
เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
ตอน 3
เมิ่งสืออีหลบอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งครึ่งคืนผ่านพ้น เมิ่งสืออีจึงไม่ได้ยินเสียงดาบและเสียงต่อสู้กันแล้ว นางออกจากที่หลบซ่อนอย่างระมัดระวังจากนั้นจึงเดินตามเส้นทางเล็ก ๆ มาเรื่อย ๆ และในที่สุดนางก็พบกับศพคนกลุ่มหนึ่งที่ล้มตายเป็นจำนวนมาก
เมิ่งสืออีปิดปากตนเองเมื่อนางหวาดกลัวจนรู้สึกมวนท้องและเกือบจะอาเจียนออกมาเมื่อเห็นสภาพศพที่เต็มไปด้วยเลือดอันน่าสยดสยองนั้นในยามนั้นสายตาของนางก็กวาดมองไปจนพบร่างของสตรีผู้หนึ่งที่สวมอาภรณ์ผ้าไหมงดงาม
นะ...นั่นมิใช่อนุของท่านแม่ทัพหรอกหรือ
ถึงจะหวาดกลัวแต่เมิ่งสืออีก็ยังตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้กระทั่งนางเห็นสตรีนางนั้นชัดเจน ร่างทั้งร่างของสตรีนางนั้นถูกธนูยิงจนพรุนและตายสนิท
เมิ่งสืออีตัวสั่นขึ้นมาทันใด หากเป็นนางที่มากับหานชางเหยียนก็คงมีสภาพไม่ต่างกันแล้วหานชางเหยียนเล่าอยู่ที่ใด นางย่อมรู้ว่ากำลังคนของหานชางเหยียนมีน้อยยิ่งนัก ถึงเขาจะเก่งกาจเพียงใดแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เกรงว่าหานชางเหยียนอาจจะไม่รอดแล้ว
เมิ่งสืออีเห็นคนตายเกลื่อนจึงรู้สึกหวาดผวา หูของนางแว่วเหมือนได้ยินเสียงของบุรุษตะโกนให้ฆ่า นางตกใจกลัวจึงสาวเท้าวิ่งหนีสุดชีวิตต้องรีบออกไปจากสถานที่อันซึ่งเต็มไปด้วยคนตายให้เร็วที่สุด ทว่าเมื่อวิ่งออกมาได้ครู่ใหญ่นางก็เหนื่อยจนต้องหยุดฝีเท้า
เมิ่งสืออีหอบหายใจได้ครู่หนึ่งและแล้วนางก็ได้ยินเสียงคนต่อสู้กันดังขึ้นไม่ไกลจากจุดที่นางยืนอยู่ เมิ่งสืออีหยุดเท้าแต่ไม่ทันแล้วเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งหันมาพบนางเข้าเสียก่อน
เมิ่งสืออีหันหลังคิดวิ่งหนี ผู้ชายคนนั้นก็ตะโกนเสียงดัง
"นั่นนางจับตัวนางเอาไว้"
จากนั้นก็มีคนวิ่งตามนางมา เพราะความมืดเมิ่งสืออีจึงสะดุดศพของคนผู้หนึ่งแล้วล้มกลิ้ง ทว่าก่อนที่นางจะถูกจับตัวก็มีใครคนหนึ่งมาช่วยนางเอาไว้
ที่แท้เป็นทหารในกองทัพของหานชางเหยียนที่เอาตัวบังดาบและถูกโจรสังหารแทนนาง โจรร้ายคิดจับตัวเมิ่งสืออีแต่ในยามนั้นก็มีคนหนึ่งมาช่วยนางเอาไว้ได้ทัน เขาจัดการสังหารคนร้ายสี่ห้าคนด้วยดาบเดียว เมิ่งสืออีตื่นตะลึง
"หานชางเหยียน"
เขาเดินมาใกล้นางร่างกายเต็มไปด้วยเลือด นางค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลโดยที่หานชางเหยียนไม่ช่วยนางเช่นเคย
"ท่านกลับมาช่วยข้าหรือ"
หานชางเหยียนมองนางเหยียด ๆ "เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ หากอยากคิดเข้าข้างตัวเองก็เชิญคิดตามสบาย"
น้ำเสียงของเขาอ่อนแรงจนนางจับสังเกตได้ และดูเหมือนว่าร่างสูงใหญ่จะยืนไม่มั่นคง
เมิ่งสืออีถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วยเหตุใดก็ล้วนเป็นเรื่องดี นางไม่สนใจเรื่องน้อยเนื้อต่ำใจอะไรพวกนั้นแล้วนอกจากเรื่องรอดชีวิตออกไปจากที่นี่ก่อน แต่ท่าทางของหานชางเหยียนเหมือนว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
"ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง"
ใบหน้าขาวหล่อเหลาของเขามีเลือดไหลลงมาเป็นทาง นางตกใจจนพูดไม่ออกแล้วและในยามนั้นหานชางเหยียนก็เหยียดยิ้มเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เก่งนี่ เอาตัวรอดมาได้" และฉับพลันเข่าก็พลันอ่อนแรงร่างสูงทรุดลงทันใด
"ท่านแม่ทัพ!"
