ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หลิวซือเย่

หลิวซือเย่

โศกนาฏกรรมจากการสังหารโดยแม่เลี้ยงใจโฉดพรากชีวิตของหลิวซือเย่และสามีไปพร้อมลูกในครรภ์ เพียงเพราะความโลภในมรดกที่พวกเขาเคยสละสิทธิ์เพื่อแลกกับความสงบสุขไปแล้ว เมื่อโชคชะตาพาเธอย้อนอดีตกลับมาอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงสาบานว่าจะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว เธอจะพาสามีหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายความรักและพรากชีวิตของพวกเขาได้เป็นครั้งที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลาสุดเข้มข้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

Chapter 2

“นายว่ายังไงนะ” ซูเหยียนถามเสียงเข้ม ไม่มั่นใจว่าเมื่อครู่ได้ยินว่าอะไร

“ผมกับซือเย่เราเคยแต่งงานกันมาแล้วครับ” เรื่องราวในอดีตก่อนที่ทั้งคู่จะได้โอกาสกลับมาถูกเล่าออกไป

“ผมขอโทษครับที่ดูแลซือเย่ไม่ได้” ฉิงหมิงลงไปคุกเข่าก่อนจะคำนับซูเหยียน ทั้งรู้สึกผิดและเสียใจ

“ลุกขึ้นเถอะ เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันไป อย่าให้โอกาสครั้งที่สองที่ได้มาต้องมาทนทุกข์กับมันเลย”

ซูเหยียนยอมรับว่าสิ่งที่ได้ฟังจากปากของฉิงหมิงนั้นเหลือเชื่อ แต่ก็มีอะไรบางอย่างบอกว่านี่คือเรื่องจริง ทั้งท่าทีของซือเย่ต่อฉิงหมิงก็ราวกับอยู่ด้วยกันมานานนั่นด้วย ทำไมแค่นี้จะมองไม่ออก ไม่งั้นคงไม่พูดเรื่องแต่งงานออกไปเพื่อหยั่งเชิงทั้งคู่หรอก ใช่ว่าตนไม่เสียใจที่ครั้งหนึ่งเคยพลาดจนทำให้ลูกสาวคนเดียวของตนต้องไปเจออะไรที่โหดร้ายแต่เมื่อตรงหน้าตอนนี้ยังมีซือเย่อยู่นั่นนับได้ว่าพระเจ้าให้โอกาสแล้ว

“เรื่องตระกูลเกาไม่ต้องห่วง แล้วเรื่องที่จะออกจากตระกูลน่ะ มีแผนว่ายังไง ลองเล่าให้ฟังได้มั้ย”

“ผมคิดว่าแค่การปฏิเสธเรื่องหมั้นกับตระกูลชิงคุณพ่อก็คงใช้เหตผลนั้นกดดันให้ผมออกจากตำแหน่งได้แล้ว ผมไม่อยากกลับไปที่นั่นครับ ยังไงท่านก็คงดีใจจะได้ผลักชีเซินขึ้นได้เลย”

“จากที่นายเล่ามาชีเซินไม่ได้เรียนบริหารมาไม่ใช่เหรอ” ซูเหยียนถาม

“ครับ แต่คุณพ่อคงโน้มน้าวผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ ได้ไม่ยากยังไงชีเซินก็ออกงานสังคมบ่อยอยู่แล้ว” ใช่ตั้งแต่เรียนจบมาฉิงหมิงไม่เคยได้ออกงานร่วมกับผู้เป็นพ่อเลยซักครั้ง ได้แต่ทำงานในบริษัทหรือติดตามไปคุยงานบ้างเท่านั้น ต่างจากชีเซินที่ผู้เป็นพ่อพาออกงานร่วมกับน้ารั่วซี ไม่ว่าจะงานการกุศลหรืองานเจรจาธุรกิจใดกลับไม่มีใครเคยเห็นเกาฉิงหมิงบุตรชายคนโตแม้แต่ครั้งเดียว จนมีข่าวลือว่า บุตรชายคนโตของตระกูลเกานั้นเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเกาเทียนฉีเลยไม่กล้าพาออกงาน ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริง

“รู้จักบริษัททีฟามั้ย”

“บริษัทที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าทีที่กำลังมีข่าวขาดทุนเตรียมขายกิจการเหรอครับ”

