไม่ได้

“ลุงให้คนไปจัดการค่าใช้จ่ายให้หมดแล้ว นี่ชุดของคุณหนู รีบเปลี่ยนเถอะครับ คุณท่านทั้งสองรอแย่แล้ว”

ลุงหลิวยื่นถุงเสื้อผ้าให้ซือเย่ ก่อนที่ฉิงหมิงจะเข้าไปประคองร่างของซือเย่ลงจากเตียงแล้วไปส่งที่หน้าห้องน้ำ

“คุณดูสนิทกับคุณหนูซือเย่มากเลยนะครับ” ลุงหลิวพูดกับฉิงหมิงระหว่างรอซือเย่เปลี่ยนชุด

“จริง ๆ แล้วผมกำลังจีบซือเย่อยู่ครับ ผมเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยของซือเย่ ต้องขอโทษด้วยครับที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ” ฉิงหมิงตัดสินใจพูดเรื่องความสัมพันธ์ไป โชคดีที่ตัวเองเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันจริง แม้ว่าความจริงในชีวิตที่แล้วเราจะได้คบหาดูใจกันหลังจากนี้เป็นปีก็เถอะ

“ถึงว่าล่ะ คุณกับคุณหนูซือเย่ถึงดูแปลก ๆ ผมเอาใจช่วยนะครับ” ลุงหลิวยิ้มอย่างยินดี ที่ซือเย่กำลังจะมีคนคอยดูแล และ เชื่อเลยว่าคุณท่านทั้งสองก็ต้องยินดีกับเรื่องนี้แน่นอน ตระกูลหลิวไม่เคยบังคับใครเรื่องการแต่งงาน การจะมีคู่ครองได้จะต้องเกิดจากคนสองคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ตระกูลหลิวไม่เคยเกี่ยง

“ถ้ายังไงไปที่บ้านพร้อมกันเลยมั้ยครับ” ลุงหลิวลองถามถ้ากล้าไปก็จะดี เพราะเดี๋ยวคุณท่านทั้งสองต้องบินไปต่างประเทศ อย่างน้อยพาว่าที่ลูกเขยไปแนะนำตัวไว้ จะได้ไม่เป็นห่วงมาก

“ดีเลยค่ะลุงหลิว ซือเย่กำลังจะบอกเลยว่าให้พี่หมิงไปด้วยกัน” ซือเย่เดินออกจากห้องน้ำมาพูดเสริมทันที

“จะดีเหรอซือเย่ พี่ว่าเรา..” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคซือเย่ก็เอ่ยขัดทันที

“ไปวันนี้เลยค่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่ต้องกลับไปจัดการงานที่บ้านน้องจะไม่ให้พี่ห่างน้องเลย” คำสรรพนามแทนตัวของซือเย่กับฉิงหมิงทำเอาลุงหลิวยิ้มเอ็นดูกับความรักของหนุ่มสาวจนแอบคิดถึงภรรยาตน

“แต่คุณพ่อคุณแม่ของเราจะโอเคหรือเปล่า” ฉิงหมิงยังคงกังวล แม้ว่าจะเคยแต่งงานกันมาแล้วแต่ครั้งนั้นก็ยังไม่เคยพบพ่อแม่ของซือเย่ตัวจริงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ เชื่อผม คุณท่านจะเอ็นดูคุณแน่นอน” ลุงหลิวพูดให้กำลังใจ แน่ล่ะ ทำให้บุตรสาวคนเดียวของตระกูลยิ้มร่าเริงและสดใสได้ขนาดนี้ คนเป็นพ่อเป็นแม่ใครจะไม่ดีใจ

คฤหาสน์ตระกูลหลิว

ฉิงหมิงได้แต่มองความยิ่งใหญ่ของตระกูลหลิวที่มีอาณาบริเวณบ้านกินพื้นที่ภูเขาเกือบทั้งลูก ทั้งที่ขับรถออกจากเมืองมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแต่ฉิงหมิงไม่เคยรู้เลยว่ามีที่แบบนี้ด้วย