เมิ่งสืออีคว้าร่างของเขาเอาไว้ได้ทัน เขาเอ่ยเสียงเบาว่า
"ข้าถูกธนูอาบยาพิษจากคนที่ลอบสังหาร"
เมิ่งสืออีรู้มาเล็กน้อยว่ากำลังทหารของเขาส่วนใหญ่ยังรั้งอยู่ที่เมืองอวี เรื่องนี้คงเข้าถึงหูของศัตรูหรือไม่ก็พวกโจรที่หวังปล้นชิงสิ่งของ เพราะยามนี้รถม้าสินเดิมของนางก็หายไปจนเกลี้ยงแล้ว
คงเพราะเขาตัวโตจนเกินไปนางจึงรับน้ำหนักประคองเขาไม่ไหว สุดท้ายคนทั้งคู่จึงทรุดลงไปบนพื้น มือของเมิ่งสืออีสั่นระริกในยามที่นางสำรวจลมหายใจของเขาและพบว่ามันรวยรินยิ่งนัก
"ท่านถูกยาพิษหรือ"
หานชางเหยียนพยักหน้า พยายามเปิดดวงตาที่กำลังจะปิดขึ้นแล้วจ้องมองนาง
"เจ้าไปเถิดข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า"
กล่าวคำถากถางระคายหูคนจบเขาก็ทรุดลงไปอีก หัวใจของนางนั้นปวดจนชาชินแล้ว กระทั่งก่อนตายคนผู้นี้ก็ยังไม่อยากเห็นหน้า นางกลายเป็นตัวอะไรในสายตาของสามีไปแล้วกันนะ
คนใจร้ายคนนี้สมควรตายไปให้พ้น ๆ!
แต่ถึงใจหนึ่งจะคิดเช่นนี้ แต่เขาก็คือคนเดียวที่ยังทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของนางรอดชีวิต นางย่อมรู้ว่าหากหานชางเหยียนตายต่อไปฮ่องเต้แคว้นลู่ต้องส่งผู้อื่นมาควบคุมเมืองอวี
นางเคยได้ยินว่าแม่ทัพผู้อื่นโหดเหี้ยมนัก หากคนพวกนั้นไม่ละเว้นท่านพ่อท่านแม่เหมือนกับหานชางเหยียน พวกเขาอาจจะได้รับความลำบากกระทั่งอาจจะต้องเสี่ยงชีวิต
ดังนั้น หานชางเหยียนจะตายไม่ได้
เมิ่งสืออีปล่อยให้หานชางเหยียนพิงร่างของนางจากนั้นจึงเทของในถุงผ้าออกมาจนกระทั่งพบกล่องไม้ที่ใส่ยาของนาง ในนี้มียาวิเศษอยู่เม็ดหนึ่ง เป็นยาช่วยแก้สารพัดพิษของล้ำค่าที่มารดายกให้นางพกติดตัว
เมิ่งสืออีไม่รอช้ารีบยัดยาลูกกลอนเม็ดนั้นเข้าปากเขาทันใด
"ท่านแม่ทัพ นี่เป็นยาถอนพิษ ท่านกลืนลงไป"
หานชางเหยียนไม่ได้สงสัยอันใดหรือว่าเขาไม่มีใจคิดเรื่องอื่นเพราะกำลังจะตายแล้วก็เป็นได้จึงยอมกลืนยาเม็ดนั้นโดยดี เมิ่งสืออีรอคอยด้วยใจร้อนรน นางไม่กล้าขยับไปที่ใดได้แต่โอบร่างของเขาเอาไว้ท่ามกลางศพที่นอนตายเกลื่อนพื้น
ชีวิตนี้นางไม่เคยต้องหวาดกลัวสิ่งใด ทว่าตั้งแต่ได้พบกับหานชางเหยียนความน่ากลัวและความทรมานในโลกนี้ที่มีนางได้ประสบพบเจอมาทั้งหมดและเกือบจะทำให้นางกลายเป็นหญิงวิปลาศไปแล้ว
เดิมทีเมิ่งสืออีเป็นคนเชื่อในพระพุทธองค์ คิดว่าคนที่ทำดีย่อมได้ดีตามคำกล่าวสั่งสอนแต่ยามนี้นางรู้สึกสงสัยในคำสอนอยู่หลายครั้ง