“อืม ใช่ คิดว่าทำให้กลับมาไหวมั้ย” ซูเหยียนมองว่าที่ลูกเขย

“หมายถึงให้บริหารเหรอครับ” ฉิงหมิงตกใจ แม้จะมีข่าวเรื่องขาดทุนออกมา แต่ห้างสรรพสินค้าทีที่อยู่มานานถึงจะบอกว่าขาดทุนแต่บริษัทระดับทีฟามีหรือจะยอมให้สถานการณ์แบบนี้อยู่นาน

“ใช่ ทำยังไงก็ได้ให้กลับมามีกำไรและแซงหน้าห้างสรรพสินค้าจี” ฉิงหมิงขนลุกวูบ ห้างจีคือห้างสรรพสินค้าของตระกูลเกา

“ผมจะทำให้ได้ครับ” ฉิงหมิงไม่ได้แค่รับปาก แต่ตั้งใจและจะทำให้ได้!

“ดี เดี๋ยวให้ซือเย่เรียกนายทะเบียนมาจดทะเบียนกับซือเย่เลย แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น หลิวฉิงหมิงซะ เสร็จแล้วก็กลับไปเคลียที่ตระกูลให้เรียบร้อยจะออกมาหรือจะยังไงทำให้เด็ดขาด แล้วก็เตรียมตัวเข้าไปที่บริษัททีฟาร์เดี๋ยวฉันบอกทางนั้นไว้ ไป ไปกินข้าวกันได้แล้ว ป่านนี้ซือเย่ชะเง้อหาแย่” ซูเหยียนเอ่ยแล้วเดินมาตบที่บ่าก่อนจะเดินนำไปยังห้องอาหาร

ฉิงหมิงไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงกับความอบอุ่นและใจดีของหลิวซูเหยียน คิดไม่ผิดเลยที่ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง จากที่กังวลว่าสุดท้ายจะโดนไล่ให้เลิกกับซือเย่เพื่อความปลอดภัย กลับกลายเป็นว่าซูเหยียนยอมรับการตัดสินใจและพร้อมที่จะส่งเสริมให้ตัวเค้าเองได้ยืนด้วยตัวเอง โอกาสที่แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังไม่เคยยื่นมาให้ แถมยังมองด้วยสายตาที่เอื้ออาทร พอแล้วจริง ๆ ทำไมนะ ทำไมต้องไล่ไขว่คว้าอยากได้ความรักจากคนแบบนั้นกัน เกาเทียนฉี หวังว่าครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันมันจะยังพอหลงเหลือความสัมพันธ์ในฐานะพ่อกับลูกบ้าง แม้สักนิดก็ยังดี

“ลูกรักฉิงหมิงใช่มั้ย” อี๋เหวินถามพลางคนซุปในหม้อ ส่วนคนครัวที่ได้ยินคำถามก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

“รักค่ะแม่ พี่หมิงคือชีวิตของหนูเลย” เธอไม่รู้หรอกว่าความรักเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือ เพราะอะไร รู้ตัวอีกทีการที่ได้เห็นฉิงหมิงและได้ทำอาหารให้ ได้ปรึกษากันเวลามีปัญหา ได้คอยดูแลกันเวลาไม่สบาย เธอรู้สึกเหมือนเธอได้อยู่ในที่ปลอดภัยของตัวเอง

“แม่ดีใจนะที่ทันได้เห็นเราเป็นฝั่งเป็นฝา แม่จะได้สบายใจว่ามีคนมาดูแลลูกแทนแม่แล้ว” ซือเย่เดินเข้าไปกอดแม่จากทางด้านหลัง สะท้านในใจว่าโอกาสครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเบี้ยล่างของใครอีกแล้ว

“อะแฮ่ม สองแม่ลูกคู่นี้มัวแต่กอดกัน ถึงว่าอาหารเย็นเลยยังไม่เสร็จสักที” ซูเหยียนเดินเข้ามาแซวภรรยาและลูกสาวตัวเอง

“เสร็จแล้วล่ะค่ะคุณ มัวแต่คุยกันเลยยังไม่ได้ตักใส่ถ้วย เด็กๆ” อี๋เหวินผละออกจากเตาก่อนจะเรียกให้คนครัวมาจัดการซุปใส่จาน

“เดี๋ยวฉันกับลูกขอล้างมือแล้วจะตามไปค่ะ คุณพาฉิงหมิงไปรอได้เลย” ซูเหยียนพยักหน้าแล้วเดินออกไป

มื้ออาหารเย็นวันนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และร่าเริง

ฉิงหมิงที่เพิ่งเคยพบพ่อตาแม่ยายก็ยังสนุกสนานและเป็นกันเองมากขึ้น

“พ่อคะซือเย่พาพี่หมิงไปนอนด้วยนะคะ” ซือเย่เอ่ยขอ

“ได้สิ พรุ่งนี้พ่อกับแม่มีไปงานเลี้ยงน่าจะกลับดึกหน่อยเราสองคนทานข้าวเย็นไปเลย ไม่ต้องรอนะ”