“ตระกูลหลิวของเราสืบเชื้อสายจากขุนนางในอดีต รวมกับบรรพบุรุษรุ่นก่อน ๆ ขยันและชอบซื้อที่ดินบริเวณภูเขาเพราะชอบธรรมชาติทำให้คฤหาสน์เกือบทุกที่ของตระกูลจะอยู่บนภูเขาไม่ก็ติดริมแม่น้ำหรือทะเลครับ” ลุงหลิวอธิบายอย่างภูมิใจ

“แล้วแบบนี้พี่จะหาสินสอดให้เย่เอ๋อร์ได้ยังไงกัน” ฉิงหมิงพูดเสียงแผ่ว เงินสินสอดที่เคยได้จากตระกูลเกาก่อนตายในชีวิตก่อนก็แค่ 500,000 ดอลล่าร์เท่านั้นเอง จำนวนเงินนี้แม้ว่าจะดูเยอะแต่การที่คนรักของตนเป็นถึงลูกสาวคนเดียวของตระกูลหลิวสายหลักนั้นเทียบกันแล้วแทบจะไม่มีค่า ยิ่งตอกย้ำให้ฉิงหมิงรู้สึกว่ากำลังรั้งความเจริญในชีวิตของซือเย่

“พี่หมิง ห้ามคิดมากเด็ดขาดนะ ที่น้องยังอยู่ตรงนี้ยังไม่พออีกเหรอ” ซือเย่เห็นจึงกุมมือหนาของฉิงหมิงแล้วพูดแฝงความนัย

ใช่ ถ้าซือเย่มองเรื่องเงินทอง จะไม่แต่งกับเค้าตั้งแต่แรก ถ้าซือเย่มองหาอำนาจบริวารคงไม่ยอมไปใช้ชีวิตในพื้นที่ห่างไกลด้วยกัน

“น้องรักพี่เหตุผลเดียวที่ไม่เคยพาพี่มาที่ตระกูลเพราะพ่อกับแม่ของน้องไม่ค่อยอยู่ในประเทศ อีกอย่างพี่ก็เห็นแล้วว่าพ่อกับแม่ของน้องไม่เคยรังเกียจพี่” ซือเย่ปิดกระจกที่กั้นระหว่างคนขับกับห้องโดยสาร ซึ่งลุงหลิวที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับก็ถูกตัดขาดการสนทนาด้วย

“พี่แค่ กลัว เย่เอ๋อร์พี่ขอโทษ พี่สัญญาว่าพี่จะยืนให้ได้ด้วยตัวเอง จะไม่มีวันกลับไปให้ตระกูลเกาหลอกใช้พี่อีก” ซือเย่ยิ้มกับท่าทางของฉิงหมิงและเข้าใจความเจ็บปวดที่โดนครอบครัวหรือพ่อแท้ ๆ หลอกใช้

ทั้งคู่กอดกันจนกระทั่งรถได้ขับมาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่

“ไปกันค่ะ น้องเชื่อว่าพ่อกับแม่จะชอบพี่เหมือนที่น้องชอบ” ซือเย่ให้กำลังใจก่อนจะออกจากรถ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณหนู” เสียงเอ่ยทักทาย ได้ยินตลอดทางที่เดินผ่านการ์ดและคนงาน ซือเย่เองก็ยิ้มตอบทุกคน เธอเองก็ดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง

ณ ห้องรับรองหลักของตระกูลหลิว

หลิวซูเหยียนและหลิวอี๋เหวินกำลังนั่งรออยู่บนโซฟา

“คุณพ่อ คุณแม่ ซือเย่คิดถึงจังเลยค่ะ” ทันทีที่เข้ามาซือเย่ก็ถลาเข้าไปกอดพ่อกับแม่ของตน