นางไม่เคยร้ายกับผู้ใดแต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้าม กระนั้นในเวลานี้นางก็ยังสวดอ้อนวอนขอให้ยานี้ช่วยชีวิตหานชางเหยียนได้ นางยังขอให้เขาปลอดภัย เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นเกราะคุ้มกันภัยให้ครอบครัวของนางได้
หนึ่งก้านธูปต่อมาหานชางเหยียนจึงได้ลืมตาขึ้น เมิ่งสืออีดีใจจนร้องไห้ออกมา
"หานชางเหยียนท่านฟื้นแล้ว"
เมื่อนางกล่าวจบคำหานชางเหยียนก็ไอรุนแรงแล้วกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ดูเหมือนว่าชีวิตของนางจะยังไม่รันทดเพียงพอเมื่อจู่ ๆ นางก็ได้ยินเสียงของหมาป่าหอนดังสนั่น หานชางเหยียนที่พ่นเลือดออกมาจนหมดคล้ายเขาจะมีแรงขึ้นมาแล้วจึงเอ่ยว่า
"ต้องรีบไปจากที่นี่ ไม่เช่นนั้นสัตว์ป่าจะออกมาแทะศพ และพวกมันจะสนใจสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวได้มากกว่าศพพวกนั้น"
เมิ่งสืออีกลัวจนร่างเย็นเฉียบ แต่นางก็ยังฝืนพูดออกมา
"ท่านลุกไหวหรือไม่"
หานชางเหยียนพยักหน้าเขารวบรวมกำลังและปล่อยให้นางช่วยประคองลุกขึ้นยืนสำเร็จจากนั้นพวกเขาก็เริ่มเดินช้า ๆ เสียงฟ้าร้องพลันดังขึ้น เมิ่งสืออีตกใจเสียงฟ้าผ่าที่ดังอยู่ใกล้ ๆ จนเผลอหวีดร้องและกอดเขาแน่น เขาไม่ผลักนางออกคงเพราะไม่มีแรง
ฝนตกลงมาอย่างหนักเมิ่งสืออีกลัวว่าหานชางเหยียนจะไม่สบายนางจึงยอมสละเสื้อคลุมกันฝนของตนเองให้เขาสวม ส่วนตัวเองยอมตากฝนหนาวจนฟันกระทบกันดังกึก ๆ มือและเท้าของนางยังเย็นเยียบยังบังเกิดอาการชาและรู้สึกเหมือนร่างกายจะหลุดออกเป็นชิ้น ๆ
หานชางเหยียนใกล้จะไม่ได้สติแล้ว แม้ตอนนี้พิษจะถูกกำจัดออกไปแล้วแต่ก็ยังเหลือตกค้างหานชางเหยียนยังได้รับบาดเจ็บจากแผลที่ถูกธนูยิงและแผลจากดาบที่ไหล่เป็นทางยาวอีกหนึ่งแผลเขาจึงบังเกิดอาการไข้ขึ้น
ในเวลานั้นนั่นเองที่พวกเขาพบรถม้าคันหนึ่ง เมิ่งสืออีไม่แน่ใจว่าเป็นมิตรหรือศัตรูแต่หานชางเหยียนได้ยินเสียงเห่าของสุนัขดังขึ้นเขาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
"พวกเรารอดแล้ว นั่นอาเจาลูกน้องของข้า"
ฉับพลันก็มีสุนัขตัวใหญ่วิ่งเข้ามาหาหานชางเหยียนพร้อมกับเด็กหนุ่มอายุราวสิบสี่สิบห้าผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดทหารของแคว้นลู่ แต่ว่าเป็นคนที่เมิ่งสืออีไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
"หัวหน้า ข้าพบท่านแล้วข้าพบท่านแล้ว เพราะฝนตกทำให้กลิ่นของท่านหายไปยากแก่การติดตามข้าขอโทษ อ๊ะ หัวหน้าท่านได้รับบาดเจ็บ"
หานชางเหยียนบัดนี้ไม่มีแรงแม้จะตอบคำ และพร้อมที่จะทิ้งร่างลงบนพื้นตลอดเวลา
"หัวหน้า!"