“ได้ค่ะพ่อ ยังไงหนูขอตัวก่อนนะคะ รักพ่อกับแม่ค่ะ” ซือเย่เดินเข้าไปกอดและหอมแก้มพ่อกับแม่ก่อนจะคว้าแขนฉิงหมิงเดินออกมา

“จะพาพี่ไปไหม หืม” ฉิงหมิงที่อยู่ ๆ ก็โดนดึงออกมาถามขึ้นแต่ก็ยังอมยิ้มกับท่าทางที่เด็กลงของภรรยา

“พาพี่หมิงไปดูบ้านน้อง!” ซือเย่ตอบแต่ฉิงหมิงกลับงงมากกว่าเดิม

“คุณหนู รถพร้อมแล้วครับ” การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาหาทันทีที่ซือเย่เดินออกมา

“ไปกันค่ะ” ซือเย่ลากฉิงหมิงให้ขึ้นไปบนรถกอล์ฟขนาดเล็กก่อนจะเดินขึ้นมาแล้วขับออกไปจากบริเวณหน้าคฤหาสน์อย่างอารมณ์ดี

ซือเย่ขับออกมาตามทางก่อนจะเลี้ยวเข้าไปทางแยกด้านหนึ่งที่ตอนแรกนั่งรถผ่านมาไม่ได้สังเกต ผ่านอุโมงค์ต้นไม้สองข้างทางที่ดูแล้วร่มรื่นและสวยงามราวกับหลุดมาอีกโลก ไม่นานก็เจอเข้ากับรั้วสีขาวสวยพร้อมกับป้อมยามอีก 1 จุด

“ยินดีต้อนรับกลับครับคุณหนู” ยามหน้าประตูเอ่ยทักทายเมื่อซือเย่ขับรถผ่าน ภายในเป็นคฤหาสน์ขนาดเล็กกว่าหลังที่ทั้งคู่เพิ่งจากมา แต่ก็ยังใหญ่กว่าบ้านคนรวยทั่ว ๆ ไป

“ยินดีต้อนรับนะคะ นี่บ้านของซือเย่เอง” เจ้าตัวยิ้มให้ก่อนจะดึงให้ฉิงหมิงเดินตามลงมา

“คุณหนู” พ่อบ้านหนุ่มที่อายุไม่น่าต่างจากซือเย่และฉิงหมิงในชุดสูทเรียบร้อยเดินเข้ามารับทันที

“พี่ฉี นี่พี่ฉิงหมิงค่ะ แฟนซือเย่เอง” ซือเย่แนะนำฉิงหมิงให้กับพ่อบ้านส่วนตัว

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณฉิงหมิง กระผมพ่อบ้านฉี เป็นพ่อบ้านส่วนตัวของคุณหนูครับ” พ่อบ้านฉียิ้มให้อย่างเป็นมิตรและยินดีที่คุณหนูอันเป็นที่รักของเค้าได้มีครอบครัวเป็นของตัวเองดูแล้วคงรักกันไม่น้อยเพราะตั้งแต่เข้ามาคุณหนูมีแต่รอยยิ้ม

ซือเย่แนะนำฉิงหมิงให้กับการ์ดและแม่บ้านทุกคนในคฤหาสน์ก่อนที่จะพาเจ้าตัวขึ้นมาบนห้องนอน คฤหาสน์หลังนี้มีเพียงสองชั้นครึ่ง โดยบริเวณชั้นสองจะเป็นห้องนอนของซือเย่ที่กินบริเวณไปครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งถูกแบ่งเป็นห้องรับรองแขกขนาดกลางสำหรับเพื่อน ๆ ที่มาพัก 2 ห้องกับห้องหนังสือที่ซือเย่มักเข้าไปนั่งทำงานโดยตรงกลางของชั้นจะมีบันไดที่วนขึ้นไปยังดาดฟ้าที่มีห้องรับรองขนาดใหญ่พร้อมทั้งสระว่ายน้ำกึ่งในร่มที่สามารถจัดงานเลี้ยงขนาดหลายสิบคนได้สบาย ๆ

“พี่หมิงมีอะไรขาดเหลือบอกพี่ฉีได้เลยนะคะ พี่ฉีเป็นลูกชายลุงหลิว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะโตกว่าพี่หมิงไม่กี่ปี” ซือเย่เดินเข้ามาในห้องนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่พิเศษที่สั่งทำก่อนที่ฉิงหมิงจะเดินตามมานั่งข้าง ๆ