“โตขนาดนี้แล้วยังอ้อนพ่อกับแม่อยู่อีก ลูกคนนี้นี่ ไม่เกรงใจแขกบ้างเลย” หลิวซูเหยียนแสร้งดุแต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้ซือเย่หลุดจากอ้อมกอด จนหลิวอี๋เหวินผู้เป็นภรรยาต้องดึงลูกสาวออกมานั่งข้าง ๆ ตนแทน

“เอ่อ สวัสดีครับ ผมเกาฉิงหมิง” ฉิงหมิงเอ่ยแนะนำตัวอย่างประหม่า

“สวัสดี เชิญนั่ง” ซูเหยียนเอ่ยเชิญแขกนั่งลง

“ขอบใจมากนะที่ช่วยซือเย่ไว้ ไม่งั้นเราสองคนก็คงไม่ได้เจอลูกอีก” อี๋เหวินบอกอย่างขอบคุณก่อนจะคว้ามือของซือเย่มากุมไว้

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมเต็มใจมาก” ฉิงหมิงพูด

“แล้วจะแต่งกันเมื่อไหร่ล่ะ อยากจัดงานแต่งที่ไหนยังไง มีแพลนไว้หรือยัง” ซูเหยียนถามราวกับเป็นประโยคทั่วไปที่ถามว่ากินข้าวหรือยัง ทำเอาฉิงหมิงที่กำลังยกน้ำชาดื่มแก้อาการเกร็งสำลัก

“แค่ก แค่ก เอ่อ คือว่าเรื่องนั้น เรายังคิดไม่ถึงครับ” ฉิงหมิงสำลักก่อนจะรีบตอบคำถามพลางเหลือบไปมองซือเย่เป็นระยะ แต่เจ้าตัวยังคงกอดอี๋เหวินผู้เป็นมารดาและไม่สนใจเรื่องที่กำลังคุยกันแม้แต่น้อย

“ไม่ได้ ๆ ถ้าไม่แพลนอะไรไว้แล้วเกิดจะแต่งกันขึ้นมาจะเอาเวลาไหนไปทำ ใช่มั้ยคุณ” ซูเหยียนหันไปถามภรรยาซึ่งก็ได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าให้

“แล้วเราน่ะ มาคบกับซือเย่ที่บ้านไม่ว่าอะไรใช่มั้ย เด็กคนนี้น่ะชอบหนีไปอยู่หอตัวคนเดียว อะไรทำเองได้ล่ะก็ลุยหมด นี่แม่ก็เป็นห่วงว่าคนเค้าจะเข้าใจว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อมีแม่แล้ว พาลให้หลายคนเข้าใจผิดอยู่เรื่อย” อี๋เหวินถามทั้งฉิงหมิงและซือเย่

“เรื่องนั้น คือว่า” ฉิงหมิงตอบไม่ได้ แถมยังมีท่าทีวิตกกังวลจนทำให้ซูเหยียนและอี๋เหวินมองหน้ากัน ก่อนจะถามซือเย่

“มีอะไรอยากเล่าให้พ่อกับแม่ฟังมั้ย”

“คือว่า พี่หมิงเป็นลูกชายคนโตของตระกูลเกาค่ะคุณพ่อ” ซือเย่หันไปมองฉิงหมิงก่อนจะตัดสินใจเล่า

ซูเหยียนและอี๋เหวินมองหน้ากันทันที ไม่ใช่ไม่เคยรู้เรื่องเพราะตระกูลเกาก็ถือเป็นตระกูลไฮโซตระกูลหนึ่ง เรื่องหลังบ้านมีหรือจะหลุดรอดหูรอดตา

“พอคุณแม่ของผมเสียไปเมื่อตอนอายุ 8 ขวบ น้ารั่วซี น้องสาวแท้ ๆ ของแม่ก็แต่งเข้ามาพร้อมกับลูกชายชื่อเกาชีเซิน ทั้งคู่รักกันมาก่อนที่ผู้ใหญ่จะเสนอให้พ่อกับแม่แต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ หลังจากนั้นสองปีน้ารั่วซีก็คลอดลูกสาวอีกคน ตั้งแต่แม่เสียไป พ่อก็ไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร่ เรื่องของซือเย่ผมก็ไม่ได้บอกทางบ้านเพราะกลัวทางนั้นจะมาหาเรื่องซือเย่ครับ”