เด็กหนุ่มไม่ได้สนใจเมิ่งสืออีรีบเข้ามาประคองหัวหน้าของตนเองขึ้นรถม้าเมิ่งสืออีตามขึ้นมาในรถ
เมื่อเห็นเขาชัดเจนจากแสงตะเกียงในรถม้าเช่นนี้ก็ทำให้นางตกใจยิ่งนักเพราะใบหน้าของหานชางเหยียนนั้นขาวเหมือนคนตายและเสื้อผ้าของเขาแม้ไม่ได้เปียกฝนแต่กลับเปียกชุ่มไปด้วยเลือดที่ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของผู้ใดบ้าง
เด็กหนุ่มเองก็ดูตื่นตระหนกไม่ใช่น้อย เมิ่งสืออีจึงเอ่ยว่า
"เขาถูกธนูอาบยาพิษยิงเข้าไปที่ไหล่ แต่ข้าให้ยาถอนพิษแก่เขาแล้ว ยาของข้าเป็นยาวิเศษถอนพิษได้สารพัดเจ้าไม่ต้องห่วง"
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองนาง จากนั้นจึงเผยรอยยิ้มงดงามคงเพราะเขายังโตไม่เต็มที่ใบหน้านี้จึงงดงามมากกว่าหล่อเหลา เขาประสานมือมองนางด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
"ขอบคุณพี่สาวที่ช่วยหัวหน้าของข้าเอาไว้ แต่ข้าทำแผลไม่เป็นท่านจะช่วยเขาทำแผลหรือไม่ ข้าจะออกไปขับรถม้าพวกเราต้องรีบไปจากที่นี่ ยาและผ้าพันแผลอยู่ตรงนี้ อ้ะ อยู่ตรงไหนนะ"
เด็กหนุ่มค้นข้าวของในรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะส่งให้นาง เมิ่งสืออีรับมามือของนางยังสั่นด้วยความหนาว
"อ้อ พี่สาวคงเป็นฮูหยินของหัวหน้า เช่นนั้นก็ช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยนะขอรับ ส่วนท่านก็ถอดเสื้อผ้าพวกนี้ออกเถิด เปียกหมดแล้วไม่ต้องห่วงข้าเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ ท่านคือฮูหยินของหัวหน้าก็คือหัวหน้าของข้าด้วย ข้าจะปกป้องท่านด้วยชีวิต"
เมิ่งสืออียอมรับว่ารู้สึกซาบซึ้งใจเช่นกัน เด็กหนุ่มคนนี้บอกจะปกป้องนางด้วยชีวิตแต่หัวหน้าของเขากลับพาอนุหนีไปอย่างไร้เยื่อใย และหากนางไม่เดินมาจนถึงที่นี่เขาอาจจะลืมไปแล้วก็เป็นได้ว่าได้ทิ้งสตรีนางหนึ่งเอาไว้ในป่า
ว่าแต่ว่าอนุของเขาหายไปที่ใดกัน
"น้องชาย เดี๋ยวก่อน"
"พี่สาวพวกเราไม่อาจช้าได้ ค่อยคุยกันนะขอรับ"
แม้ว่าเมิ่งสืออียังมีเรื่องอยากถาม แต่เด็กหนุ่มไม่ฟังนางเขารีบออกไปขับรถม้าอย่างรวดเร็ว เมิ่งสืออีจึงได้แต่หันมามองหานชางเหยียนพร้อมกับถอนหายใจยาวออกมา
ฝนยังตกหนักแต่รถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัว นางมีเรื่องสงสัยมากมายแต่คงต้องรีบช่วยหานชางเหยียนเสียก่อน
เมิ่งสืออีใบหน้าแดงก่ำหลังจากถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเหลือเพียงกางเกงตัวในตัวเดียว ร่างกายของหานชางเหยียนร้อนมากราวกับทะเลเพลิง แต่ร่างของนางกลับเย็นยิ่งกว่าก้อนน้ำแข็ง
ในนี้ไม่ได้มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนแต่มีผ้าห่มอยู่หนึ่งผืนที่พอช่วยคลายหนาวได้