“พี่กลัวว่าจะฝันไปเลย ที่ได้กลับมาอยู่ตรงนี้กับเรา” ฉิงหมิงเอื้อมมือมากอดซือเย่แน่น

“พี่หมิงน้องก็กลัว แต่มาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่ใช่ฝันแล้วล่ะค่ะ”

ครืดด

ยังไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันต่อ โทรศัพท์มือถือของฉิงหมิงก็สั่นขึ้นมาซะก่อน

“ฮัลโหล”

‘บอสครับ ตอนนี้บอสอยู่ไหน เกิดเรื่องแล้วครับ’ เสียงของเหวินเปาเลขาของฉิงหมิงดังลอดมาอย่างร้อนรน

“ใจเย็น ๆ เกิดอะไรขึ้นไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วหรอว่าวันนี้กับพรุ่งนี้ไม่เข้าบริษัท”

‘วันนี้คุณชายเซินมาที่บริษัทเพื่อเบิกเงินค่าจัดเลี้ยงต้อนรับคู่ค้าจากต่างประเทศครับ’

“ก็บอกไปสิว่าเดี๋ยววันมะรืนจะเข้าไปเซ็นให้” ฉิงหมิงตอบอย่างเหนื่อยใจ

‘ไม่ทันครับ คือเป็นกลุ่มที่มาถึงวันนี้เรื่องเลยไปถึงท่านประธาน ท่านโกรธมากจึงมีคำสั่งพักงานบอสลงมาทันทีครับ’ เหวินเปาตอบกลับเสียงเบาราวกับรู้ว่าประโยคนี้จะทำร้ายใจคนฟัง

“อ่า ไม่มีเอกสารเร่งด่วนค้างไว้แล้วใช่มั้ยล่ะ งั้นก็ไม่เป็นไร”

‘บอสโอเคนะครับ ตอนนี้บอสอยู่ไหนให้ผมไปหามั้ย’

“โอเคดี ไม่เป็นไร อยู่นอกเมืองน่ะ เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้จะโทรหาอีกทีแล้วกันแค่นี้ก่อนนะ” ไม่รอให้ปลายสายตอบรับฉิงหมิงก็กดวางแล้วโยนมือถือไปทิ้งไว้บนโซฟาปลายเตียง

“มีอะไรหรือเปล่าคะ เรากลับไปคืนนี้เลยมั้ย” ซือเย่ถามอย่างเป็นห่วง

“ชีเซินมาเบิกเงินค่าจัดเลี้ยงแต่ผมไม่เข้าบริษัท เบิกไม่ได้ตอนนี้คุณพ่อเลยสั่งพักงานผม”

“แค่เบิกเงินไม่ได้ทำไมถึงต้องพักงานล่ะ”

“เหมือนจะเป็นงานเลี้ยงตัวแทนบริษัทคู่ค้าที่บินมาจากต่างประเทศ เค้ามาถึงวันนี้น่ะ”

“แล้วทำไมเพิ่งมาเบิกวันนี้ล่ะคะ ปกติงบพวกนี้ต้องเบิกล่วงหน้าหรือไม่ก็ต้องสำรองออกไปก่อนแล้วค่อยมาเบิกย้อนหลังนี่” ตระกูลเกาก็เป้นบริษัทขนาดใหญ่เรื่องแบบนี้ไม่ควรพลาดสิ

“ใช่ แต่ชีเซินไม่เคยทำแบบนั้นน่ะสิ ปกติมีอะไรก็มาหาพี่เลย ไม่ยอมทำเอกสารไม่ผ่านขั้นตอนปกติเพราะได้เร็วกว่า ครั้งนี้พอพี่ไม่อยู่ก็เลยเป็นเรื่อง”

“ไม่เป็นไรนะพี่หมิง” แย่มาก แล้วต้องทำเรื่องแบบนี้บ่อยขนาดไหนกันดีแล้วที่พี่หมิงเลือกที่จะตัดแล้วก้าวออกมา

“พี่โอเค ก็ดีเหมือนกันจะได้หาทางเฟดตัวเองออกมาง่าย ๆ” ใช่ตอนแรกเขาก็กังวลว่าจะทำยังไงถึงจะเอาตัวเองออกมาจากงานของบริษัทได้ ดูเหมือนพระเจ้าคงไม่ทอดทิ้งเสียทีเดียว