“ผมรับตำแหน่งรองประธานของบริษัทตระกูลเกา ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะให้คุณพ่อมาขอซือเย่ไปเป็นสะใภ้ แต่เมื่อวานผมเพิ่งแอบได้ยินน้ารั่วซีกับคุณพ่อนัดหมายกับตระกูลชิงเรื่องการแต่งงานของผม” เรื่องนี้ซือเย่เองก็ไม่เคยรู้มาก่อน

“ผมตัดสินใจว่าจะลาออกจากตำแหน่ง และ จะออกจากตระกูลครับ ผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้คุณพ่อกับคุณแม่ยังอยากจะยกซือเย่ให้ผมดูแลมั้ย แต่ผมไม่อยากให้ซือเย่ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือของตระกูลเกา ยิ่งได้รู้จักคุณพ่อคุณแม่แล้วด้วย ไม่มีทางที่ตระกูลของผมจะอยู่เฉยแน่เมื่อรู้ว่าซือเย่คือใคร”

“แม่ไม่รู้หรอกนะว่าที่เราตัดสินใจแบบนั้นมันถูกหรือผิด แต่แม่ขอบใจนะ ที่รักและคิดที่จะปกป้องซือเย่เป็นอย่างดี แม่ยอมรับว่าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำขนาดนั้น เอาเป็นว่าเรื่องนี้แม่ขอไม่ยุ่งแล้วกัน มีอะไรลองปรึกษาพ่อเค้าดู ไปซือเย่เข้าครัวกับแม่ดีกว่า” ซือเย่หันไปส่งสายตาให้กำลังใจก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับผู้เป็นแม่

“นายมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า สายตานายกับซือเย่น่ะ มันบอกนะว่ามีอะไรมากกว่าที่นายเล่ามา”

ฉิงหมิงนั่งนิ่ง เรื่องราวก่อนตายย้อนกลับเข้ามา

“ถ้าผมบอกว่าผมเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง จะเชื่อผมมั้ยครับ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ทรายซ่อนเหลี่ยม
7.9
ปิ่นปักตกหลุมรักเชคอิลยาสเพื่อนพี่ชายที่มอบแหวนแทนใจให้เธอไปหาเขาที่ฮิลยะฮ์ ทว่าเธอกลับถูกชาฮีนชายลึกลับลักพาตัวไปจากสนามบินด้วยแผนการที่ซับซ้อน ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและความลวงที่ยากจะแยกแยะ ปิ่นปักต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนต่อชาฮีนผู้ที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฏและชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอจึงค้นพบว่ารักแท้ที่ใฝ่ฝันอาจซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผืนทรายและหัวใจของชายที่เธอเคยหวังจะหนี
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เสวียชิงอินตื่นขึ้นมาในร่างตัวประกอบนิยายที่มีจุดจบแสนรันทด ถูกคนรักทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว เพื่อพลิกชะตาชีวิต นางจึงเลือกแต่งงานกับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและถูกลิขิตให้ตายในสงคราม โดยหวังเสวยสุขกับกองมรดกในฐานะแม่หม้าย ทว่าความจริงกลับผิดคาด เมื่อบุรุษผู้เย็นชากลับมอบหัวใจให้นางอย่างหมดหน้าตักและคอยปกป้องนางทุกฝีก้าว จากที่หวังเพียงสมบัติ นางกลับกลายเป็นดวงใจของเขา ท่ามกลางพายุการเมืองและการแย่งชิงอำนาจอันแสนอันตราย ทั้งสองจับมือเป็นเกราะคุ้มกันให้แก่กันและกัน ร่วมกันเปลี่ยนโศกนาฏกรรมที่ถูกเขียนไว้ ให้กลายเป็นเส้นทางรักอันทรงพลังที่ไม่มีใครกล้าต่อกร