เมิ่งสืออีไม่มีทางเลือกในที่สุดนางก็จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นของตนเองออกจนหมดก่อนจะหนาวตาย นางห่มผ้าห่มปิดบังเนื้อขาวเนียนของตนเองแต่ความหนาวกลับไม่บรรเทาลงเลยแม้แต่น้อย กระนั้นก็ยังฝืนทนทำแผลให้หานชางเหยียน
เมิ่งสืออีพอมีวิชาแพทย์อยู่บ้างเพราะเคยช่วยท่านแม่ดูแลทหารที่บาดเจ็บจากสงครามอยู่หลายครั้ง แม้ว่าแผลของหานชางเหยียนจะลึกเพราะหานชางเหยียนใช้มีดคว้านลูกดอกธนูออกมาแต่นางก็ยังสามารถเย็บแผลได้อย่างเรียบร้อยราวกับท่านหมอเทวดาผู้หนึ่ง
แน่นอนว่านางมีฝีมือในการปักเย็บไม่ว่าจะแผลแบบใดนางก็ทำให้งดงามได้ทั้งนั้น
ร่างกายของหานชางเหยียนยังร้อนอย่างน่าตกใจ คงเป็นเพราะไอเย็นที่แผ่ออกจากร่างของนาง มือแข็งแรงคู่นั้นจึงรั้งร่างของนางไปกอดเอาไว้แนบแน่น หัวใจของเมิ่งสืออีเต้นระรัวนางขยับตัวหนีแต่เขากลับเอ่ยว่า
"เจ้าเป็นฮูหยินของข้า"
นางอยากจะถามเขานักว่าไม่รังเกียจนางแล้วหรือ แต่ตอนนี้คนป่วยดูเหมือนจะหลับสบายไปแล้วหลังจากได้กอดตระกองร่างอันเย็นชื้นของนาง ส่วนนางเองก็ค่อย ๆ รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นขึ้น แม้ว่าเมิ่งสืออีจะพยายามฝืนตนเองเพียงใดแต่คงเป็นเพราะนางเหนื่อยมากเกินไปในที่สุดนางก็นอนหลับทั้ง ๆ ที่ร่างกายเปล่าเปลือยในอ้อมกอดของเขา
รุ่งเช้าวันต่อมาเมิ่งสืออีตื่นขึ้นและพบว่าตนเองบัดนี้ถูกบุรุษผู้หนึ่งกักเอาไว้ใต้ร่างของเขา นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเขากล่าวว่า
"ในเมื่อลงทุนถึงเพียงนี้ ข้าจะตอบแทนเจ้าสักหน อย่างไรข้าก็เป็นบุรุษเห็นร่างกายขาว ๆ นุ่มนิ่มของเจ้าข้าก็ย่อมทนไม่ไหว ได้...เช่นนี้พวกเราก็เป็นสามีภรรยากันอย่างที่เจ้าต้องการ ถือว่าข้าตอบแทนเจ้าที่ช่วยชีวิตจากนี้จะได้ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก"
หานชางเหยียนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและดูแข็งแรงราวกับวัวกับม้า ดวงตาคู่นี้ของเขาเหมือนมีไฟที่พร้อมจะแผดเผาร่างของนางให้มอดไหม้ เมิ่งสืออีส่ายหน้าเมื่อนางเข้าใจโดยพลัน
"ข้าไม่ได้..."
เสียงของนางขาดหายลงไปในลำคอเมื่อถูกเขาช่วงชิงจุมพิตอย่างเร่าร้อน หานชางเหยียนกำลังคิดว่านางยั่วเขา เพราะนางกอดเกยเขาในขณะที่ร่างกายเปล่าเปลือย ถึงอยากจะขัดขืนแต่นางก็ไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย สัมผัสของเขาทำให้นางไร้เรี่ยวแรงวาจาของเขาทำให้นางหมดกำลังจะต่อต้าน
"เจ้าอยากให้ข้าคุ้มครองบิดามารดา เจ้าอยากมีสถานะเป็นฮูหยินแม่ทัพ ข้าทำเพื่อตอบแทนเจ้า แต่แค่ฐานะเท่านั้น มิใช่ความรัก"
ถ้อยคำของเขาทำให้นางเจ็บช้ำ แต่กระนั้นนางก็ยังถูกสัมผัสของเขายั่วเย้า นางเจ็บไม่พอใช่หรือไม่จึงได้เป็นเช่นนี้ เมิ่งสืออีเกลียดตนเองเหลือทนแล้ว และยิ่งเกลียดเมื่อนางได้พบความจริงที่กำลังตบหน้าอย่างร้ายกาจ...
นางยังคงรักเขาอยู่...แม้ว่าบุรุษผู้นี้จะร้ายกาจกับนางเพียงใดก็ตาม
คุณอาจจะชอบ