ต่อให้อยู่เซ็นเบิกให้แล้วยังไง สุดท้ายชีเซินก็เอาความดีความชอบทั้งหมดไปอยู่ดีทั้งที่คนติดต่อและคุยรายละเอียดเบื้องต้นคือตัวเค้าเอง คิดแล้วก็ได้แต่หัวเราะให้กับความโง่และไม่ทันคนของตัวเองในอดีตที่โดนหลอกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซือเย่และฉิงหมิงเข้าไปอาบน้ำเสร็จกำลังจะเตรียมเข้านอนโทรศัพท์ของฉิงหมิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ฮัลโหล”

‘เฮ้ นายหายไปไหนน่ะ ทำไมปล่อยให้น้องชายนายมาเอาหน้าแบบนี้ แถมไม่รู้เรื่องงานอะไรสักนิด ถ้าฉันไม่มาเองบริษัทนายชวดแน่แถมจะโดนขึ้นบัญชีดำกับบริษัทคู่ค้าอีก’

“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ อีกอย่างฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่านายจะมาวันนี้” น้ำเสียงแปลกใจของฉิงหมิงทำเอาปลายสายงง

‘ได้ไง ก็เลขาฉันเป็นคนติดต่อกับเลขานายเนี่ย’

“เลขา? ชื่ออะไร”

‘ก็ที่ชื่อโจชัวไง’

“เลขาฉันชื่อเหวินเปา..” เมื่อพูดจบฉิงหมิงก็เดาเรื่องราวออกทันที โจชัวคนสนิทของชีเซิน

‘เวรแล้วนี่ฉันติดต่อกับใครไปเนี่ย เออ เรื่องนั้นช่างมันก่อน แต่น้องชายนายพูดไม่รู้เรื่องเลย พอเข้าเรื่องงานก็พูดวกไปวนมาอะไรก็ไม่รู้ นี่หุ้นส่วนฉันเองก็ไม่พอใจแล้ว จะให้ฉันทำยังไง’

“เอาที่นายเห็นสมควรเลย อีกเดี๋ยวฉันคงลาออกแล้วล่ะ” ฉิงหมิงหันมายิ้มให้ซือเย่ที่มองมาอย่างเป็นห่วง

‘เกิดอะไรขึ้น นายอยู่ไหน’

“ไม่ได้อยู่ในเมือง นายจะอยู่กี่วันเดี๋ยวนัดเจอกันสักวันก็ได้”

‘เอางี้ เดี๋ยวจะมีไปคุยกับบริษัทลูกต่อ ไว้ช่วงเย็นของสักวันมาเจอกันหน่อย’

“ได้ เดี๋ยวนัดกันอีกทีว่ายังไง” บอกลากันอีกสองสามประโยคก็กดวางสาย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KHR” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KHR
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ทรายซ่อนเหลี่ยม
7.9
ปิ่นปักตกหลุมรักเชคอิลยาสเพื่อนพี่ชายที่มอบแหวนแทนใจให้เธอไปหาเขาที่ฮิลยะฮ์ ทว่าเธอกลับถูกชาฮีนชายลึกลับลักพาตัวไปจากสนามบินด้วยแผนการที่ซับซ้อน ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและความลวงที่ยากจะแยกแยะ ปิ่นปักต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนต่อชาฮีนผู้ที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฏและชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอจึงค้นพบว่ารักแท้ที่ใฝ่ฝันอาจซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผืนทรายและหัวใจของชายที่เธอเคยหวังจะหนี
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เสวียชิงอินตื่นขึ้นมาในร่างตัวประกอบนิยายที่มีจุดจบแสนรันทด ถูกคนรักทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว เพื่อพลิกชะตาชีวิต นางจึงเลือกแต่งงานกับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและถูกลิขิตให้ตายในสงคราม โดยหวังเสวยสุขกับกองมรดกในฐานะแม่หม้าย ทว่าความจริงกลับผิดคาด เมื่อบุรุษผู้เย็นชากลับมอบหัวใจให้นางอย่างหมดหน้าตักและคอยปกป้องนางทุกฝีก้าว จากที่หวังเพียงสมบัติ นางกลับกลายเป็นดวงใจของเขา ท่ามกลางพายุการเมืองและการแย่งชิงอำนาจอันแสนอันตราย ทั้งสองจับมือเป็นเกราะคุ้มกันให้แก่กันและกัน ร่วมกันเปลี่ยนโศกนาฏกรรมที่ถูกเขียนไว้ ให้กลายเป็นเส้นทางรักอันทรงพลังที่ไม่มีใครกล้าต่อกร